รีวิว Nokia 808 PureView … นี่มันกล้องดิจิตอลที่โทรศัพท์ได้ชัดๆ ตอนที่ 1

ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เจ้านี่มารีวิวตั้งแต่ตอนที่เดินทางไปสหรัฐอเมริกา ถ้าได้ไปตอนนั้นนะ คงได้ภาพวิวสวยๆ มาเพียบเลยล่ะครับ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ได้มาตอนนี้ก็ยังสามารถรีวิวได้ และมีภาพสวยๆ มาให้รีวิวกันด้วย … เผื่อใครไม่ทราบ เจ้า Nokia 808 PureView นี่มีจุดเด่นที่สำคัญมากที่สุดคือ การเลือกใช้เซ็นเซอร์ภาพความละเอียดสูงมากๆ ถึง 41 ล้านพิกเซล เลยทำให้มันกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงที่สุดในโลกในขณะนี้เลย … แต่ถ้าถามความเห็นของผมนะครับ ผมอยากเรียกเจ้านี่ว่ากล้องดิจิตอลที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ซะมากกว่าอ่ะ

 

ผมและเพื่อนๆ บล็อกเกอร์ที่ได้เจ้านี่มารีวิว ต่างก็คิดเหมือนกันคือการรีวิวคงเน้นไปที่การรีวิวกล้องดิจิตอล (ผมถึงได้บอกไงว่าเจ้านี่มันกล้องดิจิตอลที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ชัดๆ) แต่ผมว่า ถ้าเราคิดจะซื้อ Nokia 808 PureView ซึ่งสนนราคา (ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่) คือ 18,900 บาท มาใช้ ก็ควรจะรู้ไว้ซักหน่อยดีกว่า ว่าเจ้านี่มันมีรูปลักษณ์และสัมผัสกันยังไงบ้างน่ะครับ

 

รูปลักษณ์และสัมผัส

แว้บแรกที่แกะเจ้านี่ออกจากกล่องมาถืออยู่ในมือ รู้สึกได้เลยว่า …​ หนักกว่าที่เห็นเยอะครับ … ขนาดของเจ้านี่อยู่ที่ 123.9 มม. x 60.2 มม. x 13.9 มม. ขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมากมาย สำหรับหน้าจอ 4 นิ้วของมัน แต่ว่าความหนานี่เอาเรื่องครับ 13.9 มม. และหนักมากถึง 169 กรัมเลยทีเดียวครับ ดูๆ ไปแล้วเนี่ย มันกล้องดิจิตอลแบบ Compact ชัดๆ เลยครับ

 

Nokia 808 PureView

 

ด้านหน้าเนี่ย เป็นหน้าจอขนาด 4 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียด 360×640 พิกเซล (184ppi) ที่ Nokia เรียกว่า ClearBlack ครับ … เจ้านี่รองรับการสัมผัสแบบ Multitouch และใช้ Corning Gorilla Glass ที่ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วน ให้สีสันที่แจ่มแจ๋วดีจริงๆ ครับ … มีปุ่มให้กด 3 ปุ่ม คือ ปุ่มโทรศัพท์ ปุ่ม Back และปุ่มวางหู​ (และใช้เปิดปิดเครื่องไปในตัว)​

 

ด้านหน้าของ Nokia 808 PureView

 

ด้านหลังของตัวเครื่อง ก็เป็นแบบเรียบง่าย แต่ว่าจุดเด่นของมันคือส่วนที่เป็นเลนส์กล้องที่ค่อนข่้างใหญ่โตอลังการมากทีเดียว ดูๆ แล้วเหมือนกับกล้องดิจิตอลจริงๆ ไม่ผิดครับ มีเลนส์ขนาดใหญ่มาก มีเซ็นเซอร์ภาพใหญ่สุดๆ 1/1.2 นิ้ว เมื่อเทียบกับกับเซ็นเซอร์ภาพของกล้องดิจิตอลบนมือถืออื่นๆ ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 41 ล้านพิกเซล พร้อม Xenon Flash (ชาวบ้านเขาใช้ LED Flash แต่ Nokia 808 PureView จัด Xenon Flash เลยทีเดียว)

 

ด้านหลังของ Nokia 808 PureView

 

ด้านบนของตัวเครื่องก็เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. พร้อมพอร์ต Micro USB  เอาไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือชาร์จแบตเตอรี่ พอร์ต Micro HDMI เอาไว้เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก (เช่นพวก LCD/LED TV ที่รองรับ HDMI) และรูไมโครโฟนเอาไว้อัดเสียงเวลาบันทึกวิดีโอ (อัดเสียงแบบสเตริโอได้ เพราะมีลำโพงอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องด้วย)

 

ด้านบนของ Nokia 808 PureView

 

ด้านล่างเรียบง่ายครับ มันจะมีร่องเล็กๆ ไว้สำหรับแกะฝาหลังออกมา แล้วก็มีรูไมโครโฟนไว้สำหรับตอนโทรศัพท์และอัดเสียงเวลาบันทึกวิดีโอด้วย

 

ด้านล่างของ Nokia 808 PureView

 

ด้านขวาก็มีปุ่มปรับระดับเสียง ตามมาด้วยปุ่มสไลด์สำหรับล็อกและปลดล็อกหน้าจอ และปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพด้วย

 

ด้านขวาของ Nokia 808 PureView

 

แกะฝาหลังออกมา แล้วด้านในก็จะเห็นแบตเตอรี่ความจุ 1,400mAh (รหัส BV-4D) ถ้าแกะแบตเตอรี่ออกมาก็จะเห็นช่องใส่ Micro SD Card สำหรับเพิ่มความจุให้กับตัวเครื่อง และ Micro SIM (ใช่ครับ ใช้ Micro SIM เหมือนกับ iPhone 4S/iPad หรือ Nokia Lumia ทั้งหลายนั่นแหละ) ครับ … ถ้าสังเกตดีๆ ฝาหลังมันจะมี NFC ด้วยนะครับ

 

ด้านในของ Nokia 808 PureView

 

สเปกของ Nokia 808 PureView

เอาล่ะ ได้เวลามาดูที่สเปกของตัวเครื่องกันบ้างครับ อย่าเพิ่งไปจับจดแต่เฉพาะสเปกกล้องนะครับ … เราซื้อมาต้องหวังว่าจะใช้เป็นโทรศัพท์มือถือด้วยสิ เหอะเหอะ

  • CPU: ใช้สถาปัตยกรรม ARM 11 ความเร็ว 1.3GHz เป็นแบบ Single-core
  • GPU: Broadcom BCM2763
  • RAM: 512MB
  • Operating System: Symbian Belle
  • Display: AMOLED 4″ ความละเอียด 360×640 พิกเซล (184ppi)
  • Connectivity:
  • 2G: 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
  • WiFi: 802.11b/g/n
  • Bluetooth: 3.0 รองรับ A2DP
  • อื่นๆ: NFC, dlna
  • Camera: เซ็นเซอร์ 41 ล้านพิกเซล (เก็บภาพได้จริงสูงสุด 38 ล้านพิกเซล) ถ่ายวิดีโอ 1080p ได้
  • Dimensions: 123.9 มม. x 60.2 มม. x 13.9 มม.
  • Weight: 169 กรัม
  • Battery: 1,400mAh
โดยสเปกแล้วบอกได้เลยว่าเป็นสเปกที่ดีมากทีเดียวสำหรับโทรศัพท์มือถือ (เอ้ย! กล้องดิจิตอล) ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian … เท่าที่ผมลองดู มันมีเกมที่ใช้กราฟิก 3D สวยๆ อย่าง Asphalt 6: Adrenaline จากค่าย Gameloft ให้เล่นด้วย

เอาล่ะ! เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อในรายละเอียดกันตอนหน้าแล้วกันเนอะ…

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: