Samsung รับคำท้า Galaxy Tab 7.7 ปะทะ The new iPad ตอนที่ 3

apple_vs_android

 

รูปประกอบบล็อกตอนนี้ แสดงถึงสิ่งที่กำลังจะพูดถึงในบล็อกตอนนี้ครับ มันเป็นเรื่องของการห้ำหั่นระหว่างระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ซึ่งส่วนหนึ่งผมว่าน่าจะอ่านในบล็อก iPhone vs BlackBerry vs Android vs Windows Phone 7 ของผมได้ … แต่ในบล็อกตอนนี้ จะคุยในภาพกว้าง และพูดถึงความเข้ากันได้ของระบบปฏิบัติการกับตัวฮาร์ดแวร์ด้วยครับ

iOS และ The new iPad

จะมีอะไรที่ทำงานอย่างกลมกลืนกลมเกลียวได้ดีไปกว่าระบบปฏิบัติการ iOS และ The new iPad ล่ะ ทั้งตัวระบบปฏิบัติการและตัวฮาร์ดแวร์ ต่างก็ถูกออกแบบโดย Apple ทั้งนั้น แม้กระทั่งตัวชิปเซ็ต A5X นี่ก็ใช่ … ดังนั้น ระบบปฏิบัติการ iOS จึงสามารถดึงประสิทธิภาพและความสามารถของฮาร์ดแวร์ออกมาได้มากที่สุดนั่นเอง

 

ios-01ios-02ios-03

 

The new iPad มีด้วยกัน 2 รุ่นใหญ่ๆ คือ WiFi-only และ WiFi + 4G แต่ถ้าไม่นับเรื่องความสามารถในการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันแล้ว ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ใช้ฮาร์ดแวร์แบบเดียวกัน ดังนั้นนักพัฒนาจึงสบายครับ เพราะไม่ต้องวุ่นวายกับการออกแบบ UI เผื่อโน่น เผื่อนี่ เหมือนพวกระบบปฏิบัติการ Android

ลูกเล่นของระบบปฏิบัติการ iOS ออกแบบมาสำหรับการใช้กับหน้าจอใหญ่ๆ ได้เป็นอย่างดีเลยครับ อย่างเช่นคุณสมบัติ Multitasking Gestures ที่ให้ใช้นิ้วทั้ง 4 ในการลากไปมาบนหน้าจอเพื่อสั่งงานบางอย่างที่ปกติต้องใช้ปุ่มกด ถ้าเปิดใช้แล้ว อุปกรณ์มันก็จะเป็นระบบสัมผัสแท้ๆ จริงๆ ละครับ

 

07

 

อย่างไรก็ดี iOS ไม่ได้ทำงานในแบบ Multasking สมบูรณ์แบบนะครับ มันจะออกแนว Pause & Resume มากกว่า คือ เมื่อเปลี่ยนไปใช้งาน App อื่นแล้ว ระบบก็จะทำการหยุดการทำงานของ App ปัจจุบันชั่วคราว … Apple ยอมปล่อยให้เฉพาะบาง API ให้ App สามารถทำงานต่อไปได้ แม้จะเปลี่ยนไปใช้ App อื่นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก โทรศัพท์, วิทยุ, App สำหรับเล่นเพลง หรือพวก IM เป็นต้น แต่ App อย่าง Dropbox ที่กำลังอัพโหลดรูปขึ้นไปอยู่ อะไรแบบนี้ ถ้าเกิดเปลี่ยนไปทำงานกับ App อื่น ทุกอย่างจะถูกหยุดไปก่อน … การทำแบบนี้มันมีเหตุผลในตัวมัน คือ

  • เมื่อหยุดพักการทำงานของ App มันก็จะเอาพลังในการประมวลผลไปทำงานกับ App ที่ใช้อยู่ได้เต็มที่กว่า และ App ที่ไม่มี API สำหรับทำ Multitasking ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอะไรที่ หากเปลี่ยนไปใช้ App อื่นแล้วก็จะไม่ได้ใช้งาน
  • แน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็จะอยู่ได้นานขึ้น เพราะว่าไม่ต้องไปประมวลผลแบบแบ็กกราวด์

และเพราะว่า iPod Touch/iPhone/iPad/MacBook ทั้งหลายทั้งสิ้นนี่มันผลิตโดย Apple ทำให้ผู้ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ Apple ล้วนๆ สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ ต่อเนื่อง กลมกลืน เสมือนเป็นหนึ่งเดียวได้ ยิ่งเมื่อได้ iCloud มา ยิ่งทำให้กลมกลืนได้สุดๆ

ส่วนเรื่อง App ต่างๆ ถูกจำกัดว่าต้องดาวน์โหลดจาก App Store เท่านั้น ข้อดีคือ 99% ของ App ในนั้น เรามั่นใจได้ว่าปลอดภัยจริง เพราะ Apple มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดมากๆ จนถึงมากที่สุด แต่เพื่อเป็นการรักษาประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้งานให้ดีอย่างที่ Apple ต้องการ เลยโดนจำกัดสิทธิ์เอาไว้เยอะ จนผู้ใช้งานหลายๆ คนรู้สึกเหมือนติดอยู่ในคุกหรู เว้นแต่เราจะทำการแหกคุก (Jailbreak) ก็จะทำให้เราสามารถลงพวก App เถื่อนได้ สามารถดึงขีดความสามารถบางอย่างที่ฮาร์ดแวร์ของพวก iPad มาใช้ได้ เช่น มี Multitasking ที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเสถียรภาพของตัวเครื่องที่ด้อยลง และพวก App เถื่อนก็อาจจะมีพวก Malware ปะปนมาอยู่ด้วย เพราะไม่มีใครมาคุมเข้ม … แต่ใครอยากใช้ App ในราคาถูก (คือยอมเสียเงิน แต่แบบเสียนิดเดียวได้ App มาเยอะๆ) พวกร้านตู้ใน MBK หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็มีบริการประเภท จ่ายน้อยร้อย App อะไรพวกนี้อยู่แล้ว … โดยเรียกว่า ลง App แท้ … ปลอดภัยกว่า แต่จะอัพเดตอะไรทีก็ยุ่งยากหน่อย

และเพื่อความปลอดภัย Apple เลยจำกัดการทำงานระหว่าง App เอาไว้ ไม่ค่อยเปิดกว้างเท่าไหร่ ดังนั้นอยู่ๆ เราจะทำงานเอกสารใน Pages แล้วจะเซฟไว้ในเครื่องแล้วเปิดด้วย Documents to Go เนี่ย หมดสิทธิ์ครับ … ถูกใจเว็บไหน อยากโพสต์ขึ้น Facebook จะมากด Share จาก Safari เลยก็ไม่ได้ ต้องหวังว่าเว็บนั้นจะมีปุ่ม Share ให้ ไม่ก็ต้อง Copy URL มาแปะใน Facebook เอง

 

Android และ Samsung Galaxy Tab 7.7

ระบบปฏิบัติการ Android เป็นระบบเปิด แต่ก็อย่างที่สื่อนอกหลายๆ สื่อเขาว่ากัน ว่ามันเป็นระบบเปิดที่เปิดไม่สุด เพราะหากอยากได้พวก Google Apps และ Google Play Store มาใช้งาน ก็จะต้องไปติดข้อตกลงกับ Google อยู่เยอะเอาการ ซึ่งอะไรก็ไม่สำคัญเท่า Google Play Store ครับ เพราะแม้ว่าผู้ใช้งานจะสามารถหา App มาติดตั้งเองได้โดยไม่ต้องง้อ แต่มันก็ทำให้ไม่สะดวก และไม่ปลอดภัยด้วย

 

android-01android-02android-03

 

เผินๆ แล้วเหมือนระบบปฏิบัติการ Android จะเปิดกว้างให้ปรับแต่งอะไรได้มากกว่า แต่ถ้าจำกัดวงมาพูดถึงแค่เฉพาะ Android 3.2 Honeycomb นี่ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก iOS มากนะครับ เพราะตอนนั้น Google เจอประเด็นเรื่อง Fragmentation เล่นงานหนัก พอออกเวอร์ชัน Honeycomb สำหรับ Tablet มา ก็เลยไม่เปิดกว้างให้ผู้ผลิตไปตกแต่งหน้าตาของ Honeycomb ได้เหมือนเคย … เลยทำให้ UI มันดูเหมือนๆ กันไปหมด

อย่างไรก็ดี ระบบปฏิบัติการ Android เปิดกว้างในส่วนของ Multitasking มากกว่าครับ ดังนั้นหลายๆ App จึงสามารถจะทำงานในเบื้องหลังได้มากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความจำเป็นในการใช้ฮาร์ดแวร์ที่สเปกสูงกว่า มีหน่วยความจำที่มากกว่า และซดแบตเตอรี่เยอะกว่า เพราะต้องรับผิดชอบทุกๆ App ที่เปิด

ผมเชื่อว่า Samsung ต้องการที่จะออกแบบให้ Galaxy Tab 7.7 นั้นใช้งานได้สะดวกสบายกว่านี้ แต่ก็ติดขัดที่ระบบเปิดแต่ไม่กว้างของ Android เลยทำออกมาได้ดีที่สุดแค่เท่าที่เห็น คือ มี App ต่างๆ ที่ pre-installed มาให้ อย่าง Photo Editor, Video Maker ฯลฯ อะไระพวกเนี้ย ซึ่งของพวกนี้แค่หา App ดีๆ มาใช้ก็สามารถทำได้เทียบเท่ากัน … ทว่าในแง่ของฟังก์ชั่นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานจอสัมผัสนั้น ระบบปฏิบัติการ Android ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่

 

angry_birds_space_on_galaxy_tab_77modern_combat2

 

โดยเฉพาะเป้าหมายการกำจัดปุ่มออกจากตัว Android Tablet แล้วมาใช้ Virtual Button แทน เหมือนจะเป็นความคิดที่ดีของระบบปฏิบัติการ Android แต่เวลาเล่นเกมที่ต้อง Touch หลายๆ เกม อย่าง Angry Birds หรือ Modern Combat 2: Black Pegasus ด้านบน เพราะปุ่มกดส่วนใหญ่ก็จะอยู่บริเวณมุมด้านล่าง ซ้าย-ขวา ของหน้าจอ ซึ่งทำให้มีโอกาสไปโดนพวก Virtual Button และ System Tray ของ Android Honeycomb ได้ง่ายมากๆ

Google Play Store นั้นมี App ค่อนข้างเยอะแล้ว แต่ยังหาพวกที่ออกแบบมาเพื่อ Android Tablet ยากอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากสิ่งที่หลายๆ คนเรียกว่า Fragmentation … ถ้า Google ไม่ยอมรับในเรื่องของ Software Fragmentation (คิดซะว่ามันเหมือนระบบปฏิบัติการ Windows อ่ะ) ผมว่าอย่างน้อยๆ อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ก็มี Hardware Fragmentation ล่ะครับ เพราะมันมีตั้งแต่สเปกระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปจนถึงระดับไฮเอ็นด์สุดๆ ก็เลยทำให้นักพัฒนาอาจต้องปวดหัวกับการออกแบบ App ให้เหมาะสมกับทุกๆ แบบ หรือไม่ก็ไม่เกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนา App ระดับไฮเอ็นด์ เพราะมี Android Tablet จำนวนน้อยที่เป็นระดับไฮเอ็นด์

 

android_share

 

แต่ข้อดีของระบบปฏิบัติการ Android ก็คือ อย่างน้อยมันก็เปิดกว้างในหลายๆ ด้าน เช่น การทำงานร่วมกันระหว่าง App ได้ดีกว่า และยอมให้เซฟข้อมูลลงใน Storage ด้วย นั่นทำให้เราสามารถทำงานบน App นึง แล้วเปิดด้วยอีก App นึงได้สะดวกกว่า, สามารถแชร์ข้อมูลไปยัง App อื่นๆ ได้หลากหลายกว่า แบบในรูปด้านบน ที่ผมสามารถแชร์ URL บล็อกผมผ่าน App ต่างๆ ได้ตั้งเยอะแยะ

 

alternate_app_store

 

Samsung เองก็มี Samsung Apps ที่เอาพวก App ต่างๆ มาให้ดาวน์โหลดหรือจำหน่ายด้วย แต่จุดดีคือ บ่อยครั้งที่เอา App เกมสนุกๆ มาแจกฟรีบน Samsung Apps ด้วยครับ ซึ่งโปรโมชั่นแบบนี้จะไปหาเอาจาก Apple น่ะเรอะ เหอะ เหอะ … รอผู้พัฒนาจัดโปรโมชั่นแจกฟรีดีกว่า

อย่างไรก็ดี การใช้งานระบบปฏิบัติการ Android มีความเสี่ยงกับ Malware มากกว่า เพราะความเปิดกว้างให้สามารถติดตั้ง App เองได้ หรือยอมให้มีพวก Alternate Market คือ พวก App Store อื่นๆ อีก (ซึ่งต้องดาวน์โหลดต่างหากจากเว็บ แต่เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว มันก็จะเป็นเหมือน App Store อีกแห่ง) … Google เองก็ไม่ได้เข้มงวดกับ Google Play Store มากนัก เลยมีข่าวบ่อยๆ ว่าเจอพวก Malware แฝงมา … ยิ่งเป็น Alternate Market ยิ่งแล้วใหญ่ … แต่พวกนี้ยังพอป้องกันได้ด้วยการติดตั้ง Antivirus อย่าง Lookout Mobile Security และ App ป้องกัน Malware อื่นๆ จากผู้พัฒนาใหญ่ๆ อย่าง Norton, Trend Micro, Kaspersky, AVG, Avira, McAfee, Avast ฯลฯ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน

อย่างว่าแหละ ความสะดวกสบายบนระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงอ่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. kanatang says:

    Thanks for this report for make dicision.

Leave a Reply

%d bloggers like this: