รีวิว LG Optimus 3D MAX กับภาพแบบ 3D ทะลุจอ ตอนที่ 3

 

เอาล่ะ มาปิดท้ายกับการรีวิว LG Optimus 3D MAX กันดีกว่าครับ …​ ตัวนี้น่าเสียดายที่ไม่ได้ออกมาเป็น Android Ice Cream Sandwich ครับ เสียดายจริงๆ …​ นอกจากนี้ ในความเห็นของผม เจ้าตัวนี้ควรจะเป็น LG Optimus 3D ตัวจริงๆ ที่ออกมามากกว่าครับ เพราะทุกอย่างมันดูลงตัวกว่าเยอะเลย เหอๆ … ในการรีวิวปิดฉากนี้ ขอพูดถึง LG UI, การรับชมมัลติมีเดีย, การเล่นเกม แล้วก็การถ่ายรูปและวิดีโอครับ … เอาล่ะ ได้เวลาไปอ่านกันแล้ว

 

พูดถึง User Interface ของ LG ก่อน

User Interface ของ LG ไม่ค่อยได้เป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ในบล็อกของผม เพราะว่านานๆ จะได้เครื่องมารีวิวซะที อิอิ ดังนั้นเลยต้องขอพูดถึงซักหน่อยนะครับ (ของ HTC และ Samsung เนี่ย รีวิวบ่อยจนไม่รู้จะรีวิวอะไรแล้วอ่ะ ฮาฮา) … ลักษณะของ Home Screen นั้น ก็มีลักษณะไม่แตกต่างอะไรไปจากของ Android Device ตัวอื่นๆ ครับ เพียงแต่ LG เลือกออกแบบไอคอนให้ดูเป็นแนวการ์ตูนหน่อยๆ แต่ในภาพรวมแล้ว สไตล์จะใกล้เคียงกับ Samsung เลยทีเดียว เข้าใจว่าเพราะมาจากประเทศเดียวกันละมั้งครับ

 

หน้าตา Home Screen ของ LG UI

 

ในส่วนของ App Tray (แตะที่ปุ่ม แอปพลิเคชัน)​ นั้นจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ LG จริงๆ ครับ ไม่ได้เจออะไรแบบนี้ใน Android Device อื่นๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 3D แอปพลิเคชั่น สำหรับพวก App ต่างๆ ที่ใช้โหมด 3D, แอปพลิเคชั่น ที่แสดงรายชื่อของ App ต่างๆ ที่มีติดตั้งมาให้อยู่แล้ว และ ดาวน์โหลด ซึ่งเป็นรายชื่อของ App ที่ถูกดาวน์โหลดมา … เราสามารถแตะที่ปุ่ม Menu แล้วแตะที่ “จัดการหมวดหมู่” ก็สามารถเพิ่มหัวข้อให้จัดหมวดหมู่ของ App ต่างๆ ได้ครับ

 

App Tray ของ LG UI

 

ตรงนี้คือสิ่งที่ผมชอบ สำหรับ LG UI ครับ …​ ก่อนหน้านี้ LG Optimus 3D มีจุดบอดตรงที่ว่า LG UI มันซัดแรมหนักใช่ย่อย แล้วการที่มีหน่วยความจำแค่ 512MB เท่านั้น ก็เลยทำให้ LG Optimus 3D มันออกแนวอืดๆ ไป แม้แต่การเปิด Camera App ก็ทำได้ค่อนข้างช้าครับ แต่พอมาเป็น LG Optimus 3D MAX เพิ่มความเร็วซีพียูเป็น 1.2GHz และเพิ่มหน่วยความจำเป็น 1GB ก็เลยทำให้อะไรๆ มันลื่นมากขึ้นครับ

ในเวอร์ชันนี้มีซอฟต์แวร์ที่ LG เพิ่มมาให้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานก็เช่น

  • Backup – เอาไว้สำหรับ Backup และ Restore ข้อมูล โดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อ App เพิ่มเติม และ ไม่ต้องรูทเครื่องให้วุ่นวาย
  • FM Radio – เอาไว้ฟังวิทยุ FM ไง ชื่อก็บอกอยู่แล้ว … แต่การจะใช้งานต้องใช้ร่วมกับชุดหูฟังครับ
  • RemoteCall – เอาไว้ติดต่อกับศูนย์ให้บริการของ LG เพื่อให้เขาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาบนเครื่องของเราได้ อารมณ์ประมาณ Remote Desktop ครับ
  • SmartShare – ไว้แชร์ไฟล์มัลติมีเดียกับอุปกรณ์อื่นๆ
  • SmartWorld – คิดซะว่าคือ App Store ของ LG ครับ (บอกตรงๆ หลายค่ายพยายามนำเสนอจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น HTC, Samsung และอื่นๆ แต่ยังไม่มีค่ายไหนที่ทำออกมาได้ดีจนแทน Google Play ได้ … แม้แต่ LG นี่ก็เช่นกัน)
  • Video Editor – เอาไว้ตัดต่อวิดีโอได้ … เดี๋ยวนี้ไม่มีไม่ได้แล้ว เพราะคู่แข่งเขามีกันแล้ว และในอนาคต Android Ice Cream Sandwich ก็จะมี Video Editor เป็นมาตรฐานด้วย (เขาเรียก Movie Studio)

 

ทีนี้มาดูการใช้งานเพื่อรับชมมัลติมีเดียบ้าง

เช่นเคย ผมไม่ค่อยอยากพูดถึงเรืิ่องของความไหลลื่นของการเล่นไฟล์มัลติมีเดียระดับ 1080p เท่าไหร่แล้ว เพราะ CPU ระดับ Dual-core ปัจจุบันนี้ มันแรงเหลือเฟือทีจะเล่นไฟล์พวกนี้ได้อย่างราบรื่นอยู่แล้วครับ ที่ต้องพิจารณาจริงๆ ก็เห็นจะเป็นพวกคุณภาพของจอภาพ และ คุณภาพของลำโพงมากกว่า

 

หน้าจอแสดงผลสามมิติ และ 3-D Menu

 

โดยความเห็นส่วนตัว ผมว่าจอของ LG ก็เป็นจอ LCD ที่คุณภาพดีสมราคาค่าตัวอยู่ครับ แต่ว่าเจ้านี่มันมีจุดเด่นสำคัญอยู่ ซึ่งก็คือ หน้าจอที่สามารถแสดงผลสามมิติได้โดยไม่ต้องสวมแว่น … ดังนั้นก็จะสามารถแสดงผลวิดีโอสามมิติได้ ใครที่มีภาพยนตร์ 3D อยู่ ก็สามารถจะแปลงไฟล์มาดูบนนี้ได้สบายๆ ครับ แต่เท่าที่ลองให้หลายๆ คนใช้ดู​ (ตั้งแต่สมัย LG Optimus 3D แล้ว) พบว่าพอดูการแสดงผลแบบ 3D นานๆ แล้วมันจะทำให้สายตาล้าได้ใช่ย่อยเลย …​ ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะว่าจอแสดงผล 3D  แบบที่ไม่ใช้แว่น จะต้องอาศัยการโฟกัสสายตามากกว่าปกติ กล้ามเนื้อตาจะล้าเอาง่ายมากๆ เลยครับ

จุดด้อยที่ผมเจอก็คือปัญหาแสง Backlight ของจอมันแลบออกมาตรงด้านบนกับด้านล่างของตัวเครื่องครับ จะชัดเจนมากๆ เวลาที่ดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมที่มีฉากหลังสีดำเยอะๆ …​ยิ่งไปเล่นในห้องที่แสงสว่างน้อยๆ จะยิ่งเห็นชัดครับ

 

ให้สังเกตด้านซ้ายและขวาของหน้าจอครับ จะเห็นว่า Backlight มันแลบออกมา

 

จุดต่อมาที่ควรพูดถึงก็คือลำโพงครับ เช่นเคย ให้ @mrkui รีวิวให้ตามระเบียบ … ลำโพงของ LG Optimus 3D MAX ให้เสียงที่ออกไปทางนวลๆ จนทำให้รู้สึกว่าหลังๆ มานี่ลำโพงของมือถือจะให้ความสำคัญกับเสียงกลางมากขึ้นกว่าแต่ก่อนที่เน้นไปทางเสียงใสๆ เน้น Presence เยอะๆ เพื่อให้ฟังดูชัดเจน แต่เก็บรายละเอียดของจังหวะไม่ได้ เพราะสุนทรีย์ของจังหวะมักจะไปอยู่ที่ย่านกลางและต่ำซะมาก (อย่างเข่นเบสและกระเดื่องกลองหรือพวกริธึ่มกีตาร์) การฟังเพลงนั้น สำคัญก็ที่จังหวะที่เป็นหัวใจของบทเพลง LG ตัวนี้ก็เป็นหนึ่งในมือถือยุคใหม่ที่ออกแบบมาให้การขับเสียงมีความสุนทรีย์ในการฟังมากขึ้น แต่ว่ายังรองรับเพลงหนักๆอย่างพวก Metal ไม่ไหว ฟังแล้วเสียงออกจะกระจายๆ ไปหน่อย ยิ่งเวลาเครื่องดนตรีในเพลงสาดกันหนักหน่วงแล้วจะเสียงจะแตกพร่าและเบลอเลยทีเดียว

เนื่องจากได้มาทดสอบแต่ตัวเครื่อง ไม่มีชุดหูฟังมาให้ด้วย เลยทดสอบการฟังด้วยหูฟัง Westone UM2 เพื่อดูประสิทธิภาพของวงจร DAC (Digital to Analog Converter) พบว่าเสียงที่ได้มีความหนา แต่ดูจะเน้นย่านเสียงต่ำออกมาเยอะกว่าเจ้าอื่นๆ เวลาเปิดระดับเสียงดังๆเสียงจะเบลอ และย่านเสียงปนๆกัน ฟังดีที่สุดตอนเปิดประมาณ 70% คือให้รายละเอียดครบถ้วน ชัดเจน แต่เบสก็ยังเยอะไปหน่อยอยู่ดี ลองเปลี่ยนหูฟังเป็นหูฟังระดับธรรมดาๆ ก็พบว่าประโยชน์ของเบสที่เกินๆมาหน่อยนั้นคือเพิ่มมวลของเสียง และการให้เกินมาแบบพอดีๆ ไม่เยอะเกินไป ก็ทำให้เสียงที่ได้จากการรับฟังผ่านหูฟังทั่วไปมีน้ำมีนวล ไม่พร่าเบลอจนเสียอรรถรส หากจะใช้หูฟังที่คุณภาพสูงหน่อยกับมือถือเครื่องนี้คงต้องดาวน์โหลดพวกแอพพลิเคชั่นที่ช่วย EQ เสียงได้แล้วตัดเบสออกเสียหน่อย ไม่ก็ฟังเบาๆเอาแบบเพลินๆ ไม่เปิดระดับเสียงเกิน 60-70% ครับ

 

เอาล่ะ ลองมาเล่นเกมบน LG Optimus 3D MAX ดูบ้าง

ตัวเลือกเกม  3D งวดนี้ มีให้เลือกเยอะแยะมากเลย จากค่าย Gameloft เพียงแต่ยังเป็นเกมเก่าๆ หรือไม่ก็กลางเก่ากลางใหม่ครับ (ผมอยากลองเล่น Modern Combat 3: Fallen Nation แบบ 3D มากๆ อิอิ) ฉะนั้นใครที่ซื้อมาเพราะอยากเล่นเกมของ Gameloft ในเวอร์ชัน 3D ก็มีให้เลือกเล่นเยอะอยู่ครับ นอกจากนั้นก็มีเกมเวอร์ชันปกติให้เลือก รวมๆ แล้วก็มีถึง 47 เกมเลยทีเดียว แต่ว่าต้องซื้อจาก wapshop.gameloft.com นะครับ

ผมลองเล่นเกม 2 เกม คือ Asphalt 6: Adrenaline เวอร์ชัน 3D กับ Dead Space (เป็น 2D ปกติ)​ ดู ก็พอว่าเกมออกมาค่อนข้างลื่นไหลโอเคเลยละครับ ตรงนี้ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะว่าตอนเล่น LG Optimus 3D ก็เล่นได้ลื่นไหลดีอยู่แล้ว สเปกของ LG Optimus 3D MAX ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ยิ่งไม่น่าเป็นห่วงครับ

ลองดูวิดีโอรีวิวด้านล่างนี่แล้วกันครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=eNuvKUALUjw[/tube]

 

สุดท้ายมาดูการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอครับ

ด้วยความที่เป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพและวิดีโอแบบ 3D เลยทำให้จำนวนพิกเซลอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซลครับ แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการถ่ายวิดีโอ 1080p ได้ (สำหรับโหมดถ่ายวิดีโอ 2D) หรือ 720p (สำหรับโหมดถ่ายวิดีโอ 3D) … ลูกเล่นของกล้องของ LG Optimus 3D MAX อยู่ในระดับที่ถือว่าพอกินพอใช้ครับ แต่ไม่ถึงกับดีเลิศมากมาย ตัว Camera App มี User Interface ที่เรียบง่ายและใช้ได้สะดวกดีครับ

คุณภาพของภาพที่ได้ ต้องบอกว่างวดนี้ LG ทำออกมาได้ดี …​ ดังนั้นแม้ตามสเปกแล้วกล้องจะไม่ได้มีจำนวนพิกเซลมากขึ้น แต่คุณภาพของรูปที่ได้มันดีขึ้นจริงๆ ครับ เพียงแต่ภาพที่ได้จะดูหมองๆ ไปหน่อย เวลาที่จะเอามาใช้งานจริงๆ ควรจะเอามาตกแต่งเพื่อเพิ่ม Brightness ให้มากขึ้นอีกหน่อยครับ ดูจากรูปตัวอย่างด้านล่างได้ครับ

 

 

มาดูที่คุณภาพของการถ่ายวิดีโอกันบ้าง … ภาพที่ได้มีความสว่างกำลังดี ไม่เหมือนกับตอนถ่ายภาพนิ่งที่ติดแนวครึ้มไปหน่อย แต่ว่ามีขอด้อยตรงที่การโฟกัสกับปรับระดับความสว่างของภาพนั้นใช้เวลานานไปนิด … ดูตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายข้างล่างนี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=udwqShWtJ9E[/tube]

 

โดยบทสรุปของ LG Optimus 3D MAX

สเปกของ LG Optimus 3D MAX ไม่ได้แรงมากมายอะไรหากเทียบกับพวกระดับ High-end ในปัจจุบัน สนนราคาก็ไม่ได้ถือว่าแรงอะไรมากมายเช่นกันครับ ก็เรียกว่าสมเนื้อสมตัวดีครับ แต่ว่ามันไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนอกจากความเป็น Android Smartphone ที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอแบบ 3D ได้  และสามารถแสดง Content แบบ 3D ได้

Android Smartphone แบบ 3D  อย่าง LG Optimus 3D MAX  ก็ไม่ถึงกับเรียกว่าไม่มี Content ดูเลยซะทีเดียว เพราะเดี๋ยวนี้หนัง 3D มีเยอะขึ้นมากแล้ว แถมเกม 3D จากค่าย Gameloft ก็มีให้เลือกเยอะกว่าเดิมมากทีเดียว การดีไซน์ของ LG Optimus 3D MAX ก็ทำให้เราไม่รู้สึกขัดเขินกับการพกพามันแล้ว ทั้งความบางและน้ำหนักที่พกพาสะดวกกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อ LG Optimus 3D MAX นั้น หลักๆ ก็ยังอยู่ที่ว่า คุณอยากได้กล้อง 3D ไหม อยากได้สมาร์ทโฟนที่ดูหนัง 3D ได้โดยไม่ต้องใส่แว่นไหมล่ะครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. lulable says:

    ถ้ามากะจอ 5 นิ้วนี่สุดยอดเลยยย

Leave a Reply

%d bloggers like this: