Flashback และ SubPub กำลังบอกอะไรเรา?

mac_osx_malware

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านคงได้ข่าวกันบ้างแล้วละน่า เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ Trojan ชื่อ Flashback และ SubPub ที่จ้องเล่นงานระบบปฏิบัติการ Mac OSX ของ Apple โดยเฉพาะเจ้า Flashback นี่ทำเอาเครื่อง Mac กว่า 6 แสนเครื่องติดเชื้อไปเลยทีเดียว และจนถึงตอนนี้ ทาง Symantec ก็ยังเชื่อว่า ณ วันที่ 16 เมษายน ก็ยังเหลือเครื่องที่ติดเชื้ออยู่ประมาณ 140,000 เครื่อง แต่ก็จะเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน Apple ได้ออกตัวอัพเดตเพื่ออุดช่องโหว่เกี่ยวกับปลั๊กอิน Java ที่เจ้า Trojan พวกนี้ใช้เล่นงานระบบปฏิบัติการ และออกตัว Removal Tool เพื่อกำจัดมันด้วย

จนถึงตอนนี้ คงไม่ต้องถามแล้วว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เครื่อง Mac จะต้องมี Antivirus?” นะครับ เพราะผมเองก็เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา … การระบาดของ Flashback และ Subpub นั้นบอกอะไรกับเรา? ผมว่ามีด้วยกัน 3 จุดครับ

  • อันดับแรกเลย มันเป็นการตอกย้ำที่ผมเคยบอกเอาไว้แล้วว่า เมื่อมีผู้ใช้งาน Mac OSX มากขึ้น ก็หมายความว่าผู้ไม่หวังดีก็มีเป้าหมายให้เล่นงานได้มากขึ้น … และ ณ ตอนนี้ แม้ว่า % ส่วนแบ่งตลาดของ Mac OSX จะไม่ได้ดูว่าเติบโตขึ้น แต่หากมองไปที่จำนวนของเครื่อง Mac ละก็ มันเยอะขึ้น และเยอะพอจะตกเป็นเป้าหมายได้แล้ว
  • จุดต่อมาก็คือ ลำพังระบบปฏิบัติการที่ดีมันไม่เพียงพอครับ เพราะผู้ไม่หวังดีอาจอาศัยช่องโหว่จากซอฟต์แวร์ตัวอื่น หรือ ปลั๊กอินตัวอื่นเพื่อเข้ามาโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของเราได้ อย่างกรณีของ Flashback กับ SubPub ที่ใช้ช่องโหว่ของปลั๊กอิน Java ไงล่ะ … ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้งานเองก็ไม่ค่อยได้หมั่นอัพเดตซอฟต์แวร์เท่าที่ควรด้วย
  • และอันดับสุดท้ายเลยก็คือ เพราะความเชื่อที่ผิดๆ ที่ตัวแทนจำหน่ายเครื่อง Mac บางราย หรือ พนักงานขายบางคน ที่ป้อนให้กับผู้ใช้งานว่ามันไม่มีไวรัส (จริงๆ มันมีโฆษณาแบบนี้จริงๆ แต่ในเวอร์ชันอังกฤษเขาเขียนว่า No PC Virus หรือ ไม่มีไวรัสบน PC มาติดเครื่อง Mac … ก็แหงล่ะครับ เพราะมันคนละระบบปฏิบัติการอ่ะ แต่ถ้าเจอไวรัส หรือ มัลแวร์ที่เขียนขึ้นมาเฉพาะสำหรับ Mac OS ก็ติดได้เช่นกัน) ทั้งๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญเขาก็เตือนกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 แล้วว่า เครื่อง Mac ไม่ได้ทนทานต่อพวกไวรัสแล้วนะ … และด้วยเหตุนี้เอง ก็เลยทำให้ผู้ใช้งานที่มีความเชื่อผิดๆ ชะล่าใจ และมีการป้องกันที่หละหลวม

ผมว่าถึงเวลาแล้วละครับ ที่ผู้ใช้งาน Mac โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือใหม่ (และพวกที่ชอบเอาซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาติดตั้ง) ควรจะติดตั้ง Antivirus กันซะที ถ้าไม่อยากเสียเงินไปดาวน์โหลดของ BitDefender หรือ ESET ก็ดาวน์โหลดของฟรีจาก Sophos หรือ Avast (ยังอยู่ในเวอร์ชันเบต้า) ไปติดตั้งก็ได้นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. neromimz says:

    mac เองก็โฆษณาตัวเองด้วยครับ ว่าปลอดไวรัส
    แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่มีระบบไหนสมบูรณ์เต็มร้อยหรอก
    ถ้าพูดถึงว่าไวรัสมาจากช่องโหว่ ระบบอื่นๆก็มีช่องโหว่อยู่
    แต่ไม่มีคน”นิยม”โจมตีเหมือนอย่างวินโดว์เท่านั้นเอง

    กลับกัน บทเรียนที่ได้เห็นจากวินโดว์น่าจะบอกอะไรแมคหลายๆอย่างได้
    แมคอาจ ผลิตโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ที่เป็น Built-in มาเลย
    อาจจะมีระบบ ที่เวลาผู้ใช้มีปัญหา ก็ให้ผู้เชี่ยวชาญรีโมตเข้าไปดูให้
    และอาจจะต้องออกอัปเดทบ่อยขึ้น (อาจจะไม่เรียกอัปเดทก็ได้ คงจะเรียกแพชมากกว่า)

  2. coke says:

    ในปีที่ผ่านมา มีไวรัสที่มุ่งเล่นงานพีซีถึง 114,000 ตัว และมีโคดไม่ประสงค์ดีกับพีซีเกิดขึ้นเกือบ พันชนิดในทุกๆ เดือน ในขณะที่โค้ดที่มุ่งโจมตีแมคอยู่ในอัตราหยุดนิ่งมานานแล้ว ทั้งนี้เนื่องจาก MAC OS X ถูกออกแบบโดยยึดถือเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญมาตั้งแต่ต้น แต่วินโดวส์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อต้านทานการโจมตีของภัยร้ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน คุณจึงมั่นใจได้ว่า งานสำคัญและข้อมูลลับ ของคุณ จะปลอดภัยเสมอในเครื่องแมค และสบายใจไปกับทุกย่างก้าวใน โลกอินเตอร์เน็ต

    ข้อความจาก istudio เขียนไว้ครับ 😀

Leave a Reply

%d bloggers like this: