ขีดๆ เขียนๆ เพลินมือ รีวิว Samsung Galaxy Note 10.1 ตอนที่ 1

วันก่อนได้รับเชิญจาก Samsung ไปร่วมปาร์ตี้อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นการแอบเปิดตัว Samsung Galaxy Note 10.1 ให้กับเหล่าบล็อกเกอร์ได้ยลโฉมอย่างไม่เป็นทางการครับ และเช่นเคย ด้วยความสามารถพิเศษส่วนตัว (คือไปต่อแถวเข้าคิวรอรีวิวได้เร็วกว่าเพื่อน) ก็เลยทำให้ได้เจ้านี่มารีวิวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะถูกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตามที่ Samsung เขาบอก คือ วันที่ 30 สิงหาคม นี้ครับ ด้วยสนนราคา 21,900 บาท ครับ … แต่ทีนี้ Samsung Galaxy Note 10.1 มีอะไรน่าสนใจบ้าง ลองไปติดตามอ่านรีวิวกันได้เลยครับพี่น้องครับ

 

หยิบๆ จับๆ เอา Galaxy Note 10.1 มาดู

ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงมากครับ ลุยรีวิวกันเลยดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าผมอู้ (หุหุ) บอกตรงๆ ว่าเจ้านี่หน้าตาไม่แตกต่างไปจาก Samsung Galaxy Tab 2 10.1 เท่าไหร่เลย ดีไซน์ออกมาได้ใกล้เคียงกันมากเลยละครับ อันนี้รวมไปถึงตัววัสดุที่ใช้ด้วย ก็เลยทำให้พอหยิบจับขึ้นมามันให้ความรู้สึกเดียวกันกับ Galaxy Tab 2 10.1 จริงๆ เลยครับ

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy Note 10.1

 

ด้านหน้าเป็นจอ PLS (Plain-to-Line Switching) ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล (จอ PLS จริงๆ ก็คือพัฒนาการต่อจากจอ IPS ครับ … รายละเอียด อ่านดูจากบล็อกไขปริศนาสเปกหน้าจอของผมได้ … อ่านตอนที่ 3 นะครับ) เพราะหน้าจอใหญ่ ความละเอียดเพียงเท่านี้จึงไม่เรียกว่าเป็น High Resolution ได้ มี Pixel Density แค่ 149ppi เท่านั้นเอง แต่ก็รองรับการสัมผัสได้สูงสุด 10 จุดอ่ะนะครับ และแสดงผลสีได้ 16 ล้านสีสมจริง

ดีไซน์ที่เหมือนกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 อีกอย่างก็คือมีลำโพงสเตริโออยู่ด้านหน้าครับ ซึ่งตรงนี้ตอนที่ผมรีวิว Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ก็พูดถึงดีไซน์ไปเหมือนกัน เพราะว่าการวางลำโพงไว้ตรงนี้ มันทำให้ประสบการณ์ในการฟังมันได้เต็มๆ กว่าเอาไปวางไว้ด้านหลัง หรือด้านล่างครับ

 

ด้านหลังของ Samsung Galaxy Note 10.1

 

ด้านหลัง คล้ายๆ กับ Samsung Galaxy Tab อีกเช่นเคย … ไม่เหมือนเป๊ะนะ แค่คล้ายๆ น่ะ … มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash อยู่ และหากดูให้ดีๆ จะเห็นว่ามีสล็อตสำหรับใส่ S Pen ซึ่งเป็น Stylus ประจำตัวของ Samsung Galaxy Note 10.1 อยู่

 

ด้านบนของตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 10.1

 

ด้านบนของตัวเครื่องอย่างเพียบ ตามสไตล์ของ Galaxy ตระกูล Tab เลย (แต่ เอ๊ะ! ได้ข่าวว่าไอ้นี่มันตระกูล Galaxy Note หุหุ) มีสล็อตใส่ SIM Card มีฝาปิดมิดชิด, มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., มีสล็อตใส่ MicroSD Card มีฝาปิดมิดชิดอีกเช่นกัน แล้วก็มีปุ่มปรับระดับเสียง และ ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ … แอบเห็นมีพอร์ตอินฟราเรดด้วย แต่ว่าเป็นเพราะเจ้านี่เป็นตัวทดสอบครับ ดังนั้นเลยมีพอร์ตนี้มาให้ แต่ตัวขายจริงน่ะไม่มีนะครับ … งวดนี้มาแปลกครับ เพราะ Samsung จะมีพอร์ตอินฟราเรดให้ด้วย เวลาที่ขายจริง (ตอนแรกผมนึกว่าจะไม่มี เพราะปกติพอร์ตนี้จะโผล่มาในตัวทดสอบ แต่ของจริงไม่มีซะทุกที แต่งวดนี้เอะใจ เพราะตอนรีวิวไปรีวิวมา ดันไปเจอ App ชื่อ Peel ที่เป็น Smart Remote ครับ เลยสอบถามไปทาง Samsung พบว่า งวดนี้มีพอร์ตอินฟราเรด) ต้องขออภัยกับข้อมูลที่ผิดพลาดด้วย

 

ด้านล่างของตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 10.1

 

ด้านล่าง มีรูไมโครโฟน แล้วก็มีพอร์ต 30-pin เฉพาะตัวของ Samsung เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ แล้วก็เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ครับ … ส่วนด้านข้างนี่ไม่มีอะไรครับ เรียบๆ ง่ายๆ

 

สล็อตใส่ S Pen ของ Samsung Galaxy Note 10.1

 

เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Note ตัวแรก (5.3 นิ้ว) เจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 เนี่ยมีสล็อตสำหรับใส่ S Pen ที่เป็น Stylus เอกลักษณ์ของ Samsung ด้วย สามารถเก็บ S Pen ได้เนียนทีเดียวเลยล่ะ

 

(บน) S Pen ของ Galaxy Note 10.1 (ล่าง) S Pen ของ Galaxy Note

 

ดูกันชัดๆ กับ S Pen สำหรับ Samsung Galaxy Note 10.1 ครับ เจ้านี่มีขนาดใหญ่กว่า S Pen ของ Galaxy Note ตัวแรกอยู่พอสมควร ดูจากรูปเปรียบเทียบได้ครับ ทำให้การจับนั้นถนัดมือขึ้น และทาง Samsung เองก็บอกว่า ได้ปรับปรุงให้มี Pressure Sensitivity ได้ดีขึ้น 4 เท่า หรือพูดง่ายๆ รับรู้แรงกดได้ดีมากขึ้นมากๆ อยากเขียนเส้นบางเส้นทึบก็สามารถผ่อนแรงกดเอาได้ตามสะดวก … ที่สำคัญ ใครไม่ชอบหัวพลาสติก ก็สามารถถอดเปลี่ยนหัวของ S Pen เป็นแบบยางได้ครับ

 

ได้เวลาดูที่สเปกและวัดประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 10.1

แน่นอนว่า Samsung Galaxy Note 10.1 ออกมาในยุคนี้เวลานี้แล้ว ต้องมาพร้อมกับสเปกแบบแรงสุดใจแน่ๆ … ก็เล่นออกมาหลัง Samsung Galaxy SIII นี่นะ แล้วสเปกจะเป็นยังไงล่ะ?

  • CPU: Exynos 4412 Quad-core 1.4GHz
  • GPU: Mali-400MP
  • RAM: 2GB
  • Internal Storage: ในไทยเอาเฉพาะรุ่น 16GB มาขาย
  • Display: PLS LCD 10.1″ ความละเอียด 1280×800 พิกเซล (149ppi) แสดงผล 16 ล้านสี รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 10 จุด
  • Connectivity:
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band (รองรับย่าน 2.4GHz และ 5.0GHz)
    • Bluetooth: 4.0 A2DP
  • Battery: 7,000mAh
  • Dimensions: 262 มม. x 180 มม. x 8.9 มม.
  • Weight: 600 กรัม

ดูๆ ไปแล้ว สเปกของ Samsung Galaxy Note 10.1 นี่มาแบบจัดเต็มเลยทีเดียวละครับ CPU กับ GPU นี่ระดับเดียวกับ Samsung Galaxy SIII เลย แต่ให้ RAM มามากถึง 2GB เลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้ดูว่าเจ๋งแค่ไหน คงต้องวัดประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ ดีกว่า

 

ผลการทดสอบ Samsung Galaxy Note 10.1 ด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ

 

คะแนนเรียกว่าสูปปรี๊ดเลยทีเดียว จะเป็น CPU, GPU หรือ I/O นี่ก็คะแนนสูงมากๆ ครับ … ผมลองเอาคะแนนไปเทียบกับ Samsung Galaxy SIII แล้ว Samsung Galaxy Note 10.1 นี่ได้คะแนนสูงกว่าพอสมควรเลยทีเดียว … ทำไมต้องสเปกแรงขนาดนั้น เดี๋ยวไว้รีวิวกันตอนหน้าจะได้รู้กันครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

13 Responses

  1. kaka1990 says:

    ถ้ามีวีดีโอรีวิวด้วยจะแจ่มมากครับ : )

    • kafaak says:

      ไปหาดูเป็นช่วงๆ (และหลินฮุ่ย) ที่ http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ผมไม่นิยมทำรีวิวเป็นวิดีโอยาวๆ แต่จะเน้นเฉพาะบางฟีเจอร์

  2. lo says:

    จอของ Galaxy note 10.1 เนี่ยมันชัดไหมอ่ะ

    • kafaak says:

      ก็ประมาณ Acer Iconia Tab A500, Motorola Xoom, Samsung Galaxy Tab 10.1 ครับ เพราะ Pixel Density พอๆ กัน … แต่ได้เปรียบเรื่องความสว่าง และมุมมองที่กว้างกว่า เพราะเป็นจอ PLS (Plane-to-Line Switching)

  3. tonz says:

    ตอนแรกก็อยากได้อยู่ครับ เจอบทความรีวิว ของฝรั่งเว็บนี้เข้าไปจุกเลย…คิดหนักเลย
    http://www.androidpolice.com/2012/08/21/samsung-galaxy-note-10-1-review-an-embarrassing-lazy-arrogant-money-grab/

    • kafaak says:

      ผมเห็นด้วยกับเรื่อง
      – หน้าจอ ที่น่าจะเป็น 1920×1200 พิกเซลครับ แปลกใจมากว่าทำไมใช้ความละเอียดระดับนั้น
      – S Pen ดูราคาถูกไปหน่อยจริงๆ … แต่ Stylus ที่มากับเครื่องส่วนใหญ่ที่ผมเคยเจอนับตั้งแต่สมัย Pocket PC ก็ประมาณนี้แหละครับ ยกเว้นก็ HTC Flyer ที่ดูดีทีเดียว … แต่ตรงนี้ผมมองว่าเพราะ Samsung ต้องการไม่ให้ต้นทุนสูงเกินไปนัก และน้ำหนักเบาด้วยรึเปล่า? (คงต้องถาม Samsung)

      แต่โดยส่วนตัว …

      – Build quality ไม่ได้ถึงกับเรียกว่า Terrible ครับ … ผมบอกได้เลยว่าไม่ได้ดีเลิศ (และบล็อกเกอร์บางคนก็เห็นด้วยกับผม) ดีไซน์ก็อย่างที่ผมบอกว่า มันเหมือน Galaxy Tab 2 10.1 เกินไปหน่อย แต่มันไม่ได้ถึงขนาดเสียงพลาสติกดังเอี๊ยดๆ อะไรขนาดนั้น (อ้อ! ของไทยเราประมาณ $700 ครับ เพราะเป็น 3G + WiFi เมืองนอก $500 เพราะ WiFi-only)
      – ไอ้ที่บอกว่า Ugly two-tone เนี่ย ผมว่าเป็นเรื่องของความเห็นส่วนตัวครับ คนชอบก็น่าจะมี คนไม่ชอบก็น่าจะมีเช่นกัน เรื่องความสวยงาม ปกติต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเป็น “ความเห็นส่วนตัว”
      – NFC เนี่ย ไอ้คนเขียนมันจะได้ใช้รึเปล่ายังไม่รู้เลย ที่แน่ๆ มันไม่สะดวกเอาพกไปใช้เวลาซื้อของผ่าน Google Wallet แน่ๆ (ใช้มือถือดีกว่าเยอะ) ยิ่งประเทศไทยยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ NFC ในบ้านเรายังอีกยาวไกลกว่าจะเกิด … ถึงตอนนั้นคุณไม่ได้ถือใช้ Galaxy Note 10.1 ร้อก
      – Multitasking (ฟีเจอร์ Multiscreen) ผมมองว่า แล้วแต่คนครับ คนที่ได้ใช้อย่างที่ผมรีวิวไป เขาได้ใช้จนคุ้มแน่ แต่คนที่วันๆ ไม่ได้ใช้พวกนี้ ก็รู้สึกว่ามีไปทำไม(วะ) … แต่ก็อย่างที่ผมบอก ผมรอดู Samsung ว่าจะเปิด API ให้นักพัฒนา App เขาเรียกใช้ฟีเจอร์ Multiscreen นี้ไหม และนักพัฒนาจะเล่นด้วยไหม

      ก็ประมาณนี้ครับ

  4. wat wattana says:

    เรียนคุณกาฝากที่นับถือ
    เมื่อไหร่ microsoft surface เข้ามาช่วยรีวิวหน่อยนะครับ
    หรือเขียนถึงบ้าง เท่าที่ทราบข้อมูลตอนนี้ได้ไหม
    ผมน่าจะใช้พรีเซ็นต์ไฟล์พาวเวอร์พ็อยท์ได้ไหมครับ
    เห็นด้วยไหมครับ ถ้าผมจะรอซื้อ microsoft surface แทนที่จะซื้อ
    เน็ตบุคหรืออัลตร้าบุคเบาๆ(เพราะต้องพกพาไปตลอด) และมีโน้ตบุคใหญ่อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว
    ขอความเห็นด้วยครับ
    ขอบคุณมากครับ

    • kafaak says:

      ถ้าผมได้เครื่องมา มีหรือจะไม่รีวิว (ฮา)
      ตัว Surface จะติดตั้ง MS Office 2013 ได้แน่ๆ ดังนั้น PowerPoint ไม่ต้องห่วง แต่ปัญหามันจะไปอยู่ที่ มันจะต่อกับ Projector ได้หรือเปล่านี่มากกว่า (ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล)

      โดยส่วนตัว ถ้าไม่รีบ ผมแนะนำว่ารอปลายปีแล้วค่อยว่ากันก่อน เพราะจะมี Windows RT Tablet (Tablet Windows 8 ที่ใช้ชิป ARM) ออกมาอีกหลายรุ่น ค่อยๆ ดูไปดีกว่าครับ … ส่วนเน็ตบุ๊กนี่ไม่แนะนำ แนะนำ Ultrabook ดีกว่า แต่น่าจะรอ Q2 ของปีหน้า อาจจะได้เห็นที่ราคาไม่แรง และรองรับ Windows 8 เต็มที่

  5. wat wattana says:

    ขอถามเพิ่มอีกนิดครับ
    ถ้าใช้tabletที่เป็น windows ก้เสียโอกาสในการใช้อะไรดีๆอีกหลายอย่างในแอนดรอยด์
    คิดว่าwindowsจะทำแอพสโตร์เหมือนแอบเบิ้ล และแอนดรอยด์ไหมครับ จำเป็นต้องใช้พาวเวอร์พ็อยท์มากๆ
    หรือคงต้องยอมใช้มือถือแอนดรอยด์เพิ่มเอา
    อีกอย่างผมไม่ค่อยข้าใจเรื่องที่ว่า “จะมี Windows RT Tablet (Tablet Windows 8 ที่ใช้ชิป ARM) ออกมาอีกหลายรุ่น” แล้วนี่จะมี MS Office 2013 อีกแล้วหรือครับ หวังว่าคงไม่เหมือนตอนที่พัฒนาจาก๒๐๐๓มาเป็น๒๐๐๗ ทำให้ผมต้องมาแก้สไลด์หมดเลย เพราะตัวหนังสือกระเด้งหมดเลย ถ้าจะไม่ให้กระเด้งควรใช้ ฟ็อนท์อะไรครับ ขอคำแนะนำด้วย
    ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      – ถ้ายังเน้นใช้ PowerPoint อยู่อย่างเต็มที่ ยังไงๆ ก็ต้อง Tablet ตระกูล Windows ครับ (จริงๆ ผมอยากแนะนำตัว Laptop เลยมากกว่า เพราะจะต่อกับ Projector สะดวกที่สุด)
      – Microsoft ทำ App Store แบบ Apple/Google แล้ว ใช้ชื่อว่า Market ครับ และจะมีบน Windows 8 ด้วย (แต่มีบน Windows Phone 7 มาแล้ว)
      – Microsoft Office 2013 มีตัว Preview ให้ดาวน์โหลดไปทดลองใช้ได้ฟรีๆ แล้วครับ (http://www.microsoft.com/office/preview/en)
      – เรื่องฟ้อนต์ ผมไม่แน่ใจ ผมไม่เชี่ยวชาญ แต่ปกติ ผมจะใช้ฟ้อนต์ตระกูล UPC อยู่แล้ว ไม่ก็ Tahoma/Microsoft Sans Serif เพราะว่าจะได้ไม่เจอปัญหาเวลาเปลี่ยนเวอร์ชัน (ฟ้อนต์ที่เป็นมาตรฐานของ Windows เปลี่ยนเวอร์ชันยังไงก็ยัง OK)

  6. wat wattana says:

    ขออีกนิดนึงครับ
    ถ้าอยากใช้มือถือแอนดรอยด์เอาไว้ต่อเน็ต ดูทีวีออนไลน์ ดูสารคดีจากยูทูบ
    อ่านอีบุ๊คขณะเดินทาง ใช้จีพีเอสเวลาขับรถ มีโปรแกรมเตือนงานรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
    โทร.ติดต่องาน ถ่ายวิดีโอHD ไม่แชท ไม่เล่นเกมส์ ราคาโอเค แบตนานพอสมควร
    แนะนำเป็นยี่ห้อไหนบ้าง รุ่นไหนบ้างครับ
    ขอบคุณมากครับ

    • kafaak says:

      ลองพิจารณา Oppo Find 3 ครับ หมื่นต้นๆ ไม่แพง แต่ต้องหาโปรแกรม GPS มาติดตั้งเอง (พูดง่ายๆ ต้องซื้อมาเอง) … ส่วนเรื่อง TV Online, YouTube, อ่านอีบุ๊ก โปรแกรมเตือนงานต่างๆ มันเป็นเรื่องปกติที่ Android ทำได้แทบทุกตัวอยู่แล้ว (สนนราคา 9000++) การถ่ายวิดีโอ HD ต้องเลือก CPU ระดับ Dual-core หน่อย จะทำให้ถ่ายได้ลื่นขึ้น ไม่กระตุก (ซึ่ง Oppo Find 3 นี่เข้าข่าย)

      อ้อ! TV Online นี่ ผมไม่แน่ใจว่าคุณพูดถึงดูผ่านเว็บหรืออะไร แต่ต้องบอกว่าถ้าคิดจะดูผ่านเว็บอาจต้องทำใจ เพราะเว็บพวกนั้นใช้ Flash Player และบน Android นั้น Adobe เขาเพิ่งถอน Flash Player ออกไปหมาดๆ ครับ ดังนั้นอาจจะดูไม่ได้ …​ App สำหรับดู TV Online บน Android ผมยังหาดีๆ ซักตัวไม่ได้เลย (แต่บน iPhone/iPad เพียบ)

      ถ้าไม่คิดจะใช้ Oppo Find 3 ก็มี Motorola Atrix 2 ครับ อันนี้ก็ OK (แต่ GPS ก็ต้องหาซื้อโปรแกรมมาใช้เองเช่นกัน) สนนราคา 9,900 บาทเองด้วย

Leave a Reply

%d bloggers like this: