รีวิว 3M MP220 โปรเจ็คเตอร์ขนาดจิ๋ว พกพาสะดวก

 

ได้มาตั้งแต่ก่อนจะไปเขาใหญ่กับทางโตโยต้าครับ แต่เพิ่งมีโอกาสได้เขียนรีวิวมันก็วันนี้ ฮาฮา … หลายๆ คน อาจจะคุ้นเคยกับโปรเจ็คเตอร์กันมาบ้าง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ หรือ คนทำงาน ก็ตามแต่ … แต่ที่เราเห็นมักจะเป็นพวกตัวใหญ่ๆ หน่อย แม้จะไม่หนักมากจนยกไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่มันก็ใหญ่และหนักจนน่ารำคาญที่จะขนย้ายไปมา ดังนั้นจึงเกิดสายพันธุ์ใหม่ของโปรเจ็คเตอร์ที่ชื่อว่า Pocket Projector ซึ่งชื่อ Pocket สื่อถึงขนาดที่เล็กลง  สามารถพกใส่กระเป๋าได้เลย … โดยบางตัวจะสามารถใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้เลยด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ผมก็เคยได้มารีวิวไปแล้ว เป็น 3M MP150 ครับ แต่เวลาเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็พัฒนาขึ้นมาเยอะ  3M เขาก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ Pocket Projector นี้ และเป็นที่มาของตัวล่าสุด 3M MP220 ที่ผมกำลังจะรีวิวต่อไปนี้ครับ

 

แกะกล่อง 3M MPro 220

ในแง่ของรูปลักษณ์ กล่องของ 3M MP220 นี่ทำออกมาได้ดูดีกว่าสมัยตอนเป็น MP150 ครับ … ตอนนั้นทำออกมาแล้วผมนึกว่าเป็น External HDD ซะมากกว่า … คราวนี้ทำกล่องออกมาเหมือนเป็นพวกอุปกรณ์พกพาแบบ Smartphone หรือ Tablet เลย (เหอๆ)

 

กล่องของ 3M MP220 งวดนี้ทำออกมาดูดีกว่าตอน MP150

 

แกะกล่องออกมาดูว่ามีอะไรแถมมาบ้างกับเจ้านี่ ก็เห็นมีตัวชาร์จเจอร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ไปหน่อย เมื่อเทียบกับขนาดของตัวโปรเจ็คเตอร์เอง แต่มีหัวมาให้เลือกหลายแบบ เหมาะสำหรับเอาไปใช้กับประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียบปลั๊กไม่ได้ … นอกจากนี้ก็มีรีโมทสำหรับควบคุมตัว MP220 นี่ มีสาย Micro USB เอาไว้ถ่ายโอนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาที่เจ้า MP220 นี่ แล้วก็มีคู่มือการใช้งานและการรับประกัน

 

ของที่มากับ 3M MPro 220

 

ตรงนี้ที่เอะใจครับ จำได้ว่าตอน MPro 150 นั้น เขาแถมตัวเคเบิ้ลสำหรับเชื่อมต่อกับพวก iOS Device มาให้ (นั่นคือ ต่อ iPhone/iPod Touch/iPad เข้ากับเจ้า MP150 ได้เลย แต่ตอนเป็น MP220 นี่ สายเคเบิ้ลนี้กลายเป็น Option ครับ ที่ต้องซื้อแยกต่างหาก

 

ด้านหน้าเป็นเลนส์ของโปรเจ็คเตอร์ แล้วก็มีพัดลมระบายความร้อน

 

ด้านหน้าของโปรเจ็คเตอร์ เป็นเลนส์ฉายภาพ แล้วก็พัดลม … ตรงนี้ไม่มีอะไรปิดเลนส์เลย รู้สึกว่ามันแปลกๆ (ปกติแล้วโปรเจ็คเตอร์ส่วนใหญ่จะมีฝาปิดเลนส์ให้ จะเป็นฝาปิดแยกมาต่างหาก หรือเป็นฝาเลื่อนมาปิดก็ตามแต่

 

ด้านหลังของ 3M MP220

 

ด้านหลังของ 3M MP220 นี่ มีพัดลมระบายอากาศ มีพอร์ตสำหรับเสียบสายเคเบิ้ลที่ต่อออก VGA หรือ AV แล้วก็มีพอร์ต Micro USB เอาไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และช่องเสียบสาย DC In สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

 

ด้านบนของ 3M MP220

 

ส่วนที่เป็นตัวควบคุม 3M MP220 จะอยู่ด้านบนทั้งหมด ก็แบ่งเป็น … (จากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา) … ตัวเลื่อนปรับโฟกัสของภาพ, ตัวรับอินฟราเรด (สำหรับรีโมทคอนโทรล), ปุ่มปรับระดับเสียง (ใช่ครับ เจ้านี่มีลำโพงในตัว อยู่ตรงด้านบนของตัวเครื่องนี้แหละ) … แล้วไอ้ตรงชุดปุ่ม 4 ปุ่มเนี่ย ก็มีปุ่ม Home, Search, Menu และ Back โดยตรงกลางเป็น Track Point ที่สามารถกดลงไปเพื่อเป็นปุ่ม OK ได้ … ข้างๆ มีไฟแสดงสถานะของตัวเครื่อง

ตรงนี้ผมชักจะสงสัยนิดๆ ว่า ปุ่มมันดูแปลกๆ ครับ มีปุ่ม Search กะ Track Point ด้วย … แต่ยังไม่คิดอะไรมาก จนกระทั่งได้ลองใช้จริงๆ (ต้องอ่านตรงประสบการณ์การใช้)

 

ด้านล่างของ 3M MP220

 

ด้านล่างของ 3M MP220 นั้นไม่มีอะไรมากครับ มีร่องเกลียวสำหรับใช้ยึดกับอุปกรณ์จำพวกขาตั้งกล้องครับ

 

ด้านขวาของ 3M MP220

 

ด้านขวา จะเป็นปุ่มเปิดปิดตัวเครื่อง และสล็อตใส่ MicroSD Card ครับ (เจ้านี่สามารถอ่านไฟล์เอกสารจาก MicroSD Card ได้โดยตรง)

 

ด้านซ้ายของ 3M MP220

 

ด้านซ้ายของตัว 3M MP220 นี่ก็มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. (มีฝาปิดเอาไว้) แค่นั้นเองครับ

 

สเปกของ 3M MP220 เป็นยังไง?!?

เวลาเอา Gadget มารีวิว จะไม่พูดถึงสเปกก็คงจะไม่ได้ครับ ดังนั้นเรามาดูสเปกของมันกันซักหน่อย

  • ความสว่าง: 65ANSI Lumens
  • ความละเอียดในการแสดงผล (Native) WSVGA 1024×600 พิกเซล แต่สามารถรองรับได้สูงสุด 1440 x 900 พิกเซล
  • หน่วยความจำ: (ภายใน) 1GB (ภายนอก) รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32 GB
  • รูปแบบไฟล์ที่รองรับ
    • ไฟล์เอกสาร: .doc (Microsoft Word), .ppt (Microsoft PowerPoint), xls (Microsoft Excel), .txt และ .pdf
    • ไฟล์รูปภาพ: .gif, .png, .bmp, .jpg
    • ไฟล์มัลติมีเดีย: MPEG-4, H.264, MOV & AAC, MP3
  • อินพุตต่างๆ: VGA, Composite Video, Micro USB, iOS Devices (ต้องซื้อสายเคเบิ้ลพิเศษต่างหาก)
  • แบตเตอรี่: Li-ion Polymer 11.1V 2,600mAh 3-cell
  • สัดส่วน: 150 มม. x 65 มม. x 33 มม.
  • น้ำหนัก 338 กรัม
  • ลำโพงในตัว ขนาด 0.75 วัตต์

ดูจากสเปกแล้ว เจ้านี่ก็เป็นเหมือนเคยครับ เหมือน MP150 ที่เน้นการใช้งานภายในบ้าน หรือ พกพาไปใช้นำเสนอแบบง่ายๆ ในห้องไม่ใหญ่ และสามารถควบคุมสภาวะแสงภายในห้องได้ดีครับ เพราะความสว่างแค่ 65ANSI Lumens เท่านั้นเอง … โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้อุปรณ์จำพวก iOS Devices อย่าง iPhone/iPod Touch/iPad ครับ (แต่งวดนี้เสียดายที่ต้องซื้อสายเคเบิ้ลเอง)

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน 3M MP220

เอาล่ะ ทีนี้มาดูประสบการณ์ในการใช้งาน 3M MP220 กันบ้างนะครับ … อันนี้เสียดายที่ผมไม่มีสายเคเบิ้ลสำหรับต่อกับอุปกรณ์อย่าง iPhone/iPod Touch/iPad … รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ตอนรีวิวไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะว่าเขามีไฟล์ตัวอย่างมาให้ไว้ในเครื่องอยู่แล้ว

 

โอ้ว! Projector ระบบปฏิบัติการ Android

 

ตอนแรกก็คิดว่าเจ้า MP220 นี่จะเหมือนๆ กับ MP150 ที่ผมได้มาเล่นเมื่อปีก่อนครับ แต่ 1 ปีผ่านไป อะไรๆ มันเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ และดูเหมือนระบบปฏิบัติการ Android จะครองโลกแฮะ เพราะเจ้า MP220 นี่ ทาง 3M เขาเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Android กับมันเลย … ดูจาก User Interface แล้วเดาว่าเป็น Android 2.2 ครับ (ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะแค่นี้ก็น่าจะเหลือเฟือแล้ว สำหรับการใช้งานในฐานะ Projector)

เลยทำให้ผมไม่แปลกใจเลยที่สเปกจะบอกว่ารองรับการเปิดไฟล์นู่นนี่นั่น เพราะลองถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ Android แล้วละก็ แค่มี App ติดตั้งไว้ มันก็ทำอะไรต่อมิอะไรได้หลายต่อหลายอย่างแล้วครับ

 

User Interface ส่วน Home Screen ของ 3M MP220

 

ในส่วนของ User Interface นั้น หน้า Home Screen ก็จะเป็นแบบที่ 3M เขาทำมาโดยเฉพาะครับ แบ่งหน้าตาเป็น Tab ต่างๆ ได้แก่ Home, Productivity, Entertainment และ Media … ที่ชอบคือ มันมีเกมให้เล่นด้วยอ่ะ เหอๆ แต่เล่นยากมากทีเดียว (ส่วนหนึ่งคงเพราะไม่มี Touch Screen อ่ะนะ)

 

และเพราะเป็นระบบปฏิบัติการ Android ก็เลยมีเกมให้เล่นด้วย

 

การดูรูป หรือฟังเพลงบน 3M MP220 จึงทำผ่าน App พื้นฐานของ Android อย่าง Gallery และ Music Player ครับ ส่วนพวกไฟล์เอกสาร Microsoft Office และ PDF นั้น มี Document to Go ติดตั้งมาให้ใน 3M MP220 ด้วย … ถ้าจะดูหนัง ก็ทำผ่าน App ชื่อ Video Player ได้

 

โปรแกรม Gallery ไว้ดูไฟล์รูปภาพต่างๆ

 

เรื่องความสามารถในการเปิดไฟล์รูปแบบต่างๆ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะว่ามันเป็นระบบปฏิบัติการ Android นี่แหละ แต่ที่ผมอยากทดสอบก็คือ การดูภาพยนตร์นั้น มันทำได้ที่ความละเอียดสูงสุดเท่าไหร่ (เพราะเจ้านี่มีความละเอียดแบบ Native ที่ 1024×600 พิกเซล ใกล้ๆ 720p อยู่) … ผมเลยลองเอาไฟล์วิดีโอ 1080p กับ 720p ไปใส่ไว้แล้วลองเล่นดู พบว่าไฟล์ 1080p นี่มาแต่เสียงครับ ไม่เห็นภาพ (ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะผมไม่คิดว่าเจ้านี่จะมี CPU และ GPU ที่แรงสุดติ่งอะไรนัก) แต่ไฟล์ 720p นี่เล่นได้สบายๆ ครับ ดังนั้นผมเดาๆ ว่า CPU/GPU ของเจ้านี่ก็มีประสิทธิภาพที่ดีระดับนึงล่ะ (อย่างน้อยๆ ก็ระดับ ไฮเอนด์ของพวก Android Device เมื่อซัก 2 ปีก่อน)

การควบคุมตัว 3M MP220 นั้น จะทำผ่านปุ่มควบคุมบนตัวเครื่อง หรือ รีโมท ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ออกแบบ User Interface มาให้ควบคุมได้ง่ายดี แต่อยากบอกว่า ปุ่มควบคุมบนตัวเครื่องนั้นใช้ง่ายกว่า (คงเพราะผมถนัด Track Point อยู่แล้ว) แต่ถ้าต้องการความสะดวกจริงๆ ยังไงๆ รีโมทคอนโทรลก็ยังดีกว่าครับ

 

บทสรุปของ 3M MP220

เจ้านี่แอบสร้าง Surprise ให้ผมพอสมควร เพราะในเว็บไซต์ หรือ กล่องของมัน ก็ไม่ได้เขียนเอาไว้เลยว่าใช้ระบบปฏิบัติการ Android อีกทั้งตัว MP150 ที่ผมเคยเล่น มันก็เป็น Firmware ของ 3M เอง การที่ได้เห็น 3M หันมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android แบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า Android เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดต้นทุนในเรื่องของซอฟต์แวร์ แล้วไปเน้นที่ฟีเจอร์ต่างๆ แทน

ในฐานะ Pocket Projector เจ้า MP220 ก็เลยมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เวลาใช้งานจริงๆ ไม่ต้องเสียบสายไฟ แต่แบตเตอรี่ ก็เป็นไปตามสเปกที่เขาว่ามา … ใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะแบตเตอรี่ให้มาแค่ 2,600mAh เท่านั้นเอง (เข้าใจว่ากลัวจะหนัก หากให้มาเยอะกว่านี้)

แม้ว่าเจ้านี่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android แต่ความสามารถมันก็จำกัดจำเขี่ยอยู่พอสมควร เนื่องจากไม่สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ เพราะไม่มีทั้ง WiFi และ 2G/3G เลย … แต่โดยส่วนตัวแล้ว ก็นี่มัน Projector อ่ะ จะให้ทำอะไรให้มากมาย … แค่มีเกมให้เล่นนี่ผมก็แปลกใจแล้ว (ฮา) ในระยะยาวที่ผมอยากเห็น คือจะดูว่าทาง 3M นั้นจะมีแผนการอัพเกรดตัวระบบปฏิบัติการ หรือเพิ่ม App ต่างๆ ที่จะทำให้เจ้า MP220 นี่มีลูกเล่นอะไรเพิ่มมากขึ้นรึเปล่ามากกว่าน่ะครับ

 

Update #1: มีคนถามผมเรื่องสนนราคา … ผมถามจาก PR มาให้แล้ว … 28,500 บาทครับ แรงเอาการทีเดียว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. ชัชวาล says:

    ตามประสาคนที่เคยใช้ 2,500 ANSI Lumens แล้วมาเห็นแค่ 65 ANSI Lumens กับราคาแล้ว ยังรับไม่ได้ครับ ตัวที่ผมใช้ก็ไม่ได้ใหญ่เทอะทะ ความละเอียดในการแสดงผลก็ยังดีกว่านี้เยอะ…..ส่วนตัวผมยังไม่ถึงเวลาใช้พวกนี้ครับ ต่อให้ราคามาลงมาต่ำหมื่น ผมก็ไม่ซื้อครับ รับกับ 65 – 200 ANSI Lumens ไม่ได้ มันต้องคอยปิดไฟ present แล้วไม่เห็นหน้าคนฟังไม่สนุกแน่นอนครับ

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัว พวก Pocket Projector เหมาะกับความบันเทิงกลุ่มเล็กๆ ครับ (จากประสบการณ์ลองเล่น MP150 มา) แต่สนนราคานี่แทบกระอักจริงๆ (สำหรับความบันเทิงส่วนตัว)

Leave a Reply

%d bloggers like this: