กาฝากหนีเที่ยวอเมริกา ตอนที่ 3 แอบเยี่ยมบอสตัน

 

ชื่อของตอนที่ 3 คือ แอบเยี่ยมบอสตัน … มันสมชื่อตอนนี้จริงๆ ครับ เพราะตามกำหนดการแล้ว ผมต้องจากเมืองนี้ มุ่งหน้าไปยังเมือง Byfield ที่อยู่ทางเหนือไปอีกราวๆ 30 ไมล์ (ราวๆ 48.2 กิโลเมตร) ตอนสี่โมงเย็น ตื่นเช้ามา 09:00 เพราะดันตั้งนาฬิกาผิด ดันไปให้ปลุกเฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่วันที่ผมอยู่บอสตันเนี่ยเป็นวันอาทิตย์ ฮาฮา ดีว่านัดกับนายฝรั่งเอาไว้ เขาเลยโทรมาปลุก ล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวแทบไม่ทันแน่ะ … ไปทานอาหารเช้าที่คาเฟ่ใกล้ๆ (เดินไปราวๆ 10 นาที) เป็นอาหารเช้าแบบอเมริกันแท้ๆ เลยครับ … ที่นี่ต้องทำใจเรื่องราคาอาหารหน่อย เพราะเริ่มต้นแบบถูกๆ ก็ $7 เข้าไปแล้วครับ และเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ $10 ครับ (อย่าลืมกฎการให้ทิป ดังนั้นต้องบวก $1-$2 เสมอๆ ด้วย)

อ้อ! แม้ว่าสนนราคาอาหารจะแพงมาก แต่ว่าปริมาณนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะครับ บอกเอาไว้ก่อน … แถมมีเปลี่ยนขนาดตามมื้ออาหารด้วย คือ มื้อเช้าจะไม่เยอะแยะมากมายอะไร แต่มื้อเย็นจะค่อนข้างเยอะ และมื้อกลางวันจะเยอะแบบสุดๆ ไปเลยอ่ะ … แนะนำว่าถ้าไปเที่ยวกันสองคน ลองหาเมนูที่ทั้งคู่อยากทานแล้วสั่งมาจานเดียวก่อนนะ ฮาฮา

โอเค ทีนี้ได้เวลามาดูกันว่า ในช่วงเวลา 11:00 – 15:00 หรือประมาณ 4 ชั่วโมงที่ผมมีเวลาแอบเดินเที่ยวบอสตันเนี่ย มันมีอะไรที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจที่อยากเก็บเอามาเล่าสู่กันอ่านบ้าง

 

สวนสาธารณะ เป็นสถานที่รวมตัวของคน และกิจกรรมต่างๆ

แม้ว่าประเทศไทยพยายามอย่างเต็มที่ในการรณรงค์ให้ครอบครัวได้มีกิจกรรมร่วมกันยามว่าง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัว แต่เมื่อผมได้ผ่านประเทศตะวันตกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ หรือ อเมริกา ผมว่าวิธีปฏิบัติของบ้านเรามันแปลกๆ และค่อนข้างสิ้นเปลือง … แต่ส่วนหนึ่งคงเพราะว่าสภาพภูมิอากาศของบ้านเรามันร้อนเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

 

โซนเครื่องเล่นเด็กที่ Boston Common

 

ที่บอสตันนี่ สวนสาธารณะอย่าง Boston Common นั้นเป็นสถานที่ที่ครอบครัวจะพาลูกๆ หลานๆ มาเที่ยวในช่วงวันหยุด หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่นหรือคนวันทำงาน ก็ออกมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ในวันหยุดเช่นเดียวกัน เพราะความเขียวขจีและร่มรื่น น่านั่งพักผ่อนหย่อนใจมากๆ นอกจากนี้ก็มีเครื่องเล่นเด็กหลายๆ อย่างให้เด็กๆ ได้ชุมนุมเล่นกัน บางจุดอย่าง Frog Pond ใน Boston Common เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ก็จะมีการปล่อยน้ำให้เข้าไปในบ่อ (ซึ่งตื้นมาก) แล้วทำให้มันกลายเป็นน้ำแข็ง (มีเครื่องช่วยทำ แล้วใช้ความหนาวของอากาศช่วยรักษาสภาพ) เพื่อใช้เป็นลานสเก็ตน้ำแข็ง

 

Frog Pond ช่วงหน้าหนาวจะมีการปล่อยน้ำเข้าไป แล้วทำให้กลายเป็นน้ำแข็งเพื่อเป็นลานไอซ์สเก็ต

 

พวก Street Performers ต่างๆ ก็ออกมาหารายได้จากการแสดงให้ผู้ชมได้ชมกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นการแสดงที่ดึงดูดเด็กๆ ให้ชวนพ่อแม่พาเข้ามาดู จากนั้นก็รับเรี่ยไรเงิน (ได้เยอะนะ) เสียดายว่าผมมีเวลาน้อย เลยไม่มีโอกาสได้ไปดูแล้วถ่ายวิดีโอมาให้ดูเหมือนตอนที่อยู่อังกฤษ … บางจุดของ Boston Common ก็มี Gimmick ให้พวกเด็กๆ ได้ไปถ่ายรูปเล่น เช่น ตรง Frog Pond ก็จะมีรูปหล่อรูปกบ อีกจุดนึงก็เป็นรูปหล่อรูปแม่เป็ดกำลังเดินนำขบวนลูกเป็ด

 

ลูกเด็กเล็กแดงชอบให้พ่อแม่พามาถ่ายรูปนั่งบนเป็ดที่นี่

 

นอกจากนี้ Boston Common ก็มีสระน้ำขนาดใหญ่ ถ้าเป็นหน้าร้อนก็จะมีทั้งเป็ดและหงส์มาเล่นน้ำ (ไม่รู้มาจากไหน) ด้วย มีเรือที่รับจ้างพาเรานั่งวนๆ ให้สระน้ำเพื่อดูเป็ดและหงส์อย่างใกล้ชิดอีกต่างหาก

 

หงส์มาว่ายน้ำโชว์ให้ผมได้ถ่ายรูปด้วย

 

ม้าหมุน หาได้ง่ายมากตามสวนสาธารณะหรือสวนหย่อมเล็กๆ ทั่วเมือง

สำหรับผมแล้ว จะคุ้นชินกับการเห็นม้าหมุนตามสวนสนุกไม่ก็ตอนมีงานวัดครับ แต่ที่บอสตันนี่ ผมได้เห็นม้าหมุนหลายแห่งเลยแหละ อันนึงอยู่ใน Boston Common อีกอันอยู่แถวๆ โรงแรม ตรงจุดที่มันเป็นเหมือนลานให้คนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ … ไม่ใช่เล่นกันฟรีๆ นะ ต้องซื้อตั๋วเพื่อเล่นอะ แต่มันก็เหมือนกับเป็นสถานที่ที่ครอบครัวสามารถพาลูกๆ หลานๆ ออกมาเล่นสนุกๆ ได้อ่ะ

 

ม้าหมุนที่ Boston Common

 

City Tour แบบเดินตะลุยเมือง

อันนี้เข้าใจเลยว่าทำยากมากในเมืองไทย แต่เมืองหนาวๆ แบบนี้เดินยังไงเหงื่อก็ออกยากครับ ดังนั้นเราจะได้เห็นกรุ๊ปทัวร์แบบพาเดินกันเยอะมาก อันนี้สะดวกดีครับ เพราะไม่ก่อมลภาวะ แถมไม่ทำให้รถติดอีกต่างหาก ลูกทัวร์ก็เดินๆๆๆ ตามหัวหน้าทัวร์ไป ซึ่งหัวหน้าทัวร์ก็อาจจะแต่งกายตามปกติ หรือไม่ก็แต่งแบบย้อนยุคกันเลยทีเดียว ดูเก๋ไปอีกแบบ

 

หัวหน้าทัวร์แต่งตัวแบบโบราณเลย

ผู้หญิงในชุดโบราณนี่ก็หัวหน้าทัวร์อีกกรุ๊ป

 

ค่าทัวร์รู้สึกจะ $40/คน นะครับ … ถ้าใครไม่อยากเสียเงิน มันมีทางเลือก 2 ทาง ทางแรกคือโกง (ฮาฮา) แอบเดินตามไปแบบเนียนๆ เลย แต่ไม่แนะนำให้ทำอ่ะ น่าเกลียด (เกิดโดนจับได้ แล้วเขารู้ว่าเป็นคนไทย ขายขี้หน้าทั้งประเทศ) อีกวิธีคือ เดินเอง … เพราที่นี่เขามีการทำเส้นสีแดง หรือ ปูพื้นเป็นเส้นสีแดง เพื่อบอกเป็นแนวอยู่แล้วว่าให้เดินไปทางไหนบ้าง เขาเรียกว่า Freedom Trail ครับ

 

Freedom Trail เริ่มต้นจากที่ Boston Common นี่แหละครับ

 

Freedom Trail นี่ไม่ใช่การเดินเป็นวงกลมนะ แต่เป็นเส้นทางเดินที่เริ่มต้นจาก Boston Common ไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monument รวมเป็นระยะทาง 2.5 ไมล์ (ประมาณ 4 กิโลเมตร) ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์และพก Landmark ของเมืองบอสตันครับ ถ้าไม่มีไกด์เราก็ต้องหาข้อมูลเอาเองว่าอะไรเป็นอะไร มีความสำคัญกันยังไงอ่ะนะ

 

ทัวร์บอสตันชนิดเหมือนเดิน แต่ไม่เหนื่อย

ใครอยากทัวร์ได้ทั่วๆ เหมือนเดินไป แต่ไม่อยากเหนื่อยกับการเดิน … เขามีบริการทัวร์ด้วย Segway ด้วยนะ ไกด์ก็จะพาเราขี่ Segway ไปรอบๆ เมือง แล้วก็ใช้ Walkie-Talkie ในการพูดคุยเล่าเรื่องให้เราฟัง … มีหลายที่ที่ให้บริการ ลองค้นด้วย Google หาคำว่า “Boston Segway Tour”  ก็จะเห็นเยอะอยู่ … สนนราคา น่าจะไม่แตกต่างกันมาก เท่าที่เห็นก็คือ 1 ชั่วโมงตกราวๆ $65 (ประมาณสองพันเศษๆ)

 

ทัวร์เมืองบอสตันแบบเหมือนได้เดินไป แต่ไม่เหนื่อย ต้อง Segway

 

คำแนะนำของผมคือ อ่านให้ดีๆ นะครับ เวลาที่เขาบอกว่าทัวร์ยาว 1 ชั่วโมงน่ะ ส่วนใหญ่มันจะรวมเวลาที่เขาจะสอนให้เราใช้ Segway นะครับ ผมไม่รู้ว่ามันใช้เวลาสอนนานแค่ไหน แต่ถ้าเราคิดว่าเราเป็นคนที่หัวไม่ค่อยไปกับเรื่องพวกนี้ ก็จะลำบากหน่อยล่ะ อาจเสียเวลาฟรีๆ ไปเยอะ

 

Aquarium เสียดายไม่ได้เข้า

จริงๆ อยากเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่มาก แต่น่าเสียดาย ดูราคาค่าเข้าแล้ว มันไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ผมเหลืออยู่ราวๆ 1 ชั่วโมง ก็เลยต้องตัดใจ แต่ถ้าเกิดใครมีโอกาส (และมีตังค์) ก็อยากให้แวะมาดู แล้วถ่ายรูปมาฝากผมหน่อยนะ อิอิ … สนนราคาค่าเข้าที่นี่ไม่ถึงกับกระอักมาก ก็เจ็ดร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง แต่หากจะนั่งเรือไปดูปลาวาฬ อันนี้แพงครับ ประมาณพันห้าร้อยบาทอ่ะ

 

อยากเข้า Aquarium ที่นี่มากๆ

สนนราคาเข้า Aquarium

 

เอารูปมาให้ดูคร่าวเฉยๆ เพราะไม่มีโอกาสได้เข้าไปดู ฮือๆ

 

Boston Harbor

มาบอสตัน ต้องมาเยี่ยมชมวิวอ่าวครับ ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก หุหุ แค่มาดูวิวเฉยๆ แหละครับ เลยถ่ายรูปแบบพาโนรามามาให้ดูด้วย

 

Boston Habour

 

ชอบตรงที่เขาให้ความรู้เรื่องโลกร้อนด้วย รณรงค์เพื่อให้เกิดความตระหนักว่าปัญหาจะเป็นยังไง มีตัวอย่างภาพจำลองให้ดูด้วยว่าหากปัญหาโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไป อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปี ค.ศ. 2100 นี่ บอสตันส่วนไหนบ้างที่จะจม

 

ป้ายอธิบายเรื่องโลกร้อน และผลกระทบต่อเมืองบอสตัน

 

ทั้งหมดก็ประมาณนี้แหละครับ กับการแอบมาเยี่ยมเมืองบอสตัน … เดี๋ยวไว้ค่อยมาเล่าสู่กันอ่านต่อในเมืองอื่นๆ ที่ผมไปบ้างครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

8 Responses

  1. @9wallop says:

    น่าสนใจมาก เที่ยวให้สนุกครับ

  2. อ่านสนุกมากครับ ขอบคุณมาก 🙂

  3. sak says:

    ดีครับ สนุกได้ความรู้กับการเดินทาง
    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆ

  4. Somtong says:

    ตอนนี้ผมอยู่บอสตันและและไม่กี่วันก็จะกลับแล้ว ผมอยู่มาครบทุกฤดูในบอสตัน ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไร แต่พอใกล้จะกลับเมืองไทย ได้อ่านได้ให้ภาพช่วงซัมเมอร์แล้วน้ำตาจะไหล “นี่เราเคยอยู่ในสถานที่นั่นทุกรูปเลย” คงคิดถึงบอสตันไปอีกนาน

    • kafaak says:

      แหม่ น่าอิจฉานะครับ บอสตันนี่เป็นเมืองที่สวยมากทีเดียว

  5. ขวัญ says:

    ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ กำลังจะไปเที่ยวบอสตันเลย ตามอ่านมาตั้งแต่วอชิงตันดีซีแล้วค่ะ 😉

    • kafaak says:

      ยังมีเที่ยวที่อื่นอีกนะ เช่น เยอรมัน อะไรแบบนี้ อิอิ

  6. mameaw says:

    ตามอ่านด้วยคนค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: