อยากเป็นบล็อกเกอร์บ้างทำยังไงดี กาฝากมีคำแนะนำ

@kafaak

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยผู้มีความสนใจด้านไอทีเป็นพิเศษ ชอบรีวิวพวก Gadget แต่ก็ชอบที่จะหยิบจับเอาประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิทัล หรือจิตวิทยา มาพูดถึง เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง เป็นวิทยากรรับเชิญก็มาก ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลให้องค์กรแห่งหนึ่ง บล็อกเกอร์เลยกลายเป็นงานอดิเริกไปซะงั้น

8 Responses

  1. Khonsankala พูดว่า:

    ตอนนี้มี software ที่ทำงานได้เทียบเท่า windows live writer บน MacOS บ้างมั๊ยครับ

  2. Ramanager พูดว่า:

    อวย = อวยพรอวยชัยและเชียร์เบียร์? ^^

  3. @9wallop พูดว่า:

    ขอบคุณในสาระดีๆครับ

  4. t0zz พูดว่า:

    ผมอยากให้เขียนเรื่องการใช้ภาพในการประกอบบทความด้วยนะครับ ลิขสิทธ์ต่างๆของภาพ ส่วนใหญ่แล้ว blogger ชาวไทยยังหาภาพจาก google ซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดอย่างมากครับ ยกตัวอย่างภาพด้านบนสุดที่มีมือยื่นออกมาจาก laptop ผมค่อนข้างมั่นใจว่าภาพนี้เป็นภาพที่ผลิตขึ้นเพื่อการค้า ดังนั้น ถึงแม้ว่าเราจะเห็นตามเว็บหรือค้นหาเจอ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะสามารถนำมาใช้ได้ฟรีๆ เว็บไซท์เหล่านั้นอาจจะซื้อลิขสิทธิ์มาเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ก๊อปมา (โดยเฉพาะต่างประเทศ) เช่นเว็บสนุกดอทคอม ภาพที่ประกอบบทความต่างๆเค้าก็ต้องซื้อมา เช่นกัน ด้วยความเคารพนะครับ ที่ผมคอมเม้นท์ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะบอกว่าภาพด้านบนนั้นผิดหรือถูกลิขสิทธิ์ เพียงแต่อยากจะให้คนไทยให้ความสำคัญในเรื่องลิขสิทธิ์ของภาพที่นำมาใช้ด้วยครับ เหมือนที่ blogger ก็ให้ความสำคัญกับการให้เครดิต หรือขออณุญาตการใช้บทความเช่นกัน ขอบคุณครับ ^^

    • kafaak พูดว่า:

      จริงๆ เรื่องนี้ตอบง่ายครับ หลักๆ คือเอาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์มาพูด (เหมือนบล็อกที่ผมเขียนถึงว่าลล็อกเกอร์บางคนอาจกำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่นั่นแหละครับ) … ปัญหาหลักคือ รูปบางรูปเนี่ย ถูกนำมาใช้ไปมาจนหาแหล่งต้นทางไม่เจอแล้วจริงๆ เหอๆ เรื่องนี้จึงยังเทาๆ อยู่ครับ

      ปกติแล้ว ในกรณีของบล็อกเกอร์ ผมจึงแนะนำให้ 1) เขียน Credit URL เว็บที่ไปเอารูปมา หากทำได้ (แต่รูปบนผมลืม URL ไปแล้ว 555) และ 2) ให้ก็อปปี้รูปมาวางไว้บนโฮสต์ของเรา ไม่ใช่ทำ ไปที่เว็บเจ้าของรูป เพราะนั่นจะกลายเป็นสร้าง Load ให้เซิร์ฟเวอร์เขา

  5. t0zz พูดว่า:

    เรื่องต้นทางของรูปเป็นไปได้ยากครับ เนื่องจากแต่ละที่ก็ซื้อรูปมา จึงไม่มีการมาใส่ลายน้ำหรือ ต้องใส่เครดิตให้รูปครับ
    ทีนี้เราก็ไปก๊อปมาซึ่งอย่างที่บอกเว็บต่างประเทศหาต้นทางได้ยากแน่ๆ เพราะเค้าซื้อมา
    ไม่ใช่ลักษณะขอบทความไปใช้แล้วจึงให้เครดิตครับ

    ซึ่งถ้าเป็นอย่่างนั้นความคิดผมก็คือไม่ควรใช้นะครับรูปที่บอกว่ามันเป็นสีเทา เพราะถึงจะหาต้นทางได้เราก็ไม่สามารถขอมาใช้ได้
    เพราะเค้าทำเพื่อขาย นอกจากจะไปขอมาใช้ตรงๆ

    ทางออกสำหรับกรณีที่ผมอยากจะเสนอคือ หารูปที่เค้าให้ใช้ฟรีครับ จะดีที่สุด ถ้าไม่อยากเสียต้นทุนในการซื้อรูปเพิ่มเติม
    ซึ่งในประเทศไทยผมก็เข้าใจว่ามันไม่คุ้มที่จะลงทุนตรงนั้นถ้าไม่ใช่เว็บไซท์ใหญ่มากๆ
    แต่ก็ไม่เห็นควรว่าจะนำมาเป็นเหตุผลในการใช้รูปสีเทาต่อไปครับ

    แหล่งรวมรูปภาพเพื่อการค้านะครับ : freedigitalphotos.net / 123RF.com / fotolia.com / dreamstime.com /
    shutterstock.com / istockphoto.com / photodune.net เว็บเหล่านี้จะมีภาพฟรีให้โหลดอยู่ด้วยครับ(อาจจะไม่ทุกเว็บ)
    ซึ่งส่วนมากขนาดของรูปที่โหลดฟรีได้จะใหญ่พอมาใส่ blog ครับ

    • kafaak พูดว่า:

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ … บางครั้งต้องไปใช้รูปสีเทาจริงๆ เพราะมันไม่มีอันไหนที่ประกอบบล็อกได้ครับ แต่พยายามใส่ URL เครดิตให้มากที่สุด … มันดีกว่าหาภาพประกอบบล็อกไม่ได้เลย

ใส่ความเห็น