ทำความเข้าใจข้อมูลที่ PR HTC ส่งพลาด

เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เห็นพาดหัวข่าวจาก MXPhone.net เมื่อเช้า … เนื้อหาข้างในก็คือข้อมูลการเปรียบเทียบสเปกระหว่าง Android Smartphone ระดับ Quad-core CPU สองรุ่นล่าสุดจากสองค่ายคือ HTC และ Samsung ซึ่งส่งมาจากทางตัวแทนประชาสัมพันธ์ (หรือที่ผมจะขอเรียกสั้นๆ ว่า PR) ของทาง HTC ครับ … ปกติการเปรียบเทียบระหว่าง 2 แบรนด์เพื่อดูว่าตัวไหนเด่นกว่าเนี่ย มันเป็นเรื่องปกติครับ โดยจะทำ 2 แบบ คือ

  • ทำกันภายในแบรนด์เอง เพื่อให้พนักงาน ตัวแทนขาย หรือดีลเลอร์ ได้รู้ว่าจะใช้จุดไหนในการเสนอขายให้กับลูกค้า … ส่วนใหญ่ก็จะเน้นชูจุดเด่นของแบรนด์ตนเองที่เหนือกว่าคู่แข่ง
  • ทำกันภายในแบรนด์เอง เพื่อให้สื่อมวลชน หรือ บล็อกเกอร์ ได้ทราบจุดขายของแบรนด์ … และเช่นเคย เน้นชูจุดเด่นของแบรนด์ของตนเองที่เหนือกว่าคู่แข่ง … แต่กรณีนี้จะมีการปิดชื่อยี่ห้อเอาไว้ เหมือนกับเป็นมารยาท และเพื่อป้องกันการฟ้องร้องด้วยอ่ะนะ
  • ทำกันโดยบุคคลที่สาม เช่น บล็อกเกอร์ (แบบผม) หรือนิตยสารต่างๆ ซึ่งจะเปิดเผยแบรนด์อย่างชัดเจน และมีการเปรียบเทียบกันแบบจุดต่อจุด แตกต่างกันออกไปตามสไตล์ของนักเขียนแต่ละคน แต่กรณีนี้จะเน้นเปรียบเทียบด้วยข้อมูลจริงๆ ทั้งสองด้าน ยี่ห้อไหนเหนือกว่าอีกยี่ห้อด้านไหนบ้าง


มันคงจะไม่มีอะไรมาก หากข้อมูลจาก PR HTC นั้นเป็นแค่การเปรียบเทียบในแบบที่ 2 ที่ผมพูดถึงไป (แม้จะไม่ได้ปกปิดยี่ห้อและรุ่น) เพราะมันก็เป็นเรื่องปกติของแบรนด์ที่จะชูจุดเด่นที่สำคัญของตนเอง อย่างเช่นในกรณีของรูปด้านล่าง ที่ชูว่า HTC One X มีความเร็วที่เหนือกว่า คือ เป็น Quad-core 1.5GHz ในขณะที่ Samsung Galaxy SIII เป็น Quad-core 1.4GHz หรือกล้องดิจิตอลที่เป็น F2.0 และถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 99 รูป ด้วยความเร็ว 4 รูปต่อวินาที ในขณะที่ Samsung Galaxy SIII เป็น F2.6 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 20 รูป ด้วยความเร็ว 3 รูปต่อวินาที

 

ตารางการเปรียบเทียบ 2 รุ่น ที่ตกเป็นดราม่า

 

แต่ที่ผมมองว่าเป็นประเด็นก็คือ ข้อมูลบางอย่างมันถูกทำให้บิดเบือนไป ก็เลยเกิดเป็นดราม่าขึ้น เมื่อบล็อกเกอร์หลายๆ ราย (รวมถึงผมด้วย) ออกมาบ่นอุบ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม PR HTC ถึงได้ทำแบบนี้ … จนกระทั่งบ่ายๆ นั่นแหละครับ PR THC ถึงได้ส่งอีเมล์มายังบล็อกเกอร์ทั้งหลายและสื่อเพื่อชี้แจงว่าเรื่องของเรื่อง มันเป็นแค่การส่งข้อมูลที่ผิดพลาด ทำให้เอกสารที่ควรจะส่งกันภายในให้พนักงานขาย หรือ ดีลเลอร์ หรือก็คือ การเปรียบเทียบข้อมูลในแบบแรก ไปให้สื่อแทนซะงั้น

รายละเอียดการชี้แจง อ่านจากด้านล่างได้ครับ

 


เรื่อง ขอชี้แจงเรื่องความผิดพลาดในการส่งข้อมูลของโทรศัพท์ HTC One X

เรียน ท่านสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์ทุกท่าน

ในนามตัวแทนประชาสัมพันธ์ของ บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด ต้องกราบขออภัยในความผิดพลาดในการส่งข้อมูลโทรศัพท์ HTC One X ไปยังทุกท่าน และขออนุญาตชี้แจงและอธิบายตามความเป็นจริงทุกประการเกี่ยวกับเอกสารที่ส่งออกไป โดยเอกสารที่ถูกจัดส่งไปนั้น มิได้มีเจตนาในการส่งข้อมูลเพื่อโจมตีคู่แข่งแต่ประการใด แต่เป็นความผิดพลาดในการส่งออกเอกสารของทางบริษัทฯ หากแต่เป็นเอกสารภายในที่ใช้ส่งข้อมูลให้แก่ดีลเลอร์และตัวแทนพนักงานขาย เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลในการขายสินค้า

เนื่องด้วย ความผิดพลาดในการส่งออกข้อมูล ทางบริษัทตัวแทนประชาสัมพันธ์ ต้องกราบขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย และขอความร่วมมือในการยกเลิกการเผยแพร่ข้อมูลในเอกสารดังกล่าวอันเกิดจากความผิดพลาดในการจัดส่ง มา ณ โอกาสนี้

จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน และขอยืนยันอีกครั้งว่า บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด มิได้เกี่ยวข้องใดๆ กับความผิดพลาดนี้ทุกประการ

 

ด้วยความเคารพ

บริษัท มีเดีย พลัส คอนเนคชั่น จำกัด

ตัวแทนประชาสัมพันธ์


 

ถามว่าน่าเชื่อถือหรือไม่? ตรงนี้อยู่ที่แล้วแต่คนจะคิดครับ แต่ผมขอวิเคราะห์แบบนี้ดีกว่า … ดูจากรูปด้านล่าง เป็นสไลด์แผ่นสุดท้ายของข่าว PR เจ้าปัญหา จะเห็นว่ามันคือหัวข้อ Countering Objections ซึ่งปกติแล้ว ข้อมูลชุดนี้เราจะได้เห็นใน 2 สถานการณ์ครับ คือ กรณีที่แบรนด์พยายามชี้แจงกับสื่อหรือพวกบล็อกเกอร์อย่างไม่เป็นทางการ กับกรณีที่จะให้ข้อมูลกับพนักงานขายหรือดีลเลอร์เอาไว้คุยกับลูกค้า เวลาที่ลูกค้าถามว่า เคยได้ยินมาว่าแบบนั้นแบบนี้ ควรจะตอบว่าอะไรดี

 

Countering Objections หรือ จุดที่โต้แย้งให้ลูกค้าฟัง

 

ฉะนั้น … หากมองในประเด็นนี้แล้ว ตัวผมเองก็พอจะยอมเชื่อได้ว่าเป็นความผิดพลาด (อย่างร้ายแรง) ของทาง PR HTC ที่ส่งข้อมูลผิดมาให้สื่อและบล็อกเกอร์ จนกลายเป็นเรื่องราวดังกล่าว

โอเค เรื่องนั้นจบไป แต่ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตเพิ่มก็คือ แล้วข้อมูลของทาง PR HTC ที่เขาว่าใช้ส่งให้พนักงานขายและดีลเลอร์เนี่ย มันถูกต้องแค่ไหนล่ะ? น่าคิดนะครับ ลองมาดูกันไหม?

 

ประเด็นแรก เรื่องความเร็วที่เหนือกว่า

ตั้งแต่ AMD แยกทางกับ Intel หันไปพัฒนา CPU ด้วยสถาปัตยกรรมของตนเอง มันก็ชัดเจนแล้วว่าประสิทธิภาพของ CPU นั้นไม่ได้วัดกันด้วยความเร็วที่มีหน่วยเป็นเฮิรตซ์ (Hz) อีกต่อไป ดังนั้น ต่อให้เป็น Quad-core 1.5GHz แต่หากเป็น CPU คนละรุ่นกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าความเร็วจะเหนือกว่า Quad-core 1.4GHz เสมอไปนะครับ

ในกรณีนี้ ถ้าวัดกันด้วยคะแนน Quadrant แล้วจะเห็นว่า Exynos Quad-core 1.4GHz นั้นเมื่อเทียบกับ nVidia Tegra 3 แล้ว

 

ผลการทดสอบ Quadrant ของ Samsung Galaxy SIII

ผลการทดสอบ Quadrant ของ HTC One X

 

จากคะแนนการทดสอบ จะเห็นว่าภาพรวมนั้น HTC One X คะแนนด้อยกว่า Samsung Galaxy SIII ครับ คะแนนในส่วน CPU, Memory, I/O, 2D ก็ด้อยกว่าหมด แต่คะแนนในส่วนของ 3D ค่อนข้างทำได้ดีสมกับที่เป็นชิปเซ็ตจากผู้ผลิตกราฟิกชิปอย่าง nVidia จริงๆ

นอกจากนี้ ก็เป็นที่รู้กันว่าเกมที่ทำมาเล่นบน nVidia Tegra 3 (วางจำหน่ายใน Tegra Zone) นั้นจะมีกราฟิกที่สวยงามกว่าเกมบนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วๆ ไป … ซึ่งตรงนี้ต่างหากที่ทาง PR HTC ควรจะนำมาเป็นประเด็นที่ชูให้เหนือกว่า Exynos ครับ

 

ประเด็นที่สอง เรื่องแบตเตอรี่

จากการลองใช้งาน แบตเตอรี่ของ HTC One X ในการใช้งานทั่วๆ ไป สามารถอยู่ได้ราวๆ 12 ชั่วโมง ส่วน Samsung Galaxy SIII นั้นอยู่แถวๆ 10-11 ชั่วโมงครับ … จะว่า HTC One X นั้นแบตเตอรี่อึดกว่าก็ได้ครับ แต่พิจารณาจากจำนวนชั่วโมงแล้ว ก็ต้องบอกว่าทั้งคู่ก็พอจะสามารถพกออกไปนอกบ้านได้ตั้งแต่เช้ายันเย็นล่ะ

แต่ PR HTC มาตายเอาตรงที่บอกว่า แบตเตอรี่ของ Galaxy SIII ถอดออกได้ ต้องใช้ที่ชาร์จแยก ซึ่งลำบาก แถมต้องปิดเครื่องเวลาชาร์จ … ซึ่งผมสงสัยมากทีเดียว เพราะนับตั้งแต่สมัย Nokia 5110i มา ผมก็ไม่เคยปิดมือถือชาร์จเลยนะครับ ยกเว้นเฉพาะตอนที่ซื้อเครื่องมาใหม่ๆ ชาร์จเป็นครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่า PR HTC เอาข้อมูลนี้มาจากไหนที่บอกว่าต้องปิดเครื่องเวลาชาร์จ

 

ประเด็นที่สาม เรื่องวัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่อง

ประเด็นนี้สรุปได้สั้นๆ ว่า PR HTC ทำการบ้านมาไม่ดี … ใช่ครับ HTC One X ใช้วัสดุเป็น Polycarbonate แต่นี่ก็คือพลาสติกชนิดหนึ่งนะครับ (Polycarbonate เป็น Thermoplastic Polymer) ส่วนที่ว่า Samsung Galaxy SIII เป็นพลาสติก ก็ใช่เช่นกัน เพราะเขาก็ใช้ Polycarbonate เหมือนกับ HTC One X นั่นแหละครับ … ความแตกต่างอยู่ที่ HTC One X ใช้เคลือบด้วยเซรามิค ส่วน Samsung Galaxy SIII นั้นใช้ Hyper Glaze

ผมว่าในประเด็นที่สามนี้ PR HTC น่าจะไปทำการบ้าน หาจุดเด่นที่เซรามิคมีเหนือ Hyper Glaze มาเล่าสู่กันฟังมากกว่า

 

ประเด็นที่สี่ เรื่องตัวบอดี้เป็นเนื้อเดียว ไร้รอยต่อ กันน้ำกันฝุ่น

มันสืบเนื่องต่อจากประเด็นที่สาม ประเด็นนี้หากสื่อสารไม่ดี เดี๋ยวผู้ใช้งานจะเข้าใจผิดกันนะครับ ตัวเครื่องของ HTC One X เป็นยูนิบอดี้ ไร้รอยต่ออย่างที่เขาว่าจริงๆ ดังนั้น ในส่วนต่างๆ เหล่านี้จะโดนน้ำบ้างอะไรบ้าง น้ำไม่เข้าแน่นอน แต่ถ้าเป็นพวกช่องเสียบหูฟังกับพอร์ต Micro USB ละก็ น้ำเข้าไปทีมีร้องไห้ได้เช่นเดียวกันนะครับ

 

ประเด็นที่ห้า เรื่อง Dropbox

ผู้ใช้ HTC One X หากสมัครใช้งาน Dropbox ก็จะได้เนื้อที่ 25GB (เป็นเนื้อที่ฟรี 2GB บวกกว่าเนื้อที่โปรโมชั่น 23GB) เป็นเวลา 2 ปี (ไม่ใช่ได้ตลอดไป) แต่จะเอามาเทียบว่ามีเนื้อที่รวม 32 + 25 = 57GB แบบนี้ก็ไม่เชิงว่าจะได้ซะทีเดียว เพราะทุกครั้งที่ดาวน์โหลดไฟล์จาก Dropbox มา ต้องเสียเนื้อที่เก็บไว้ในเครื่องด้วยน่ะครับ และถ้าเป็นไฟล์เยอะๆ ไฟล์ขนาดใหญ่ๆ กว่าจะดาวน์โหลดมาใช้ได้แต่ละที มันก็ไม่ได้สะดวกอะไรมากมาย เน็ตบ้านเราเป็นยังไงก็รู้กันดีอยู่

นอกจากนี้ PR HTC คงไม่ได้ติดตามข่าวว่า ผู้ใช้ Samsung Galaxy SIII นั้น ถ้าสมัครใช้งาน Dropbox ก็จะได้เนื้อที่ 50GB (เป็นเนื้อที่ฟรี 2GB บวกกับเนื้อที่โปรโมชั่น 48GB) เป็นระยะเวลา 2 ปีเช่นกันนะครับ

จริงๆ ที่ควรชูประเด็นน่าจะเป็นเรื่องของการที่มี Internal Storage 32GB มากกว่า เพราะหากเป็น Internal Storage แล้วละก็ ความเร็วก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะสูงกว่าพวก MicroSD Card Class ต่ำๆ ที่ผู้ใช้งานอาจซื้อหามาใช้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ครับ

 

ประเด็นที่หก เรื่องดีไซน์

PR HTC อธิบายสั้นๆ ว่า HTC One X เป็นการดีไซน์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ส่วน Samsung Galaxy SIII นั้นน่าผิดหวัง … เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะความสวยงามนั้นมันไม่มีเครื่องมืออะไรที่สามารถวัดออกมาเป็นคะแนนแบบวัตถุวิสัย (Objective) ได้ แต่ความสวยงามมันเป็นเรื่องของอัตวิสัย (Subjective) คือ แต่ละคนก็มองแตกต่างกันออกไป ผมรู้จักทั้งคนที่ชมว่า Samsung Galaxy SIII สวย กับคนที่มองว่า Samsung Galaxy SIII ไม่สวย และคนที่ชมว่า HTC One X สวย กับคนที่คิดว่า HTC One X  ไม่สวย พอๆ กันนั่นแหละครับ

 

โดยสรุปแล้ว

งานนี้ PR HTC ทำพลาดอย่างร้ายแรงทีเดียวครับ และประเด็นนี้ก็ทำให้ HTC เองก็เสียภาพลักษณ์ไปไม่น้อยทีเดียวครับ และแม้ว่าคำชี้แจงของ PR HTC สำหรับผมแล้วยังดูว่าน่าเชื่อถือ แต่ผมก็ยังมองว่าในแง่ของความถูกต้องของข้อมูลของเอกสารก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากังขาจริงๆ ครับ หากพนักงานขายและดีลเลอร์นำข้อมูลบางอย่างที่ไม่ถูกต้องไปนำเสนอแก่ลูกค้า ก็เท่ากับทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อหรือความเข้าใจที่ผิดๆ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องดีครับ

 

kafaak

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ไอทีต๊อกต๋อย ผู้ที่สนอกสนใจในเรื่องของเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา

You may also like...

12 Responses

  1. zas5799 says:

    แหม… อยากให้ยกประเด็นของ pixel จอมาพูดด้วยจังครับ ^^

    • kafaak says:

      ประเด็นพิกเซลจอ ผมมองว่ามันแล้วแต่มุมมองครับ จอแบบ Pentile มันถูกวิจารณ์มาไม่ดีจริงๆ และเรื่องการจัดเรียงพิกเซลแบบ RGB กับ Pentile ที่ทาง PR ของ HTC พูดถึง มันก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ เป็นแบบนั้นจริง … หน้าจอ HTC One X ขนาด 4.7 นิ้ว ในขณะที่ Samsung Galaxy SIII ขนาด 4.8 นิ้ว ไม่ว่าจะมองในแง่ของ Pixel Density One X ก็เยอะกว่า มองในแง่ Sub Pixel ก็เช่นกันครับ

      • Job says:

        อธิบายได้ชัดเจนมากครับ
        ในเรื่องจอ ความเห็นส่วนตัวผม (ผมสายตาปกติ) ถ้าถามว่ามันชัดไหม มันก็ชัดดีทั้งคู่แหละ แล้วแต่ใครจะชอบอันไหน คือผมมองว่ามันก็ไม่ได้เป็นจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเจ้าอื่นสักเท่าไร ดีซะอีกทำออกมาแตกต่างกันบ้าง จะได้เป็นทางเลือกได้มากขึ้น ไม่งั้นทำตามกันมาหมดก็หาว่าเลียนแบบ ทำด้อยกว่าก็หาว่าไม่พัฒนา ทำดีกว่าก็หาว่าโจมตี เรื่องแบบนี้น่าจะอยู่ที่ความพึงพอใจของแต่ละคนนะครับ
        ถ้าออกจอแบบใหม่ที่ไม่เคยมีเจ้าไหนทำมาก่อนแล้วมัน”โครตชัด” นี่น่านำมาเป็นจุดขายมากกว่า
        (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ)

  2. Mnakin says:

    เห็น Body ของ OneX ก็ไม่ได้สนใจความสามารถแล้วล่ะ

    สวยไม่สวยมันเป็นรสนิยมของแต่ละคน

    • Mnakin says:

      หมายถึง ผมไม่คิดจะซื้อ OneX ตั้งแต่เห็น รูปทรงแล้วล่ะ

  3. ยังไม่ได้ mention เรื่องเสียงด้วยนะครับ Galaxy SIII ใช้ Wolfson Audio นะครับ แค่เค้าไม่ได้โปรโมทให้มันดังเองครับ…
    ไหนจะกล้องหน้าอีก โอ้ว หนัก…

    • kafaak says:

      ลองให้นักดนตรีฟังลำโพงของ SIII แล้ว ต่อให้เป็น Wolfson DAC ก็ตาม แต่สุดท้าย ตายที่คุณภาพของลำโพงที่ใช้ครับ … ฮาฮา … คงต้องวัดกันที่หูฟัง แต่ที่ผมไม่ได้พูดถึง (แม้แต่ในบล็อก) ก็เพราะผมไม่ได้ชุดหูฟังมาลองน่ะ ฮาฮา

      • myung says:

        เนอะ สุดท้ายก็วัดกันด้วยหูฟัง

        ยิ่งหูเดิมๆของแต่ละค่าย นี่ไม่อยากจะคิดเลย

  4. คนที่เคยได้รับแฟลชไดรฟ์ Angry Bird says:

    แหม ใช้คำเข้าใจยากในบทความเกินไปหรือเปล่าครับ
    วัตถุวิสัย ใช้คำว่า รูปธรรม ดีกว่าไหม
    อัตวิสัย ใช้คำว่า นามธรรม ก็ยิ่งจะน่าเข้าใจง่าย

    อย่าใช้คำไทย ให้คนไทยต้องแปลเลยครับ มันไม่ใช่การเขียนบทความเพื่อจุดประสงค์ในการเรียนรู้คำใหม่

    • kafaak says:

      ผมติดเป็นนิสัยมาจากตอนเรียน ป.โท ครับ
      ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ แต่ผมก็ยังเลือกแปล Objective ว่า วัตถุวิสัย และ Subjective ว่า อัตวิสัย ครับ … ขอให้ถือซะว่าเป็นสำนวนการเขียนของผมแล้วกันครับ

      ป.ล. Objective หรือ วัตถุวิสัย ผมก็ยังไม่ได้มองว่าเป็นรูปธรรมนะครับ … แต่ความหมายของมันคือ สามารถวัดเป็นตัวเลข วัดเป็นค่าได้ และการวัดนั้นมีทั้ง Reliability (วัดกี่หนก็ได้เท่าเดิม) และ Validity (วัดในสิ่งที่ต้องการจะวัด)

      • zas5799 says:

        ตอนอ่านท่อนนั้น.”ทั้งท่อน” พอเข้าใจนะ แต่พอแยกมาอธิบายกันเป็นคำๆ งงเลย

        (ความเห็นจากคนจบแค่ ปวส. ^__^)

Leave a Reply

%d bloggers like this: