Samsung รับคำท้า Galaxy Tab 7.7 ปะทะ The new iPad ตอนที่ 4

vs

 

ตูม!! เผลอแป๊บเดียวมาถึงตอนจบของการปะทะกันระหว่าง Samsung Galaxy Tab 7.7 กับ The new iPad แล้วละครับ … ก็ไม่รู้เขียนมาได้ยังไงตั้ง 4 ตอน ฮาฮา … สงสัยผมอยากจะอู้ Smile with tongue out … ในขณะที่ท่านกำลังอ่านบล็อกตอนนี้ของผมอยู่ ผมก็คงกำลังมุ่งหน้าไป หรือกำลังอยู่ใน Universal Studio ที่ประเทศสิงคโปร์ครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมทำการบ้านมาดี ดังนั้นทุกท่านยังได้อ่านบล็อกของผมตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ในประเทศสิงคโปร์แน่นอน และผมก็แอบหวังลึกๆ ว่า กลับ กทม เมื่อไหร่ น่าจะได้เอาประสบการณ์เที่ยวเล่นสิงคโปร์ไปเล่าให้อ่านกันบ้าง

Super AMOLED Plus ปะทะ Retina Display

ไม่พูดถึงจอไม่ได้อ่ะ บอกตรงๆ เพราะแต่ละคนก็มีเทคโนโลยีที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง Samsung Galaxy Tab 7.7 ชูจอ Super AMOLED Plus เป็นตัวนำ ในขณะที่ The new iPad เองก็มี Retina Display ครับ ต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยในตัวด้วยกันทั้งนั้น

มาดูที่ความคมชัดของหน้าจอกันก่อน … Retina Display เหนือกว่าอยู่แล้ว ในแง่ของค่า Pixel Density ที่สูงถึง 246ppi จน Apple ออกมาโม้ได้เต็มปากว่าด้วยระยะการใช้งาน Tablet แบบนี้ สายตาเราแยกไม่ออกแน่ๆ ว่ามีพวกรอยหยักอยู่ แต่ก็ต้องบอกว่า 196ppi ของ Samsung Galaxy Tab 7.7 ก็ใช่ย่อยนะครับ ภาพที่ได้ก็ถือว่าคมชัดอยู่ และเมื่อลองดูเผินๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่าใกล้เคียงครับ ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่ค่อยเห็น

 

display_comparison

 

การซูมหน้าเว็บของระบบปฏิบัติการ Android นั้นไม่สามารถซูมได้สุดๆ เหมือนของ iOS ก็เลยทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่าตัวอักษรมันมีรอยหยักครับ แต่ถ้าเราลองเอามาซูมด้วยซอฟต์แวร์อื่นให้มีขนาดรูปเท่าๆ กับภาพที่ได้จาก The new iPad เราถึงจะเห็นอ่ะครับว่าเออ ตัวอักษรมีรอยหยักชัดเชน

 

display_comparison-02

ในแง่ของความคมชัด ยังไงก็ต้องยกให้ The new iPad เขาล่ะ …

แล้ว Super AMOLED Plus ชนะ Retina Display ตรงไหนล่ะ? ผมว่าในเรื่องของสีสัน … มันสดดีได้ใจมาก และส่วนที่เป็นสีดำ ก็จะดำสนิทดีกว่าจอ LCD ทั่วๆ ไปครับ นี่คือจุดได้เปรียบของจอแสดงผลแบบ AMOLED

 

0809

 

สำหรับคนที่ไม่ได้ใส่ใจมากเรื่องความคมกริบของภาพ ก็ต้องบอกว่า จอ Super AMOLED Plus ของ Samsung Galaxy Tab 7.7 ที่มีความละเอียด 1280×800 พิกเซลก็ถือว่าเหลือเฟือสำหรับการท่องเว็บ ดูหนัง ดูรูป อยู่แล้วละครับ สีสันก็ดูสดกว่าด้วย แต่บางคนอาจมองว่ามันสดจนหลอกตา

แต่ถ้าคนไหนต้องการความคมกริบของภาพแบบจริงจัง ซึ่งจะยิ่งแสดงความแตกต่างให้เห็นชัด เมื่อต้องซูมๆๆๆ ละก็ Retina Display ของ The new iPad คือคำตอบครับผม

 

ลำโพงล่ะเป็นไง?

ลำโพงของ The new iPad กะ iPad 2 นี่คุณภาพเดียวกันครับ (คงใช้ชิ้นส่วนเดียวกัน) และผมเคยรีวิวเทียบ Samsung Galaxy Tab 7.7 กับ iPad 2 ไปแล้วในนิตยสาร On Mobile … แต่เอาน่า สำหรับบางคนที่ไม่ทันได้อ่าน ผมก็เลยขอเอามาพูดถึงในนี้อีกที

  • ลำโพงของ iPad จะเน้นที่ย่านกลาง นอกจะจากเพื่อให้รายละเอียดของเสียงโดยรวมมีมิติและความชัดเจนแล้ว ยังมีน้ำหนักของเสียงที่หนักแน่น มีมวล ตอบสนองเสียงของเครื่องดนตรีอย่างพวกเบส และกระเดื่องกลองได้ดี ทำให้ผู้ใช้ได้รับสุนทรีย์ที่ครบถ้วนมากที่สุดเท่าที่ลำโพงเล็กๆจะให้ได้
  • ลำโพงของ SS จะเน้นที่ย่านสูง เพื่อให้ฟังดูมีความใส ชัดเจน แต่ว่าจะขาดน้ำหนักและมวลของเสียงไป สิ่งที่ผู้ใช้จะได้ยินก็คือองค์ประกอบเด่นๆของดนตรี ไม่ใช่ภาพรวม อย่างไรก็ตามก็ยังคงให้มิติที่ดีแม้จะไม่เท่า iPad ก็ตาม
    แต่ที่แพ้จริงๆก็คือลำโพงของ SS นั้นรับแรงอัดของเสียงได้ไม่เท่าลำโพงของ iPad หากดนตรีหรือเพลงที่เลือกเล่นมีความดังมากๆ เสียงจะเริ่มแตกพร่า ต้องลด volume ให้เหลือประมาณ 85 – 90% ในขณะที่เพลงเดียวกันนี้ iPad สามารถเปิดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

พูดง่ายๆ ถ้าอยากจะฟังแบบสะใจบน Samsung Galaxy Tab 7.7 ละก็ แนะนำให้หาหูฟังดีๆ มาใช้แทนที่จะเปิดลำโพง แต่ถ้ากะจะดูแบบไม่ต้องเสริมอุปกรณ์อะไร … The new iPad จัดได้เลย

 

กล้องถ่ายรูปล่ะ?!?

Apple ทำพลาดมาแล้วกับ iPad 2 เพราะไม่กะว่าจะมีคนใช้ iPad 2 ถ่ายรูปเยอะขนาดนั้น ตอนทำก็ดันกะให้ใช้ถ่ายวิดีโอ 720p เท่านั้นเอง … พอมาเป็น The new iPad ก็กะว่าจะให้ถ่ายวิดีโอ 1080p ได้ ก็เลยเพิ่มความละเอียดกล้องให้เป็น iSight ซะเลย 5 ล้านพิกเซล ถือว่าเป็นการอัพเกรดที่ดีสำหรับ The new iPad

ส่วน Samsung Galaxy Tab 7.7 นั้น น่าแปลกที่ Samsung เลือกใช้เซ็นเซอร์ความละเอียดแค่ 3.2 ล้านพิกเซลเท่านั้น ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นเขาไปถึงระดับ 8 ล้านพิกเซลกันแล้วในบางรุ่นบางยี่ห้อ … ดูคุณภาพรูปด้านล่างจะเห็นได้ชัดว่ากล้องของ The new iPad (ขวา) นั้นถ่ายภาพออกมีดูดีกว่า สีสันก็ดีกว่า … ไม่ใช่ว่า Samsung Galaxy Tab 7.7 (ซ้าย) ถ่ายออกมาดูไม่ดีนะ แต่ตอนนี้มันเป็นการเทียบกันระหว่าง 2 รุ่นนี้นิ

 

image_galaxytab03image_newipad02

 

กล้อง iSight ของ The new iPad มีขนาดของ Image Sensor ใหญ่กว่า เลยสามารถถ่ายในที่ที่แสงน้อยได้ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าถ่ายในที่มืดๆ แล้วจะไม่ต้องพึ่งพาแฟลชนะครับพี่น้อง … ดูรูปด้านล่างนี่ ซ้ายเป็นภาพจาก Samsung Galaxy Tab 7.7 แบบไม่เปิดแฟลช จะเห็นว่าแทบมองอะไรไม่เห็นเลย แต่ขวามือเป็นภาพจาก The new iPad จะเห็นว่ายังพอเห็นมังกรกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่รูปที่จะไปอวดใครได้

 

image_galaxytab-01image_newipad

 

ยังไงซะแฟลชก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ ลองดูรูปถ่ายด้านล่างนี่ จะเห็นว่าภาพซ้ายที่ถ่ายด้วยกล้องของ Samsung Galaxy Tab 7.7 แบบเปิดแฟลช มันยังดูดีกว่ากล้องของ The new iPad ที่ไม่มีแฟลชเลย … แน่นอนว่าภาพที่ได้มันไม่ได้สวยเหมือนภาพที่ถ่ายในสภาวะแสงพอเพียง แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังมีรายละเอียดอะไรไปให้โพสต์ให้เพื่อนๆ ดูได้

 

image_galaxytab-02image_newipad

 

ส่วนใครอยากใช้กล้องของ The new iPad ถ่ายในที่มืด ผมแนะนำอุปกรณ์แบบในรูปด้านล่าง แต่คงต้องถ่ายระยะใกล้ๆ กันหน่อยละครับ เหอๆ

 

iPad_Flash

 

แข่งขันกันด้านราคา

ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนี้ราคา Samsung Galaxy Tab 7.7 ก็ยังอยู่ที่ 18,900 บาท (ความจุ 16GB) เมื่อเทียบกับ The new iPad ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 19,900 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่สูสีกันเลยทีเดียว … ถ้าเรามองว่าส่วนต่าง 1,000 บาท หรือมากกว่า (ซึ่งอาจจะมากกว่านี้ เมื่อ The new iPad เข้ามาขายในไทยจริงๆ ผมเชื่อว่า Samsung น่าจะลดราคาสู้บ้าง) นั้น น่าจะเป็นการชดเชยในส่วนของขนาดหน้าจอที่เหลือแค่ 7.7 นิ้ว เมื่อเทียบกับ 9.7 นิ้ว ของ The new iPad และความละเอียดระดับ Retina Display

 

จริตของคุณจะเป็นตัวชี้บทสรุป

ผมบอกหลายต่อหลายหนแล้ว ว่าเวลาเลือกซื้ออะไร เลือกให้ถูกจริตจะสบายใจที่สุด และดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย ครั้งนี้ก็เช่นกัน จะบอกว่า Samsung Galaxy Tab 7.7 หรือ The new iPad ก็ต้องดูว่าจริตของเรามองว่าปัจจัยอะไรเป็นเรื่องสำคัญ

แม้ว่าจะบอกว่าซื้อมาเพื่อดูหนังเป็นหลัก คนที่ชอบดูหนังความละเอียดสูงๆ บนจอคมกริบสบายตา และขนาดภาพต้องใหญ่ๆ The new iPad ก็จะเป็นทางเลือกที่เหมาะกับเขา แต่ถ้าเรื่องสีสดเป็นหลัก พกพาไปดูที่นั่นที่นี่ก็สะดวก ก็คงต้องเลือก Samsung Galaxy Tab 7.7 ที่เป็นจอ Super AMOLED Plus และบางเบา … ใช่ไหมล่ะ?!?

แม้แต่กล้องก็เช่นกัน กล้องของ The new iPad คุณภาพดีกว่า แต่เวลาไปถ่ายในที่มืดก็จบกันเลย เพราะมันไม่มีแฟลช ใช่ไหมล่ะ ถ้าเกิดใครจะซื้อเผื่อไว้ถ่ายกลางคืนด้วย ยังไงๆ ก็ต้องเลือก Samsung Galaxy Tab 7.7 เป็นธรรมดา (ถ้าจะให้เลือกระหว่าง 2 รุ่นนี้)

หรือถ้าใครต้องการใช้โทรศัพท์ด้วย Samsung Galaxy Tab 7.7 ก็ทำได้เลย ไม่ต้องไปวุ่นวาย Jailbreak เหมือน The new iPad … บางคนคิดว่า Jailbreak ก็เป็นคำตอบได้ แต่นั่นทำให้คุณอดอัพเดตระบบปฏิบัติการให้ทันสมัยนะ ต้องรอจนกว่าจะมีคน Jailbreak มันได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาไม่ถึงวัน หรือ อาจจะต้องรอนานกันเป็นปี เหมือนกรณี iPad 2 ก็เป็นได้ ใครจะรู้

ตัวไหนคือ Tablet ในดวงใจ คำตอบอยู่ที่จริตของคุณ … ไม่ใช่อะไรที่ผมจะมีชี้นำคุณได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

12 Responses

  1. Peter says:

    ขอบคุณครับ ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ กำรอแบบใจจดจ่อ

  2. hana says:

    กะลังชั่งใจมากระหว่าง android tablet กับ ipad ค่ะ ที่เริ่มสนใจอยากได้เจ้าพวกนี้เพราะอยากใช้ instagram ส่วนสเป็กที่สำคัญอย่างอื่นก็เน้น เล่น facebook twitter เล่นเน็ต(เข้าเว็บธนาคาร โอนเงินได้อะไรได้ เช็คเมลล์ หาข้อมูลใน google ทั่วไปอ่ะค่ะ)ตอบสนองกับมือได้รวดเร็ว ไม่กระตุก (เคยไปจิ้มๆลากๆ tablet ของ samsung รู้สึกว่าไม่ลื่นเท่า ipad อ่ะค่ะ) ที่มองไว้ก็ ipad2 อ่ะค่ะ ก็เคยใช้ของเพื่อนด้วย แล้วมันก็ดังอ่ะเนอะ คนใช้เยอะ ก็คงดีอ่ะค่ะ ส่วน android นี่ไม่รู้ว่าจะเอาของเจ้าไหนดี มันเยอะมากเลย เลือกไม่ถูก แต่อ่านรีวิวอันนี้แล้วก็แอบเก็บ samsung galaxy tab 7.7 ไว้ในใจเลยทีเดียว

    ถ้า spec แบบที่บอกข้างต้นนี่ แนะนำเป็นรุ่นไหนบ้างอ่ะคะ เผื่อถ้ามันมีรุ่นที่ราคาถูกกว่านี้อ่ะค่ะ
    อ้อ จอไม่ใหญ่มากก็ดีนะคะ ใหญ่ไม่เกิน ipad2 อ่ะค่ะ เล็กกว่าก็ดีค่ะ ชอบเบาๆ

    • kafaak says:

      ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นความต้องการ ก็น่าจะได้ทั้ง Android Tablet กับ iPad ครับ แต่ถ้าจะใช้ Instagram ละก็ ต้องถามว่าจะเอาไว้ดูหรือเอาไว้ถ่าย เพราะถ้าเป็น iPad 2 กล้องห่วยมากๆ ครับ
      ถ้าต้องการการแตะลากแล้วลื่นๆ ละก็ คงต้อง iPad ครับ ยังไงๆ Android ก็ไม่เทียบเท่าจริงๆ

      ถ้าจะใช้งานเว็บธนาคารเพื่อโอนเงิน ทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ต้องไปเช็คกับธนาคารก่อนนะครับ เพราะเว็บของบางธนาคารมันต้องใช้ Java อ่ะ ซึ่งทั้ง Android และ iPad ต่างก็ไม่รองรับครับ … ถ้าเจอแบบนี้ต้องถามทางธนาคารว่ามี App สำหรับใช้งานบนพวก Android หรือ iPad ไหม

      • hana says:

        ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ตั้งใจจะซื้อไว้ถ่ายแล้วโพสรูปอ่ะค่ะ งั้นคงต้อง android อ่ะเนอะ ที่ ipad2 กล้องไม่โอนี่เพราะไม่มีแฟลชหรอคะ เพราะตอนใช้ของเพื่อนก็ถ่ายในห้องมีแสงเพียงพออ่ะค่ะ เลยไม่เคยรู้ว่ามันมีแฟลชหรือไม่มีแฟลช (เดิมทีคิดว่ามี เพราะมันเป็นอะไรที่น่าจะมีมาพร้อมกล้องนะ ในความรู้สึก)

        • kafaak says:

          กล้อง iPad 2 ไม่โอเคเพราะความละเอียดแค่ 7 แสนพิกเซลครับ
          แต่ The new iPad ดีกว่า เพราะ 5 ล้านพิกเซล

  3. mung says:

    ชอบชื่อหัวข้อสุดท้ายมากครับ โดนใจเต็มๆ 555 😛

  4. เอเชีย says:

    ของ ss ดีจิงๆ

  5. billl says:

    อ่านจนมาถึงหัวข้อนี้แล้วก้ยังสับสนในตัวเองค่ะ @_@

    พอ ดีกำลังตัดสินใจจะซื้อ new ipad แต่คิดว่า มันจะแพงไปมั้ย ยังเรียนอยู่เลยอ่า ประมาณว่าสงสารพ่อแม่ เลยหันมาเล็ง 7.7 แต่คิดไปคิดมา มันเพิ่มอีกติ๊ดนึงเองนะ

    จุดประสงค์ในการใช้คือ ใช้งานบนไฟล์เอกสาร เวิร์ด เอกเซล พ้อย อ่าน PDF บ้าง
    อาจมีดูหนังฟังเพลงปะปันกันไป (เยอะหน่อย) ส่วนเรื่องเกมอะไรไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว เว้นแต่ถ่ายรูปอาจมีบ้าง ส่วนพวกโซเชียลเนตเวิรืกนั้นไม่เน้นค่ะ เพราะยังไงรุ่นไหนมันก็ใชได้อยู่ดี

    รบกวนช่วยเสนอแนะหน่อยได้มั้ยคะ ตอนนี้มึนจริงๆ

    • kafaak says:

      ถ้าสงสารพ่อแม่ ต้องกลับไปตั้งคำถามก่อนครับว่า จำเป็นไหมสำหรับการซื้อ Tablet มาใช้ครับ … ให้เวลาคิด 2 วัน 🙂

      — สองวันผ่านไป ไว้เหมือนโกหก —

      ถ้าน้องอ่านต่อมาถึงนี่ หมายความว่าน้องคิดว่ามันจำเป็นแล้ว … เอาล่ะ ทีนี้มาดูต่อว่าจะเลือกยังไงดี
      จากที่น้องบอกว่าใช้งานไฟล์เอกสาร Word/Excel/PowerPoint และอ่าน PDF ทั้ง iOS (iPad) และ Android (Galaxy Tab) ทำได้ทั้งคู่ แต่ว่า
      – iPad จะทำงานไฟล์เอกสารได้เนียนกว่า Android แต่การโอนไฟล์เข้าไปใส่ในเครื่องและการนำออกมามันจะวุ่นวายกว่า (ต้องผ่าน iTunes จะสะดวกสุด … ไม่งั้นต้องผ่านอีเมล์ … Dropbox ใช้โหลดไฟล์เข้าได้ แต่เอาไฟล์กลับออกมาไม่ได้)
      – Android เนี่ย โปรแกรมทำงานเอกสารออฟฟิศไม่ดีเท่า iOS บางโปรแกรมไม่รองรับภาษาไทย (แต่ผมแนะนำ QuickOffice ไม่ก็ Documents to Go) แต่การนำไฟล์เข้าออก ง่ายมากมาย คิดซะว่าเป็น Flash Drive เลย

      เอาล่ะ ทีนี้น้องก็ต้องเลือกแล้วว่าจะเอา iPad หรือ Android Tablet นะครับ ด้วยคำแนะนำข้างต้น … จากนั้นอ่านต่อ

      ถ้าน้องอ่านต่อมาถึงนี่ แสดงว่าเลือกได้แล้วว่าจะเอา iPad หรือ Android Tablet (ผมถือว่าน้องกะเน้น Galaxy Tab นะ)

      – iPad เนี่ย ไม่จำเป็นต้องเปิด The new iPad ซะหน่อย และก็ไม่ต้องรุ่น 3G ด้วย หากไม่ต้องการใส่ SIM Card เชื่อมต่อเน็ต (เสียค่าเน็ตมือถืออีก วุ่นวาย … ถ้ามีมือถืออยู่แล้ว และทำ WiFi tethering ได้ ใช้เน็ตผ่านมือถือ ปล่อย WiFi ให้ iPad ดีกว่า … ถ้ายังงง ถามมาได้) และไม่จำเป็นต้องหน้าจอละเอียดระดับ Retina Display ซะหน่อย … ฉะนั้น มอง iPad 2 16GB WiFi ดูครับ ถูกลงไปอีก 2 พันกว่าบาท (iPad 2 16GB WiFi ราคา 13,500 บาท เอง) … เห็นแมะ ไม่เดือดร้อนพ่อแม่มากแล้ว (ไว้ค่อยเก็บเงินค่าขนมคืนท่านก็ได้)

      – Galaxy Tab เนี่ย ไม่จำเป็นต้องเป็น Galaxy Tab 7.7 อีกเช่นกัน … อันนั้นมันเกรดพรีเมี่ยมของ Samsung เขา … ลองมองหา Galaxy Tab 2 10.1 ไหม? ใหญ่ เทอะทะหน่อย แต่ใส่ SIM Card ใช้ 3G ได้ด้วยนะ 15,900 บาท (พรุ่งนี้รีวิวรุ่นนี้ก็จะโพสต์ในบล็อกนี้แล้ว) ประหยัดไปได้อีกเยอะ … เสียดายที่ Android Tablet ที่บาง เบา พกสะดวก ราคาไม่แพงมันมีน้อย … พี่เลยแนะนำได้แค่ให้มองๆ ว่าจะเอา Galaxy Tab 2 10.1 ที่ถูกลงมาอีกหน่อย หรือจะจัดพรีเมี่ยม Galaxy Tab 7.7 ไปเลยน่ะครับ

      ทั้ง 2 ตัว (iPad/Galaxy Tab) ดูหนังฟังเพลงได้ดีไม่แพ้กัน แต่ iPad จะใส่หนังกะใส่เพลงยากหน่อย เพราะต้องทำผ่าน iTunes แต่ Android จะง่ายกว่ามากมาย แถมใส่ MicroSD Card เพิ่มได้อีก

      เอาล่ะ พอจะได้คำตอบหรือยังเอ่ย? … ถ้าได้แล้ว ลองบอกหน่อยนะครับ

      • billl says:

        ขอบคุณนะคะที่ช่วยแนะนำ และช่วยคิดวิธีประหยัดเงินในกระเป๋าป่าป๊า หม่าม๊า (ขอกราบงามๆ อิอิ)

        ทีนี้มีคำถามอยากถามพี่ต่อ ตามประสาคิดเยอะ + มึนกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ (ตามไม่ทัน)

        – ไอแพดที่ว่าใช้งานออฟฟิศได้เนียนกว่านี่เนียนกว่ายังไงเหรอคะ?

        – แล้ว QuickOffice กับ Documents to Go ที่พี่แนะนำมานี่ คือรองรับไทยได้ (แบบว่ามันเสถียรในระดับหนึ่งแล้วใช่มั้ยอ่ะคะ?)

        เพราะซื้อนอกเหนือจากความบันเทิงเล็กน้อย หลักๆกะเอาไว้ทำงานฆ่าเวลาระหว่างเดินทางอยู่แล้ว (บ้านไกล)

        ส่วนเรื่อง ipad 2 หรือ new ipad รุ่นไวเลสอย่างเดียวตัดไปได้เลยค่ะ
        เพราะ มือถือยังเป็น 2G ปล่อยไวเลสไม่ได้ T0T

        ตอนนี้ เลยมีสามผู้เข้าแข่งขันหลัก new ipad 4G 16G , 7.7 แล้วก็ 10.1 (ขอแอบย่องไปส่องรีวิว)

        สุดท้ายตัดสินใจประการใดจะมาบอกอีกทีนะคะ แหะๆ

        • kafaak says:

          ไม่ต้องไปมึนมากครับ วิธีการเลือกเทคโนโลยีสมัยนี้ง่ายมาก ขั้นแรกสำรวจความจำเป็นก่อนว่าจำเป็นไหม ถ้าไม่จำเป็น จบ ไม่ต้องซื้อ … ฮาฮา
          ถ้าสำรวจแล้วจำเป็นต้องซื้อ ก็สำรวจงบต่อ จากนั้นคัดมาเลือกเฉพาะรุ่นที่เรามีตังค์จ่ายก็พอครับ แล้วค่อยไปว่ากันด้วยเรื่องของสเปก (ถึงตอนนั้นตัวเลือกก็ไม่มากแล้ว) … เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

          Q: ไอแพดที่ว่าใช้งานออฟฟิศได้เนียนกว่านี่เนียนกว่ายังไงเหรอคะ?
          A: iPad มันมีโปรแกรมชื่อ iWorks ครับ เป็นโปรแกรมชุด Office ของระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งทำงานกับไฟล์เอกสารทั้งที่ใช้บน Mac และ Microsoft Office ได้ แถมรองรับภาษาไทย และมีลูกเล่นเต็มรูปแบบมากๆ (แต่แพง เพราะประกอบไปด้วย Pages [เทียบเท่า Word], Numbers [เทียบเท่า Excel] และ Keynote [เทียบเท่า PowerPoint] … ซื้อเป็นตัวๆ ได้ ตัวละ $9.99) หรือถ้าไม่มีตังค์เยอะ ก็จัด QuickOffice Pro HD ได้ $19.99 ครับ … ที่เจ๋งกว่าคือ ถ้าจะใช้ในงาน Presentation เจ้า iPad นี่เชื่อมต่อกับ Projector ผ่านพอร์ต VGA หรือ HDMI ก็ได้ (แต่ต้องซื้อ Adapter มาใช้ ตัวนึง 850-1450 บาท ถ้าเป็นของแท้จาก Apple) แต่ถ้าเป็นพวก Android จะต้องผ่าน HDMI เป็นหลัก

          Q: แล้ว QuickOffice กับ Documents to Go ที่พี่แนะนำมานี่ คือรองรับไทยได้ (แบบว่ามันเสถียรในระดับหนึ่งแล้วใช่มั้ยอ่ะคะ?)
          A: ใช่ครับ เสถียรระดับนึงแล้วครับ ใช้งานภาษาไทยได้ดี …​ QuickOffice ทำงานร่วมกับ Google Docs ได้ด้วย ผมชอบมาก …​กรณีของ iPad ผมก็อยากแนะนำให้ใช้เจ้า App นี้ (ผมกำลังวางแผนจะซื้อเวอร์ชันบน iPad อยู่ แบบว่ามีเวอร์ชันบน iPhone แล้ว หะหะ … แต่โดยส่วนตัว ผมมีทั้ง iWorks และ QuickOffice เปลืองตังค์มั่กๆ)

          แถมให้ … ปกติผมไม่สนับสนุนการทำแบบนี้ แต่ในกรณีของนักเรียน นักศึกษา งบน้อย (เข้าใจดี เพราะเคยผ่านช่วงนั้นของชีวิตมาก่อน)​ไปที่ MBK มีพวกตู้ขายที่รับลง App บน iPad เสียเงินน้อย แต่ได้ App มาเยอะมากๆ ครับ​ … แต่ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่สนับสนุนให้ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นนักเรียนยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่ อันนี้ก็ต้องปิดตาข้างนึง

          ดังนั้น ถ้าให้ฟันธงนะครับ แนะนำ iPad 2 3G (ประมาณ 17,500 บาท) หรือไม่ก็ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 (ประมาณ 15,900 บาท) ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: