กาฝากหนีเที่ยวอเมริกา ตอนที่ 8 ตะลุยวอชิงตันดีซี

 

มาอยู่นิวยอร์กได้ 2 วัน ก็มีอันได้ติดตาม @wiriyapa ไปตะลุยวอชิงตันดีซีครับ เรื่องของเรื่องคือ ผมเลือกระหว่างจะไปเที่ยวน้ำตกไนแองการ่า (ถ้าไปคนเดียวตกหัวละประมาณห้าพันกว่าบาท แต่ถ้าไปสองคนจะตกหัวละสามพันกว่าบาท … ทริป 2 วัน 1 คืน เดินทางไปกลับราวๆ 12 ชั่วโมง นานพอสมควร … แต่มันก็สวยคุ้ม น้ำตกใหญ่) กับไปเที่ยววอชิงตันดีซี … ถ้าใครถามว่ามีอะไรดี คงต้องตอบว่ามีอาคาร United State Capital ในรูปด้านบน, มีรูปปั้นประธานาธิบดีอับบราฮัม ลินคอน อันใหญ่ๆ, มีไอ้แท่งโอเบลิกส์ แล้วก็พิพิธภัณฑ์เพียบ ครับ

 

แนะนำนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ใช้จักรยานพาทัวร์

คำแนะนำของผมคือ ลองไปที่เว็บไซต์ http://www.capitalbikeshare.com/ ดูครับ จะเห็นว่ามันจะมีจุดให้เช่าจักรยานอยู่ทั่วไปเยอะมาก … ข้อดีของการเช่าจักรยานนี่คือ เสียค่าสมาชิก $7 ต่อวัน หรือหากเราคิดว่าจะอยู่ละแวกนี้ 3 วัน ก็สมัครสมาชิกแบบ 3 วันก็ได้ เสีย $15 เองครับ

ขั้นตอนการเช่าไม่ยุ่งยากเลย แค่แตะที่หน้าจอสัมผัสเพื่อเริ่มกระบวนการเช่าจักรยาน จากนั้นเสียบบัตรเครดิตเข้าไปในช่องเสียบบัตรแล้วรูด จากนั้นก็จะได้รับรหัสปลดล็อกมา (จะให้แสดงบนหน้าจอ หรือจะให้พิมพ์มาก็ได้) เสร็จแล้วก็เดินไปที่จักรยานที่เราต้องการจะปลดล็อก แล้วไปกดรหัสตรงด้านซ้ายมือของจักรยาน แค่นี้ก็เอาจักรยานออกไปขี่ได้แล้ว

 

ขั้นตอนการเช่าจักรยานไม่ยุ่งยาก ใครๆ ก็ทำได้ (ต้องมีบัตรเครดิต)

 

อัตราค่าเช่าจักรยานมีดังนี้

  • 30 นาทีแรก ฟรี
  • 31-60 นาที $2
  • 61-90 นาที $6
  • จากนั้นทุกๆ 30 นาที คิด $8

จะเห็นว่าสนนราคาค่อนข้างสาหัสเอาการทีเดียว หากขับขี่เกิน 30 นาที แต่หากใช้ไม่ถึง 30 นาที ก็ฟรีนะครับ (แต่ให้คิดซะว่าใน 1 วันนั้น เราเสียค่าเช่า $7 ไปแล้ว) … ตัวจักรยานถือว่ามีสภาพค่อนข้างดีทีเดียว และมีระบบเกียร์ 3 ระดับ ใครไม่ค่อยมีแรงขี่เท่าไหร่ ก็ปรับเข้าเกียร์หนึ่ง จะได้เบาแรง อิอิ … เมื่อใช้เสร็จแล้ว ก็ไปคืนที่ Parking Lot ของ Capital Bikeshare นี่แหละ ตรงไหนก็ได้ … แค่ดันรถจักรยานเข้าไปให้สุด แล้วรอจนสัญญาณไฟสีเขียวติด ซึ่งหมายถึงว่าจักรยานจอดสนิทดี ล็อกดีแล้ว ก็เรียบร้อย

จักรยานให้เช่า Capital Bikeshare มีทั่วไปเลย

 

เทคนิคในการเช่าจักรยานขับเพื่อท่องเที่ยวมีดังนี้ครับ

  • ก่อนจะเช่า ต้องสำรวจสถานที่ที่ตนเองจะไปเที่ยวให้เรียบร้อยก่อน พยายามให้มั่นใจว่าไปถึงได้ใน 30 นาที … ซึ่งตรงนี้ Google Maps จะช่วยได้มาก เพราะสามารถค้นหาเส้นทางการขี่จักรยานได้ แล้วมันจะบอกระยะทางพร้อมคาดการณ์เวลาที่ต้องใช้ (บางทีเราอาจจะเห็น Google Maps แนะนำเส้นทางอ้อมๆ แต่ขอให้คิดไว้เสมอว่ามันเป็นเส้นทางจักรยาน … ถามว่าขี่จักรยานบนถนนปกติได้ไหม ทำได้ครับ แต่ก็เสี่ยงอันตรายกับรถยนต์หน่อยนะ)
  • ดาวน์โหลด App (มีทั้ง iOS และ Android) จากเว็บไซต์ http://www.spotcycle.net/en/appsdevice_en.html อันนี้เป็น App ที่จะแสดงตำแหน่งของ Parking Lot ของพวกจักรยานเช่าครับ เลือกแผนที่เป็น Washington DC แล้วก็จะได้เห็นว่าเราสามารถเช่าหรือคืนจักรยานตรงไหนได้บ้าง … จากนั้นเอามาเทียบกับเส้นทางที่เราจะใช้เดินทาง เพื่อดูว่าเราควรจะไปคืนจักรยานที่ไหน ภายใน 30 นาที
  • พึงระลึกเอาไว้เสมอว่าที่อเมริกาเขาขับรถตรงกันข้ามกับบ้านเรา ประเทศไทยขับชิดซ้าย อเมริกาขับชิดขวานะจ๊ะ ดังนั้นทางที่ดี ควรไปตามเส้นทางจักรยาน หรือก็คือ ขึ้นฟุตบาธไปเลยครับพี่น้อง … โดยส่วนตัว ผมลุยบนถนนกับรถยนมาแล้ว ฮาฮา ไม่แนะนำให้เสี่ยง โดยเฉพาะหากไม่คล่องเส้นทาง

 

ขี่จักรยานลงถนนมาแล้ว ไม่แนะนำให้ทำตามผม ฮาฮา

 

  • จักรยานที่เช่า มีความสูงต่ำแตกต่างกันไป ตอนจะเลือกเช่า ถ้าไม่อยากไปเสียเวลาวุ่นวายกับการปรับแต่งมาก ก็ลองไปนั่งคร่อมๆ ดูก่อนว่าคันไหนสูงกำลังดี แล้วเลือกคันนั้น ดูลมยาง และสภาพรถอื่นๆ ด้วย (แม้ผมจะบอกว่าใหม่ แต่อย่าลืมว่ามันใช้มากี่มือกี่เท้าแล้ว)

 

เที่ยววอชิงตันดีซีในวันเดียว

สมมติว่าท่านผู้อ่านมีเวลาอยู่กับวอชิงตันดีซีแค่วันเดียวแบบผม ผมแนะนำว่าไอ้ที่วงสีแดงไว้นี่แหละ ครบวงจรที่สุดแล้ว สามารถเริ่มตั้งแต่ Lincoln Memorial แล้วผ่านไอ้แท่งโอเบลิกส์ มาจอดจักรยานแถวๆ พิพิธภัณฑ์ได้ (มีอยู่จุดนึง) แล้วตรงนั้นอ่ะ ดงพิพิธภัณฑ์เลย เข้าฟรีด้วย เป็นของ Smithsonian Institute ครับ มีทั้ง National Air and Space Museum, American History Museum, National Gallery of Art ฯลฯ คือให้เดินวงตรงพื้นที่นั้น ไปถึง United States Capital ถ่ายรูปซะหน่อย แล้วค่อยวนกลับมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่ออ่ะ

 

ถ้ามีเวลาเที่ยวแค่วันเดียวแบบผม แนะนำวงกลมสีแดงนี่เลย ฮาฮา

มาถึงแล้ว ก็ต้องชักภาพซะหน่อยสินะ

 

แต่ละพิพิธภัณฑ์น่าสนใจแค่ไหน? ผมมีโอกาสได้ไป National Air and Space Museum, National Gallery of Art, Sculpture Garden และ Natural History Museum ครับ เท่าที่ไปมา ก็น่าสนใจหมดเลย ผมแนะนำว่ามีโอกาส แวะไปดูดีกว่า … แต่ถ้าใครอยากดูพรีวิวก่อน ผมมีวิดีโอให้ดูข้างล่างนี่เลย

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=U781uRV3M5I[/tube]

 

วิธีการนำเสนอสิ่งต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์นี่ก็เยี่ยมยอดอ่ะครับ อย่างเช่นที่ Natural History Musem นี่ ในโซนที่ชื่อ Written in Bones ก็มีการนำเทคนิค Lenticular ในการเปลี่ยนภาพที่แสงไปตามมุมมองของผู้ชมด้วย ดูวิดีโอตัวอย่างด้านล่างได้

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=OEO7Er_-MNM[/tube]

 

พิพิธภัณฑ์แต่ละที่ หลักๆ เลย คือเข้าไปได้ฟรีๆ แต่จะมีกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยที่แตกต่างกันไป … อย่าง National Air and Space Museum นี่เขาจะมีการสแกนกระเป๋าด้วยเครื่องสแกนเลย แต่ก็จะพกกระเป๋าเข้าไปเดินได้ แต่ถ้าเป็น National Gallery of Art นี่ เขาจะไม่ให้เอากระเป๋าสะพายเข้า ต้องเอาไปฝากเก็บไว้ที่ Checker Room เป็นต้น

 

มุมหนึ่งใน National Gallery of Art

 

บางพิพิธภัณฑ์นี่ใหญ่มากนะครับ อย่าง National Gallery of Art นี่ มีทั้งฝั่ง West Building และ East Building แถมมีหลายชั้นอีก เดินให้ทั่ว ชมให้ครบทุกห้องนี่ เผลอๆ ต้องใช้เวลาทั้งวัน … แนะนำว่าเลือกเฉพาะโซนภาพที่เราชอบดีกว่า หรือ Natural History Museum นี่ก็มี 2 ชั้น มีหลายโซนเช่นกัน แต่ละโซนนี่รายละเอียดเยอะมากๆ ถ้าจะให้เดินแบบเต็มที่จริงๆ กะเก็บรายละเอียดจริงๆ บอกได้เลยว่ามีอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง

ระหว่างเดินเลือกชมพิพิธภัณฑ์เนี่ย Sculpture Garden กับ Butterfly Habitat ก็เป็นสถานที่ที่เราจะเข้าไปเดิน ไปนั่งพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าคลายเมื่อยจากการที่เดินชมพิพิธภัณฑ์ซะนานครับ

 

น้ำพุตรง Sculpture Garden นี่มีคนไปนั่งเยอะ เพราะเอาเท้าแช่น้ำให้เย็นชื่นใจได้

ดอกไม้ใน Butterfly Habitat ก็สวยๆ ทั้งนั้น มีเก้าอี้ให้นั่งพักด้วย

 

คำเตือนของผมคือ น้ำเปล่าที่ขายละแวกนี้แพงมาก ขวดนึง $2.25 – $3.00 ครับ (ขวดแบบ 7 บาท ที่บ้านเรา) ซึ่งปกติแล้วผมเดินซื้อแถวๆ ที่พักของผมที่นิวยอร์กเนี่ย $1 เท่านั้นเอง … ขายราคาขูดรีดมาก … แต่ไม่ต้องห่วง ลองเดินๆ หาดู มักจะมีพี่มืดหิ้วกระติกใส่น้ำแข็ง เอาน้ำเปล่าขวดมาขาย $1 เท่านั้น เท่าที่ผมเจอ ก็มีตรง ด้านนอกของ Sculpture Garden ครับ

ผมเดินแบบคร่าวๆ เก็บเฉพาะรายละเอียดสำคัญๆ ที่ผมสนใจ ผมใช้เวลาเดิน 3 พิพิธภัณฑ์ไปทั้งสิ้น 6 ชั่วโมงกว่าๆ ครับ … นี่ยังเหลืออีกตั้งหลายพิพิธภัณฑ์ที่ผมไม่มีเวลาเข้าไปจริงๆ เลยนะ

 

ดูเหมือนประเทศจีนจะเต็มประเทศสหรัฐเลย

คือไม่ใช่อะไรหรอกนะ ผมแค่ไม่อยากให้คุณดั้นด้นมาถึงสหรัฐอเมริกา แล้วกะซื้อของฝากไปให้เพื่อนๆ หรือแฟน หรือคนรู้จัก แล้วมันปะป้ายหราไว้ว่า Made in China อ่ะ … ที่พิพิธภัณฑ์เนี่ย มีของที่ระลึกหลายชิ้นผลิตในจีนเลย เวลาเลือกซื้อก็ดูป้ายให้ละเอียดๆ หน่อยแล้วกัน … บางอันดีหน่อย มีการเขียนบอกว่า Made Exclusively in China แต่สุดท้ายมันก็ให้ความรู้สึกว่า ของฝากจากสหรัฐ แต่ผลิตในประเทศจีนอ่ะ มันแหม่งๆ

 

นาฬิกา ผลิตแบบ Exclusive ในประเทศจีน ขายในพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐ เหอๆ

พวกหินแร่ต่างๆ ที่เป็นของที่ระลึก ก็ทำในจีน เหอๆ

 

ตกดึกมีร้าน Zaab Modern Asian อร่อย

ใครยังติดการใช้ขีวิตยามค่ำคืน แวะไปที่ร้าน Zaab Modern Asian ครับ พิกัดที่อยู่ ใส่ “1836 18th Street Northwest, Washington, DC” เข้าไปใน Google Maps เลย ร้านนี้อร่อยมาก อาหารไทยก็รสชาติแบบไทยๆ ดีด้วย คนไทยไปเที่ยวกันเยอะ (อย่าเชื่อรูปใน Street View เพราะรูปเก่าครับ) พนักงานอัธยาศัยดีด้วยครับ … นอกจากอาหารไทยแล้ว ก็ยังมีพวกอาหารญี่ปุ่นด้วย ใครชอบปลาดิบ ที่นี่ก็มีแบบดีๆ ให้ทานด้วย (แต่น่าเสียดายตรงที่วาซาบิไม่ซาบซ่านเท่าไหร่ อิอิ)

 

ร้านนี้ แนะนำเลย

ปลาดิบอย่างดี

กุ้งแช่น้ำปลา

อันนี้เรียก Lobster Volcano

 

รู้สึกว่าทริปนี้มีแต่กินกินกินกิน จริงๆ นะ เหอๆ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. ขวัญ says:

    อ่านไปละ แต่ลืมขอบคุณ 5555

    ขอบคุณนะคะ น่าสนุกอ่ะขี่จักรยาน แต่ไปกับคุณพ่อคุณแม่ ให้มาขี่อาจจะไม่สะดวก คงต้องเดินๆจนน่องโตแทน แหะๆ

  2. Niss says:

    ชอบเนื้อหามากเลยค่ะ กำลังจะไปเที่ยว DC ค่ะ อยากทราบว่าต้องใส่ Helmet หรือเปล่าคะ แล้วถ้าเค้าบังคับ จะหาเช่าได้ที่ไหนบ้างคะ

    • kafaak says:

      ตอนผมไป ไม่ต้องใส่ครับ ไม่ได้มีบังคับ

  3. fahcarroll@gmail.com says:

    ร้านแซ่บปิดไปแล้วนะค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: