Tencent รุกคืบตลาด Social Media ไทย ส่ง WeChat ลุย

Print Friendly, PDF & Email

 

5 มิ.ย. 2555 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสรับเชิญไปพบปะกับผู้บริหารของ Tencent เพื่อสัมภาษณ์ถึงวิสัยทัศน์ และ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับบริการ Instant Messaging ตัวใหม่ที่กำลังเข้ามารุกคืบแย่งส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทย นั่นคือ WeChat ครับ

เผื่อใครยังไม่คุ้นชื่อของ Tencent ผมเลยขอถือโอกาสเล่าให้ฟังก่อนว่า Tencent คือใคร … Tencent นี่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 แล้ว และถือว่าเป็นผู้ให้บริการที่เรียกว่า Internet Service Provider รายใหญ่ที่สุดและมีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศจีน และเป็นบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในประเทศฮ่องกงในปี ค.ศ. 2004 ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมาร่วมลงทุนกับ Sanook.com เว็บท่าที่มีประวัติยาวนานของไทยเราด้วย (เชื่อว่าแฟนานุแฟนผู้อ่านบล็อกของผมคงรู้จักดี)

 

WeChat คืออะไร?

ผมรู้จัก App ตัวนี้จาก @BubblyBubble ครับ ตอนนั้นมันยังใช้ชื่อว่า WeiXin อยู่ เพราะเป็น App จากแดนมังกร ตอนแรกๆ เลย เจ้า WeChat นี่ ถ้าอ้างอิงตามที่ Mr. Poshu Yeung, General Manager, International Business Group ของ TenCent บอก มันก็คือ Communication Product ครับ ซึ่งรองรับหลากหลายแพลตฟอร์มมาก ทั้ง iOS, Android, Windows Phone และในเร็วๆ นี้ก็จะเพิ่มระบบปฏิบัติการ Symbian ด้วย

ดาวน์โหลดมาเล่นแล้ว หากดูเผินๆ เราจะรู้สึกว่ามันคล้ายๆ กับ Instant Messaging ที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วไป เช่น Whatsapp หรือ LINE ครับ คุณสมบัติพื้นฐานของตัว App ก็คล้ายๆ กัน คือรองรับการให้ผู้ใช้งานกำหนด Avatar ได้, ส่งข้อความหากันได้, ส่ง Emoticon ส่งรูป ส่งวิดีโอ ส่งพิกัดที่อยู่ ฯลฯ หากันได้ …​ เพิ่มเติมอีกหน่อยคือ เพิ่ม Emoticon เองได้

 

ดูเผินๆ WeChat จะคล้ายๆ กับ Instant Messaging ทั่วๆ ไป

 

แต่จุดเด่นจริงๆ ของ WeChat ที่ทำให้มันถูกเรียกว่าเป็น Communication Product ก็คือการเพิ่มเติมความสามารถได้โดยการเพิ่มปลั๊กอินเข้าไปในตัว App ครับ โดยเริ่มต้นเนี่ย จะมี Recommended, Drift Bottle, Look Around, Shake, Voice Notes, Facebook, Broadcast Messages และ Moments ติดตั้งไว้ให้

 

เพิ่มขีดความสามารถให้กับ WeChat ได้ด้วยปลั๊กอิน

 

สำหรับคนที่นิยมหาเพื่อนใหม่ๆ แล้ว แนะนำว่าให้ทดลองใช้ปลั๊กอินพวกนี้ดูครับ

  • Drift Bottle … อารมณ์ประมาณลอยข้อความลงไปในขวดแล้วโยนทิ้งทะเล Social Media อันกว้างใหญ่ ดูว่าใครจะเก็บข้อความของเราได้บ้าง …​ แน่นอนว่าเราเองก็สามารถหยิบขวดบรรจุข้อความของคนอื่นขึ้นมาอ่านได้เช่นกัน
  • Look Around … เป็นการใช้ข้อมูลตำแหน่งพิกัดของเรา (และของคนอื่น) ในการเมียงมองหาดูว่ามีใครที่ใช้ WeChat อยู่ในรัศมีรอบๆ ตัวเราบ้าง เผื่อจะได้ทักทาย และทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้
  • Shake … เขย่าเพื่อค้นหาผู้ใช้งานที่ใช้ WeChat แล้วดูว่ามีใครบ้างที่กำลังเขย่าอยู่เช่นกัน ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์ตอนที่เราพบปะเพื่อนใหม่ๆ ที่่ใช้ WeChat แล้ว เราอยากจะเพิ่มเขาเข้ามาในรายชื่อ WeChat ของเราทีพร้อมๆ กันทุกคน เราก็แค่เขย่าพร้อมๆ กันในวงนั้นแหละ

 

ทำไมต้องประเทศไทย?

Tencent ไม่ได้เพิ่งเข้ามาในประเทศไทย แต่ว่ามาลุยตลาดไทยก็หลายปีแล้ว แต่ในฐานะของผู้ลงทุนในเว็บ Sanook.com …​ Mr. Poshu บอกว่า “หลังจากที่ WeChat ได้เปิดตัวในตลาดระดับ International แล้ว ทาง Tencent ได้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย และยังมี Feedback จากผู้ใช้งานชาวไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานชาวไทยนั้นชอบ WeChat มากๆ จนทำให้ก้าวไปสู่การเป็น App ลำดับ 1 ในหมวด Social Networking บน Apple App Store และ อันดับ 4 ของ Google Play เป็นเวลานานทีเดียว

 

ซ้าย Mr. Oliver ขวา Mr. Poshu ในงานสัมภาษณ์

 

อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามว่ามีกลยุทธ์อย่างไรบ้างในการที่จะทำให้ผู้ใช้งานหันมาเลือกใช้ WeChat ก็ได้คำตอบจาก Mr. Poshu ว่าทาง Tencent ไม่ได้ตั้งใจที่จะโปรโมตโครมครามเพื่อเรียกยอดดาวน์โหลดให้เพิ่มขึ้น แต่เลือกที่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปมากกว่า เพื่อรับ Feedback จากผู้ใช้งาน (ตรงนี้ Mr. Poshu ย้ำอีกครั้งว่า ผู้ใช้งานในประเทศอย่าง ไทย หรือ เวียดนาม เป็นผู้ใช้งานที่ให้ Feedback ดีมาก)

 

ตอนนี้ยังไม่เน้นทำเงิน แต่เน้นรับ Feedback

คำถามหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะไปสัมภาษณ์ประเทศไหนก็คือเรื่องเกี่ยวกับ Business Model หรือพูดง่ายๆ คือ จะทำเงินจากบริการหรือ App ที่แจกฟรีอย่างไร … ตรงนี้ Mr. Poshu ตอบว่า ณ ตอนนี้ยังไม่ได้เน้นไปที่การทำงาน แต่จะเน้นที่การรับ Feedback จากผู้ใช้งาน เพื่อที่จะสร้างบริการและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ลูกค้าอยากได้มากกว่า … Mr. Poshu บอกว่า “เมื่อเราได้ใจของผู้ใช้งานมาแล้ว เรื่อง Business Model หรือการสร้างรายได้ก็จะตามมาเอง”

ในส่วนของปลั๊กอิน ซึ่งทาง Mr. Poshu บอกว่าเปิดให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถสร้างปลั๊กอินขึ้นมาให้ใช้กับ WeChat ได้ นั้น ผมมีคำถามเช่นกันว่า หาก Tencent ยังไม่มีความตั้งใจที่จะหารายได้จาก WeChat แล้ว จะสามารถโน้มน้าวให้นักพัฒนาทำปลั๊กอินขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่ง Mr. Poshu ตอบว่า WeChat นั้นจะแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นตรงที่ WeChat พร้อมที่จะร่วมมือกับนักพัฒนาท้องถิ่น (Local Developer) เพื่อสร้างปลั๊กอินเจ๋งๆ ขึ้นมา และติดตั้งลงไปใน WeChat ซึ่งคู่แข่งอื่นๆ ในโลก Social Media เองไม่ได้ทำในจุดนี้

 

ไม่ใช่แค่แปลให้เป็นภาษาไทย แต่ปรับให้เข้าประเทศไทย เพื่อคนไทย

จุดเด่นหนึ่งของ WeChat ที่ Mr. Poshu พยายามเน้นอยู่ตลอดการสัมภาษณ์ก็คือ การที่ WeChat ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่แค่แปลทุกอย่างเป็นภาษาไทยเพื่อเข้ามาเจาะตลาดผู้ใช้งานคนไทยเท่านั้น แต่ WeChat จะมีการปรับ (Customize) ให้เข้ากับประเทศไทยเลย เช่น การรับ Feedback เพื่อใส่ฟีเจอร์ หรือปลั๊กอินต่างๆ ที่ถูกใจคนไทย

สุดท้าย ทาง Mr. Poshu ได้ปิดท้ายว่า “ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่มาจากบริษัทที่มีแบ็กกราวด์ระดับโลกอย่าง Tencent ซึ่งคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญ ผมเชื่อว่า WeChat จะสามารถก้าวเข้ามาครองใจผู้ใช้งานชาวไทย ให้กลายเป็น Communication Product ยอดนิยมได้ …​ หากท่านใดอยากจะทดลองใช้ สามารถไปดาวน์โหลดได้เลยจาก www.wechatapp.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: