กาฝากลองชิมสาหร่ายทอด – มาชิตะ รสสไปซี่

 

ยี่ห้อที่สองที่ผมจะทำการทดลองชิมวันนี้ ชื่อของมันเป็นภาษาเกาหลี มีความหมายว่า “อร่อย” … อย่าเพิ่งนึกว่าเป็น โออิชิ นะ นั่นมันภาษาญี่ปุ่น … ผมหมายถึงยี่ห้อ มาชิตะ (Masita) นี่ตะหาก ไอ้ยี่ห้อที่เอา คยูฮยอน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์อ่ะ (อย่าคิดว่าผมติดตามดาราเกาหลีจนรู้ว่าใครเป็นใครนะ ผมแค่จำได้ว่าเขาเอาดาราเกาหลีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และพอผมค้นหาด้วย Google ด้วยคีย์เวิร์ดว่า “มาชิตะ” มันก็แนะนำ “มาชิตะ คยูฮยอน” มาให้เลยอ่ะ ฮาฮา ผมก็เลยสบายไป … มาดูกันว่า แล้วยี่ห้อนี้จะเป็นยังไงบ้าง

สังเกตนะ ว่าผมพยายามหารสสไปซี่มาทาน ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ประการครับ คือ

  • ทั้ง 4 ยี่ห้อที่ผมจะทำการรีวิว จะได้มีรสชาติแบบเดียวกัน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ และ
  • ผมชอบรสนี้ (โอเคป่ะ บล็อกผม ผมรีวิว ผมกิน ผมก็ต้องเลือกของที่ผมชอบกิน อิอิ)

 

ข้อมูลจำเพาะของ มาชิตะ รสสไปซี่

ถ้าบอกว่า มาชิตะ ผลิตโดย บริษัท เค เจ ซี อินเตอร์ฟู้ด จำกัด คงจะไม่ค่อยรู้จักว่าเป็นที่ไหน แต่ถ้าบอกว่า ภายใต้การควบคุมของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด คงจะคุ้นหูกันดี อ่ะนะ ในฐานะผู้ผลิตเบียร์ชื่อดัง (อิอิ) แต่ด้วยความแรงของตลาดสาหร่ายทอด ก็เลยขอมามีเอี่ยวกับเขาด้วยคน

 

ข้อมูลทางโภชนาการของ มาชิตะ รสสไปซี่

 

1 หน่วยบริโภคของ มาชิตะ รสสไปซี่ ราคา 20 บาท คือ 16 กรัม ครับ ถือว่าให้น้ำหนักมามากเป็นอันดับ 2 ของทุกยี่ห้อที่ผมซื้อมาทดลองชิม มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

  • ไขมันทั้งหมด 8 กรัม (คิดเป็น 12% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน)
  • ไขมันอิ่มตัว 4 กรัม (คิดเป็น 20% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน)
  • โปรตีน 3 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 3 กรัม (คิดเป็น 1% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน)
  • ใยอาหาร 2 กรัม (คิดเป็น 4% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน)
  • โซเดียม 136 มิลลิกรัม (คิดเป็น 6% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน)
  • วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ
  • วิตามินเอ คิดเป็น 20% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • แคลเซียม คิดเป็น 2% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • เหล็ก คิดเป็น 10% ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน

ข้อเปรียบเทียบ มาชิตะ กับ ซีลีโกะ ที่ผมทดลองชิมไปคราวก่อนคือ อันนี้บอกว่าไม่มีน้ำตาลเลยครับ แต่มีโซเดียมมากกว่าราวๆ 50% เลยทีเดียว ดังนั้นไม่แนะนำให้ทานเยอะๆ เพราะจะอารมณ์คล้ายๆ พวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่พวกผงปรุงรสมันมีโซเดียมเยอะไป รับประทานมากๆ เป็นอันตรายต่อร่างกายนะครับ

ส่วนประกอบของ มาชิตะ รสสไปซี่มีดังนี้

  • สาหร่ายทะเล 85%
  • น้ำมันพืช 8%
  • ผงปรุงรสสไปซี่ 6.2%
  • เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน 0.8%

นี่ก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของมาชิตะ คือ ไม่เพียงแค่ใส่ผงปรุงรสสไปซี่เข้าไป แต่มีการใช้เกลือเสริมไอโอดีนเพื่อสร้าง Gimmick ว่าทานแล้วเสริมไอโอดีนด้วย (จำได้ไหม มีช่วงที่คนมาถกเถียงกันว่า IQ เด็กไทยต่ำเพราะขาดสารไอโอดีน …​ ไอโอดีนเป็นแพะชัดๆ)

 

ทีนี้มาดูที่รสชาติกันบ้าง

จำนวนแผ่นของสาหร่ายมาชิตะดูๆ แล้วก็ไม่น้อยไปกว่าซีลีโกะครับ ก็อย่างว่า น้ำหนักต่างกันแค่ 2 กรัมเท่านั้นเอง จะให้เห็นอะไรแตกต่างกันมากมายจริงไหมล่ะ … อ้ำคำแรกเข้าไป บอกได้เลยว่า อย่างน้อยๆ เจ้านี่ก็สมชื่อรสสไปซี่หน่อยล่ะ เพราะมีรสชาติเผ็ดอยู่นิดๆ บ้าง แต่ไม่ถึงกับขนาดเผ็ดจัดหรอกนะ ขนมทานเล่น จะให้เผ็ดอะไรมากมาย

 

หม่ำๆ มาชิตะกัน

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบ คือ เจ้านี่กินได้แบบไม่รู้สึกเอียนๆ เลี่ยนน้ำมันเหมือนกับตอนกินซีลีโกะอ่ะ ทั้งๆ ที่ถ้าดูส่วนผสมแล้ว ปริมาณของน้ำมันพืชก็มีเปอร์เซ็นต์เท่าๆ กันนะ … ดังนั้นถ้าให้ผมคิด ผมว่าคงเป็นเพราะมาชิตะทอดได้ดีมากจนน้ำมันเหือดเลยทีเดียวล่ะ แต่มาชิตะนี่มีจุดอ่อนสำคัญอยู่อันนึงครับ ที่ผมสังเกตเห็น (อย่างน้อยก็ในซองนี้) คือ มันดูดความชื้นในอากาศได้ค่อนข้างไว้ทีเดียว เลยทำให้เมื่อแกะซองออกมาแล้วทิ้งไว้ซักพัก มันดูดความชื้นในอากาศเข้ามาเก็บไว้กับตัวจนนิ่มไวมาก ทำให้รสชาติของสาหร่ายทอดด้อยลงไปเยอะมาก

 

โดยสรุปแล้ว

มาชิตะ รสสไปซี่นี่ถูกปากผมเลยแหละครับ ถือว่าอร่อยดี และทานได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ แต่คงต้องซื้อแบบซอง 40 บาท แทน เพราะว่าแบบนั้นมันจะเป็นถุงซิปที่สามารถปิดปากถุงได้ ซึ่งจะทำให้สาหร่ายของมาชิตะไม่นิ่มไวอ่ะ จะได้หม่ำสาหร่ายกรอบๆ ได้นานๆ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: