ในแง่ของสเปกแล้ว Oppo Finder นั้น มาด้วยสเปกระดับเดียวกับ Oppo Find 3 ครับ แต่มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดๆ เลย คือ ความบางและเบาที่มากกว่ามากๆ และดีไซน์ที่แบบว่า … ผมว่า Oppo Find 3 สวยแล้ว (หมายถึงสีดำนะ … สีเทาผมว่าสวย แต่ยังเทียบสีดำไม่ได้) ไอ้ Oppo Finder นี่สวยกว่าอ่ะ มันอารมณ์ อืมมม สิ่งที่ผมอยากให้ iPhone เป็น (คือ จอใหญ่ซัก 4.3 นิ้วแบบนี้ และ บางแบบนี้ ใช่เลย)
อีกจุดนึงที่ Oppo Finder แตกต่างจาก Oppo Find 3 ก็คือ มันใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0.3 Ice Cream Sandwich ครับ … พูดง่ายๆ ใครอยากใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นใหม่ ก็คงต้องเลือก Oppo Finder ละครับ … และที่คุ้มค่าสุดๆ คือ เจ้านี่สนนราคาค่าตัวแค่ 14,990 บาทเท่านั้นเองอ่ะ
User Interface ของ Oppo Finder
ดูเหมือน Oppo จะแยก User Interface ของ Android Smartphone ของตัวเองเป็นสองกลุ่มครับ คือ กลุ่มรุ่นระดับกลางจนถึงระดับสูงของแบรนด์ Oppo เนี่ย จะเป็น UI แบบดูทันสมัย ดูแบบไฮเทค แต่พอเป็นรุ่นเบาๆ อย่าง Find my Guitar เนี่ย ก็มี Go Launcher ให้ใช้แทน เลยดูน่ารักไปเลย … โดยส่วนตัวนะ ผมชอบแบบที่น่ารักๆ มากกว่า ดังนั้น สาวๆ คนไหนชอบความบางเบาของ Oppo Finder ละก็ ไปดาวน์โหลด Go Launcher มาใช้เปลี่ยนธีมเอาตามใจแล้วกัน
ในส่วนของ App Tray นั้น Oppo จัด UI มาซะผมนึกถึง iPhone เลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่จะลบ App อะไรเนี่ย แค่แตะไอคอน App นั้นค้างไว้จนไอคอนสั่น แล้วก็แตะที่ปุ่มกากบาท มันก็จะลบ App ตัวนั้นไป (ทำให้เวลาที่เราจะเอาไอคอนนั้นไปไว้บน Home Screen เราต้องใช้การแตะแล้วลากไปที่ด้านล่งของหน้าจอแทน)
Notification Bar ของ Oppo ทำได้เจ๋งดีครับ … มันเหมือนหลายๆ แบรนด์ตรงที่มี Shortcut สำหรับเปิดปิดฟังก์ชั่นอย่าง WiFi/Bluetooth หรือล็อกการหมุนหน้าจอ อะไรทำนองนี้ แต่จุดเด่นของ Oppo คือ เราสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไปได้อีก โดยเลือกได้จาก List ที่ Oppo เตรียมไว้ให้ และสามารถจัดวางตำแหน่งของ Shortcut พวกนี้ได้ด้วย
และเช่นเคย ในส่วนของ Settings ของ Oppo Finder นั้นก็ถูกออกแบบมาเป็นหมวดต่างๆ เป็นอย่างดี ผู้ใช้งานก็สามารถใช้งานได้สะดวก และง่ายดาย … และพูดตรงๆ มันเป็น Android Smartphone ตัวเดียว ที่ผมไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะเปิดใช้เมนูภาษาไทยครับ (ปกติการเปิดเมนูภาษาไทยมันทำให้ผมสับสนกับชีวิตมากมาย) ต้องยอมรับว่าทีมงานของ Oppo นั้นแปลภาษาไทยมาได้ดีทีเดียว
เรื่องของเรื่อง ผมว่า Oppo นี่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจเมนูภาษาไทยมาก และดูจะทุ่มเทให้กับเมนูภาษาไทยมากๆ ด้วยครับ … ผมสังเกตได้จากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างตอนที่ดูหน้าจอพยากรณ์อากาศ ที่ระบุวันที่แบบ “ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนแปด (๘)๒” แบบนี้อ่ะ … คือ เอิ่ม สุดยอดครับพี่น้องครับ
ใช้ Oppo Finder ดูหนัง
เอาเป็นว่าด้วย CPU ระดับ Dual-core แล้ว การดูวิดีโอคลิปความละเอียด 1080p มันไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดครับ ยิ่งใช้หน้าจอแบบ Super AMOLED แล้วละก็ มั่นใจเรื่องสีสันที่สดจนบางทีต้องบอกว่า สดเกินเหตุ (หุหุ) และเวลาแสดงผลสีดำ ก็ดำสนิทได้ใจ เหมาะกับการรับชมวิดีโอมากๆ … หน้าจอขนาด 4.3 นิ้วก็กำลังดีครับ
ตัวตัดสินจริงๆ เป็นเรื่องของคุณภาพเสียงมากกว่า ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 2 เรื่องครับ คือ คุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพง และคุณภาพเสียงที่ได้จากชุดหูฟัง … ซึ่งอย่างหลังนี่สำคัญมากครับ เพราะว่าด้วยเหตุที่เจ้านี่บางซะขนาด ก็เลยทำให้ Oppo ต้องตัด(สิน)ใจไม่ให้มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ที่เป็นมาตรฐานของชุดหูฟัง แต่ว่าให้มาเป็นชุดหูฟังที่ใช้ต่อผ่านพอร์ต Micro USB แทน
และเช่นเคย ก็ให้ @mrkui เขาเป็นคนรีวิวเรื่องคุณภาพเสียงตามระเบียบครับ
“เสียงที่ได้จากลำโพงนั้นมีน้
ทีนี้ลองเอาชุดหูฟังที่เป็น Micro USB มาลองบ้างครับ … @mrkui เขาบอกว่าแบบนี้
“ทดลองชุดหูฟังที่ให้มาซึ่งเป็
อย่างไรก็ดี Oppo Finder นี่ไม่ใช่ยี่ห้อแรกหรอกครับที่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. … Android Smartphone NEC Medias 101S (ไอ้รุ่นที่กันน้ำอ่ะ) มันก็ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เหมือนกัน เพียงแต่เจ้านั่นให้ชุดหูฟังปกติมา พร้อมกับตัวแปลง Micro USB เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อ่ะ
ลองเอา Oppo Finder เล่นเกมดูบ้าง
ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Oppo Finder ก็คือ Gameloft เขาทำเกมสำหรับ Android Smartphone ของ Oppo แล้วครับ แต่ตอนนี้ยังเน้นที่เกมใหม่ๆ เอี่ยมๆ อย่างเช่น N.O.V.A.3 กับ Asphalt 7: Heat ครับ (แถม Asphalt 7: Heat เนี่ย ราคาถูกอย่างแรงด้วย คืออยู่ที่สามสิบกว่าบาทเท่านั้นเอง)
ด้วยสเปกระดับ Dual-core แล้ว การเล่นเกมกราฟิกแจ่มๆ อย่าง N.O.V.A.3 หรือ Asphalt 7: Heat เนี่ย สบายๆ ครับ … ลองรีวิวการเล่นเกมบน Oppo Finder ด้วยเกม Asphalt 7: Heat ดูตามวิดีโอด้านล่างนี่ครับ
การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Oppo Finder
ตัว Camera App ของ Oppo นั้น ปรับแต่งอะไรไม่ได้เท่าไหร่เลยครับ เลือกขนาดของรูปก็ไม่ได้ ต้องถ่ายที่ขนาดแบบจัดเต็ม 8 ล้านพิกเซลสถานเดียว และไม่สามารถใส่เอฟเฟ็กต์อะไรเพิ่มเติมได้ด้วย นอกจากมีโหมด HDR (High Dynamic Range) ที่ให้ถ่ายภาพที่มีทั้งจุดที่สว่างและมืดอยู่ด้วยกัน จะได้เก็บรายละเอียดของภาพได้ครบๆ
คุณภาพของรูปภาพที่ถ่ายได้จาก Oppo Finder นั้นถือว่าดีทีเดียว ก็เหมือนๆ กับ Oppo Find 3 เลยครับ … ดูตัวอย่างภาพถ่ายด้านล่างนี่ได้ … เท่าที่ดู ภาพจะออกแนวจืดๆ หน่อยครับ และจะติดม่วงไปหน่อยครับ
มันน่าเสียดายตรงที่ Camera App ของ Oppo Finder นั้นมันไม่ค่อยมีลูกเล่นเท่าไหร่ … แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าจะถ่ายรูปจริงๆ แนะนำให้ใช้ App ชื่อ Lomo Camera หรือชื่อไทย “กล้องถ่ายรูป Lomo” จะมีลูกเล่นและเอฟเฟ็กต์ให้เลือกเยอะกว่าครับ
ดูคุณภาพของวิดีโอที่ถ่ายได้ตามไฟล์ด้านล่างนี่เลยครับ
บทสรุปของ Oppo Finder
ตามแบบฉบับของ Oppo ที่เป็นแบรนด์จีนก็คือ สนนราคาไม่แพง แต่สเปกจัดเต็มครับ Oppo Finder นี่ก็ถือว่าสเปกดีทีเดียว ดีไซน์ก็สวย แถมมีความบางและเบาอีกต่างหาก … และจุดอ่อนที่ไม่ค่อยมีเกมสนุกๆ เล่น (โดยเฉพาะเกมจากค่าย Gameloft) ก็ดูจะเคลียร์ไปเปาะหนึ่งแล้วล่ะ มีเกมสนุกๆ ให้เล่นแล้ว เลยทำให้ถือได้ว่าเป็น Android Smartphone ที่ครบเครื่องครับ พกพาสะดวก ดูหนังฟังเพลงได้เพลิดเพลิน คุณภาพของลำโพงของตัวเครื่องก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง เล่นเกมก็ได้สบายๆ ด้วย … แต่คุณภาพของกล้องนั้น ด้วยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ยังสุ้ Oppo Find 3 ไม่ได้แฮะ






















