ของแรงจากแผ่นดินใหญ่ รีวิว Meizu MX ตอนที่ 1

Print Friendly, PDF & Email

 

ได้ยินชื่อเสียงของแบรนด์นี้มานานครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสที่จะได้รีวิวเจ้านี่ โชคดีที่ร้าน House of Mdroid ที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น M เขาติดต่อมาทาง Facebook ถามว่าสนใจจะรีวิวไหม แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะตอบตกลงไปอยู่แล้ว ดังนั้นตอบขอบคุณทางร้านมากเลยนะครับ … เจ้านี่มีความน่าสนใจตรงที่ มันเป็นแบรนด์จีนที่ถือว่ามีคุณภาพดีระดับหนึ่งเลย และที่สำคัญที่สุดคือ มีสเปกที่แรงสะใจมากทีเดียวเลยละครับ เจ้า Meizu MX นี่ มีสเปกระดับ Quad-core 1.4GHz เลยทีเดียวนะครับ

 

รูปร่างและหน้าตาของ Meizu MX

อย่าดูถูกว่าเป็นแบรนด์จีนนะครับ แบรนด์จีนที่ทำงานเนียนๆ น่ะก็มีนะครับ ดูตัวอย่าง Oppo ก็ได้ … และ Meizu นี่ก็เช่นกันครับ งานที่ออกมาถือว่าเนียนมากทีเดียวเลยล่ะครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นเหมือน iPhone 3GS เลยด้วย (ดูจากรูปร่างหน้าตา และสีสัน มันเหมือน iPhone 3GS เวอร์ชันสีขาวเลย) ให้ความรู้สึกว่ามันแกะฝาหลังไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันแกะได้นะครับพี่น้องครับ

 

ด้านหน้าของ Meizu MX

 

ด้านหน้าเป็นจอ ASV (Advanced Super View) ขนาด 4.0 นิ้ว ความละเอียด 640×960 พิกเซล (288ppi) เรียกว่าคมกริบสุดๆ เลย สำหรับ Android Smartphone ที่สเปกจอขนาดนี้ และสามารถแสดงผลสีได้ 16.7 ล้านสี … นอกจากนี้ หน้าจอสามารถรองรับการสัมผัสพร้อมๆ กันได้สูงสุด 10 จุด และมีกล้องหน้าความละเอียด 3 แสนพิกเซล (ดูๆ ไปแล้ว กล้องหน้านี่มีสเปกแย่สุดเมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ เหอๆ)

 

ปุ่มกดมีแบบสัมผัส 2 ปุ่ม แล้วก็ปุ่ม Home นูนๆ อีกปุ่ม

 

มีปุ่มกดแบบสัมผัส 2 ปุ่ม คือ Back และ Menu ครับ อยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง … แล้วก็มีปุ่มนูนๆ ที่เป็นปุ่ม Home อีก … จุดเด่นของเจ้า Meizu MX นี่ก็คือปุ่มกดแบบสัมผัส 2 ปุ่มนี่ ที่มันเป็นไฟ LED ที่สามารถสลับตำแหน่งได้ตามการตะแคงของตัวเครื่องด้วย … ซึ่งนอกจากเจ้านี่แล้ว ก็มีแค่ HTC Incredible S เท่านั้นแหละครับ ที่มีลูกเล่นแบบนี้

 

ด้านหลังของ Meizu MX

 

ด้านหลังสีขาวๆ มีโลโก้ Meizu MX และบอกความจุไว้ด้วย (รุ่นนี้ 32GB ครับ) แล้วก็มีกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล กับ LED Flash ด้วย … เยื้องๆ มาทางซ้ายของตัวเครื่องมีลำโพงเล็กๆ อยู่ครับ

 

ด้านบนของ Meizu MX

 

ด้านบน มีรูไมโครโฟนเล็กๆ ไว้อัดเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และ ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ

 

ด้านล่างของ Meizu MX

 

ด้านล่าง มีรูไมโครโฟนไว้สำหรับโทรศัพท์ และอัดเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ มีพอร์ต Micro USB ด้วยไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ … และถ้าสังเกตดีๆ แล้ว จะเห็นว่ามันมีรูสลักเล็กๆ 2 รูเอาไว้สำหรับใช้อุปกรณ์ที่แถมมาให้แย่เข้าไปเพื่อปลดสลักแล้วแกะฝาหลังออกได้ (ซึ่งแกะยากพอสมควรทีเดียว)

 

อุปกรณ์ที่แถมมากับตัวเครื่อง เอาไว้เพื่อปลดล็อกฝาหลัง

 

ฝาหลังของเจ้านี่มันถอดยากจริงๆ นะครับ ลองดูวิดีโอตัวอย่างนี่ได้เลย

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=3Jw1MjZrHyk[/tube]

 

ด้านในของ Meizu MX ครับ

 

แกะฝาออกมาแล้วจะเห็นแบบนี้ครับ … ไม่มีสล็อตใส่ MicroSD Card แล้วก็แม้เราจะเห็นแบตเตอรี่ค่อนข้างชัดเจน แต่แบตเตอรี่นี่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้นะครับ และแม้ว่าจะมีที่ว่างค่อนข้างจะเหลือๆ แต่ Meizu MX นี่ใช้ Micro SIM Card ครับ … โดยแกะถาดใส่ SIM ออกมาแล้ววาง Micro SIM Card ลงในถาดแล้วก็ใส่กลับเข้าตัวเครื่องแบบในรูปด้านล่างนี่แหละครับ

 

ใส่ Micro SIM Card เข้าไปในถาดใส่ SIM แล้วค่อยใส่เข้าตัวเครื่อง

 

สภาพรวมของรูปลักษณ์และการออกแบบของเจ้า Meizu MX นี่ ต้องบอกว่าทำให้ผมนึกถึง iPhone 3GS อยู่ไม่น้อยครับ เพราะด้านหน้าสีดำ ด้านหลังเป็นพลาสติกสีขาวที่เนียนจนเหมือนกับจะเป็นชิ้นเดียวกัน … แต่ก็ต้องบอกว่าแม้จะเป็นแบรนด์จีน แต่งานที่ทำก็เนียนจริงๆ นั่นแหละ (ขอย้ำอีกที)

 

สเปกเครื่องและประสิทธิภาพ

เอาล่ะ ทีนี้ก็มาดูสเปกของเครื่องกันบ้างว่าเป็นยังไง …

  • CPU: Exynos 4412 Quad-core 1.4GHz
  • GPU: Mali-400MP
  • RAM: 1GB
  • Internal Storage: 32GB  แบ่งเป็น System 1.19GB และใช้ติดตั้ง App ได้ 2GB โดยประมาณ ที่เหลือจะถูกมองเป็น SD Card ครับ
  • External Storage: ไม่รองรับ
  • Display: 4″ 640×960 พิกเซล (288ppi) จอ ASV (Advanced Super View) แสดงผลสี 16 ล้านสี และรองรับการสัมผัสสูงสุด 10 จุด
  • Operating System: Android 4.0 Ice Cream Sandwich
  • Connectivity:
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 2.1 + A2DP + EDR
  • Camera: ด้านหน้า 3 แสนพิกเซล … ด้านหลัง 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash
  • Battery: 1,600 ผมพิมพ์ผิดไป จริงๆ ต้อง 1,700mAh ครับ
  • Dimensions: 121.3 มม. x 63.3 มม. x 10.3 มม.
  • Weight: 139 กรัม

ดูจากสเปกแล้ว แรงแน่ๆ ครับ เพราะเลือกใช้ CPU ตัวเดียวกับ Samsung Galaxy SIII กันเลยทีเดียว … แต่ตรงนี้แหละที่  Meizu MX แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ครับ คือ ปกติแล้วมันจะอยู่ปรับ CPU Level อยู่ที่ระดับธรรมดา ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของมันอยู่ในระดับที่เหนือกว่า Dual-core CPU นิดหน่อยเท่านั้นเอง

ด้านล่างนี่คือผลการทดสอบ Meizu MX ด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ ใน CPU ระดับ Normal ครับ จะเห็นว่าคะแนนที่ได้นั้นค่อนข้างสูง แต่ก็อยู่ในระดับที่เหนือกว่า Dual-core CPU นิดหน่อยครับ

 

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Meizu MX ใน CPU ระดับ Normal

 

แต่ถ้าไปที่ Settings > Accessibility > CPU Level แล้วปรับเป็น High ละก็ มันจะเค้นประสิทธิภาพของ CPU ออกมาเต็มที่ครับ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการทดสอบได้คะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

 

ผลการทดสอบ Meizu MX ด้วยโปรแกรม Benchmark ด้วย CPU ระดับ High

 

นอกจากในส่วนของ 2D Graphics และ 3D Graphics ที่คะแนนจะค่อนข้างคงเดิมแล้ว การทดสอบในส่วนอื่นๆ ได้คะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมากทีเดียว … และที่น่าแปลกใจก็คือคะแนนในส่วน I/O แล้วก็ SD Card Read อ่ะครับ ที่คะแนนดีขึ้นกว่าเดิมด้วย … เลยต้องขอเดาว่าพอปรับ CPU จาก Normal เป็น High แล้ว มันไปช่วยในเรื่องของการอ่านข้อมูลด้วยละมั้ง

เทียบกับคะแนนทดสอบ Samsung Galaxy SIII ด้วยโปรแกรม Benchmark แล้ว พบว่าคะแนนของ Meizu MX เนี่ย สูงกว่า Samsung Galaxy SIII อยู่นิดหน่อยด้วยครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. momo says:

    ตัวนี้ราคาเท่าไหร่เอย

  2. Sethi says:

    คุณรีวิวได้ละเอียดดีจริงๆ

Leave a Reply

%d bloggers like this: