CT Scan ทำงานยังไง? เพราะวันนี้ไปทำ CT Scan มา

Print Friendly, PDF & Email

หน้าจอผล CT Scan ของหัวผมเอง

หลายๆ วันมานี้ มีบางครั้งบางคราวที่ปวดหัวด้านซ้ายแบบจี๊ดๆ อารมณ์เหมือนตอนซัดวาซาบิแล้วจี๊ดขึ้นสมอง ก็เลยปรึกษากับ @noot010  ว่าจะเข้าไปขอให้ช่วยทำ CT Scan ให้หน่อย ว่ามีอะไรผิดปกติไหม … ประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตเลยนะ ที่เข้าไปทำ CT Scan เนี่ย เข้าไปแล้วรับรู้ได้เลยว่า กระดาษตอนเข้าเครื่องถ่ายเอกสาร เนี่ย รู้สึกยังไง ฮา … ทีนี้ด้วยจิตวิญญาณบล็อกเกอร์สายรีวิวอย่างผม ก็เลยอยากรู้ว่า แล้วเจ้า CT Scan เนี่ย มันทำงานกันยังไง ก็เลยขอหยิบเอามาเล่าสู่กันอ่านนะครับ

CT Scan กับ CAT Scan

ก่อนจะเข้าไปอธิบายการทำงานของ CT Scan ต้องขอทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง CT (Computerized Tomography) Scan กับ CAT (Computerized Axial Tomography) Scan ก่อนครับ คำว่า Tomography นั้น หมายถึงการสร้างภาพโดยการตัดวัตถุออกเป็นส่วนๆ ดังนั้นเมื่อรวมกับคำว่า Computerized และ Scan แล้ว ก็คือ การสแกนภาพ เพื่อนำมาสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ โดยตัดวัตถุออกเป็นส่วนๆ นั่นเอง

โดยพื้นฐานแล้ว ทั้ง CT Scan กับ CAT Scan เนี่ย มันเหมือนๆ กันคัรบ แต่เมื่อก่อน มันใช้ชื่อว่า CAT Scan เพราะว่าเทคโนโลยีมันถ่ายภาพได้เฉพาะภาพตัดขวางในมุม Axial หรือ ที่เรียกว่า Transverse Plane/Horizontal Plane เท่านั้น แต่หลังๆ เทคโนโลยีมันก้าวหน้า สามารถถ่ายภาพตัดขวางแบบ Coronal Plane หรือ Sagittal Plane ได้ด้วย ก็เลยตัดคำว่า Axial ออกไปจากชื่อ เหลือแค่ CT Scan เฉยๆ ครับ

ภาพตัดขวางของมนุษย์ในมุมต่างๆ

 

CT Scan จริงๆ แล้ว ก็คือเวอร์ชันพัฒนาของการเอ็กซเรย์

เครื่อง CT Scan จริงๆ มันก็คือเครื่องเอ็กซเรย์นั่นแหละครับ ดังนั้นหลักการทำงานพื้นฐานของ CT Scan จึงเหมือนกับเครื่องเอ็กซเรย์ คือ  การอาศัยรังสีเอ็กซเรย์ซึ่งเป็นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูง ฉายเข้าไปยังร่างกายของเรา ซึ่งปกติโฟตอนของเอ็กซเรย์จะมีพลังงานสูงมากจนทำให้พวกเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ในร่างกายของเราไม่สามารถดูดซับเอาโฟตอนเอาไว้ได้ มันก็เลยสามารถผ่านทะลุร่างกายเราไปได้โดยสะดวกโยธิน แต่ทว่าอะตอมของแคลเซียมนั้นมีขนาดใหญ่ สามารถดูดซับเอาโฟตอนของเอ็กซเรย์ไว้ได้ดี ก็เลยทำให้เอ็กซเรย์ไม่สามารถผ่านกระดูกของเราไปได้ … นั่นเลยเป็นที่มาว่าเวลาเราเอ็กซเรย์ เราก็จะเห็นกระดูกของเราไง

ตัวอย่างของเอ็กซเรย์

และเนื่องจากเนื้อเยื่ออ่อนของร่างกายไม่สามารถถ่ายเอ็กซเรย์ติดได้ แต่เมื่อแพทย์ต้องการถ่ายให้ติด ก็เลยจำเป็นต้องมีการนำสารทึบรังสี (Contrast Media) ให้ดื่ม, ฉีดเข้าทางเส้นเลือดหรือช่อง/โพรงของร่างกาย, หรือ สวนทางทวารหนัก ด้วย เพื่อให้อวัยวะที่ต้องการนั้น สามารถถูกถ่ายด้วยเอ็กซเรย์ได้ชัดเจนขึ้น

แต่ถึงกระนั้น เอ็กซเรย์ก็ยังมีข้อจำกัดครับ ซึ่งสามารถแสดงได้จากรูปด้านล่างนี่เลย …​ มันคือภาพของผู้หญิงที่อุ้มสับปะรดผลนึง แล้วมือก็ถือกล้วยอีกใบ ถ้าคิดว่าหลอดไฟคือการถ่ายเอ็กซเรย์ เงาที่ปรากฏด้านหลังและด้านข้าง คือภาพเอ็กซเรย์ที่ได้ …​ สังเกตเห็นอะไรไหมครับ?

ภาพจาก HowStuffWorks.com

  • เงาที่ปรากฏด้านหลังนั้นจะมองเห็นกล้วย แต่มองไม่เห็นสับปะรด เพราะเงาของผู้หญิงบังเอาไว้
  • เงาที่ปรากฏด้านข้างก็จะมองเห็นแต่สับปะรด แต่มองไม่เห็นกล้วย เพราะเงาของผู้หญิงบังเอาไว้อีกเช่นกัน
ในทางการแพทย์ บางครั้ง (และเผลอๆ จะบ่อยครั้ง) การที่จะถ่ายเอ็กซเรย์ให้เห็นความผิดปกติของร่างกายนั้นอาจจะต้องดูจากหลายๆ มุมมอง และมันก็เลยเป็นที่มาของแนวคิดของ CT Scan นั่นเอง คือ การถ่ายเอ็กซเรย์จากหลายๆ มุม แล้วนำภาพที่ได้มาประกอบกันเป็นโมเดล 3 มิติ ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ภาพจาก www.worldculturepictorial.com

การทำงานของ CT Scan ก็คือ การให้คนไข้เข้าไปนอนอยู่บนแพลตฟอร์ม จากนั้นก็ให้ส่วนที่ต้องการทำการสแกนเข้าไปผ่านเครื่อง CT Scan ซึ่งตรงอุโมงค์เนี่ย จะเป็นเครื่องฉายเอ็กซเรย์แบบหมุนรอบได้ โดยที่จะมีตัวเครื่องฉายและตัวรับอยู่ตรงข้ามกัน …​ด้วยความที่มันหมุนรอบ ก็เลยทำให้สามารถถ่ายภาพเอ็กซเรย์ได้จากทุกๆ มุมนั่นเอง

เข้าเครื่อง CT Scan (นายแบบก็ผมเองนั่นแหละ)

เห็นแสงสีแดงๆ แล้ว เหมือนจะถูกตัดเป็นชิ้นๆ เลย ฮาฮา

แต่ละรอบของการถ่าย จะเป็นการถ่ายภาพแนวตัดขวางของร่างกายของเราแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คอมพิวเตอร์จะทำการควบคุมความเข้มของเอ็กซเรย์เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อเยื่อแต่ละประเภทที่ทำการสแกน ซึ่งเมื่อหมุนจนครบ ก็จะได้ภาพตัดขวางของร่างกายเราที่สมบูรณ์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลภาพถ่ายทั้งหมดเข้ามาประกอบกันเป็นร่างกาย … แน่นอนว่าโดยปกติแล้วจะไม่ทำการสแกนทั้งร่างครับ เพราะยังไงซะมันก็เป็นการฉายรังสีครับ โดยมากๆ ไม่เหมาะกับร่างกายจริงๆ

หนึ่งในภาพตัดขวางของสมองของผม ... สรุปว่าไม่มีขี้เลื่อยนะครับ

การเข้าไปสแกนหัวของผมครั้งนี้ นอกจากจะได้ประโยชน์จากการที่รับรู้ว่าสมองของผมไม่มีขี้เลื่อย …​ เฮ้ย! ไม่ใช่แล้วๆ … รับรู้ว่าสมองของผมไม่ได้มีอาการผิดปกติใดๆ (เห็น @noot010 ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเกิดจากเส้นยึดอะไรนี่แหละ น่าจะไปนวดผ่อนคลาย … บ๊ะ! น่าสน … วันไหนต้องจัด Health Land ซัก 2 ชั่วโมง คลายเมื่อย) ก็ยังทำให้ผมเกิดความสงสัยใคร่รู้ และได้ข้อมูลมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านกันครับ ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมละก็ อ่านจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้ครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แถมท้ายด้วยวิดีโออธิบายวิธีการทำงานของ CT Scan ด้วยครับ (ภาษาอังกฤษ)

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=rN4E8Y5loAs[/tube]

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: