ขีดๆ เขียนๆ เพลินมือ รีวิว Samsung Galaxy Note 10.1 ตอนที่ 2

เข้าสู่ตอนที่ 2 ของการรีวิว Samsung Galaxy Note 10.1 แล้ว … แม้ว่าจะใช้ชื่อ Galaxy Note ก็ตาม แต่คุณสมบัติของเจ้านี่มันคือการรวมเอาทั้งตระกูล Galaxy Tab รวมกับ Note รวมกับ SIII เข้าไว้ด้วยกันเลยละครับ … ทาง Samsung บอกว่านี่คือ Product Section ใหม่ตัวแรกเลย แต่โดยส่วนตัว ผมมองว่า HTC Flyer เนี่ยคือผู้บุกเบิกครับ แต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ (ผมมองว่าเพราะ Stylus มันต้องใส่แบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก และเก็บลำบาก พกพาไม่สะดวก) เจ้า Samsung Galaxy Note ตัวจอ 5.3 นิ้ว (ที่ผมเองก็ใช้อยู่) คือตัวที่ประสบความสำเร็จ เพราะ Stylus ไม่ต้องใส่แบตเตอรี่ และ พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวกครับ

 

TouchWiz UI สำหรับ Samsung Galaxy Note 10.1

ตัว TouchWiz UI ของ Samsung Galaxy Note 10.1 เนี่ย ได้อิทธิพลมาจาก Samsung Galaxy SIII บ้างครับ เช่นหน้าจอ Lock Screen แล้ว ที่มีการเปลี่ยนจากสไลด์พวกไอคอนวงกลมไปยังที่อื่น ก็เป็นการลากไปบนหน้าจอ แล้วกลายเป็นระลอกคลื่นเหมือนน้ำ มีเสียงน้ำหยด แบบเดียวกับ Samsung Galaxy SIII ครับ แถมยังมีฟีเจอร์อย่างพวก Smart Stay  อีก

 

หน้า Lock Screen ชอง Samsung Galaxy Note 10.1

 

แต่อีกหลายๆ ส่วนก็มาจากตัว Galaxy Tab เอง เช่น ตัว Lite App ที่อยู่บน Dock อย่างในภาพข้างล่าง หรือพวก UI ในส่วนอื่นๆ ที่เป็นสำหรับเวอร์ชัน Tablet เป็นต้น

 

Lite App ของ Samsung Galaxy Note 10.1 สามารถเปิดขณะที่เปิด App อื่นอยู่ได้

 

แต่โดยหลักๆ แล้ว User Interface ของ Samsung Galaxy Note 10.1 ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากตระกูล Galaxy Tab ละครับ ดูจาก Screenshots ด้านล่างนี่แล้วกัน จะเห็นว่าหน้า Home Screen และ App Tray ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากตระกูล Galaxy Tab เท่าไหร่

 

หน้าจอ Home Screen ของ Samsung Galaxy Note 10.1

App Tray ของ Samsung Galaxy Note 10.1

 

แต่จุดเด่นจริงๆ ของเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 นี่ ไม่ได้อยู่แค่ที่ User Interface แบบตระกูล Galaxy Tab อะไรหรอกนะครับ … มันอยู่ที่หัวข้อถัดไปนี่ต่างหากล่ะ

 

Samsung Galaxy Note 10.1 กับแนวคิดการทำงานแบบ Multitasking

จนถึงตอนนี้ เราก็ยังไม่ได้เห็น Tablet ใดที่สามารถทำงานแบบ Multitasking ได้เต็มที่จริงๆ นะครับ (จริงๆ เกือบมีแล้ว นั่นคือ PlayBook ของ RIM แต่มันก็ทำได้แค่ดูหนังเป็นแบบ Thumbnail ไปพร้อมๆ กับเปิดเกม ที่ไม่สามารถเล่นได้จริงจัง) สำหรับอุปกรณ์พกพาอย่าง Smartphone หรือ Tablet แล้ว การทำงานแบบ Multitasking แบบที่โม้ มันก็แค่การทำงานเป็นแบบ Background เท่านั้น … และดูเหมือนว่าทิศทางของระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพามันจะออกไปในแนวทาง ทำงานทีละ App และอาจมีการทำงานแบบ Background บ้างก็เท่านั้น

แต่ Samsung คงเล็งเห็นความต้องการของผู้ใช้งานในจุดนี้ ก็เลยพยายามหาช่องทางสำหรับการทำงานแบบ Multitasking โดยก่อนหน้านี้ ใน TouchWiz ที่ใช้กับ Android Tablet นั้นก็มีความพยายามจะทำ Multitasking มาแล้ว แต่ออกมาในรูปของ Lite Apps ที่ไม่ใช่ App ตัวเต็มครับ และมีให้เลือกแค่ Alarm, Calculator, Email, Messaging (SMS), Music Player, Phone และ S Note ครับ

 

Lite Apps ของ Samsung Galaxy Note 10.1

 

แต่ในกรณีของ Samsung Galaxy Note 10.1 นั้น มันไม่ได้มีแค่นั้นแล้วครับ ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Multiscreen ทำให้เราสามารถเปิด App ที่สนับสนุนฟีเจอร์นี้พร้อมๆ กันได้ 2 ตัว โดยแบ่งกันไปตัวละครึ่งหน้าจอครับ โดย App ที่รองรับฟีเจอร์นี้ก็ได้แก่ Internet (ก็คือตัวเบราว์เซอร์), S Note, Video Player, Gallery, Polaris Office (โปรแกรมจัดการเอกสารออฟฟิศ) และ Email

 

ถ้าเป็น App ที่รองรับคุณสมบัติ Multiscreen จะสามารถเลือกเปิด App ควบคู่ไปด้วยได้

 

อย่างลองเปิดเว็บของผม ไปพร้อมๆ กับการดูคลิปวิดีโอแบบด้านล่างนี่ครับ … เพลินเลย ท่องเว็บไป ดูหนังไป … บางคนอาจจะเลือกเปิด Polaris Office เพื่อทำงานเอกสารไป แล้วเปิดเว็บเพื่อดูข้อมูลไว้สำหรับพิมพ์ใส่เอกสารไปด้วยก็ได้

 

เปิดเว็บกาฝากพร้อมๆ กับดูคลิปวิดีโอไปพร้อมๆ กันซะเลย

 

สำหรับคนชอบจดโน้ต S Note เวลาที่เปิดใช้แบบ Multiscreen เนี่ย มันสะดวกเลยครับ สามารถเก็บภาพหน้าจอเฉพาะฝั่งเดียวได้ จากนั้นก็ตัดรูปเฉพาะส่วนที่ต้องการ เอามาแปะไว้บน S Note โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมาเลย (แต่ ณ ตอนนี้ขั้นตอนการทำมันยังเยอะไปนิด)

 

สามารถจับภาพหน้าจอ แล้วดึงภาพบางส่วนมาแปะลง S Note ได้แบบนี้เลย

 

ยังไม่จบแค่นี้นะครับ … พอเอา Multiscreen กับ Lite Apps มาทำงานร่วมกันละก็ จะทำให้เปิดได้เยอะแยะเลยล่ะครับ … และนี่แหละคือที่มาของการที่ Samsung เขาจัดเต็มหน่วยความจำให้มากถึง 2GB ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้รองรับการทำงานในแบบ Multitasking ระดับนี้นั่นเอง

 

เปิด Multiscreen แล้ว ยังสามารถเปิด Lite Apps ได้อีกด้วยนะ

 

เผื่อใครยังไม่เก็ท ผมมีวิดีโอรีวิวให้ดูกันแบบสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=g5ArPHZmjYg[/tube]

 

S Pen ของ Samsung Galaxy Note 10.1

ทางทีมงานของ Samsung เขาให้ข้อมูลสเปกว่า S Pen ตัวใหม่ของ Samsung Galaxy Note 10.1 นั้น มี Pressure Sensitivity ที่ดีกว่าเดิม 4 เท่า แล้วก็มีสไลด์ให้ดูความแตกต่างด้วย ตรงนี้ต้องขอบอกว่า ฝีมือของผมอาจจะไม่ถึงจริงๆ เพราะผมทำออกมากี่ทีๆ มันก็ดูไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก สำหรับสายตา(และฝีมือ) ของผม

ผมลองเอา S Pen ทั้งเก่าและใหม่ มาขีดเส้นตวัดบน Galaxy Note เดิม และ Galaxy Note 10.1 เพื่อเปรียบเทียบดู (เส้นซ้ายคือ S Pen ตัวเก่า ส่วนเส้นขวามาจาก S Pen ตัวใหม่) ผลก็คือ ผมไม่เห็นความแตกต่างอะไร ไม่ว่าจะเขียนบน Galaxy Note หรือ Galaxy Note 10.1 … แต่ตรงนี้อาจเป็นผลมาจากฝีมือของผมไม่ถึงขั้นเองก็ได้นะ ผมแนะนำว่าถ้ามีโอกาส แล้วท่านผู้อ่านเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงการใช้ Stylus น่าจะลองด้วยตนเองดู

 

ลองใช้ S Pen ทั้งเก่าและใหม่ เขียนบนทั้ง Galaxy Note และ Galaxy Note 10.1 ผลคือ ไม่แตกต่าง

 

แต่ที่เห็นได้ค่อนข้างชัดๆ ก็คือ ถ้าใช้ S Pen ตัวใหม่แล้ว เส้นมันจะดูหนาๆ หน่อย ในขณะที่ S Pen ตัวเก่า (ที่อันเล็ก) เวลาเขียนแล้วเส้นจะดูเล็กกว่า ทั้งๆ ที่เลือกปากกาชนิดเดียวกัน และมีความกว้างของลายเส้นเท่าๆ กัน … ดูรูปเปรียบเทียบด้านล่างได้ครับ

 

เทียบลายเส้นของ S Pen ตัวเก่า กับ S Pen ของ Galaxy Note 10.1

 

ผลก็คือเวลาเอาไปวาดรูป ลายเส้นที่วาดด้วย S Pen ตัวเก่า มันจะดูเล็กกว่า … ถ้าปรับความกว้างของลายเส้นไม่มาก จะสังเกตยาก แต่ถ้าเกิดปรับความกว้างของลายเส้นให้กว้างๆ จะสังเกตได้เลยว่า S Pen ตัวเก่า จะเขียนออกมาแล้วเส้นเล็กกว่า S Pen ตัวใหม่ที่มากับ Galaxy Note 10.1 ครับ

 

ลองวาดรูปเทียบกันระหว่าง S Pen ทั้งสองรุ่น รุ่นเก่าจะให้ลายเส้นที่เล็กกว่า

 

ที่ปรับปรุงเพิ่มมาบน Samsung Galaxy Note 10.1 ก็คือ มีฟีเจอร์ Palm Recognition หรือก็คือ ตัว Galaxy Note 10.1 จะตรวจจับได้ว่านี่เป็น Stylus หรือเป็นอุ้งมือของเรา … เพราะเวลาเขียนด้วย Stylus นั้น มันอาจมีโอกาสที่มือของเราจะต้องไปสัมผัสกับหน้าจอ ซึ่งจะถูกมองว่าเป็นการแตะสัมผัส แล้วทำให้การเขียนมีปัญหา … ตอนเป็น Galaxy Note ตัวเก่า เวลาจะใช้ S Pen เขียน ต้องพยายามเลี่ยงไม่ให้อุ้งมือไปโดนหน้าจอ แต่ถ้าเป็น Galaxy Note 10.1 นั้น ไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้แล้ว

 

เวลาเขียนด้วย S Pen ก็สามารถวางมือหน้าหน้าจอได้เลย

 

ฟีเจอร์นี้ไม่มีบน Samsung Galaxy Note 10.1 ไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่าหน้าจอมันใหญ่มาก ธรรมชาติของมนุษย์เวลาจะเขียน ต้องวางอุ้งมือลงไปอยู่แล้ว … อ้อ! ฟีเจอร์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับตัว S Pen แต่อย่างใดครับ ดังนั้นจะใช้ S Pen ตัวเก่า (จาก Galaxy Note) หรือ S Pen ตัวใหม่ (ของ Galaxy Note 10.1) ก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา

เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้น่ะสิ … แต่เดี๋ยวค่อยมาต่อกันตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

6 Responses

  1. มะปราง says:

    โอ้โห…กำลังหาข้อมูลเรื่องอุ้งมือโดนหน้าจอจะเป็นยังไงอยู่เลยค่ะ
    จะซื้อใช้แทนแท็ป7นิ้วรุ่น3ปีที่แล้ว (ขายไปแล้ว6พัน)
    ขอบคุณมากนะคะ K.kafaak
    วาดการ์ตูนเก่งนะคะ

  2. non says:

    ทำไมเครื่องผมถึงใช้ mutiscreen ไม่ได้อ่ะครับ

    • kafaak says:

      ไม่เห็นไอคอน? ฟีเจอร์นี้ enable by default เลยนะครับ
      ถ้ายังไง ก็อยากเห็น screenshot ของหน้าจอ เผื่อจะได้เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ

      • non says:

        มันไม่มีปุ่มให้กดอ่ะครับ ต้องไปตั้งค่าตรงไหนก่อนรึเปล่า

        • kafaak says:

          ตอนผมลอง ผมไม่ต้องไปตั้งค่าที่ไหนเลย … แต่ตอนนี้ไม่มีเครื่องอยู่กับตัวแล้ว เลยไม่รู้จะช่วยแนะนำยังไง

Leave a Reply

%d bloggers like this: