ถ่ายก่อน​ โฟกัสที่หลัง … รีวิวกล้อง Lytro

 

เผื่อใครไม่ทราบ กล้อง Lytro เนี่ยคือกล้องดิจิตอลที่สามารถถ่ายภาพก่อน แล้วค่อยมาปรับโฟกัสของภาพในภายหลังได้ นับว่าเป็นกล้องดิจิตอลแบบใหม่เลยทีเดียวละครับ เป็นหนึ่งใน Gadget ที่ผมอยากซื้อมาลองมากทีเดียว เพียงแต่ว่ามันไม่ยอมขายนอกประเทศสหรัฐและแคนาดา ก็เลยอดซื้อเลยละครับ แต่เผอิญว่าที่ครูฝรั่งที่ออฟฟิศเขากลับบ้านในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เขาก็เลยสั่งกล้อง Lytro มาใช้ด้วย ดังนั้นผมก็เลยถือโอกาสขอยืมเอามารีวิวให้ท่านผู้อ่านบล็อกของผม ได้สัมผัสกับ Gadget ที่นับว่าเป็นนวัตกรรมชิ้นนี้กันครับ

 

ก่อนอื่น ทำความรู้จักกับหลักการของกล้อง Lytro ก่อนดีกว่า

การที่กล้อง Lytro สามารถถ่ายภาพแล้วกลับมาโฟกัสใหม่ได้อีกครั้ง เขาใช้หลักการที่เรียกว่า Light Field ครับ ปกติแล้วกล้องดิจิตอลทั่วไป มันก็จะมีเลนส์กล้องวางไว้ข้างหน้า ตามมาด้วยเซ็นเซอร์ภาพ (Image Sensor) แต่สำหรับ Lytro นั้น ระหว่างเลนส์กล้องกับเซ็นเซอร์ภาพ มันจะมีชุดของไมโครเลนส์ ที่เอาไว้ทำให้แสงนั้นกระเจิงออกไปในทิศทางต่างๆ ซึ่งจะถูกเซ็นเซอร์ภาพเก็บเอาไว้ และหน่วยประมวลผลภาพของกล้อง Lytro ก็จะประมวลผลภาพเหล่านี้ทีหลัง

 

ภายในกล้อง Lytro

 Credit Image: Lytro.com

 

จากตรงนี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ Light Field ที่เป็นพื้นฐานของกล้อง Lytro ซึ่งผมสรุปมาจากเว็บ Lytro.com นะครับ

คำว่า Light Field นั้นเป็นแนวคิดหลักของศาสตร์แห่งภาพครับ เป็นสิ่งที่กำหนดว่าภาพจะออกมาเป็นอย่างไร เป็นจำนวนของแสงที่เดินทางจากทุกๆ ทิศทางและทุกๆ จุดของสภาพแวดล้อม ซึ่งกล้องทั่วๆ ไปนั้นไม่สามารถเก็บบันทึก Light Field ทั้งหมดไว้ได้ และนี่แหละคือนวัตกรรมที่ Lytro เขามีครับ คือการใช้เซ็นเซอร์ภาพที่เรียกว่า Light Field Sensor ที่สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่สี ความเข้ม และทิศทางของแสง

จากนั้น ก็ใช้ Light Field Engine ในการประมวลผลภาพ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยข้อมูลเหล่านี้ อัลกอริธึ่มของตัว Engine ก็จะช่วยให้สามารถปรับโฟกัสของภาพได้ แม้จะเป็นภายหลังจากการถ่ายภาพไปแล้ว

ไฟล์ภาพของ Lytro นั้นจะเป็นนามสกุล .LPF (Light-field Picture File) ครับ และแม้ว่าถ้าเรา Export รูปของ Lytro มาเป็น JPEG แล้วจะมีความละเอียดของไฟล์แค่ 3 ล้านพิกเซล แต่ตอนเป็น .LPF เนี่ย มันมีขนาดไฟล์ได้ใหญ่ถึง 12MB เลยทีเดียวนะครับ เพราะมันมีข้อมูลอื่นๆ ที่ไฟล์รูปทั่วๆ ไปมันไม่มีด้วยน่ะ

 

ลองดูหน้าตาของตัวกล้อง Lytro กันก่อน

หน้าตาของเจ้า Lytro นี่ รูปร่างเป็นแบบกระบอกสี่เหลี่ยมครับ เรียกว่าผิดปกติไปจากกล้องดิจิตอลทั่วๆ ไปเลยครับ … ตรงนี้น่าจะเป็นเพราะหลายๆ ปัจจัย เช่น เลนส์ซูมขนาด 8x, ชุดไมโครเลนส์ และ ตัว Light Field Engine … แต่การออกแบบรูปร่างแบบนี้ ก็ทำให้ถ่ายรูปมือเดียวได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นะครับ มีสายคล้องมือมาให้ด้วย เผื่อหลุดมือขณะถ่ายรูป

 

กล้อง Lytro มีรูปทรงแปลกๆ ครับ เป็นทรงสี่เหลี่ยมเป็นกล่องแบบนี้เลย

 

ตัวบอดี้ของกล้องเป็นอลูมิเนียม ส่วนท้ายของตัวกล้องเป็นยาง ทำให้จับกระชับมือ ด้านหนึ่งจะเป็นปุ่มบุ๋มๆ ลงไป อันนี้เป็นชัตเตอร์ครับ แล้วใกล้ๆ กันก็เป็นแถบซูม ซึ่งมีลักษณะเป็นปุ่มนูนเล็กๆ หลายๆ อัน … ถ้าเราเอานิ้วไปลูบตรงนี้เบาๆ มันก็จะเป็นการซูมภาพครับ

 

ด้านบนของตัวกล้อง จะเป็นปุ่มชัตเตอร์ (ตรงที่บุ๋มๆ ลงไป) และแถบซูมซึ่งสังเกตได้ยากจริงๆ

ให้ดูกันชัดๆ อันนี้คือแถบที่ไว้สำหรับซูมภาพครับ

 

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง มีรูสำหรับร้อยสายคล้องมือ, ปุ่มเปิดเปิดตัวเครื่อง และพอร์ต Micro USB ที่เอาไว้สำหรับชาร์จกล้องและเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ … เจ้านี่ดีไซน์ในแคลิฟอร์เนีย แต่ผลิตในประเทศจีนครับ ตามระเบียบ หุหุ

 

ด้านล่างของตัวกล้อง มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และพอร์ต Micro USB

 

หน้าจอของกล้อง Lytro นี่มีขนาด 1.52 นิ้วครับ เป็นแบบ Touchscreen ประเภท Capacitive ด้วย … ตัวเครื่องมีสัดส่วน (กว้าง x ยาว x สูง) คือ 40.9 มม. x 40.9 มม. x 112.01 มม. หนัก 214.04 กรัม ก็ไม่ถึงว่าใหญ่โตมากมาย และไม่ได้หนักจนเกินเหตุ มีให้เลือก 2 รุ่นความจุ คือ 8GB และ 16GB (ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นรุ่น 8GB)

ด้านหน้าของตัวกล้อง เป็นเลนส์ขนาดค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียวครับ (ถือว่าใหญ่มาก ถ้าเทียบกับกล้องดิจิตอลทั่วๆ ไป) ฝาปิดของเจ้า Lytro นี่เป็นยางที่มีแผ่นแม่เหล็กติดอยู่ ใช้แรงแม่เหล็กในการทำให้ฝากล้องมันติดอยู่กับตัวเครื่อง จะได้แกะออกได้สะดวก … แต่ข้อเสียก็คือ ฝามันหลุดง่ายหากเก็บหรือถือไว้ไม่ดี เกี่ยวอะไรนิดหน่อยก็หลุดแล้ว เสี่ยงต่อการหายมากมาย

 

ด้านหน้าของกล้อง Lytro

 

User Interface ของเจ้ากล้อง Lytro นี่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายครับ … จอสัมผัสก็ใช้งานง่าย ใครคุ้นเคยกับ iPhone/Android Smartphone ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือก็พอจะเล่นได้อยู่ครับ

 

User Interface ของกล้อง Lytro ในโหมดดูรูปภาพ

 

โหมดถ่ายรูปของกล้อง Lytro มี 2 โหมด คือแบบที่ใช้ Tap-to-Focus เพื่อปรับ Exposure ของภาพ กับ Creative Mode ที่ใช้ Tap-to-Focus เพื่อปรับโฟกัสของภาพ ซึ่งอย่างหลังผมรู้สึกว่าไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรชัดเจนมากเท่าไหร่ เพราะสุดท้าย เราก็เอามาปรับโฟกัสของภาพได้ภายหลังอ่ะ เหอๆ

 

User Interface ของโหมดถ่ายรูปของกล้อง Lytro

 

ถ่ายรูปเสร็จ ปรับโฟกัสกันใหม่ได้

เสียบเจ้า Lytro เข้าไปในเครื่อง มันก็จะให้เราติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เอาไว้สำหรับปรับโฟกัสของรูป … แต่ในตอนนี้เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ยังไม่มี มีแต่เวอร์ชันสำหรับ Mac OSX ครับ ตอนนี้มีเวอร์ชัน Mac OSX และ Windows 7 64-bit ครับ (Windows อื่นๆ ไม่รองรับนะ 32-bit ไม่ต้องหวัง เหอๆ) ขอบคุณท่านผู้อ่านที่ทักมาทาง Google+ ให้ผมไปเช็คข้อมูลอีกรอบครับ

 

เสียบ Lytro เข้าเครื่องปุ๊บ เตรียมพร้อมติดตั้ง App

 

ติดตั้งเสร็จแล้ว เรียกโปรแกรมขึ้นมาดู มันจะดาวน์โหลดรูปจากในกล้อง Lytro มาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ … ดาวน์โหลดเสร็จ มันจะให้เราเลือกได้ว่าจะลบรูปในกล้องทิ้งไหม … ต้องไม่ลืมนะครับ ขนาดความจุ 8GB เก็บรูปได้ราวๆ 350 รูปเท่านั้น … ใครชอบถ่ายรูป ก็แนะนำให้เอารูปลงคอมฯ บ่อยๆ ครับ … โปรแกรมที่ติดตั้งนี้ สามารถใช้ปรับโฟกัสของภาพได้ และเมื่อหนำใจแล้วก็สามารถแชร์ขึ้นไปบนเว็บ lytro.com และ Facebook ได้

 

Lytro App เอาไว้สำหรับดึงไฟล์รูปจากในกล้อง Lytro มาลงเครื่องคอมพิวเตอร์

 

ปรับโฟกัสกันได้ยังไง … อืมมมม ให้ดูตัวอย่างจริงๆ เลย มันน่าจะดีกว่าการเก็บ Screenshot มาให้ดูครับ … ข้อดีของเจ้า Lytro นี่คือ เวลาแชร์ขึ้นเว็บ Lytro.com หรือ Facebook มันจะยังคงความสามารถในการปรับโฟกัสของภาพได้อยู่ครับ ดังนั้น ลองไปดูที่ Lytro Public Picture ที่ผมโพสต์ไว้ดูครับ

 

รูปที่ถ่ายด้วย Lytro แล้วแชร์บน Facebook ก็สามารถปรับโฟกัสได้

 

โดยสรุปของกล้อง Lytro

ถ้าเป็นคนรักการถ่ายรูป ชอบลูกเล่นในการถ่ายรูป ชอบแชร์รูปแล้วมีลูกเล่น เจ้านี่อาจจะเป็นคำตอบของคุณก็ได้ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่านี่มันรุ่นแรกสุดของกล้องดิจิตอลตามแนวคิดนี้ ในอนาคต น่าจะมีการพัฒนาไปมากกว่านี้ อาจจะได้เห็นขนาดที่เล็กลง หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ใครจะไปรู้ … หน้าจอ 1.52 นิ้วมันไม่เล็กไปสำหรับการใช้งาน การสัมผัสไม่ได้รู้สึกว่าลำบาก แต่ว่าเวลาที่จะทดลองปรับโฟกัสของภาพที่ถ่ายในกล้อง Lytro เนี่ย หน้าจอ 1.52 นิ้ว มันทำให้ไม่เห็นรายละเอียดเท่าไหร่

ซอฟต์แวร์ยังไม่มีรองรับสำหรับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ดังนั้นถ้าคิดจะซื้อกล้อง Lytro ณ ตอนนี้ คงต้องถามตัวเองว่ามีเครื่อง Mac หรือยัง … สนนราคาของตัวกล้อง ไม่ถือว่าแพงนะครับ สำหรับกล้องดิจิตอล … $399 สำหรับรุ่น 8GB และ $499 สำหรับรุ่น 16GB  … สีก็มีให้เลือก 3 สี แต่ว่าก็แยกตามรุ่นอีก คือ รุ่น 16GB เป็น Red Hot ส่วนรุ่น 8GB ก็เป็น Electric Blue และ Graphite ครับ (รุ่นที่ผมได้มารีวิวคือสี Graphite)

 

กล้อง Lytro มี 3 สีให้เลือกแบบนี้

 

Lytro เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่น Gadget ใหม่ๆ ครับ … ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของมันก็คือ การถ่ายรูปโดยไม่ต้องไปแคร์ว่าภาพหลุดโฟกัสไหม เพราะแม้จะออกมาเบลอ เราก็ยังสามารถปรับโฟกัสใหม่ได้อยู่ดี

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Chat says:

    แล้วเราได้ภาพเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเสมอหรือครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: