อินเทลเปิดตัว Ultrabook เฟส 2 ด้วย 3rd Gen Processor

Print Friendly

 

กรุงเทพฯ 6 มิถุนายน 2555 วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ประกาศเปิดตัว อัลตร้าบุ๊ก™  เฟสที่ 2 ที่มาพร้อมกับดีไซน์บางเฉียบและการตอบสนองที่เร็วขึ้นออกสู่ตลาด  อัลตร้าบุ๊กรุ่นใหม่นี้ใช้ อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 22 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก และนำนวัตกรรมอันล้ำสมัยจากทรานซิสเตอร์ 3 มิติ แบบTri-Gate มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนอง และปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ชิปรุ่นใหม่นี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านมีเดีย และการรับชมภาพกราฟิก พร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และรูปแบบดีไซน์ให้เลือกได้หลากหลายยิ่งขึ้น

อัลตร้าบุ๊กเหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยให้อินเทลได้บรรลุวิสัยทัศน์ในการนำเสนอสุดยอดของประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบด้านการประมวลผลแบบระยะยาวที่ครอบคลุมทั่วทุกวงการอุตสาหกรรม โดยนวัตกรรมดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป ตามเป้าหมายของอินเทลและวงการไอทีที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ให้มีความคล่องตัวและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล  ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เช่นเดียวกับตอนที่อินเทล™ เซนทริโน™ เปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว วันนี้คือการปฏิวัติระบบการประมวลผลคอมพิวเตอร์ครั้งสำคัญ อินเทลคาดว่าจะมีจำนวนอัลตร้าบุ๊กเปิดตัวเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าตัวจากเดิมที่เราเคยคาดการณ์ไว้ โดยจะมีดีไซน์ใหม่ที่เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงธุรกิจ แบบระบบสัมผัส และ คอนเวอร์ทิเบิล เป็นต้น นอกจากนี้เรายังได้พัฒนาประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและการตอบสนองให้ดียิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์อัลตร้าบุ๊กที่ใช้ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 จะทำให้รูปแบบการใช้อุปกรณ์โมบายล์คอมพิวติ้งที่เรารู้จักในปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปอย่างสิ้นเชิง”

 

เปิดประสบการณ์ที่เหนือชั้น : การตอบสนอง, ดีไซน์ ระบบป้องกัน และ โมบายล์

อัลตร้าบุ๊กจะมาพร้อมกับคุณสมบัติในการตอบสนองที่รวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าระบบสามารถเปลี่ยนจาก โหมด Deep Sleep (S4 Mode) กลับคืนสู่สภาพพร้อมใช้งานของตัวเครื่องได้ภายในไม่ถึง             7 วินาที อีกทั้งอัลตร้าบุ๊กทุกรุ่นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติ “ตอบสนองระหว่างการใช้งาน” (responsive while active) โดยสามารถดาวน์โหลด และเล่นแอพลิเคชั่นโปรดของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย [1]

การเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงยังเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้น ด้วย USB 3.0 หรือ เทคโนโลยี ธันเดอร์โบลท์™ (Thunderbolt™) หรือทั้งสองอย่าง โดย เทคโนโลยี ธันเดอร์โบลท์ สามารถรองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง ทำให้คุณสามารถส่งภาพยนตร์ในระบบไฮเดฟฟินิชั่นไปยัง    อัลตร้าบุ๊กได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที เป็นต้น[2]

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน อุปกรณ์ และสิ่งของส่วนตัว โดยระบบอัลตร้าบุ๊กรุ่นถัดไปมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ประกอบด้วย Intel® Anti-Theft technology ที่สามารถระงับการใช้งานได้โดยอัตโนมัติหากอุปกรณ์มีการสูญหาย หรือถูกขโมย[3] บริการดังกล่าวมีให้เลือกได้ถึง 11 ภาษาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยสามารถทดลองใช้ได้ภายในเวลาจำกัด ได้จาก Absolute Software*, McAfee*, Norton* และ Intel

 

 

นอกจากนี้ อัลตร้าบุ๊กที่ใช้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับ Intel® Identity Protection technology ซึ่งจะช่วยปกป้องอัตลักษณ์ของผู้ใช้งานให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น[4] โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้อัลตร้าบุ๊กสามารถชำระเงินผ่านธนาคาร, ร้านค้าออนไลน์ โซเชี่ยลมีเดีย เว็บไซต์ หรือ เกมส์เว็บไซต์ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่อาจเกิดจากผู้ไม่หวังดีผ่านเว็บไซต์ หรือ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอื่นๆ อีกด้วย

 

เหนือกว่าด้วยประสิทธิภาพพร้อมการประหยัดพลังงานสูงขึ้น

ด้วยคุณสมบัติอันเหนือชั้นของนวัตกรรมทรานซิสเตอร์ 3 มิติ แบบ Tri-Gate ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ  22   นาโนเมตร   วิศวกรของอินเทลจึงสามารถพัฒนาให้   อินเทล  คอร์  โปรเซสเซอร์  เจนเนอเรชั่น 3 มีความเร็วเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22 บนแอพพลิเคชั่นแบบมัลติ-เธรด เมื่อเทียบกับความเร็วของ อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ตัวอย่างเช่น ความเร็วในการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อตกแต่งภาพหรือเล่มเกมสูงขึ้นมากเมื่อใช้โปรเซสเซอร์ตัวใหม่นี้

 

 

อัลตร้าบุ๊กตัวใหม่นี้มีการประมวลผลวิดีโอและภาพกราฟิกแบบ 3 มิติเร็วขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อน ซึ่งช่วยลดเวลาในการประมวลผลวิดีโอของผู้ใช้ลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง พร้อมประสบการณ์การรับชมภาพที่ไม่ติดขัดและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เมื่อเทียบการพัฒนาด้านกราฟิกและการประมวลผลวิดีโอระหว่างโปรเซสเซอร์รุ่นนี้กับ อินเทลTM คอร์TM 2 ดูโอ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการบนโน้ตบุ๊กซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบในปัจจุบันที่ออกมาเมื่อ 3 ปีก่อน พบว่า อินเทล  คอร์  โปรเซสเซอร์  เจนเนอเรชั่น 3 สามารถประมวลผลวิดีโอได้เร็วกว่าถึง 30 เท่า ส่วนคุณสมบัติด้านภาพสามมิติก็ดีขึ้นถึง 19 เท่า

 

ธุรกิจไอทีรุกสู่ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบด้านการประมวลผล

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา อินเทลตระหนักว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อัลตร้าบุ๊กได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากวงการไอที มีอัลตร้าบุ๊กมากกว่า 20 ดีไซน์เปิดตัวออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา และเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมาในวันนี้มีอุปกรณ์อัลตร้าบุ๊กที่ใช้อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 กว่า 110 แบบที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

อินเทลเชื่อมั่นว่าระบบสัมผัสคือคุณสมบัติพิเศษที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมไอทีเกิดการพัฒนาด้านนวัตกรรม และทดลองกับรูปแบบและดีไซน์แห่งอนาคตของระบบอัลตร้าบุ๊กแบบคอนเวอร์ทิเบิล โดยดีไซน์ล้ำสมัยเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนกับแล็ปท็อปทั่วไป เวลาผู้ใช้งานต้องการ “สร้าง” และ ทำหน้าที่เหมือนกับแท็บเล็ตเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการ “บริโภค” เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างชาญฉลาดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  อินเทลคาดว่าจะมีระบบสัมผัสกว่า 30 ดีไซน์ โดยมี 10 ดีไซน์เป็นแบบคอนเวอร์ทิเบิลทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ และเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

อินเทลได้ร่วมมือกับอีกหลากหลายหน่วยงานในอุตสากหรรมเพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนาดีไซน์ที่เบาและบางเฉียบ ล่าสุดจากการค้นพบนวัตกรรมในการดีไซน์โครสร้างที่มีความทันสมัย โดยใช้วัสดุที่มีอยู่เดิม และอุปกรณ์ฉีดแม่พิมพ์แบบมาตรฐาน ทำให้โครงของอัลตร้าบุ๊กมีคุณภาพเทียบเท่ากับ  machined aluminum และ die-cast metal solutions ที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดในปัจจุบัน นวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากการนำเทคนิควิศวกรรมที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ และยานอวกาศมาประยุกต์ใช้ ทำให้โครงสร้างดีไซน์ใหม่นี้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ในการขึ้นโครงได้ถึงร้อยละ 65 และพร้อมออกสู่ตลาดภายในปีหน้า

การเปิดตัวอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้แก่วงการธุรกิจจาก Intel® Core™, vPro™ และ Intel® Small Business Advantage สำหรับอุปกรณ์       อัลตร้าบุ๊ก โดยเจนเนอเรชั่นรุ่นถัดไปของอินเทล วีโปร โปรเซสเซอร์ แพลต์ฟอร์ม จะทำให้ นักธุรกิจ และผู้จัดการด้านไอทีได้รับสิ่งที่พวกเข้าต้องการมากที่สุดคือ ความปลอดภัยควบคู่กับดีไซน์ที่สวยหรู และระบบการใช้งานแบบอัตโนมัติ พร้อมทั้ง โมเดลการประมวลผลแบบใหม่ที่มีควายืดหยุ่นและปลอดภัย

นวัตกรรมในโลกแห่งการประมวลผลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพร้อมที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยกตัวอย่างเช่น ในอนาคตเราจะได้เห็นสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ สามารถชาร์จไฟแบบไร้สายได้จากอัลตร้าบุ๊ก และ ออล-อิน-วัน พีซี ซึ่งมาพร้อมกับเซนเซอร์ชนิดต่างๆ อาทิเช่น จีพีเอส  (GPS), เครื่องตรวจวัดความเร่ง (Accelerometer), เอแอลเอส (ALS) และ เครื่องตรวจวัดความใกล้เคียง (Proximity) เพื่อสร้างความสนุกและเซอร์ไพรส์ในการใช้งานอย่างให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

 

อนาคต: คอมพิวเตอร์สามารถมองเห็น รับรู้ และสัมผัสได้

ในงานคอมพิวเท็กซ์ 2012 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน ทอม คิลรอย รองประธานกรรมการผู้จัดการ อินเทล คอร์ปอเรชั่น เรียกร้องให้อุตสาหกรรมไอทีเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์มีประสาทสัมผัส ในการมองเห็น รับรู้ และรู้สึกได้เหมือนกับที่คนทั่วไปมี และคุณสมบัติพิเศษในการสัมผัสที่จะเกิดขึ้นกับอัลตร้าบุ๊กนี้ ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

คิลรอย ยังได้สาธิตการใช้สั่งการด้วยระบบเสียงที่รองรับได้หลายภาษาที่อินเทลได้ร่วมมือกับ Nuance’s Dragon engine*  สำหรับ speech technology ที่รองรับบนสถาปัตยกรรมของอินเทล อัลตร้าบุ๊กได้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมมือกันเพื่อยกระดับการสั่งการด้วยระบบเสียงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถนำโซลูชั่นนี้สำหรับตรวจสอบและอัพเดตข้อมูลของตนเองบนโซเชี่ยลมิเดีย เว็บไซต์ ด้วยการสั่งการผ่านโทรศัพท์ อีกทั้งยังสามารถค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และควบคุมการใช้งานของสื่อชนิดต่างๆ ได้อีกด้วย ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการใช้งานอัลตร้าบุ๊กเวลาที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยสามารถสั่งการผ่านระบบเสียง อีกทั้งยังเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ และเล่นมีเดียหลายชนิดไปพร้อมๆ กันได้อย่างไม่ติดขัด

คิลรอย ยังกล่าวอีกว่า อินเทลอยู่ในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเพิ่มความคล่องตัวและอำนวยความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์ชนิดต่างๆ สำหรับผู้ใช้มากยิ่งขึ้นตั้งแต่อัลตร้าบุ๊ก สมาร์ทโฟน ไปจนถึง ระบบอัจฉริยะทุกรูปแบบที่ใช้เป็นประจำทุกวัน แอพพิเคชั่นดังกล่าวจะประกอบด้วยการใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส เครื่องตรวจวัดการเคลื่อนไหวของร่างกายในระยะใกล้ รวมไปถึงการนำ              สมาร์ทโฟนมาใช้เพื่อติดต่อและควบคุมอัลตร้าบุ๊ก เดสก์ท็อป พีซี หรือใช้เป็นเครื่องวัดการจังหวะการเต้นของหัวใจผ่านเทคโนโลยีที่สามารถ “มองเห็น” และวิเคราะห์การเคลื่อนไหวจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเราได้อีกด้วย

 


[1]Requires 16GB of NAND cache and minimum PCMark Vantage benchmark scores.

[2] As compared to other PC I/O connection technologies including eSATA, USB, and IEEE 1394 Firewire*. Performance will vary depending on the specific hardware and software used. For more information go to www.intel.com/technology/io/thunderbolt.

[3]No system can provide absolute security under all conditions. Requires an enabled chipset, BIOS, firmware, and software, and a subscription with a capable service provider. Consult your system manufacturer and service provider for availability and functionality. Intel assumes no liability for lost or stolen data and/or systems or any other damages resulting thereof. For more information, visit www.intel.com/go/anti-theft.

[4] No system can provide absolute security under all conditions. Requires an Intel® Identity Protection Technology-enabled system, including a 2nd or 3rd gen Intel® Core™ processor, enabled chipset, firmware, and software, and participating website. Consult your system manufacturer. Intel assumes no liability for lost or stolen data and/or systems or any resulting damages. For more information, visit http://ipt.intel.com.

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: