กาฝากหนีเที่ยวอเมริกา ตอนที่ 9 กลับมาที่นิวยอร์ก

Print Friendly

 

เอาล่ะได้เวลาปิดฉากทริปตะลุยอเมริกาซะทีนะครับ เพราะเขียนมายาวถึงตอนที่ 9 แล้ว ผมว่าเลขกำลังสวย มากไปกว่านี้เดี๋ยวจะน่าเบื่อ … ตอนนี้เริ่มต้นจากที่ผมเดินทางกลับจากวอชิงตันดีซีครับ ซึ่งเดินทางกลับนี่ไม่ยาก เพราะเลือกได้ระหว่างนั่งรถไฟ AmTrek หรือรถบัสเลย และทั้งสองอย่างก็มีให้เลือกที่สถานี Grand Union นี่แหละ (สถานีนี้ถูกใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์บ่อยนะ ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกวางระเบิด ไม่ก็พระเอก/ผู้ร้ายหลบหนี หุหุ) …​รถไฟจะเร็วกว่ารถบัสอยู่หน่อยนึง แต่ว่าก็แพงกว่ารถบัสอยู่อักโขเลยทีเดียว

ถ้าจะขึ้นรถบัส แนะนำให้ไปจองตั๋วผ่านอินเทอร์เน็ตก่อนครับ ไปซื้อได้ที่ http://www.megabus.com ตัดบัตรเครดิตเอาเลย แล้วมันก็จะส่งอีเมล์รหัสสำหรับขึ้นรถมาให้ หรือถ้ามือถือของเรารับอีเมล์ไม่ได้ แต่เรามีเบอร์โทรศัพท์ของที่อเมริกา ก็ให้มันส่ง SMS มาบอกรหัสได้ แต่โดนชาร์จค่าส่ง SMS นะครับ … หากไม่จองตั๋วก่อน ก็ให้ไปรอในแถว Standby เพื่อซื้อตั๋วตรงคิวรถเลย แต่กรณีนี้ต้องภาวนาว่าจะมีที่ว่างบนรถนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้คนที่มีตั๋วขึ้นให้ครบก่อน … อ๊ะๆ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเท่าที่ผมสังเกตดู มีที่ว่างเหลือทุกรอบครับ (รถออกทุกๆ 30 นาที – 1 ชั่วโมง แล้วแต่จังหวะ) … อ้อ! ใครที่จองตั๋วรอบนึงแล้วดันไปถึงก่อน ก็สามารถมาเข้าแถว Standby เพื่อขอไปก่อนได้ แต่โดนชาร์จค่าเปลี่ยน $5 ครับ

 

ระหว่างทางจะมีการจอดแวะ 15-20 นาที

 

ระยะเวลาเดินทางด้วยรถบัสอยู่ที่ราว 4.5 – 5 ชั่วโมง อยู่ที่สภาพการจราจรในเมืองนิวยอร์กด้วย … แต่ระหว่างทางจะมีแวะพักให้ยืดเส้นยืดสายราวๆ 15-20 นาที เข้าห้องน้ำ ซื้อของกินระหว่างทางได้ แต่ต้องดูเวลาให้ดีนะ เพราะก่อนลงเจ้าหน้าที่บอกเลยว่าจะออกรถตามเวลา โดยไม่สนว่าเราขึ้นรถกันครบแล้วหรือไม่

ตอนขากลับนี่มากับ @wiriyapa ครับ พอลงจากรถแล้วก็จะเดินไปขึ้น Subway เพื่อออกเดินทางไปหาเพื่อนของ @wiriyapa ต่อ แต่เหลือบไปเห็นพี่มืดคนนึงกำลังนั่งยองๆ ตรงโคนต้นไม้ริมถนน ก็แปลกใจว่าทำไม …​ มาถึงบางอ้อว่า พี่แกไปชาร์จแบตมือถือครับ เพราะตรงนั้นมันมีปลั๊กไฟอยู่พอดี เออ เข้าใจคิด

 

ที่นี่มีปลั๊กอยู่ตามโคนต้นไม้บางจุดด้วย คงเอาไว้ประดับประดาไฟในงานเทศกาล

 

แต่จะใช้ต้องทำใจนิดนึง เพราะตามโคนต้นไม้พวกนี้ดูจะเป็นห้องน้ำสาธารณะสำหรับพวก Homeless ครับ มารู้ก็ตอนที่ @wiriyapa ช่วยเปิดให้ดูแล้วพบว่านิ้วมือเหม็นฉี่อย่างแรง เหอๆ … แต่นั่นก็ทำให้มารู้ตัวว่า @wiriyapa ลืมหิ้วกระเป๋าลาก (ที่ฝรั่งเรียก Baggage) มาด้วย …​ อ้าว! ได้เวลาฉากแอ็กชั่นแล้วครับ

เห็นรถบัสที่ขึ้นวิ่งมาตามทางพอดี (คือรถค่อนข้างติด แล้วรถบัสใช้เวลาในการจอดเพื่อให้คนลงนานพอสมควร) ก็เลยรีบวิ่งไปดักหน้าเพื่อโบกให้หยุด แต่เป็นไปตามคาด มันไม่หยุด เพราะมันไม่ใช่รถประจำทาง ก็เลยกลายเป็นต้องวิ่งตามไปโดยไว โชคดีที่แยกหน้าไฟแดงพอดี เลยไปเคาะกระจกแทน … คนขับทำหน้าไม่พอใจมากๆ แต่ก็ยังดีที่หยุด เราเลยได้คำตอบว่า กระเป๋าถูกขนลงไปหมดแล้ว (เขาไม่สนใจหรอกอันไหนของใคร … ซึ่งก็จริงของเขา)

สุดท้าย กลายเป็นเรื่องวิ่งสู้ฟัดครับ เพราะต้องวิ่งย้อนกลับไปประมาณ 400 เมตรครับ ต้องแข่งกับเวลา เพราะกว่าจะรู้ตัวก็เป็น 10 นาทีแล้ว และที่นี่คือนิวยอร์ก วางของทิ้งไว้แบบนี้ อาจโดนหยิบไปได้ … แฮ่กๆๆๆ แต่พอไปถึง โชคดีครับ ของยังอยู่ … รอดไป … ได้ประสบการณ์ใหม่อีกแล้ว ฮาฮา (การโบกรถให้หยุดเพื่อถามหาของที่ลืมไว้)

 

ไม่มีแล้ว Ground Zero มีแต่ World Trade Center Site

เออ ตอนที่แล้วลืมเล่าไปอ่ะครับ … ก่อนที่ผมจะไปวอชิงตันดีซี ผมตั้งใจจะแวะไปตรงที่ที่เคยมีตึก World Trade Center อยู่ ที่ตอนนั้นเขาเรียกว่า Ground Zero ครับ แต่ตอนนี้มันไม่ได้ถูกเรียกแบบนั้นแล้ว เพราะว่ามีการสร้าง World Trade Center แห่งใหม่แบบรูปด้านล่างนี่ครับ​ (Credit ภาพ: NewWorldTradeCenter.net)

 

New World Trade Center (ภาพจำลอง)

 

การก่อสร้างใหม่นี่จะเป็นการสร้าง One World Trade Center ขึ้นมา พร้อมกับอาคารออฟฟิศอีก 3 หลัง และมีอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 11 กันยายนด้วย

อ้อ! ใครชอบช้อป ใกล้ๆ นี่จะมี Century 21 ที่เป็น Outlet แบรนด์เนมราคาถูกๆ นะครับ โชคดีนี่ได้ของดีราคาถูกโคตรๆ เลยแหละ

 

เยือนเทพีเสรีภาพ และ Ellis Island

มาถึงนิวยอร์กทั้งที ไม่ไปเยือนเทพีเสรีภาพที่ Liberty Island ไม่ได้ครับ เหอๆ ตอนที่ผมไป ก็ยังอยู่ในระหว่างการบูรณะอยู่บางส่วน ก็เลยทำให้เข้าไปบางจุดไม่ได้ ไม่เป็นไร ได้ไปเห็นก็ยังดี ว่ะฮ่ะฮ่ะ …​ วิธีการไป ก็คือซื้อตั๋วเรือของ http://www.statuecruises.com/ ครับ จะจองตั๋วผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วพิมพ์ออกมา (หรือจะเลือกไปรับตั๋วที่ท่าเรือก็ได้) จากนั้นก็ไปขึ้นเรือที่ Battery Park ครับ ซึ่งสามารถไปถึงได้ด้วย Subway สาย 1, 4, 5, N หรือ R ก็ได้ แต่ละสายก็จะมีไปโผล่สถานีที่แตกต่างกัน  แต่เราสามารถเดินจากสถานีไปถึง Battery Park ได้ไม่ยาก

 

ตารางออกเรือของ Statue Cruise

 

ใครที่จองตั๋วผ่านเว็บ มันจะมีรอบให้เลือกว่ากี่โมง แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องไปสนใจมันครับ เพราะเรือออกจากท่าทุกๆ 20 นาทีอ่ะ จะไปลำไหนก็ได้ ตามสะดวก เราสามารถเลือกที่จะกลับเวลาไหนก็ได้ ดูแค่ว่าเรือมันออกกี่โมงเท่านั้นเอง … เพียงแต่ตอนขึ้นจากท่า มันจะตรวจของเราค่อนข้างละเอียดเลยครับ เขาบอกว่าระดับเดียวกับสนามบิน … ก็ไม่เชิง แต่มันสแกนกระเป๋าเราทุกใบครับ

 

มาถึงแล้ว Liberty Island

 

ผมไม่ขอพูดถึง Ellis Island ครับ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปที่นี่ เลยไม่ได้ลง (ฮาฮา​ … พอดีมีนัดต่อหลังจากตรงนี้น่ะ เลยรีบกลับ) ขอเน้นที่เทพีเสรีภาพก็แล้วกัน … แต่ผมก็ไม่ขอเขียนถึงเทพีเสรีภาพครับ ผมว่าดูเป็นวิดีโอเลยน่าจะได้อะไรมากกว่า ดังนั้น ดูคลิป YouTube ที่ผมเตรียมมาให้นี่เลย

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=_thq2LYEv-g[/tube]

 

ปิดท้ายก่อนกลับด้วยร้าน Yakitori Taisho และ Spot Dessert Bar

ปิดท้าย ผมกับ @wiriyapa และเพื่อนอีก 3 คน ก็ไปหม่ำมื้อเย็นกันที่ร้าน Yakitori Taisho ตรง 5 Saint Marks Pl # 1, New York, NY ใครจะไป โทรไปจองโต๊ะได้ที่ (212) 228-5086 ‎ หรือเข้าเว็บไซต์ของร้านที่ yakitoritaisho.com ได้ครับ

 

ที่ตั้งร้าน Yakitori Taisho ครับ

 

ตัวหลักของร้านนี้ก็คือพวกอาหารเสียบไม้ย่างครับ โดยเฉพาะพวกไก่ย่าง สั่งกันเป็นไม้ (Skewer) มาทานครับ สนนราคาเหรียญกว่าๆ ไม่ถือว่าแพงมากสำหรับอาหารในนิวยอร์กครับ … เอาล่ะ มาดูอาหารบางส่วนแล้วกันนะครับ

 

สเต็กเนื้อจานนี้ $12.95 ครับ ด้วยคุณภาพและปริมาณแล้ว ถือว่าถูกกว่าในไทย

เป็ดรมควัน จะดูเนื้อแดงๆ เหมือนไม่สุกดี แต่สั่งซุปกิมจิร้อนๆ มาลวกเพิ่มได้ อร่อยๆ

อันนี้คืออาหารหลักของร้านล่ะ เสียบไม้ย่าง

 

จบจากที่นี่ ก็ไปต่อของหวานที่ร้าน Spot Dessert Bar ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยครับ เลยขอเก็บภาพมาให้ชมกัน

 

จำชื่อไม่ได้ แต่อร่อยอ่ะอันนี้

อันนี้ก็จำชื่อไม่ได้ แต่อร่อย (ผมไม่ได้ชิมเอง เพราะไม่ชอบชาเขียว แต่เพื่อนๆ บอกอร่อย)

อันนี้ Lava อะไรซักอย่าง เค้กลาวาอร่อยมาก

 

แต่ละจานที่เห็นด้านบน สนนราคา $8.75 ครับ แต่ถ้าสั่ง 3 จาน ตอนที่ไปทานมันมีโปรโมชั่น ราคารวมแค่ $24 ก็เลยจัดสามจานเลย อิอิ … อันหลังนี่อร่อยมาก ถูกใจสุดๆ เลยขอจัดเป็นวิดีโอแนว First Person Eating (มุมมองของผู้ทาน …​ ผมเอง อิอิ) มาให้ได้ดูกันครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=xbQObIB7Uro[/tube]

 

26 มิถุนายน เดินทางกลับ

ทุกงานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกรา ไปเที่ยวมาไม่รีบกลับล่ะหนี้บาน ฮาฮา …​ ดังนั้นก็ถึงเวลาที่ผมต้องเดินทางกลับแล้ว … บ้านพักที่ผมไปอยู่เนี่ย วันก่อนหน้ามีการโทรมาขอเงินเพิ่มอีก $50 ด้วย บอกว่าผมอยู่เกินไป 1 คืน เลยต้องไปเถียงกะมันว่า ผมเริ่มพัก 20 มิ.ย. เช็คเอาท์ 26 มิ.ย.​รวม 6 คืน เพราะผมเช็คอินตอนสองทุ่มกว่าวันที่ 20 มิ.ย. มันถึงได้ยอมถอย และขอโทษ … หึหึ … ใครที่จะพักพวก Hostel แบบนี้ ต้องระวังมันมั่วเก็บเงินนะครับ อย่าไปยอมมัน เถียงให้เต็มที่หากเราไม่ผิด

 

นั่งแท็กซี่ไปสนามบิน

 

ออกเดินทางจากที่พัก มีน้องสาว และ @wiriyapa ไปส่ง พร้อมต้องแบกกีต้าร์ที่ @mrkui ฝากให้เอากลับ เลยต้องนั่งแท็กซี่ไปเพื่อความสะดวก (ของเยอะ) … แต่ใครคิดจะนั่งแท็กซี่ในสหรัฐอเมริกาเนี่ย คิดซักนิดนึงก่อนนะครับ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเลย … ค่ารถแท็กซี่ก็แพงเอาการอยู่แล้ว นั่งจากที่พักของผมมาที่สนามบิน ไม่ไกลมาก ประมาณ 18 กิโลเมตรเนี่ย โดนค่าโดยสารไป $35 ครับ ไม่รวมทิปซึ่งผมให้แบบเลขกลมๆ ไปอีก $5 รวมแล้วก็พันสองร้อยกว่าบาท … ผมนั่งแท็กซี่จากบ้านไปสนามบินสุวรรณภูมิเนี่ย ประมาณ 53 กิโลเมตร รวมค่าทางด่วนแล้วแค่ราวๆ หกร้อยบาทเอง เหอๆ

แล้วก็ขอปิดฉากการตะลุยทัวร์อเมริกาเพียงเท่านี้ละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: