รีวิว airnet ทางเลือกของบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ที่เร็วส์และแรงส์

ผมเคยสัญญากับ Follower บน Twitter ไว้ตั้งนานแล้ว ว่าจะมารีวิว airnet ให้ได้อ่านกัน เพราะในฐานะที่ผมเป็นลูกค้ารายหนึ่ง ที่ใช้บริการมานานพอสมควรทีเดียว แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสรีวิวจริงๆ จังๆ ซะที (จนภาพที่ผมถ่ายตอนที่เขามาติดตั้งที่ผมถ่ายไว้มันหายไปไหนก็ไม่รู้ ฮือๆ) … ตอนนี้ได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว เพราะว่าได้ใช้มานาน ได้เห็นอะไรมาเยอะแยะ มันก็ย่อมดีกว่าใช้แค่สองสามเดือนแล้วมาโม้ให้อ่านจริงแมะ (ของแบบนี้มันต้อง “ระยะทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์ airnet” หุหุ … จริงๆ คือ อู้มานาน แล้วหาข้อแก้ตัวนั่นแหละ)

 

airnet คืออะไร?

เป็นคำถามที่มีคนถามผมเยอะมากทีเดียวครับ เพราะชื่อของมันแปลกๆ คือ airnet (แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า อินเทอร์เน็ตผ่านอากาศ) แล้วบอกว่าเป็นอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ก็เลยมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วมันแตกต่างจากอินเทอร์เน็ตบ้านอื่นๆ ยังไงครับ

จริงๆ แล้ว airnet ก็คืออินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi นั่นแหละครับ โดยเป็นการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายจากศูนย์กลางมาที่สถานีฐานของ airnet แล้วกระจายไปยังบ้านของผู้ใช้บริการ โดยที่บ้านของผู้ใช้บริการจะต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณอยู่ … โดยการรับส่งสัญญาณระหว่างบ้านของผู้ใช้บริการ และ สถานีฐาน จะเป็น WiFi ที่ความถี่ 5GHz ซึ่งอัดสัญญาณเต็มเปี่ยม ทำให้สถานีฐานครอบคลุมระยะใช้งานได้ 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว

จากนั้นตัวอุปกรณ์รับสัญญาณก็จะจ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทางสาย LAN ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้านของผู้ใช้งานผ่านทางสวิตช์ (Switch) หรืออุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi (WiFi Access Point/Router) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้อุปกรณ์ใดในการวางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในบ้าน ดังนั้น ข้อดีอีกอย่างของ airnet ก็คือ ไม่จำเป็นต้องใช้เบอร์บ้านประกอบ ในกรณีของบ้านใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก และไม่ได้คิดจะมีเบอร์บ้านแล้ว อันนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เดือนละ 107 บาทเลยนะ

 

แล้ว airnet มันเจ๋งตรงไหน ทำไมผมถึงเลือกใช้?!?

airnet ถือเป็นบรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต (อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง) ประเภทนึง ซึ่งในประเทศไทยเรามีตัวเลือกเยอะแยะครับ ไม่ว่าจะเป็น ADSL, Cable หรือ airnet เอง … คำถามจึงอยู่ที่ว่า แล้ว airnet นี่มันมีดียังไง ทำไมผมถึงเลือกใช้เจ้านี่?!?

ปกติแล้วผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเน้นใช้บริการด้านการดาวน์โหลดเป็นหลัก นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิดอินเทอร์เน็ต ADSL (Asymmetric Digital Subscriber Line) ซึ่งก็คือ จัดลำดับความสำคัญของความเร็วขาดาวน์โหลด (Downstream) ให้สูงกว่าขาอัพโหลด (Upstream) เราจึงได้เห็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบที่เขียนว่า 7Mbps/512kbps (หมายถึง ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 7Mbps และ ความเร็วในการอัพโหลดสูงสุด 512Mbps)

 

แต่บล็อกเกอร์ต้องใช้ความเร็วขาอัพโหลดเยอะเหมือนกัน

แต่ในฐานะของบล็อกเกอร์ ผมไม่ได้มีความจำเป็นแค่ต้องใช้ความเร็วขาดาวน์โหลดเร็วเท่านั้น แต่ขาอัพโหลดก็ต้องเร็วด้วยเช่นกัน เพราะจำเป็นต้องอัพโหลดพวกคลิปวิดีโอขึ้นไป YouTube ด้วยเช่นกัน ดังนั้นความเร็วขาอัพโหลดก็สำคัญครับ

 

ไฟล์วิดีโอรีวิวที่ผมอัพโหลด ส่วนใหญ่เป็น HD 720p ขึ้นไป ถ้าอัพโหลดไม่แรงจริง รอกันเป็นชาติเลย

 

ในการรีวิวต่างๆ ของผม ผมต้องการให้ผู้ชมได้รับชมแบบคมชัดสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นจึงมักจะถ่ายที่ความละเอียดขั้นต่ำก็ HD720p แล้ว ซึ่งไฟล์ประเภทนี้ ขนาดของไฟล์จะอยู่ที่เบาะๆ 1GB ต่อวิดีโอความยาว 10 นาที (แน่นอน หากเป็นไฟล์ 1080p จะยิ่งขนาดใหญ่กว่านี้ีอีกราว 40%) … ดังนั้นหากความเร็วขาอัพโหลดไม่แรงจริง ได้รอกันเงกครับ (ไฟล์ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยอัพโหลดขึ้น YouTube คือ 1.8GB)

 

แล้วคิดว่าผู้ใช้งานทั่วไปต้องใช้ความเร็วขาอัพโหลดเยอะไหม? คำตอบคือใช่

อ่านหัวข้อเมื่อกี้ อย่าเพิ่งคิดว่าผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไปไม่มีความจำเป็นต้องใช้บริการขาอัพโหลดให้เร็วๆ นะ … ในยุคแห่งการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) นี้ อะไรๆ ทุกอย่างมันอยู่บนอินเทอร์เน็ตกันหมดแล้ว หลายๆ คนเริ่มใช้บริการ Cloud Storage อย่าง Microsoft SkyDrive, Apple iCloud, Google Drive, Dropbox ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนไฟล์กันระหว่างอุปกรณ์ทั้งหลายที่ใช้งาน

ในโลกของโซเชียลมีเดีย ก็มีการอัพโหลดมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลดรูปขึ้นบริการโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook, Google+ หรือการอัพโหลด Content ใหญ่ๆ อย่าง คลิปวิดีโอขึ้น YouTube ก็เช่นกัน … Home Video หรือ วิดีโอจากทางบ้าน เดี๋ยวนี้ก็เป็นอะไรที่นิยมกันเยอะแล้วนะ เพราะมันมีตัวอย่างให้เห็นๆ ว่า ทำดีๆ เผลอๆ ดังไม่รู้เรื่องเลย

 

เราจะได้เห็นวิดีโออัพโหลดจากทางบ้านบน YouTube มากขึ้น ในยุคโซเชียลมีเดียครองเมือง

 

สรุปง่ายๆ ก็คือ airnet นี่เป็นทางเลือกที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคโซเชียลมีเดียครองเมืองนี้ได้อย่างจริงจัง แบบที่บริการอินเทอร์เน็ต ADSL แบบเดิมๆ ครับ … โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ แม้เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตแบบ ADSL หรือ Cable จะมีแพ็กเกจที่อัพโหลด 2Mbps ขึ้นไปแล้ว แต่สนนราคาค่าบริการก็ยังแพงมากๆ อยู่ครับ

 

ประสบการณ์การติดตั้ง airnet

การติดตั้งไม่ยุ่งยากครับ แค่ต้องติดตั้งตัวอุปกรณ์รับสัญญาณแบบในรูปข้างล่างนี่แหละครับ หากไม่มีตึกหรือบ้านใครมาขวางระหว่างสถานีฐานกับบ้านของคุณ จะดีมากๆ ครับ (แต่มีบ้างก็พอไหวอยู่นะ แต่อย่าให้เยอะ) แล้วสัญญาณจะได้เต็มๆ (บ้านผมนี่ติดตั้งไว้ที่ชั้น 3 และสถานีฐานของ airnet  อยู่ใกล้มาก และไม่มีอะไรมาบังเลย … ตอนติดตั้งนี่แทบไม่ต้องปรับเสาอะไร สัญญาณเต็มเปี่ยม)

 

ตัวอุปกรณ์รับสัญญาณ WiFi ของ airnet

 

แน่นอนว่าเจ้าอุปกรณ์นี่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่ว่าพลังงานไฟฟ้ามันมาจากสาย LAN  ได้เลยครับ ดังนั้นเลยไม่ต้องลากสายไฟอะไรให้วุ่นวาย … บ้านผมนี่ติดตั้งไว้ชั้น 3 แต่สาย LAN ลากลงมาที่ชั้นสอง (เพราะต้องวาง WiFi Access Point ไว้ที่นั่นเพื่อจะได้กระจายสัญญาณได้เต็มพื้นที่บ้านโดยไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์)

 

อันนี้คืออุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่าง ตัวรับสัญญาณของ airnet กับ Switch/WiFi Access Point

 

รูปด้านบนนี่เป็นอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับ ตัวรับสัญญาณของ airnet ครับ เจ้านี่ต้องเสียบปลั๊กไฟ (เพื่อจ่ายไฟไปให้ตัวอุปกรณ์รับสัญญาณผ่านสาย LAN) ด้าน OUT ก็จะเป็นสาย LAN ที่จะต่อไปยังตัวรับสัญญาณของ airnet ส่วนด้าน IN ก็เป็นสาย LAN ไปที่ WiFi Access Point ของผมครับ

คำแนะนำของผมคือ พยายามหาทางติดตั้งตัว Switch หรือ WiFi Access Point ให้อยู่ไม่เกินระยะ 15 เมตร จากตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณของ airnet ครับ เพราะถ้าเกิด จะโดนคิดค่าสายเพิ่มเมตรละ 30 บาทน่ะ แต่โดยทั่วไป ระยะ 15 เมตรที่เขาให้ฟรีมาก็เหลือเฟืออยู่แล้วอ่ะนะ … ประสบการณ์ในการติดตั้งดีมากครับ เจ้าหน้าที่ที่มาติดตั้งนิสัยดี มีอัธยาศัยดีจริงๆ

ใครที่เคยใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบบเดิมๆ และมี WiFi Router (อุปกรณ์ WiFi Access Point ที่ทำตัวเป็น Router ได้ด้วย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ได้ อะไรแบบนี้) ถ้าอุปกรณ์ตัวนั้นสามารถทำงานในระบบ Bridge ได้ (ต้องไปตั้งค่าเอาใน Configuration ของ Router นั้นๆ) ก็สามารถนำมาใช้กับ airnet ได้เลยครับ … ใครอ่านย่อหน้านี้แล้วงง แนะนำให้ไปหาร้านที่คุณซื้อเจ้า WiFi Router นี่มา แล้วให้เขาช่วยสอนนะ

 

ประสิทธิภาพของ airnet

ปกติแล้วเรามักจะวัดประสิทธิภาพของความเร็วอินเทอร์เน็ตจากบริการ Speed Test ต่างๆ เช่น ของไทยก็มีของ ส.ค.บ. ครับ … ซึ่ง airnet นี่ทำคะแนนได้ดีทีเดียวเลยครับ แต่นั่นก็คือการทดสอบความเร็วในไทย กับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำไว้สำหรับทดสอบโดยเฉพาะ ดังนั้นความเร็วก็จะได้เต็มพิกัดเต็มที่อยู่แล้ว

 

ผลการวัดความเร็วด้วยบริการของ speedtest.or.th

 

ในการใช้งานจริงๆ มันมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีกเยอะครับ เช่น ความเร็วของเซิร์ฟเวอร์ผู้ปล่อยให้ดาวน์โหลดเป็นต้น … ซึ่งหากเป็นในประเทศนั้น ผมว่า airnet นี่หายห่วงครับ

ลองดาวน์โหลดดูบ้าง โดยดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ อย่าง Windows 8 Release Preview และ Microsoft Office 2013 Preview แบบ Offline Installer ดู (สองตัวนี้รวมๆ กันร่วม 4GB ครับ) เห็นได้เลยว่าความเร็วที่ได้ตกราวๆ 628KB/s (คำนวณเป็น Mbps คร่าวๆ ด้วยการคูณ 8 เพราะ 8 bit = 1 byte ก็ได้ราวๆ 5.02Mbps โดยประมาณครับ … ปกติผมจะเหมาเอาง่ายๆ ว่า 1Mbps ควรจะได้ความเร็วการดาวน์โหลด 100KB/s ครับ)

 

ความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต

 

เผื่อใครสนใจจะใช้ airnet เพราะอยากจะได้ความเร็วในการอัพโหลดไฟล์ขึ้น YouTube ไวๆ ลองดูที่ผมความเร็วในการอัพโหลดขึ้น YouTube (อัพโหลดไฟล์แบบง่ายๆ 170MB) นี่ดูครับ อันนี้ใช้โปรแกรม Net Monitor ในการตรวจสอบความเร็วให้ดูครับ

 

ความเร็วในการอัพโหลดไฟล์ขึ้น YouTube แม้จะไม่เต็มที่ แต่ก็เร็วกว่าบริการอินเทอร์เน็ตแบบอื่นๆ แน่ๆ

 

ข้อสังเกตคือ ความเร็วในการอัพโหลดนั้นไม่ได้เต็มสปีด 10Mbps นะครับ แต่ก็ต้องเรียกว่าปรี๊ดปร๊าดแบบที่บริการอินเทอร์เน็ตแบบอื่นไม่สามารถให้ได้เลย (เว้นแต่จะยอมจ่ายแพงๆ หลักหลายพันบาท … แต่ airnet ความเร็ว 10Mbps/10Mbps ที่ผมใช้อยู่นี่ 990 บาท/เดือน ไม่รวม VAT 7% นะครับ

 

สนใจอยากใช้บริการ จะต้องทำยังไงบ้าง?

อ่านมาถึงตรงนี้ หากสนใจจะเป็นลูกค้า airnet แบบผมบ้าง จะต้องทำยังไง? แนะนำให้ทำตามขั้นตอนนี้เลยครับ

1. ก่อนอื่น ไปเช็คก่อนว่าบ้านของคุณอยู่ในพื้นที่ให้บริการไหม โดยไปที่หน้าเว็บเช็คพื้นที่ให้บริการ http://www.ais.co.th/airnet/th/service_area_check.html หรือ ไปดูพื้นที่ให้บริการแบบคร่าวๆ ก่อน ได้ที่ http://www.ais.co.th/airnet/th/service_area.html เลยครับ … ตอนนี้ airnet  ก็มีบริการในต่างจังหวัดมากกว่า 40 จังหวัดแล้ว

2. ถ้าอยู่ในพื้นที่ให้บริการแล้ว จากนั้นไปเช็คก่อนว่าอยากใช้บริการแพ็กเกจไหน โดยดูแบบนี้ครับ

  • แพ็กเกจแบบ Home เหมาะสำหรับผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไป แบบเป็น Home ธรรมดา สำหรับคนทั่วไปที่ใช้ดาวน์โหลด อัพโหลดไฟล์ตามปกติ กับ Home Plus ที่รองรับการทำ Port Forwarding สำหรับผู้ใช้งานระดับ Advanced ที่อยากเปิดเครื่องไว้ทำ File Sharing, Web Server, Game Server ฯลฯ ที่ต้องให้คนภายนอกเข้ามาเรียกใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ในบ้าน … พวกที่อยากจะทำ Remote Login กลับมาที่คอมพิวเตอร์ที่บ้านตัวเอง เป็นต้น
  • แพ็กเกจแบบ Professional เหมาะสำหรับผู้ใช้งานระดับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือระดับองค์กร เป็นแบบ SMEs ครับ เพราะแพ็กเกจนี้จะได้รับ Fixed IP มาให้ 1 อัน มีแล้วก็สามารถทำ Web Server, Mail Serve ฯลฯ ได้แบบจริงจัง ทำ Video Conference ระดับ Full HD ยังไหวเลย (แน่นอน สนนราคาค่าบริการก็แพงขึ้นเอาการทีเดียว) และที่สำคัญที่สุดคือ ความเร็วสูงสุด ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ 10Mbps เหมือนแบบ Home ครับ อันนี้สูงสุด 20Mbps และหากต้องการมากแบบสุดๆ สามารถเลือกแพ็กเกจ Incredible 50Mbps ได้เลย
โดยค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง จริงๆ ต้อง 5,000 บาท แต่ช่วงนี้ยังมีส่วนลดค่าติดตั้งอยู่ครับ จะลดให้  4,000 บาท (แต่มีเงื่อนไขว่่าต้องใช้บริการครบ 12 เดือนนะครับ หากยกเลิกบริการก่อน 12 เดือน จะต้องโดยเรียกเก็บค่าส่วนลดนี้คืน … พูดง่ายๆ คือต้องจ่าย AIS  4,000 บาทนั่นแหละครับ)

3. จากนั้นสามารถลงทะเบียนสมัครใช้บริการง่ายๆ บนหน้าเว็บไซต์ของ airnet ได้เลย ที่ http://www.ais.co.th/airnet/th/service_regis_package_home.html หากสมัคร Home Package หรือ http://www.ais.co.th/airnet/th/service_regis_package_professional.html หากสมัคร Professional Package

โดยกรอกรายละเอียดส่วนตัว และปักหมุดบ้านที่ต้องการติดตั้ง (แค่ทำตามขั้นตอนของหน้าเว็บ) แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ

 

ช่องทางการชำระค่าบริการสะดวกสบายดี

ตอนนี้ทาง airnet เพิ่มช่องทางใหม่ในการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ ช่องทางใหม่มีทั้งหมด 4 ช่องทาง ได้แก่

  • ATM สามารถจ่ายผ่าน 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กรุงศรี, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์ โดยลูกค้าต้องระบุ
    • “เลขที่แอร์เน็ต” หรือเลขที่อ้างอิง 1 (รหัสประจำตัวผู้ใช้บริการ airnet จำนวน 10 หลัก ขึ้นต้นด้วย 89)
    • Com Code (Company Code เป็นรหัสช่องทางรับชำระค่าบริการของแต่ละธนาคาร ซึ่งจะไม่เหมือนกัน สามารถดูได้บนใบแจ้งหนี้)
    • ยอดค้างชำระ (ยอดรวม)
    • รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ http://www.ais.co.th/airnet/th/newsevent.html
  • Counter Bank กว่า 30,000 จุดทั่วประเทศ สามารถนำใบแจ้งหนี้ ไปชำระค่าบริการที่ธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กรุงศรี, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์ (ชำระเป็นเงินสดเท่านั้น)
  • หักค่าบริการอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร (Recurring Direct Debit) โดยสามารถสมัครได้ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ
  • หักค่าบริการอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต (Recurring Credit Card) โดยสามารถสมัครได้ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ

 

คำถามที่ผมมักถูกถามบ่อยๆ

มีบางคำถามที่ผมมักถูกถามบ่อยๆ และข้อมูลที่ผมเขียนถึงไปข้างต้น ก็ไม่อาจตอบคำถามเหล่านี้ได้ ขอเอามาตอบกันตรงนี้ก็แล้วกันนะครับ

 

Q: เวลาฝนตก airnet จะมีปัญหาเรื่องความเร็วไหม? เน็ตจะหลุดรึเปล่า?

A: อันนี้เข้าใจว่าคนถามคงจะเข็ดกับบริการ truevisions นะครับ (ผมเองก็เป็นลูกค้า truevisions เลยเข้าใจดี) เพราะเวลาที่ฝนตก มันพาลดูทีวีไม่ได้ทุกที  แต่ airnet จะไม่มีปัญหานี้ครับ ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ ยกเว้นแต่หากเจอพายุใหญ่ มรสุมเข้า อันนี้อาจจะมีผลกระทบบ้าง … แต่ถ้าแค่ฝนตกหนักธรรมดาๆ นี่ ไม่มีปัญหาอย่างที่กังวลกันครับ

 

Q: เน็ตล่มบ่อยรึเปล่า?

A: สิ่งที่นักท่องเน็ตกังวลที่สุดเลยครับ เน็ตล่มบ่อยไหม ใช้่ไม่ได้บ่อยไหม … ถ้าผมจะตอบว่าไม่เคยล่มมาก่อนเลย มันก็โกหกชัดๆ ครับ เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ airnet ก็เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ตรงของผม airnet ล่มน้อยที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ผมเคยใช้มา นับตั้งแต่สมัยยังหมุนโมเด็มอยู่ เรื่อยมาจนถึง ISDN มาจนถึง ADSL แล้วมาถึง airnet นี่แหละ … อันนี้พูดในฐานะคนใช้งานมาจะปีแล้วนะครับ

 

Q: คนใช้เยอะๆ แล้ว จะช้าลงไหม?

A: จนถึงตอนนี้ผมยังตอบยาก ผมไม่มีข้อมูลว่าผู้ใช้งาน airnet ณ ตอนนี้มีมากน้อยเท่าไหร่ในประเทศไทย … แต่แถวบ้านผมนี่น่าจะเป็นผมแค่คนเดียวในขณะนี้ … ประเด็นคือ airnet เข้ามาช้าเกินไป เพื่อนบ้านผมไปใช้บริการของค่ายอื่นกันหมดแล้ว … มีแต่ผมที่รอเจ้านี่มานาน พอมาปุ๊บ เลยเปลี่ยนไปใช้บริการปั๊บ … แต่เคยได้ยินข้อมูลว่า มีการจำกัดผู้ใช้บริการไม่เกิน 25 ราย ต่ออุปกรณ์รับส่งสัญญาณ 1 จุดบนสถานีฐาน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะ WiFi Access Point ก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสุดๆ ก็ที่จำนวนผู้ใช้งานประมาณนั้นแหละครับ

แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังชัดเจนครับ ว่าความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศของ airnet ก็ยังรวดเร็วดีอยู่

 

บทสรุปการรีวิว airnet

airnet นี่เป็นบริการเรียกว่า ใช้ดีจึงบอกต่อจริงๆ ครับ ถ้าอยู่ในพื้นที่ให้บริการ และตำแหน่งของบ้านกับสถานีฐานเอื้ออำนวย ผมก็อยากแนะนำคนรู้จักของผมทุกคนให้เปลี่ยนมาใช้ airnet กันทุกคน ที่ชอบที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องความเร็วในการอัพโหลด ที่กินขาดให้ผู้บริการรายอื่น ที่มีให้เลือกอยู่ในท้องตลาดจริงๆ (อันนี้เทียบที่ค่าบริการเท่าๆ กันนะครับ) เพียงแต่อุปสรรคของ airnet จริงๆ ก็คือความที่เป็น WiFi Internet นี่แหละครับ ทำให้ไม่ใช่ทุกคน ทุกบ้าน ที่จะสามารถใช้บริการนี้ได้ เพราะหากไปอยู่ในที่ที่มีตึกบังเต็มไปหมด มันก็จะใช้บริการได้ไม่ดีครับ

แต่โดยรวม ถ้าเกิดคุณเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ airnet ให้บริการได้ อันนี้คือ ตัวเลือกที่ผมแนะนำอย่างยิ่งจริงจังครับ

 

Update #1:

มีคนถามมาเรื่องค่าใช้จ่ายในรอบบิลแรก เพราะว่ามีพวกค่าธรรมเนียมและส่วนลดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยน่ะ แต่เนื่องจากผมใช้บริการนานมากกกกก แล้ว บิลใบแรกของผมไม่รู้อยู่ไหนแล้วอ่ะ เลยขอข้อมูลไปทาง airnet มาให้นะครับ … นี่คือค่าใช้จ่ายในบิลรอบแรก ในกรณีที่คุณใช้แพ็กเกจ 7Mbps/7Mbps แบบ Home ธรรมดาๆ ครับ

  • ค่าบริการตามแพ็กเกจ 590 บาท (อาจมีบวกเล็กน้อย หากคุณเริ่มใช้บริการก่อนวันตัดรอบบิลของ airnet ก็จะนับตามจำนวนวัน คูณด้วย 590/30 บาท)
  • ค่าติดตั้ง airnet 5,000 บาท
  • ค่า WiFi Access Point 699 บาท (ในกรณีที่เราบอกว่าต้องการ … ถ้าเรามีของเราอยู่แล้ว ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้ครับ)
  • ส่วนลดค่าติดตั้ง 4,000 บาท (ต้องใช้บริการต่อเนื่องอย่างน้อย 12 เดือน …หากใช้ไม่ถึง ต้องคืนส่วนลดนะครับ)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ดังนั้นถ้าใช้แพ็กเกจ 590 บาท และสมมติว่า airnet ตัดรอบบิลวันที่ 11 แต่เราเริ่มใช้บริการตั้งแต่วันที่ 8 และซื้อ WiFi Access Point ด้วย … ค่าบริการก็จะเป็นแบบนี้ครับ

  • ค่าบริการวันที่ 8-11 เท่ากับ 76.13 บาท
  • ค่าบริการ 1 เดือน เท่ากับ 590 บาท
  • ค่าติดตั้ง airnet เท่ากับ 5,000 บาท
  • ค่า WiFi Access Point เท่ากับ 699 บาท
  • ส่วนลดค่าติดตั้ง 4,000 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% คิดเป็นเงิน 165.56 บาท

รวมแล้วเป็นเงิน 2,530.69 บาท … แต่หลักจากบิลรอบแรกเสร็จ ก็จะเหลือแค่ค่าบริการ 1 เดือน กับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

35 Responses

  1. Happyman says:

    ในบทความผิดนิดนึงนะ ต้องสมัครกะผม หรือใส่รหัส 79699 ในช่องlocation ตรงสำหรับเจ้าหน้าที่ ด้วยนะครับ ฮาๆ

    • kafaak says:

      อันนี้แถวบ้านเรียกว่า หาค่าคอมฯ จากบล็อกผมนี่หว่า หุหุ

  2. Ae Ae says:

    ผมใช้มา 1 ปีมีปัญหาบ่อยมาก

    • kafaak says:

      เช่นปัญหาอะไรบ้างครับ?
      พูดแค่ว่า มีปัญหาบ่อยมาก มันไม่เคลียร์น่ะครับ

  3. Ae Ae says:

    1. ภายใน 1 เดือนหลุดกระจาย อย่างน้อยๆ พบปัญหา 3-4 ครั้ง
    2. ช่วงเวลา peak time speed ไม่เต็ม
    3. ปัญหาแก้ไม่ขาด ไม่จ่าย ip
    4. speed นอกไม่การันตี 7/7 ครับ อื่นๆ

    • max says:

      เจอเหมือนกันเลยครับ ประมาณนี้เลย (เพิ่งติดมา 2 วัน)

      คือหลัง 2 ทุ่มจะวิ่งแค่ 1-2Mbps

      เวลา restart cpe ทีนึงก็จะใช้เวลารับ ip จากเสานานมาก

      สปีดนอกผมไม่หวังอะไร มันพอวิ่งได้แต่ไม่เต็มแน่ ๆ ถ้าแย่มาก ๆ ผมก็ vpn เอา ถ้าโชคร้ายกว่านั้นอีกคือวิ่งในไม่เต็ม (ซะงั้น)

      แต่ว่าไม่เคยใช้ไปใช้มาแล้วหลุดเองนะ มีแต่ไปยุ่งกับ cpe (เข้าไปทำ DMZ) แล้วมันรีสตาร์ท นั่งรอ ip กันเหงือกแห้งเลย

    • Bee says:

      555 ปัญหาเหล่านี้เจอมาหมดแล้ว แจ้งทีมงานทีไรบอกเป็นช่วง peek time แต่บ้างวันก็งง peek time ช่วงไหนกันแน่ เพราะเป็นเกือบทั้งวัน หุหุ

  4. Ae Ae says:

    บางคนก็ยกเลิกก่อนครบสัญญา บางคนครบสัญญาแล้วก็ยกเลิก ไปดูปัญหากันครับ
    https://www.facebook.com/groups/210582795655303/?ref=ts

    • kafaak says:

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลฮะ
      ส่งเรื่องให้ทีม airnet เขาแล้ว เดี๋ยวดูว่าจะมาตอบไหม (หุหุ)
      กรณีนี้ ผมว่าปัญหาหลักๆ เลย มาจากสัญญาณที่มาจากสถานีฐาน ไปยังตัวบ้านน่ะครับ ที่ผมไม่เจอปัญหาเลย เพราะว่าบ้านผมอยู่ใกล้สถานีฐานมาก และไม่มีอะไรมาบังเลย สัญญาณเต็มเปี่ยมแบบไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มเติมเลย

      • phechr says:

        ไม่ทราบว่าอยู่ใกล้ กี่เมตร/กี่กิโลเมตร ครับ

  5. jetboat says:

    อธิบายแบบรวมๆนะครับ

    – internet แบบ consumer
    คงไม่สามารถการันตีสปีดได้เปรี๊ยะๆน่ะครับ เพราะมันแชร์กัน
    ฉะนั้นช่วง peak time มันเลยเกิดความหนาแน่นบ้าง
    แต่ก็จะมีเกณฑ์อยู่ว่าบริการขั้นพื้นฐานอย่างพวกใช้เว็บนี้ ต้องสามารถเข้าได้

    – เรื่อง ip นี่ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าเกี่ยวกับการเชื่อมต่อของ ap มั้ย
    เพราะเท่าที่รู้ก็พยายามมีการไล่ lock ap ที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้การเชื่อมต่อมันนิ่งที่สุดน่ะครับ
    ซึ่งขึ้นอยู่แต่กับละไซต์

  6. Ae Ae says:

    สัญญาณของผมก็ไม่ขี้เหร่เท่าไรนะครับ http://picth.com/get/WuKyA/untitled.PNG

    แต่ยังมีปัญหาอยู่ lock ap ก็ lock แล้ว แต่ยังมีปัญหาหลุดประจำ

    ครับขึ้นอยู่แต่ละไซต์ด้วย เชื่อป่าว สมัครใช้งานครั้งแรก video mthai ยังดูไม่ได้เลยครับ

    ต้องแจ้งและแจ้งจึงสามารถ ตอนนี้ยอมรับว่าดีขึ้นมากกว่าแรกๆ แต่ไซต์ของผมยังหลุดบ่อยอยู่

    เพื่อนข้างบ้านที่ใช้ก็บ่นๆ อยู่เหมือนกัน

    • kafaak says:

      ครับ ไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ แต่คงเป็นอย่างที่ผมว่าครับ อยู่ที่สัญญาณจริงๆ เพราะบ้านผม สัญญาณ -90db เห็นจะได้ คือ ขึ้นสีน้ำเงินกันเลยทีเดียวน่ะครับ (แบบไม่ต้องขึ้นเสาสูงแต่ประการใดเลย) อานิสงส์จากการที่เสาอยู่ใกล้บ้านมากๆ และไม่มีอะไรมาขัดขวางจริงๆ

  7. Sugree says:

    สอบถามนิดนึงครับบังเอิญ ผมเห็นค่า upload แล้วสนใจเพราะมันค่อนข้างโอในแบบฉบับที่ ADSL ไม่มี 555555+

    คือนอกจากค่า upload ที่ผมชอบแล้ว ผมยังชอบเล่นเกมออนไล หรืออะไรก็ตามที่เน้นที่ค่า ping ด้วยครับ

    คือ airnet มันเป็น wifi ซึ่งอากาศมันก็อย่างที่บอกคือมี noise หรืออุปสรรคค่อนข้างเยอะ รบกวนความเสถียรของระบบได้ง่าย

    อยากจะถามว่าได้ลองตรงจุดนี้ไหมครับ คือบางทีผมก็เล่นเกมด้วยครับ อาทิเช่น diablo guildwar หรืออื่นๆ อยากรู้ว่ามันแกว่งไหมอะครับ คือมาตรฐาน ping มันก็คงไม่ต่ำมากหรอกเพราะออก ตปท แต่ผมไม่ชอบ net ที่ ping แกว่งมากเกินไปครับ ถ้ามันจะช้า ก็ช้าแบบรับได้ แต่อย่า หยุดไปดื้อๆ 5-10 วิ มันเสียอารมณ์กว่าครับ

  8. mhonthong says:

    แต่ผม up iOS6 ด้วย Airnet แล้วไม่ผ่าน ติด error 3014 ครับ ลองอยู่หลายครั้งแล้วก็ยังไม่ได้ พอเปลี่ยนไปใช้ ISP อื่นดู ครั้งเดียวผ่านเลย

    • kafaak says:

      ใช่ครับ อาการเดียวกะผมเลย (ผมต้องเอาเน็ตมือถือมาต่อแทน)
      มันผ่านตอนผมลอง iOS6 Beta 4 แต่ว่าพอเป็น iOS6 GM กลับไม่ผ่าน
      แจ้งไปทาง airnet แล้ว -_-”

  9. iceziiz says:

    ที่คอนโดเราใช้ Airnet Agent ของ AIS อ่ะ ไม่หลุดนะ
    เอาไว้โหลดซีรีย์เกาหลีได้สบายเลยย

  10. NamMan says:

    ที่บอกว่า กว่า 40จังหวัด นี้ อันนี้ผมไม่รู้นะว่า ” มี ”
    แต่ ผมอยู่ใน กรุงเทพ นี้แหละ ติดต่อ สอบถาม กรอกข้อมูล ไปแล้ว ดันบอกว่า ” แถวบ้านผม ไม่มีชุมสาย ซะงั้น ” จบเลย แล้วจะต้องรออีกนานมั้ยนี้ ถึงจะมี เห็นคนอื่นใช้ แล้วอยากใช้ บ้างจังเลย 😀

  11. REDMASTER says:

    เพิ่มเติมให้ครับ จริงๆแล้ว air ไม่ได้มาจากคำว่ามาจากอากาศอะไรหรอกครับ มาจากคำว่า advance internet revolution เหมือนกับ ais ที่มาจากคำว่า advance info service

  12. arno says:

    ผมจะเลิกใช้มันแล้วเดือนหน้าจะไปใช้cat เพราะเมื่อก่อนใช่cat ความเร็วดีมากเหตูที่เปลียนเพราะราคา cat แพงเห็นของถูกเลยมาเอาพวกเราจะมาทนอยู่กับเน็ตเน่าทำไมหละมีตั้งหลายค่าย ผมร้องเรียนไปตั้งหลายครั้งมันก็เฉย มันตอบมาครั้งหนึ่งว่าคนใช้เยอะความเร็วเลยช้า มันจะให้เราผู้บริโภคมารับกับการกระทำของมันที่ตะบี้ตะบันขายโดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพตัวเองแล้วโยนความผิดให้ผู้บริโภคอย่างพวกเราต้องรับกรรมไอ้บริษัทของสิงคโปร์สัญญาว่าชาตินี้จะไมเสียเงินกับมันอีก สาบส่งแม่ไปลงนรกเลย แล้ว callcenter มันก็จ้างมาเสียเงินนะโทรไปอย่าหวังเลยว่าจะมีคนรับสาย

  13. สลุบยอดค่าติดตั้งทั้งหมดเริ่มแรกอยู่ที่ 2,530.69 บาท ไช้ไหมครับ

    • kafaak says:

      ณ ตอนนี้ ไม่แน่ใจแล้วครับ อาจจะมีเปลี่ยนแปลง ลองเช็คกับ Call center ดีกว่านะครับ

  14. วาสนา says:

    อยากเปลี่ยนรหัสผ่านต้องทำอย่างรัยคะ

  15. สมบูรณ์ says:

    อยู่ในป่าเขาใช้ใด้หรือเปล่าครับ แถววัดป่าเพิ่มบุญ ปากช่องครับ

    • kafaak says:

      ต้องสอบถามพื้นที่ให้บริการกับทาง airnet ครับ

  16. NIDWIPA says:

    พีคะ ถ้าต้องการล็อกรหัส wifi ต้องทำยังไงคะ

    • kafaak says:

      หมายถึงยังไงครับ ล็อกรหัส WiFi?
      ถ้าหมายถึง ไม่ให้คนอื่นเข้ามาใช้ WiFi ของเรา ก็ต้องไปตั้งค่าที่ Wireless Router ของเรา ไปกำหนดเป็น WPA2 แล้วก็ค่อยเลือกว่าจะตั้งรหัสว่ายังไง … ซึ่ง Rounter แต่ละตัว ก็จะมีหน้าจอแตกต่างกันไป ถ้าจะให้แนะนำ ก็ต้องขอดูหน้าจอมันอ่ะครับ แต่อีกวิธีคือ ถ้าเราทราบยี่ห้อกับรุ่น ลอง Search ใน Google เพื่อหาคู่มือ(ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ)มาอ่านครับ

  17. A says:

    เราจะเช็คว่าบ้านเราอยุ้ใกล้สถานีรับส่งได้ยังงัยคับ

  18. Tone says:

    พี่ครับขอไลน์หรือเฟสคุยด้วยได้ไหมครับ

  19. กรองจิตร says:

    สัญญาณไม่มี พอแจ้งแก้ไขให้ หลังจากนั้นสัญญาณ ไม่ดีเหมือนเดิม เสียตังฟรีขอถามหน่อย ให้ใช้เป็นเวลาเหรอแอร์เน็ต

    • @kafaak says:

      สมัยแรกก็ดีครับ … ผมใช้มาหลายปี จนเจออาการคล้ายๆ คุณ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ True Highspeed แล้วครับ เหอๆ

Leave a Reply

%d bloggers like this: