อาจถึงยุคที่ระบบปฏิบัติการไม่ใช่ของซื้อของขายอีกต่อไป

 

มันเป็นสิ่งที่ผมคิดเล่นๆ หลังได้อ่านหนังสือ Steve Jobs, In the Plex และล่าสุด Digital Wars: Apple Google Microsoft & The Battle for the Internet ครับ นั่นคือ แม้ว่าซอฟต์แวร์จะยังคงเป็นอะไรที่ยังขายได้ แต่ว่าอาจถึงเวลาแล้วที่ระบบปฏิบัติการ (ซึ่งก็ถือว่าเป็นซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่ง) จะกลายเป็นของที่แจกฟรี …​ จริงๆ แล้วแนวคิดของการแจกระบบปฏิบัติการฟรีๆ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ เราได้เห็นกันมาแล้วกับระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (Linux … ฝรั่งจะออกเสียงว่า ลินิกซ์) และหากไม่มองว่า Apple เขาคิดค่าระบบปฏิบัติการไปกับการขายเครื่อง Mac แล้ว ก็คงจะเหมาได้ว่า Mac OSX นี่ก็เป็นระบบปฏิบัติการแจกฟรีเช่นกัน

ในยุคที่คอมพิวเตอร์ราคาโคตรมหาแพงเมื่อหลายสิบปีก่อน ซอฟต์แวร์ไม่ใช่ของซื้อของขายครับ มันเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ เพราะไม่มีมัน คอมพิวเตอร์ก็ทำงานไม่ได้ แต่ Bill Gates นั้นมีความคิดที่แหวกแนวออกไปจากคนในสมัยนั้นมาก นั่นคือแนวคิดที่ว่า ซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่สามารถขายทำเงินได้ และความคิดนั้นเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้ Bill Gates กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกภายใน 15 ปี และ Microsoft กลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก … ซึ่งจนถึงตอนนี้ ระบบปฏิบัติการ Windows และ Microsoft Office ก็เป็นรายได้หลักๆ อยู่ (รายได้ทั้งหมดของ Microsoft ในไตรมาสที่ 3 ปี 2012 อยู่ที่ 17.41 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้จาก Windows และ Microsoft Office รวมกันเท่ากับ 10.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

แต่โดยส่วนตัวของผม สถานการณ์มันกำลังจะเปลี่ยนไปแล้วครับ … แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนไปมากหรือน้อยเพียงใด …​ แต่เราได้เห็นสัญญาณต่างๆ ดังต่อไปนี้แล้ว

  • Apple เริ่มเข้ามามีส่วนแบ่งตลาด PC มากขึ้น … ดูเผินๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการ Mac OSX นั้นอาจถือได้ว่าแจกฟรีเลยทีเดียว (หากคุณใช้ระบบปฏิบัติการ Snow Leopard อยู่ แล้วอยากอัพเกรดเป็น Lion โดยไม่เสียเงิน ก็สามารถหาแผ่น DVD ติดตั้งของเพื่อนของคุณมาติดตั้งได้ ไม่จำเป็นต้องไปใช้ Product Key ใดๆ) … แม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่ได้ฟรี เพราะ Apple รวมเอาค่า OS ไปไว้ในค่าฮาร์ดแวร์แล้ว … แต่ในทางจิตวิทยา เครื่อง Mac คือฮาร์ดแวร์ที่แพงมาก แต่ระบบปฏิบัติการแจกฟรี
  • Apple พยายามนำเทรนด์การอัพเกรดระบบปฏิบัติการ 2 ด้าน คือ
    • ค่าอัพเกรดไม่แพง การอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่าไปเป็นเวอร์ชันใหม่ เช่น Lion ไปเป็น Mountain Lion อยู่ที่ $19.99 เท่านั้น
    • มีการอัพเกรดระบบปฏิบัติการประมาณปีละหน เพื่อให้สอดคล้องกับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา โดยเพิ่มความสามารถและลูกเล่นต่างๆ เข้าไป แต่ไม่เปลี่ยนแปลง User Interface มากนัก
  • Google พยายามผลักดันแนวคิดใหม่ คือ ระบบปฏิบัติการบนคลาวด์ โดยออก Chrome OS พร้อมตัวฮาร์ดแวร์คือ Chromebook (โน้ตบุ๊กที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Chrome OS) และ Chromebox (PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Chrome OS)
  • ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาอย่าง Smartphone หรือ Tablet นั้น มาพร้อมกับตัวฮาร์ดแวร์ และสามารถอัพเกรดได้ฟรีๆ (iOS Devices จะอัพเกรดได้ในช่วงราวๆ 2-3 ปี ส่วน Android Devices จะอัพเกรดได้ในช่วง 1-2 ปี แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ)
  • สำหรับ Apple และ Google นั้น ระบบปฏิบัติการกลายเป็นเพียงช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานเข้าถึงตลาด Software และ Content ของตน ซึ่งนั่นต่างหากคือแหล่งทำเงินที่แท้จริง ระบบปฏิบัติการที่ดี (และฟรี) จะช่วยดึงดูดคนให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มของตน เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานที่จะมาซื้อ Software และ Content ของตนมากขึ้น

แน่นอนว่าในส่วนของ PC นั้น อาจจะยังไม่มีอะไรไปสั่นคลอนรากฐานอันใหญ่โตของ Microsoft มากนัก เพราะ Microsoft คือผู้ชนะในอดีต การจะแย่งชิงตำแหน่งมาจาก Microsoft นั้นยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า Microsoft มากๆ จริงๆ จึงจะทำให้ผู้คนผละจากระบบปฏิบัติการ Windows ที่แสนจะคุ้นเคยไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้

แต่ในตลาดอุปกรณ์พกพานั้นแตกต่างกันครับ เพราะบนเกมกระดานนี้ Microsoft ไม่ใช่แชมป์คนปัจจุบันที่ป้องกันตำแหน่ง แต่เป็นอดีตแชมป์ที่ถูกโค่นไป และหายหน้าหายตาไปจากวงการเสียนาน ไปแอบซุ่มฟิตซ้อมเพื่อกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ … ดังนั้น Microsoft ก็จะต้องต่อสู้ฟันฝ่าภายสภาพแวดล้อมที่ Apple และ Google ได้สร้างขึ้นมา …​ ไม่ใช่เกมที่ง่ายเลย

ในขณะที่ผู้ใช้งานเคยชินกับระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาที่ผมขอเรียกว่า Virtually Free ซึ่งหมายถึง ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่าตนเองต้องจ่ายเงินซื้อระบบปฏิบัติการ  เพราะมันถูกแถมมากับตัวฮาร์ดแวร์แล้ว และสามารถอัพเกรดได้ฟรีๆ … สำหรับ Microsoft นั้น ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8  ก็น่าจะมาแนวทางเดียวกับ iOS หรือ Android คือ ให้อัพเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่ได้ฟรีๆ (เพียงแต่อย่างที่รู้กันว่าอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 และ Windows Phone 7.5 ไม่สามารถอัพเกรดเป็น Windows Phone 8 ได้ อย่างเก่งไปได้แค่ Windows Phone 7.8 เท่านั้น) แต่ที่น่าสนใจคือ ระบบปฏิบัติการ Windows 8 ต่างหาก ที่มีทั้งเวอร์ชัน x86 (ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำหรับพวก PC) และ ARM  (ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้มากกับพวก Tablet) ว่าทาง Microsoft จะวางโมเดลของการอัพเกรดเอาไว้อย่างไรในอนาคต ในเมื่อคู่แข่งส่วนใหญ่แทบจะแจกฟรี (อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของผู้ใช้งาน) หรือเสียค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดน้อยมากๆ

 

เกร็ดน่ารู้

ปี ค.ศ. 1998 Microsoft มีมูลค่าทางการตลาด (คำนวณจากราคาหุ้นคูณด้วยจำนวนหุ้น) อยู่ที่  344.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ Apple มีมูลค่าทางการตลาด 5.54 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น … ส่วน Google ไม่ต้องพูดถึง ยังไม่ทันได้เข้าตลาดหุ้นเลย คาดการณ์มูลค่าของ Google ตอนนั้นน่าจะอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ในยุคนั้นแนวคิด Vertical Market ของ Apple คือ เป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แต่เพียงผู้เดียว พ่ายแพ้ให้กับแนวคิด Horizontal Market ของ Microsoft คือ เป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์แล้วขายไลเซ่นส์ให้กับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เอาไปใช้ อย่างสิ้นเชิง

เกือบ 30 ปีต่อมา สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป …​ ตอนนี้ Microsoft มีมูลค่าทางการตลาด 255.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ, Google มีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 190.78 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน Apple มีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 558.35 พันล้านเหรียญสหรัฐ … มองมุมหนึ่ง Apple แซงหน้า Microsoft ไป ส่วน Google ยังคงรั้งอยู่อันดับสุดท้ายของสามบริษัท แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง Google มีการเติบโตในช่วง 14 ปีที่ผ่านมามากกว่าทั้ง Apple และ Microsoft และหากพูดให้ถูกแล้ว Microsoft เป็นเพียงบริษัทเดียวในสามบริษัทยักษ์นี้ ที่มูลค่าทางการตลาดลดลง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: