ของแรงจากแผ่นดินใหญ่ รีวิว Meizu MX ตอนที่ 3

Print Friendly, PDF & Email

Credit Image: http://en.meizu.com

 

เอาล่ะ มาถึงตอนสุดท้ายของการรีวิว Meizu MX กันแล้วครับ ในตอนนี้ก็ตามธรรมเนียมฮะ คุยกันเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และการถ่ายรุปและถ่ายวิดีโอครับ … ต้องบอกว่าใช้งานมาจนถึงตอนนี้เนี่ย ผมรู้สึกว่าเจ้า Meizu MX  นี่คุ้มค่าตัวของมันมากเลยครับ ไม่จะด้วยสเปกที่แรงเกินราคา ขนาดที่เรียกว่าเหนือกว่า Samsung Galaxy SIII ซะอีก แล้วก็ User Interface ที่มีความแตกต่างแหวกแนวไปจาก Android Smartphone อื่นๆ อย่างแรง และระบบ Cloud ที่เรียกว่า Flyme Sync ที่ให้เรา Sync ข้อมูลจำพวก Settings และ Contacts ต่างๆ ไปแบ็กอัพเก็บเอาไว้ได้อีกด้วย

 

การใช้ Meizu MX เพื่อการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย

ด้วยสเปกของ Meizu MX แล้ว ผมคาดหวังเอาไว้สูงเลยครับว่ามันจะรับชมไฟล์มัลติมีเดียได้สะใจแน่นอน ทั้ง CPU Exynos Quad-core 1.5GHz แถม GPU ระดับ Mali-400MP แล้วก็ยังมีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 640×960 พิกเซล (288ppi … แต่ทาง Meizu บอกว่าเป็น 292ppi) ด้วย เลยทำให้ผมต้องลองเปิดวิดีโอคลิปความละเอียดระดับ Full HD 1080p เลยครับ

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ก็ต้องเป็นคลิปที่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ธที่ 2 ทรงโดดร่มกับเจมส์บอนด์สิครับ ความละเอียดระดับ 1080p เป็นไฟล์ MP4 เลย

 

เพื่อให้เข้าบรรยากาศ เลยเปิดคลิปของ Olympic 2012 ซะเลย

 

ผลก็คือ ถ้าเกิดใช้ CPU Level เป็น Normal ซึ่งจะทำให้ความเร็ว CPU ลงมาเหลือ 1GHz นั้น จะสามารถเล่นไฟล์ 1080p ได้ดีระดับหนึ่ง แต่จะแอบกระตุกนิดๆ แบบนานๆ ที แต่ก็รู้สึกได้เลยว่ากระตุก เพราะเสียงมันกระตุกไปกึกนึงเลย … ถ้าจะดูวิดีโอ 1080p ละก็ แนะนำว่าปรับ CPU Level เป็น High ดีกว่าครับ (ไปปรับที่ Settings > Accessibility > CPU Level ครับ)

มาดูที่คุณภาพเสียงของมันบ้าง … เช่นเคย @mrkui น้องชายของผมที่เป็นนักดนตรี รับหน้าที่รีวิวให้ผม แล้วผมก็สรุปมาให้อ่านกันครับ … เขาว่ายังงี้

“เสียงที่ได้จากลำโพงนั้นฟังดูดี ชัดเจน มีเสียงกลางที่นวลฟังดูดี โทนเสียงของย่านแหลมไม่สวยเหมือนมือถือแพงๆ บางรุ่น แต่ก็ไม่ขี้เหร่เลย ที่ขาดจริงๆคือย่านต่ำ ซึ่งร้อยละ 80 ของมือถือทั่วไปก็จะเป็นในลักษณะเดียวกัน และจุดสังเกตสองจุดคือ ย่านเสียงสูงถูกเน้นจนได้ยิน Noise ที่เกิดจากการแปลงเพลงเป็น MP3 และหากเร่งระดับเสียงเกิน 60% จะเริ่มได้ยินเสียงแตกพร่า และที่อยากติก็คือลำโพงอยู่ในตำแหน่งที่เวลาถือด้วยมือขวาแล้วมีโอกาสไปอุดได้พอดีเป๊ะ”
ในส่วนของการรีวิวหูฟัง ซึ่งปกติแล้วจะบอกได้ถึงคุณภาพของวงจร DAC (Digital-to-Analog Converter) ที่จะแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณอนาล็อกสำหรับหูฟัง และคุณภาพของตัวหูฟังที่แถมมา ผมต้องบอกว่าอย่างหลังนี่หมดสิทธิ์ครับ เพราะ Meizu นี่อินดี้มาก ไม่แถมชุดหูฟังมาให้ครับ มันแบ่งขายต่างหาก (ซะงั้น) เลยลองเอาหูฟังแบบดาษๆ ที่ผมมีอยู่ที่บ้านให้น้องชายเอาไปรีวิวให้ และได้ผลแบบนี้

“ลองฟังด้วยหูฟัง ก็ให้เสียงที่ชัดเจน มีความแฟลต ไม่ได้เน้นย่านใดย่านหนึ่งจนเกินไป มิติที่ได้ไม่ลึกนัก สำหรับระบบขยายเสียงก็ทำได้ดี เมื่อขยายเสียงแล้วเสียงที่ได้ยังเป็นไปในลักษณะเดิม ไม่กลวง ไม่ล้น ไม่เบลอ”

พูดง่ายๆ ก็คือ คุณภาพของทั้งลำโพง และ เสียงที่ได้จากหูฟังเนี่ย ก็ต้องจัดว่าเป็นแบบ ธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรดีโดดเด่น แต่ว่าก็ไม่ถึงกับเลวร้ายครับ เรียกว่า พอตัวๆ

 

ลองเอา Meizu MX มาเล่นเกมดู

ผมไม่ห่วงว่าเจ้านี่จะเล่นเกมได้ไม่เวิร์คครับ สเปกที่แรงขนาดทดสอบ Benchmark แล้วได้คะแนนสูงกว่า Samsung Galaxy SIII นี่ การเอามาเล่นเกม 3D เจ๋งๆ … แต่มันน่าเสียดายตรงนี้เจ้านี่เป็นแบรนด์จีน ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่โตอะไรก็เลยทำให้เกมที่จะมาเล่นกับเจ้านี่ได้มีไม่มากเท่าไหร่ (เรื่องของเรื่องคือ เกม 3D เจ๋งๆ บน Android นั้นมันต้องจากค่าย Gameloft แต่เกมจากค่ายนี้มันทำขึ้นมาสำหรับ Android Smartphone/Tablet โดยเฉพาะ)

ลองไปค้นใน Google Play ดูก็เจอเกมใหม่ๆ ของค่าย Gameloft อยู่เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น Modern Combat 3: Fallen Nation หรือ Asphalt 7: Heat แต่ว่าเกม Modern Combat 3 นี่ดาวน์โหลดได้ แต่เวลาจะเล่น ก็ดันบอกว่าไม่ Compatible กับเจ้า Meizu MX ซะงั้น

 

ไม่สามารถเล่นเกม Modern Combat 3 บน Meizu MX ได้

 

หรือถ้าลองไปพยายามดาวน์โหลดเกม Asphalt 7: Heat ละก็ ก็จะเจอข้อความบอกว่า “Your device isn’t compatible with this version.” หรือเจ้า Meizu MX ไม่รองรับเกมนี้ … เฮ่อ … น่าเสียดาย

 

เกม Asphalt 7: Heat นี่ เห็นบน Google Play แต่ดาวน์โหลดไม่ได้

 

สุดท้าย เลยต้องดาวน์โหลดเกม Dead Space มาแทนครับ … เกมอย่าง Dead Space หรือ Shadowgun นี่ดีอยู่อย่าง เล่นได้กับ Android Smartphone เกือบทุกยี่ห้อทุกรุ่นเลย (เหอๆ) และกราฟิกก็ถือว่าสวยดีทีเดียว … แต่จริงๆ อยากลองเล่น Asphalt 7: Heat ด้วยเจ้านี่ดีกว่า … แต่เอาไงได้ล่ะ มีอะไรให้รีวิวก็จัดรีวิวไปก่อนแล้วกัน เหอๆ … ดูวิดีโอรีวิวด้านล่างนี่ได้เลยครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=WbEmn1uQE-o[/tube]

 

เอาล่ะ ได้เวลาถ่ายรูปกับวิดีโอด้วย Meizu MX กันบ้าง

โอเค ดูเรื่องสเปกของกล้องของ Meizu MX แล้ว เซ็นเซอร์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้นก็ถือว่าอยู่ในระดับไฮเอนด์ทั่วๆ ไปแล้วล่ะ ที่เหลือก็คือเรื่องของ Camera App ว่าทำได้ดีแค่ไหน และคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้เป็นยังไงบ้าง

Meizu MX ก็มีการปรับ Camera App มาเป็นของตัวเองเหมือนกัน แต่ความสามารถในการปรับแต่งและลูกเล่นนั้น ดูจะสู้พวกแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง HTC หรือ Samsung ไม่ได้ครับ แต่ว่าก็สามารถปรับแต่งได้ระดับกล้องดิจิตอลทั่วๆ ไปเลย คือ ปรับ ISO และ White Balance ได้ เลือก Scene ถ่ายภาพได้ มีคุณสมบัติถ่ายภาพแบบ Panorama, จับรอยยิ้มแล้วถ่าย หรือ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้

 

Camera App ของ Meizu MX สามารถปรับแต่งได้พอประมาณ

 

แต่ในขณะที่หลายๆ แบรนด์ที่ทำ Android Smartphone ไม่ค่อยทำคุณสมบัติ Tap-to-Focus ใน Camera App (จนถึงตอนนี้ก็มีแค่ HTC กับ Oppo ที่ทำออกมาทุกรุ่น … LG ทำออกมาเป็นบางรุ่น และ Samsung นั้นมี Tap-to-Focus ที่ปรับโฟกัสได้ แต่ปรับ Exposure ไม่ได้) เจ้า Meizu MX นี่ มีคุณสมบัติ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและ Exposure เลย

 

ภาพปกติ จะเห็นว่าเมื่อพยายามให้เห็นรายละเอียดตัวตึก ท้องฟ้าก็สว่างไป

คุณสมบัติ Tap-to-Focus ทำให้เมื่อแตะที่ท้องฟ้าแล้ว ระบบจะปรับ Exposure เพื่อให้ภาพมืดลง ท้องฟ้าไม่สว่างจ้าเกิน

 

คุณภาพของภาพถ่ายนั้น บอกได้เลยว่าสวยทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณสมบัติ Tap-to-Focus สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและ Exposure ด้วย ยิ่งช่วยทำให้สามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้ง่าย … ลองดูรูปถ่ายด้านล่างนี่ได้ครับ … เสียดายว่าช่วงนี้หน้าฝน ฟ้าครึ้มเลย เลยไม่สามารถถ่ายภาพที่มีท้องฟ้าสวยๆ ได้เลย

 

ถ่ายข้าวโพดคั่ว

ถ่ายย้อนแสงดู

ถ่ายบนสะพานลอยหน้าห้าง Big C

ถ่ายบนสะพานลอยดูบ้าง

 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเจ้า Meizu MX นี่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich แต่ตัวฮาร์ดแวร์ของกล้องไม่รองรับคุณสมบัติ Zero Lag Shutter นะครับ แม้ชัตเตอร์จะไว แต่ก็ไม่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยการกด Shutter รัวๆ ได้ ยกเว้นจะใช้โหมด Burst Shot ซึ่งก็ทำได้แค่ถ่าย 5 รูปต่อเนื่องเท่านั้นเอง

เอาล่ะ มาดูโหมดถ่ายวิดีโอกันบ้างครับ … การปรับแต่งของโหมดวิดีโอนั้นจะลดลงไปเยอะทีเดียว เหลือแค่ปรับความละเอียดวิดีโอได้ที่ 480p, 720p และ 1080p กับการเลือก Scene และ White Balance เท่านั้นเอง … ดูตัวอย่างวิดีโอได้จากด้านล่างนี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=hK-_GUgZ0WY[/tube]

 

ดูๆ แล้ว คุณภาพของวิดีโอระดับ 1080p เนี่ย ถือว่าคมชัดในระดับหนึ่งครับ ความสามารถในการปรับโฟกัสและ Exposure ของภาพโดยอัตโนมัติก็ทำได้รวดเร็วดี แล้วก็การมี Tap-to-Focus เนี่ย มันก็ช่วยให้การถ่ายวิดีโอทำได้ดีขึ้นด้วย (ปรับโฟกัสและ Exposure ได้ตามใจ และสะดวกมากๆ)

 

บทสรุปสำหรับ Meizu MX

สำหรับแบรนด์จีนแล้ว Meizu MX ถือว่าทำออกมาได้ดูดีทีเดียวครับ ทั้งการประกอบ เนื้องาน สเปกของฮาร์ดแวร์ และแม้แต่ตัวซอฟต์แวร์เองก็ทำออกมได้ดีทีเดียว และดูเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจาก Android Smartphone ยี่ห้ออื่นๆ ค่อนข้างชัดเจน (แต่แอบไปคล้ายกับ iOS มากไปหน่อย … ดีนะ Apple ไม่ฟ้อง เหอๆ)

ด้านจุดด้อย ก็คงจะเป็นเรื่องของตัวแบรนด์ที่ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ และไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย … อย่างเจ้าตัวที่ผมได้มารีวิวนี่ ก็เอื้อเฟื้อโดยร้าน House of Mdroid ครับ … นอกจากนี้ การออกแบบปุ่ม Home ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำออกมาเป็นปุ่มนูนกลมๆ ซึ่งเวลาที่ใส่กระเป๋ากางเกง มีโอกาสที่ปุ่มนี้อาจโดนกดไม่รู้ตัว ซึ่งจะส่งผลให้หน้าจอมันอาจเปิดติดขึ้นมาได้โดยไม่ตั้งใจ แล้วก็ค่อยๆ แอบเขมือบแบตเตอรี่ไปเรื่อยๆ และจุดที่ด้อยที่สุดคือ เพราะเป็นแบรนด์จีนธรรมดาๆ ก็เลยไม่ค่อยมีเกมจากค่าย Gameloft ให้เล่นเท่าไหร่ (ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตจะเหมือน Oppo ครับ เพราะตอนนี้เกมจากค่าย Gameloft ก็สามารถเล่นบน Oppo ได้หลายเกมแล้ว)

จุดเด่นที่สุดของ Meizu MX นี่คือเรื่องราคานี่แหละครับ เพราะเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ กับสนนราคาค่าตัวของเจ้านี่ มันคุ้มค่าแบบสุดๆ เลยครับ ค่าตัวหมื่นกลางๆ แต่ได้ฮาร์ดแวร์สเปกที่แรงกว่า Samsung Galaxy SIII นิดหน่อยด้วย … ถ้าไม่ติดใจเรื่องเครื่องแบรนด์จีน ผมก็แนะนำว่าให้ไปลองดูเจ้านี่ไว้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: