รีวิว HTC One S Android ดีไซน์สวยจาก HTC ตอนที่ 3

Print Friendly, PDF & Email

เอาล่ะ มาถึงการปิดฉากการรีวิว HTC One S ซะทีครับ ผมจะมารีวิวในส่วนที่ยังไม่ได้ทำตามปกติของผม นั่นก็คือ การรับชมมัลติมีเดีย และการเล่นเกมครับ … ถ้าใครต้องการอ่านแบบ Exclusive Summary ละก็ ผมจะเล่าให้จบใน 2 ย่อหน้าแรกที่เกริ่นนำนี่ก็ได้นะ …

ในเรื่องของการรับชมมัลติมีเดีย HTC One S มีจุดอ่อนสำคัญมากคือลำโพงของตัวเครื่อง ที่เบามากเมื่อเทียบกับ Smartphone อื่นๆ (โดยเฉพาะเมื่อเอาไปเทียบกับ iPhone 4S) แต่ถ้าเล่นเกมก็ยังพอได้ยินอยู่ (แปลกใจพอสมควร) แต่ทางที่ดี ใช้ชุดหูฟังดีกว่า … ส่วนการเล่นเกมนั้น Dual-core 1.7GHz และ Adreno 220 ไม่ทำให้คุณผิดหวังครับ แรงพอที่จะเล่นเกมกราฟิกโหดๆ แบบ Modern Combat 3: Fallen Nation จาก Gameloft ได้แบบไม่กระตุก

เอ้า! แต่ถ้าใครอยากอ่านรีวิวแบบเต็มอรรถรส อ่านต่อไปเลยพี่น้อง

 

การรับชมมัลติมีเดียบน HTC One S

 

HTC One S เมื่อเทียบกับบัตรเครดิตทั่วไป

 

โดยส่วนตัว ผมเป็นคนที่ชอบจอ Super AMOLED มากกว่าจอ Super LCD ครับ ดังนั้นการที่ HTC One S ใช้จอ Super AMOLED ก็เลยทำให้ได้คะแนนนิยมจากผมไปเต็มๆ … ทำไมผมถึงชอบจอ Super AMOLED มากกว่า?!? เพราะว่ามันแสดงผลสีดำได้ดำดีสะใจกว่าน่ะสิครับ โดยเฉพาะหากเป็นหนังประเภทสงครามอวกาศ หรือ ฉากกลางคืนละก็ มันดูได้อรรถรสกว่ามากๆ เลยครับ (หลายคนอาจไม่รู้สึก แต่ผมรู้สึกว่ามันน่ารำคาญ หากสีดำมันกลายเป็นสีเทาๆ เพราะแสงจาก Backlight) … ขนาดของจอ 4.3 นิ้ว ก็คือว่าไม่เล็กมากจนใช้เป็นอุปกรณ์ดูหนังแบบพกพาไม่ได้ … ในขณะที่ HTC ทำได้ดีในเรื่องออกแบบ ให้ HTC One S มีขนาดไม่ใหญ่มากจนเกินไปนัก

 

ดูหนังบน HTC One S ได้อรรถรสดี เพราะจอ Super AMOLED

 

ตัวนี้แตกต่างจาก HTC One X ที่ผมลองอยู่นิดนึง คือ ในกรณีของ HTC One X นั้น หากเสียบหูฟังแล้ว มันจะให้เลือกว่าจะมี Sound Enhancer ไหม โดยเลือกได้ว่า ไม่มี, ใช้ HTC Enhancer หรือ Beats Audio แต่ว่าในกรณีของ HTC One S นั้น มันให้เลือกได้แค่ว่าจะใช้ HTC Enhancer หรือ Beats Audio ครับ

 

เลือกได้แค่จะเปิด Beats Audio หรือปิด ... ถ้าปิด จะกลายเป็น HTC Enhancer ไป

 

แต่เรื่องคุณภาพของเสียง ขอให้ @mrkui รีวิวเช่นเคย … หูผมมันไม่เทพพอ … ได้ใจความว่าแบบนี้ครับ
ทันทีที่เปิดเพลงฟัง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยก็คือ “เบา” เบาขนาดที่ว่าหยิบ iPhone มาเปิดวางข้างกัน เสียงกลบกันสนิทไปเลย เสียงที่ได้ค่อนข้างเล็กและบาง แต่ว่าแสดงย่านเสียงได้ดี คือได้ยินเครื่องดนตรีครบถ้วน แสดงทั้งย่านต่ำย่านกลางย่านสูงได้ค่อนข้างสมดุลย์ แต่ด้วยความเบาบางของเสียง การฟังเพลงจากลำโพงของ HTC One S นี้จึงเหมาะกับแค่ฟังเอาเพลินๆ ไม่ห้องเงียบเท่านั้นเอง
ลองเปิด Youtube หาการ์ตูนดูสักเรื่อง เป็นอย่างที่คิด คือเสียงเบาขนาดนี้จะพาลดูไม่รู้เรื่องเอา ควรใส่หูฟังหากต้องการจะใช้งานภาค Multimedia จริงๆ จังๆ จากนั้นก็ลองแกะหูฟังออกมาใช้งานดู ก็พบว่าระบบขยายเสียงของมือถือเครื่องนี้เบากว่าทั่วๆไปจริงๆ แม้จะเบากว่าทั่วไป แต่ในส่วนของการใช้งานภาคหูฟังก็ถือว่าเพียงพอการใช้งาน ดีเสียอีก แม้เปิดดังสุดก็ดังในระดับที่พอดี ไม่ดังจนทำร้ายหู แต่ถ้าหาก Source ของไฟล์ที่เราจะดูหรือฟังมีเสียงมาเบามากๆ ก็อาจจะลำบากหน่อยครับ
ตัว HTC One S นี่มีโปรโมชั่นขายคู่กับหูฟัง Beat Solo ด้วยอ่ะนะ แต่ราคาพิเศษป่านนี้คงหมดไปกับ 400 ท่านแรกที่จองแล้ว … แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะว่าหูฟังที่ให้มามีคุณภาพที่ใช้ได้เลย แม้ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรโดดเด่น แต่ก็เป็นความธรรมดาที่ฟังดีเลยทีเดียว ลองเอาไปใช้กับอุปกรณ์อื่นก็ได้เสียงที่น่าพอใจ
ทีนี้ลองเอาหูฟัง Westone UM2 มาเสียบฟัง คุณภาพของภาคเสียงพบว่าเสียงที่ได้ฟังดูโอเค จะมีมิติที่แบนไปเสียหน่อย พอเร่งเสียงให้ดังเกิน 80% เสียงจะเริ่มเบลอ แตกพร่า ย่านเสียง เรื่องระบบ Beat Audio ก็เหมือนตอนฟัง HTC One X เลยคือหลอกๆ เสียบุคลิกเพลง เบลอ แต่ก็มีประโยชน์เวลาใช้ร่วมกับหูฟังทั่วๆ ไปแล้วเปิดระดับเสียงที่ไม่ดังมาก จะให้น้ำหนักเสียงที่ดีขึ้น
ตรงนี้ขอออกความเห็นส่วนตัวนิดหน่อยนะครับ … พอดีพี่ณัฐ (Country Manager ของ HTC ประเทศไทย) อ้างอิงว่าพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก เอาไว้ว่า Beats Audio นี่ทำให้เสียงอิ่มเต็มอารมณ์ (หรืออะไรทำนองนั้น) แต่มันออกจะขัดกับรีวิวจากน้องชายผม ที่เป็นนักดนตรี … ในส่วนนี้ผมมองว่า มันเป็น “ความรู้สึก และ ความเห็น ส่วนบุคคล” เหมือนกับเวลาที่เรามองสาวคนนึงสวยอีกคนไม่สวยนั่นแหละครับ เรื่องพวกนี้แต่ละคนมีการรับรู้ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการรีวิวจึงได้ผลที่แตกต่างกัน

แต่โดยสรุปนะ … น้องชายผมบอกมาว่า ทั้ง HTC One X และ HTC One S นี่ คุณภาพเสียงไปในทิศทางเดียวกันครับ

 

เอาล่ะ ทีนี้ก็มาเล่นเกมบน HTC One S บ้าง

ลองเล่นทั้งทีต้องจัดเต็มเลยครับ ลองค้นหาเกม Modern Combat 3: Fallen Nation ที่ผมซื้อเอาไว้บน Google Play ทันที ปรากฏว่าไม่มี แต่ผมไม่เชื่อว่า Gameloft จะไม่ทำเกมออกมารองรับเครื่องนี้ ก็เลยไปที่ wapshop.gameloft.com พบว่ามีเกมระดับ HD ให้เล่นตั้ง 13 เกม (และแน่นอน Modern Combat 3: Fallen Nation ก็เป็นหนึ่งในนั้น) แต่ผมไม่อยากเสียเงินเพิ่มแล้ว เลยขอไปทาง Gameloft ประเทศไทย ให้เอื้อเฟื้อเกมนี้มาให้ทดสอบรีวิวหน่อย … (ขอบคุณ Gameloft ประเทศไทยมา ณ โอกาสนี้ด้วย)

โดยสรุปต้องบอกว่าสเปกแรงเหลือเฟือ หรือต้องพูดอีกนัยหนึ่งว่า เกมที่จะใช้ประสิทธิภาพของ Dual-core CPU และ GPU ระดับ High-end บน Android ณ ขณะนี้ยังหาไม่เจอจริงๆ (เว้นแต่พวกเกมบน Tegra Zone ที่ทำมาเพื่อ nVidia Tegra โดยเฉพาะ) ดังนั้นสเปกแค่ระดับ HTC One S นี่ก็แรงเหลือพอที่จะเล่นเกม 3D แทบทุกเกมสำหรับ Android ณ ขณะนี้ได้อยู่แล้วครับ … ลื่นแค่ไหน ลองดูคลิปวิดีโอด้านล่างนี่ได้

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=pyfs3F5a8Aw[/tube]

 

บทสรุปปิดท้ายของ HTC One S

ผมมองว่าในบรรดา 3 รุ่นของ HTC One Series ที่ออกมา ณ ขณะนี้ ตัวที่น่าสนใจที่สุดคือ HTC One S นี่แหละครับ … HTC One V มันก็มีคู่แข่งอยู่หลายตัวในระดับของมันเอง ส่วน HTC One X ก็ชัดเจนว่าเจอศึกหนักกับ Samsung Galaxy SIII และ LG Optimus 4X HD ที่กำลังร่ำๆ ว่าจะออกมา  แต่ในระดับราคา 17,900 นี้ ผมว่า HTC One S มีดีพอที่จะให้ผมเลือกมากกว่าที่จะเป็น Samsung Galaxy SII หรือ Sony Xperia S ครับ

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สำคัญก็คือ การที่ HTC One S ที่ขายในไทย เปลี่ยนสเปก CPU จาก Snapdragon S4 MSM8260A มาเป็น S3 MSM8260 แทน ซึ่งทำให้ผู้ที่ของ HTC One S หลายคนรับไม่ได้ ถึงกับไปยกเลิกการจองซะเลย … เลยต้องขอมาทำความเข้าใจกันซักหน่อยครับ อ้างอิงจาก Wikipedia เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน (ต้องระบุวันเดือนปี เพราะว่าข้อมูลบน Wikipedia อาจเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ) เลย เราจะเห็นว่า CPU ทั้ง 2 ตัวมีความแตกต่างกันแบบนี้ครับ (คลิกที่รูป เพื่อดูภาพเต็มๆ)

 

Snapdragon S3 MSM8260 ที่ใช้บน HTC One S ในไทย

Snapdragon S4 MSM8260A ที่เป็นสเปกดั้งเดิม

 

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่า Snapdragon S4 สเปกดั้งเดิม แตกต่างจาก Snapdragon S3 ที่วางจำหน่ายในไทยดังนี้ (โดยประมาณ)

  • สถาปัตยกรรมการผลิตของ S4 เป็นแบบใหม่ 28nm ส่วน S3 ยังเป็นแบบเก่า 45nm ดังนั้นอาจมีผลกับเรื่องความร้อนในการใช้งานและการรับประทานแบตเตอรี่ (พูดง่ายๆ แบบ 45nm จะแดกแบตกว่า)
  • ความเร็วสูงสุดของ CPU นั้น S4 รองรับ 1.5GHz – 1.7GHz ในขณะที่ S3 จะอยู่ที่ 1.2GHz – 1.5GHz นั่นหมายความว่า HTC One S ที่เร็ว 1.7GHz ก็คือ ถูก Overclock มาจากโรงงาน ก็จะมีผลกับเรื่องความร้อน และ การรับประทานแบตเตอรี่อีกเช่นกัน
  • ความเร็วของหน่วยความจำ (RAM) นั้น S4 เป็นบัสแบบ Dual-channel 500MHz ในขณะที่ S3 เป็นบัสแบบ Single Channel 333MHz ดังนั้นมีผลกับประสิทธิภาพเรื่องหน่วยความจำด้วย

ทีนี้มาดูความเห็นของผมเกี่ยวกับกรณีนี้กันบ้างไหม? อันนี้ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะครับ

  • เรื่อง CPU ที่ถูก Overclock … คงต้องเรียกแบบนั้น เพราะว่ามันถูกทำให้วิ่งเร็วกว่าสเปกที่กำหนดจริงๆ ที่ต้องทำเช่นนี้ เข้าใจว่าเพื่อชดเชยประสิทธิภาพที่แตกต่างกันระหว่าง S3 และ S4 ครับ
  • ประสิทธิภาพ … ต้องแยกระหว่าง ประสิทธิภาพที่วัดเป็นตัวเลขด้วยโปรแกรม Benchmark และ ประสิทธิภาพในแง่ของประสบการณ์ในการใช้งาน
    • หากคุณวัดประสิทธิภาพด้วยตัวเลข แม้ว่าตอนนี้ผมจะไม่มี HTC One S ที่เป็น Snapdragon S4 อยู่ในมือ แต่ผมก็เชื่อได้ว่าประสิทธิภาพที่วัดได้ น่าจะเร็วกว่าครับ เพราะเอาแค่บัสของหน่วยความจำ Dual Channel 500MHz นี่ก็เหนือกว่า Single Channel 333MHz ชัดเจนมากแล้ว และการเข้าถึงหน่วยความจำได้เร็ว มีผลต่อประสิทธิภาพในการประมวลผลมากทีเดียว
    • แต่หากคุณมองในเรื่องของประสบการณ์ในการใช้งาน ผมว่าจะไม่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมาก เหตุเพราะว่าปัจจุบัน พวกซอฟต์แวร์บนระบบปฏิบัติการ Android ที่มีอยู่ตามท้องตลาด ไม่ได้ใช้ศักยภาพของฮาร์ดแวร์เต็มที่เลย กลายเป็นว่าสเปกมันเหลือใช้ เครื่องต้องมารอคำสั่งจากเรามากกว่า ผมเชื่อว่าจะ Snapdragon S3 หรือ S4 ก็ได้ประสบการณ์ที่ดีไม่แพ้กันครับ
  • เรื่องของความร้อน … เท่าที่ผมลองเล่นมาหลายวันนี้ (จนกลายมาเป็นรีวิวนี่แหละ) แถมลองเล่นเกมหนักๆ อย่าง Modern Combat 3: Fallen Nation แล้ว พบว่ามันไม่ได้ร้อนอะไรมากมายนะครับ เผลอๆ จะร้อนน้อยกว่าพวก Dual-core CPU ยี่ห้ออื่นๆ (รวมถึงของ HTC เอง) หลายๆ ตัวด้วย
  • เรื่องการรับประทานแบตเตอรี่ … ก็ต้องบอกว่า HTC One S นี่ แบตเตอรี่อยู่ได้อึดถึกทนไม่เลวเลยแหละ ถ้าเป็นคนที่เล่นเน็ตผ่าน 3G พอประมาณ โทรเข้าโทรออกบ้าง ผมลองดูแล้วพบว่า 11 ชั่วโมงนี่ยังเหลือแบตเตอรี่ราวๆ 20% เลยทีเดียว (แต่แน่นอนว่า ถ้าเป็น S4 ก็น่าจะอึดได้มากกว่านี้อีก)

ดังนั้น HTC One S ก็ยังคงเป็น Android Smartphone ระดับราคา 17,900 บาทที่ผมมองว่าน่าสนใจมากๆ อยู่ครับ แต่ว่าหากทำใจไม่ได้เรื่องที่โดนเปลี่ยนสเปกจาก S4 เหลือ S3 อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน ฮาฮา

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. Sukit says:

    รายละเอียดการรีวิวครบถ้วนดีครับถ้าใช้เป็น CPU S4 ผมคงต้องหามาใช้สักตัว
    สงใสต้องหิ้วเครื่องจากเมืองนอก555+

Leave a Reply

%d bloggers like this: