ประสบการณ์สัมภาษณ์วีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาของนายกาฝาก

US_Department_of_stateด้วยหน้าที่การงาน ทำให้กระผมมีอันต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายนนี้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ก็นั่นแหละ เลยทำให้ต้องมีประสบการณ์ในการขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในชีวิต … ประเทศนี้ต่างจากประเทศอื่นๆ อย่างฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่ผมเคยไปมา หรือแม้แต่สิงคโปร์ที่ผมกำลังจะเดินทางไปในอีก 2 วันนี้ เพราะการขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา เขาว่ากันว่าโหดน่าดู

ขนาดพี่โน้ส อุดม แกยังเอาเรื่องถ่ายรูปไปเป็นเรื่องเล่าขำๆ ในเดี่ยวไมโครโฟนอ่ะ จนพอตอนผมบอกว่าจะไปทำวีซ่าสหรัฐ มีแต่คนทักว่าต้องระวังเรื่องใบหูๆ นะ

แต่จริงเท็จแค่ไหน เอาเป็นว่าผมเอาประสบการณ์ในการสมัครวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาของผม มาเล่าให้อ่านกันโดยละเอียด เผื่อใครจะสามารถเอาไว้เป็นแนวทางสำหรับการไปสมัครบ้างก็ได้ ไม่ว่ากันครับ โดยผมจะเริ่มตั้งแต่ต้นแบบสุดๆ ไปเลยนะ

ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบคร่าวๆ

ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ผมขอบอกว่า หลักๆ แล้ว การขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา มี 5 ขั้นตอนใหญ่ๆ ครับ

1. ศึกษาข้อมูลประเภทของวีซ่า

2. กรอกแบบฟอร์ม DS-160 แบบออนไลน์

3. ซื้อ PIN แล้วนัดวันสัมภาษณ์

4. จ่ายตังค์ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

5. ไปสัมภาษณ์วีซ่า

ถ้าเป็นในเว็บของสถานทูต เขาจะบอกว่ามี 8 ขั้นตอนครับ (เขาจะระบุละเอียดกว่าผม)

 

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อน ว่าเราต้องใช้วีซ่าแบบไหน

ก้าวแรกสู่สังเวียน สำหรับผู้ที่จะขอวีว่าไปสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะไปเพื่อธุรกิจ เพื่อเรียน เพื่อท่องเที่ยว พวกนี้ฝรั่งเขาเรียก Non-immigrant Visa ครับ ให้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐเพื่อไปดูว่าเราต้องใช้วีซ่าประเภทไหน แต่ถ้าจะเอาแบบรวดเร็ว ผมขอบอกว่า

  • ถ้าจะไปทำงาน หรือไปอบรม ไปเข้าสัมมนาเรื่องงาน + ไปเที่ยวด้วย ขอแบบ B1
  • ถ้าจะไปเที่ยวเน้นๆ ขอแบบ B2
  • ถ้าจะไปเรียน ขอแบบ F (ชื่อเป็นลางเนอะ)

3 แบบนี้อ่ะ ขอกันบ่อย เท่าที่สังเกต

 

จากนั้นกรอกแบบฟอร์ม DS-160

สมัยนี้โชคดีครับอะไรๆ ก็ออนไลน์กันหมด ทางสถานทูตสหรัฐ เขาช่วยลดกระบวนการทำงานให้สั้นลง ด้วยการให้ผู้สมัครวีซ่า สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอสมัครวีซ่าได้ ผ่านทางแบบฟอร์มที่ชื่อว่า DS-160 แบบออนไลน์ครับ … วิธีการกรอก สามารถติดตามได้จากวิดีโอคลิปที่ทางสถานทูตเขาเตรียมไว้ให้เลย มีด้วยกัน 2 คลิป

 

 

 

คลิปข้างบนบอกก่อนเลยว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทำให้รู้เลยว่ากรอกอะไรบ้างที่สำคัญ และกรอกยังไง … หากพร้อมจะกรอกแบบฟอร์มแล้ว คลิกที่นี่เลย

ตรงนี้ขอบอกเลยว่า ในแบบฟอร์ม DS-160 จะมีระบบอัพโหลดรูปภาพไว้ให้แล้ว ดังนั้นไอ้ปัญหาถ่ายรูปไม่เปิดเห็นหูอะไรนั่น แล้วต้องไปถ่ายรูปใหม่ให้วุ่นวายแบบที่พี่โน้สเล่า มันหมดยุคไปแล้วครับ … เราสามารถคว้ากล้องดิจิตอลมาถ่ายรูปแล้วอัพโหลดเองได้เลย เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขนี้

  • my_visa3สี ขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ่ายบนแบ็กกราวด์สีขาว (แต่ผมลองสีเทาจางๆ ก็ผ่านนะ)
  • มีขนาดของหัวอยู่ที่ประมาณ 22 มม. – 35 มม. หรือกินเนื้อที่ 50% – 69% ของรูป … ถ้านึกไม่ออกว่ารูปควรออกมาแบบไหน ดูตัวอย่าง … แต่รูปของผมที่ใช้สมัคร แบบด้านขวามือนี่ ผ่านนะครับพี่น้อง Smile
  • รูปต้องถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน … ไม่ต้องห่วง ตอนผมถ่ายรูปยังไว้ผมยาว ตอนไปสัมภาษณ์ผมตัดรองทรงสูง ยังผ่านฉลุย
  • ทำสีหน้าตาปกติ ไม่หลับตา สวมเสื้อผ้าตามปกติ (แต่ขอบอกว่าให้สุภาพเหอะ เป็นดี ไม่ใช่ทุกวันใส่เสื้อกล้ามตราห่านคู่ พี่ก็ล่อถ่ายรูปนั้นมาก็เกินไป)
  • อย่าสวมหมวก หรือเครื่องแต่งกายอะไรที่จะมาปกปิดศีรษะและทรงผม ยกเว้นจะใส่มันทุกวันด้วยเหตุผลทางศาสนา
  • ต้องหน้าตรง เห็นหน้าชัด ต้องไม่มีเงามาบังใบหน้า พวกหูฟัง อุปกรณ์เสียบหูอะไรทั้งหลายแหล่ ห้ามมาโผล่ในนี้ แต่ถ้าปกติใส่แว่น (แว่นต้องเป็นแว่นใสปกติ) หรือพวกอุปกรณ์ช่วยในการได้ยิน อันนี้อนุโลมให้ใส่ได้
  • ถ้าใส่แว่น ต้องระวัง Glare หรือ แสงสะท้อนจากแฟลชหรือดวงไฟ เวลาถ่ายรูป ถ้ามี จบ ใช้ไม่ได้

ถ้าจะอัพโหลดรูปผ่านระบบ DS-160 เลย ขนาดไฟล์ห้ามเกิน 240KB นะครับ พยายามให้คุณภาพของรูปละเอียดสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ … แต่ไม่ต้องห่วง ผมทำรูปขนาด 1200×1200 พิกเซล ได้ในขนาดไฟล์แค่ไม่ถึง 90KB เอง ดังนั้นพวกท่านทำได้สบายๆ อยู่แล้ว

ก่อนเริ่มกรอกแบบฟอร์ม เราจะเลือกว่าสถานที่ไหนที่เราจะไปสมัครวีซ่า … มี 2 ที่ให้เลือก คือ กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ … แต่ไม่ใช่ใครก็สามารถเลือกเชียงใหม่ได้นะครับ เขามีกติกาหยุมหยิมอีกอ่ะ คือ ต้องอาศัยและทำงานใน 15 จังหวัด อันได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน เพชรบูรณ์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก แพร่ สุโขทัย ตาก และ อุตรดิตถ์ โดยต้องอาศัยหรือทำงานอยู่อย่างน้อย 3 เดือน จากช่วงเวลา 12 เดือนปฏิทิน (รายละเอียดอ่านเอาจากเว็บ VisaPoint)

 

จากนั้นเลือกภาษาสำหรับ Tooltip ครับ

 

select_tooltip_lang

 

Tooltip คืออะไร? มันคือตัวช่วยครับ เวลาที่เราอ่านข้อความภาษาอังกฤษตรงไหนไม่ออก ให้เลื่อนเอาเมาส์ไปวางไว้ตรงย่อหน้านั้น มันจะมีภาษาไทยแปลขึ้นมาให้ครับ (แต่ไม่ใช่ทุกอันนะ)

ทีนี้พอจะเริ่มกรอกแบบฟอร์ม เราจะสามารถทดสอบได้ว่ารูปของเราจะผ่านเกณฑ์ไหม ลองคลิกที่ Test Photo นี่ก่อนได้ ซึ่งหากผ่าน มันก็จะถูกนำไปใช้กับใบสมัครเราได้เลยครับ … ตรงนี้เตือนนิดนึงว่า ระบบมันป่วยๆ หน่อย อาจมี Error บ้าง ไม่ต้องกลัว แค่กด Back บน Browser เพื่อกลับมาเริ่มใหม่ได้เรื่อยๆ

 

photo_test

 

เรียบร้อยแล้วก็กรอกแบบฟอร์มครับ ขอให้ตอบแบบตรงไปตรงมา อันไหนตอบได้ตอบเลย อันไหนตอบไม่ได้เขาจะมีตัวเลือกว่า Does Not Apply หรือ Technology Not Available เองครับ แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบหรือขี้เกียจตอบแล้วไปเลือกตัวเลือกนี้นะครับ … แต่ละคำถามมีผลต่อการอนุมัติวีซ่านะครับ

example_question

หากงงตรงไหน ให้ดูทางขวามือ จะมี Help บอกเป็นระยะๆ ว่าตรงไหนควรกรอกอะไร … ตรงนี้ Tooltip จะมีประโยชน์มาก หากเราแปลไม่ออก

ตรงนี้ผมฮากับคำถามเช็คประวัติมากที่สุด เพราะหลายๆ คำถามนี่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนตอบว่า Yes ครับ … ตัวอย่างคำถามเช่น

  • Do you seek to engage in terrorist activities while in the United States or have you ever engaged in terrorist activities? (คุณกะเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมการก่อการร้ายในสหรัฐ หรือ คุณเคยมีส่วนร่วมในการกิจกรรมการก่อการร้ายหรือไม่?)
  • Are you a member or representative of a terrorist organization? (คุณเป็นสมาชิก หรือ ตัวแทน ขององค์กรก่อการร้ายหรือไม่?)
  • Have you ever ordered, incited, committed, assisted, or otherwise participated in genocide? (คุณเคยสั่ง, สนับสนุน, ลงมือกระทำ, มีส่วนช่วย หรือ มีส่วนร่วมในการสังหารหมู่หรือไม่?)

เอิ่ม … อยากรู้ว่าถ้าตอบว่า Yes เนี่ย เขาจะออกวีซ่าให้เหรอครับพี่น้อง?

อ้อ! ตอนกรอก DS-160 นี่ กด Save บ่อยๆ นะ เพราะว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยเป็นเวลา 20 นาที มันก็จะดีดเราออกจากระบบครับ แต่เราสามารถล็อกอินกลับมาได้ครับ โดยใช้ Application ID กับคำถามลับที่เราตั้งไว้ในตอนแรก

 

กรอกเสร็จแล้ว ได้เวลาซื้อ PIN

ต้องเสียเงินซื้อ PIN ครับ เพื่อจะเอาไว้เข้าถึงระบบ Visa information and nonimmigrant visa appointment services หรือพูดง่าย ไม่ซื้อ PIN ก็อดนัดสัมภาษณ์อ่ะ ดังนั้นอันนี้สำคัญครับ … PIN มี 2 ประเภท คือ

  • Online สามารถซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/DetermineTCN.aspx สนนราคา $12 เท่านั้น ซื้อแล้วสามารถเข้าระบบนัดสัมภาษณ์แบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • Call Center โดยโทรไปที่ 001-800-13-202-2457 เพื่อใช้บัตรเครดิตซื้อ Call Center PIN สนนราคา $20 ครับ ซื้อแล้วจะใช้โทรเข้าไปนัดสัมภาษณ์หรือเลื่อนวันสัมภาษณ์ได้ 3 หน แต่จะโทรได้เฉพาะ จันทร์-ศุกร์ 08:00-17:00 เท่านั้น และเว้นวันหยุดราชการไทยและสหรัฐอเมริกาอีกตะหาก)

แนะนำว่าเลือกแบบแรกเหอะ ถ้าทำเองไม่เป็น ให้ลูกให้หลานที่คุ้นกับอินเทอร์เน็ตทำให้ สะดวกกว่าเยอะมากมาย … แต่ถ้าไม่สะดวกใจจริงๆ ทางเลือกสุดท้ายคือ ไปเช็คที่ทำการไปรษณีย์แถวบ้านว่าซื้อ PIN ได้ไหม … ถ้าเป็นที่นี่ จะเลือกซื้อได้ทั้งแบบ Online หรือ Call Center ก็ได้

รายละเอียดวิธีการซื้อ PIN อ่านได้จากสไลด์นี้ หรือไม่ก็ดูคลิปด้านล่างนี่

 

 

อ้อ! PIN 1 อัน สามารถใช้นัดสัมภาษณ์วีซ่าสำหรับคนในครอบครัวได้ด้วยนะ ได้สูงสุด 4 คน แต่ว่าต้องเป็น Immediate Family Member นะ หรือก็คือคนในครอบครัวเช่น ลูก หรือ พ่อแม่พี่น้อง หรือ ภรรยา … นอกนั้นไม่นับว่าเป็น Immediate นะครับ

จากนั้นเข้าไปที่เว็บไซต์ VisaPoint เพื่อล็อกอินแล้วทำการนัดวันสัมภาษณ์ … ซึ่งตรงนี้ถ้าดวงดีก็จะมีคิวในวันใกล้ๆ เลย แต่ถ้าดวงซวย ก็รอเป็นเดือนละครับ … กรณีของผมโชคดี ได้วันที่ 10 เมษายน (วันนี้ นั่นแหละ)

คำแนะนำจากผม … นัดสัมภาษณ์รอบ 07:00 หรือ 07:10 ได้จะเริ่ด

หากเกิดเหตุสุดวิสัย เขาให้เราสามารถเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ไปได้ 3 ครั้ง … แต่ไม่แนะนำให้ทำ เพราะกว่าจะมีคิวให้นัดสัมภาษณ์มันใช่ง่ายซะที่ไหน … อ้อ! PIN จะมีอายุ 90 วันครับ

 

จ่ายตังค์ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

เราจะต้องจ่ายตังค์ค่าสัมภาษณ์วีซ่าด้วยนะ สามารถไปจ่ายได้ที่ไปรษณีย์ที่มีบริการ Pay at Post ครับ … การจ่ายไม่ลำบากหรอก แต่อย่าชักช้าล่ะเพราะไปรษณีย์เป็นหน่วยงานราชการ เขาก็มีวันหยุดของเขา ถ้าวันหยุดราชการละก็จะหยุดกันหมด แต่ถ้าเสาร์อาทิตย์ ยังพอมีที่ทำการไปรษณีย์ที่เปิดอยู่ ดูรายชื่อได้

รายละเอียดค่าธรรมเนียงในการยื่นคำร้องขอวีซ่า ดูจากเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยได้ครับ … สำหรับผม ผมยื่นขอประเภท B1 เสีย 4,480 บาท ครับ … จ่ายแล้วเขาจะให้ใบเสร็จมา เก็บเอาไว้ เพราะจะต้องใช้ในวันสัมภาษณ์ (เขาใช้ตัวจริงนะ)

 

นัดสัมภาษณ์แล้วก็ไปสัมภาษณ์กัน

และแล้วก็ถึงวันนัดสัมภาษณ์ … บอกตรงๆ ว่า ข้อมูลจากสถานทูตไม่ได้บอกอะไรชัดเจนว่าเราจะต้องเตรียมเอกสารอะไรไปบ้าง นอกจากพาสปอร์ต (อันนี้ต้องเอาไปอยู่แล้ว เพราะเขาต้องเอาไปอนุมัติวีซ่าอ่ะ) … ผมขอบอกว่า เตรียมของพวกนี้เอาไว้จะดี

  • ds-160เอกสาร DS-160 ที่กรอกเสร็จแล้ว ปริ้นต์หน้าที่มีบาร์โค้ดออกมาด้วย (ไอ้ที่หน้าตาเหมือนในรูปขวามือนี่) … จะเป็นขาวดำหรือสีก็ได้ ไม่มีใครว่า เพราะที่เขาใช้คือบาร์โค้ดในหน้านี้ตะหาก (เขาจะใช้สแกน) ผมเห็นหลายคนพอเห็นว่าหน้านี้เป็นสี ก็จัดปริ้นต์เลเซอร์สีมาเลยอ่ะ … ส่วนผม ผมปริ้นต์ขาวดำ แถมใช้กระดาษถนอมสายตาด้วย (แบบว่าเป็นห่วงสุขภาพตาของเจ้าหน้าที่ อิอิ)
  • รูปถ่าย … ถ้าเกิดตอนกรอก DS-160 แบบออนไลน์แล้วไม่ได้แนบรูปไป แต่ถ้าเกิดแนบรูปไปด้วยแล้ว และผ่าน ไม่ต้องเตรียมไป … ตรงนี้ผมไม่รู้ พลาดมาแล้ว อัดรูปเสียเงินฟรีไป 150 Crying face
  • เอกสารอื่นๆ ถ้ามีกำหนดไว้ให้เอาไป … ตรงนี้ดูดีๆ ตอนเช็คว่าเราต้องการวีซ่าแบบไหน เพราะวีซ่าบางประเภท มันต้องการเอกสารเพิ่มครับ (เช่น วีซ่านักเรียน)
  • กรณีไปเที่ยวหรือไปเรียน แนะนำว่าติดสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนไปด้วย หรือขอ Statement จากธนาคารไปเลย เพราะเขากลัวว่าเราจะไปเป็นโรบินฮู้ด ไม่ยอมกลับมา ดังนั้นเขาต้องการดูฐานะทางการเงินของเรา ว่าเราจะจ่ายไหวไหม ค่ากินค่าอยู่
  • สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เผื่อเอาไว้ถ้าเขาขอ … แต่ที่ผมไปสัมภาษณ์ เขาไม่ขออ่ะ (อย่าลืมว่าผมไปขอแบบ B1 ไปทำงาน)
  • ถ้าไปทำงาน (แบบที่ผมไป) เอาพวกเอกสารที่เกี่ยวกับงานทั้งหมดไปด้วย เช่น ถ้าไปสัมมนา ก็ต้องมีกำหนดการ มีจดหมายเชิญ ฯลฯ และจะให้ดี ให้บริษัทออกหลักฐานการทำงานยืนยันไปด้วยว่าส่งเราไปจริง … ถ้ามีพวกสัญญาว่าส่งไปอบรมหรือไปทำงานที่นี่แล้ว ต้องมาติดสัญญาทำงานที่บริษัทต่อกี่ปีๆ จะดีมาก
  • หลักฐานการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน (ถ้ามี … แต่เท่าที่ดูคนที่ถูกสัมภาษณ์วันนี้ ไม่เห็นใครโดนขอนะ)
  • ปากกา อันนี้สำคัญจริงจัง พกไปแล้วอำนวยความสะดวกตัวเองได้เยอะ แต่ถ้าไม่พกไป ไม่ใช่ปัญหา ยืมเอาคนข้างๆ ได้ ไม่ต้องกลัว เพราะเขายังอยู่กับเราอีกยาว … ส่วนใครพกไปแล้วเห็นคนอื่นไม่มีใช้ ก็เอื้อเฟื้อให้เขายืมกันหน่อย

รายการข้อมูลข้างบนนี่ ขอบคุณบล็อกของ @nuuneoi ที่เล่าประสบการณ์ได้ละเอียดดีครับ เลยทำให้ผมวางแผนการไปสัมภาษณ์วีซ่าวันนี้ไม่พลาด … เอาละ ทีนี้อ่านประสบการสัมภาษณ์ในเวอร์ชันของผมกันบ้าง

เพราะ @nuuneoi แนะนำให้ไปแต่เนิ่นๆ แทนที่ผมจะค่อยๆ นั่ง BTS ไปลงเพลินจิตแล้วเดินไปสถานทูตสหรัฐ ผมเลยนั่งแท็กซี่จากเซ็นทรัลพระราม 2 ไปสถานทูตเลย โดนไป 135 บาท และก็ไปเข้าคิวตั้งกะ 06:00 เลยครับ กว่าน้องเขาจะเริ่มแจกบัตรคิวก็นู่น 06:40 อ่ะ แล้วเป็นไปตามที่ @nuuneoi บอกครับ คือ น้องเขาจะเกณฑ์พวกที่นัดรอบ 07:00 ไปเข้าแถวต่างหาก เพื่อไปเริ่มก่อน … ดังนั้น ขอแนะนำว่าใครที่นัดรอบ 07:00 ได้ ไม่ต้องรีบไปแต่เช้าร้อก ไปแถวๆ 06:30 แหละ จะได้ไม่ต้องรอนาน … ส่วนพวกที่นัดรอบ 07:10 นี่ ไปแถวๆ ซัก 07:00 กำลังดีครับ

สถานทูตจะไม่ให้เอาพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก แท็บเล็ต เข้าไปเลย … พวกสายชาร์จ หูฟัง ก็ห้ามพกเข้าไปครับ ฝากไว้ที่ด้านหน้าทั้งหมด … ถ้าขี้เกียจวุ่นวาย แนะนำ ฝากมันทั้งกระเป๋านั่นแหละ แบบผม สะดวกดี … ผ่านประตูก็มีแค่เครื่องตรวจโลหะ ถ้าไม่ได้พกอะไรผิดสำแดงไป ผ่านสบาย

เดินเข้าไปปุ๊บ เขาจะให้เลี้ยวซ้ายเลย เข้าไปตรวจเอกสารรอบแรก ก่อนจะถึงคิวของเรา เราต้องกรอกแบบฟอร์มสีฟ้าที่ได้มาให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ตรงนี้แหละ ปากกาที่พกไปจะมีประโยชน์ เพราะ @nuuneoi เขาบอกว่าถ้ากรอกไม่เสร็จก่อนถึงคิวเรา จะโดนให้ไปต่อแถวใหม่ จะเสียเวลา

ตรงจุดนี้เขาจะคัดพวกเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องออกครับ จากนั้นเอาเฉพาะเอกสารที่จำเป็นใส่แฟ้มพลาสติกไว้ แล้วยื่นคืนเรามา … จากนี้ไป จะเข้าไปตู้ไหน ก็ยื่นให้ทั้งแฟ้ม … ใครเคยได้วีซ่ามาก่อนแล้วจะได้รับบัตรคิวแล้วไปห้องสัมภาษณ์เลยเลย แต่ถ้ายังไม่เคย ก็ไปเข้าช่องเหมือนช่องขายตั๋วก่อน มี 3 ช่อง ซึ่งจะเอาเอกสารในแฟ้มไปดูแล้วก็มีคำถามเบื้องต้น (ไม่แตกต่างอะไรไปจากการสัมภาษณ์มาก) ถามเสร็จก็สแกนลายนิ้วมือ เริ่มจาก 4 นิ้วของสองมือ และนิ้วหัวแม่โป้งของสองมือ จากนั้นเราจะได้บัตรคิวไปห้องสัมภาษณ์

นั่งรอตรงนี้นานมากถึงมากที่สุด เพราะคิดง่ายๆ คนนึงใช้เวลาสัมภาษณ์ราวๆ 5-10 นาที แล้วแต่เคส … ที่ผมเจอวันนี้ ก็รอประมาณ 1 ชั่วโมง ครับ … พอถึงเวลาเขาเรียกคิวของเรา เราก็ไปต่อแถวเพื่อไปเข้าคอกสัมภาษณ์ จะมีฝรั่งมาเป็นผู้สัมภาษณ์เรา การสัมภาษณ์ไม่เครียดครับ และจะโดนถามมากหรือน้อย ก็แล้วแต่กรณี … ดูจากที่ @nuuneoi โดนถามก็คงหลายคำถามอยู่ (แถมดันถามเป็นภาษาอังกฤษอีก) โดยใช้เวลา 4 นาที

แต่กรณีของผม ไม่ถึง 2 นาทีเสร็จครับ เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “คุณชื่ออะไร” ซึ่งรอบแรกผมไม่ได้ยิน เพราะลำโพงคอกที่สัมภาษณ์วีซ่าถาวร (Immigrant Visa) เขาถามดุเดือดมาก เลยต้องให้เขาถามอีกที พอผมตอบชื่อไป เขาก็ดูเอกสารจดหมายรับรองของโรงเรียนของผม แล้วเขาก็ถามผมว่า “คุณทำงานอะไรที่นี่ … ผมมีลูกเรียนที่นี่ด้วยนะ” แค่นี้แหละ แล้วก็จบเลย เขาคืนแบบฟอร์มสีฟ้ามาให้ เพื่อไปชำระ 75 บาท ที่ตู้ทำการไปรษณีย์ด้านข้างของตึก เพื่อเอาซอง EMS จ่าหน้าถึงตัวเอง เพื่อส่งเอกสารต่างๆ รวมถึงพาสปอร์ตพร้อมวีซ่ามาให้ถึงบ้าน

จบ … เริ่มเข้าสถานทูต 07:30 เสร็จสิ้น 08:40 รวมแล้วใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 10 นาที … ใช้เวลาสัมภาษณ์ไปไม่ถึง 2 นาที … ใช้เวลารอสัมภาษณ์ 1 ชั่วโมง 8 นาทีเศษ เหอๆ

 

Update: การวางแผนของวีซ่าสหรัฐอเมริกา ต้องเผื่อว่าพาสปอร์ตจะไม่อยู่กับตัวไปราวๆ 3-7 วันทำการด้วยนะครับ ช่วงนั้นห้ามเผลอไปเตรียมเดินทางไปต่างประเทศที่ต้องใช้พาสปอร์ตเลยเด็ดขาด ผมโดนเองกับตัว เพราะลืมไปว่ากำลังจะไปสิงคโปร์วันที่ 12 เม.ย. (สัมภาษณ์วีซ่า 10 เม.ย.)

 

Update #2: ปิดฉากการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา

ผมมารู้ตัวว่าไม่มีพาสปอร์ตติดตัวเอาก็เช้าตรู่วันที่ 12 เม.ย. แล้ว (ประมาณเที่ยงคืนเศษ) และลุกลี้ลุกลนอยู่พักใหญ่ๆ จนโทรไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา … พระเจ้า บริการโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันใน 1 สัปดาห์ เทพมาก … แต่น่าเสียดายที่เขาจัดระบบใหม่ ไม่มีเบอร์โทรต่อแผนกวีซ่าได้แล้ว ต้องติดต่อผ่านทางอีเมล์สถานเดียว

เจ้าหน้าที่แนะนำให้เขียนอีเมล์ไปที่ visasbkk@state.gov ครับ แล้วแจ้งปัญหาเร่งด่วนให้ทราบ ซึ่งผมก็ส่งไปราวๆ 01:14 แล้วมาลุ้นเอาตอนเช้า … ตอนเช้า เผอิญว่า @PiggyBuff มาเห็นทวีตของผมเข้า ก็เลยอาสาไปติดต่อสถานทูตให้ เพราะออฟฟิศอยู่ใกล้ๆ ส่วนผม นอกจากส่งอีเมล์ไปแล้ว ก็ทวีต mention ไปที่ @USEmbassyBKK อีกทางครับ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือดีมากครับ

 

usembassy_dm

 

11:13 น้อง @PiggyBuff ส่งข้อความมาบอกว่าวีซ่า (รวมถึงพาสปอร์ต) ของผมกำลังถูกส่งมาที่ที่ทำการไปรษณีย์แล้ว

 

piggybuff_tweet

 

และด้วยความช่วยเหลือของทั้งสอง ณ เวลา 12:36 ในที่สุดผมก็ได้วีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาแล้ว และได้พาสปอร์ตกลับมาถึงมือแค่ 6 ชั่วโมงก่อนจะบินไปสิงคโปร์ครับ เรียกว่าสุดๆ ไปเลยทีเดียว … ตรงนี้ต้องขอบคุณ @PiggyBuff และ @USEmbassyBKK ที่ช่วยเป็นธุระให้ครับ ขอบคุณจากใจจริง … การไปขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาคราวนี้ ได้ประสบการณ์มากมายเลยทีเดียว และเป็นประสบการณ์ที่ดีๆ ทั้งนั้น ต้องบอกว่าสถานทูตสหรัฐอเมริกา บริการทุกระดับประทับใจมาก

อ้อ! เผื่อใครที่ติดปัญหาเดือดร้อน เร่งด่วน (ต้องมีเหตุผลที่ดีจริงๆ นะ) ก็สามารถเขียนอีเมล์ไปที่ visasbkk@state.gov ได้ โดยจ่าหน้าว่า URGENT แล้วตามด้วยเรื่องที่ต้องการติดต่อครับ (ผมดันใช้คำว่า EMERGENCY … ซึ่งเป็นการใช้ภาษาที่ไม่ถูกนัก แต่ว่านั่นมันตีหนึ่งสิบสี่นาทีอ่ะ)

อย่างที่บอกครับ ปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันทำการในการจัดส่งพาสปอร์ตและเอกสาร(บางอย่าง) กลับมาหาเรา ซึ่งเอกสารที่จะกลับมาหาเรา เท่าที่ดูก็จะเป็นสำเนาเอกสารต่างๆ ที่เราส่งให้เขาไปในแฟ้มพลาสติก ยกเว้นใบกำกับภาษีอย่างย่อที่เราได้มาตอนไปจ่ายค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า แล้วก็พาสปอร์ตของเราครับ … ที่เพิ่มมาก็เป็นเอกสารเกี่ยวกับการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา และ การตรวจเช็คความถูกต้องของวีซ่า

 

visa_confirmation_letter

 

การตรวจเช็คความถูกต้องของวีซ่านี่สำคัญนะครับ อย่าไปชะล่าใจว่ามันจะถูกต้อง … ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้

  • ชื่อและนามสกุลถูกต้องหรือไม่ ต้องตรงกับพาสปอร์ตนะครับ
  • หมายเลขพาสปอร์ตถูกต้องหรือไม่
  • เพศถูกระบุเอาไว้ถูกต้องหรือไม่ M = Male (เพศชาย), F = Female (เพศหญิง)
  • วันเดือนปีเกิดของเราถูกต้องหรือไม่
  • สัญชาติของเราถูกต้องหรือไม่

แถมอีกนิด ให้ดูอีก 2 จุด

  • ประเภทของวีซ่าถูกต้องไหม
  • วีซ่าเริ่มออกเมื่อไหร่และหมดอายุเมื่อไหร่ (อายุวีซ่า 10 ปีครับ เย่!)

เชื่อว่าอ่านถึงตรงจุดนี้แล้ว ท่านที่เคยคิดว่าขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกามันยากเย็นแสนเข็ญ ก็คงจะมีมุมมองใหม่ๆ กับมันละครับ … ท่านทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน คุณ Kristie Kenney ก็ยังทวีตเลยนิว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา สถานทูตสหรัฐอเมริกาอนุมัติวีซ่าถึง 85% จากคำขอทั้งหมดด้วย

embassdor_tweet-01

embassdor_tweet-02

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

322 Responses

  1. ภาวิทย์ says:

    อย่าลืมเขียนบล็อก กาฝากไทยไปเมกา ตอน กระเหรี่ยงลุยเละ 🙂

  2. polsak_m says:

    ไม่ทราบว่า เวลาสัมภาษณ์เค้าสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่าครับ หรือสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยครับ อยากทราบเป็นความรู้ไว้น่ะครับ เวลาไปขอวีซ่าบ้าง จะได้เตรียมตัวไปได้อย่างเหมาะสมครับ

    • kafaak says:

      มันแล้วแต่จังหวะของชีวิตจริงๆ ครับ คนสัมภาษณ์เป็นฝรั่งพูดไทยได้คล่อง … ของผมเขาถามเป็นไทยล้วนๆ (คนก่อนหน้าผมก็ใช่) แต่ก็มีบางคนที่ถามเป็นอังกฤษอ่ะครับ

      • jommnaja says:

        คุ้นๆ ว่ามีให้กรอกว่าเราอยากให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาไทยหรืออังกฤษด้วยนะ

        ขอวีซ่าอเมริกาคุ้มครับ ได้มาทีเป็น 10 ปี อยู่อเมริกาได้ทีนึงถึง 6 เดือน เข้าไต้หวันก็ได้ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ด้วย (แต่ต้องพิมพ์ฟอร์มจากเว็บก่อน) ถ้านั่ง EVA ต่อเครื่องที่ไทเป เสียเพิ่มอีก 500 บาทก็เข้าประเทศได้

        จากประสบการณ์ขอวีซ่าหลายประเทศ ขอโหวตให้วีซ่าเชงเก้นยากสุด เขี้ยวสุด (แพง, เข้าได้ครั้งเดียว, ขอดูจองตั๋วเครื่องบิน, ขอแผนการเที่ยวทุกวัน, ได้แค่ 15 วัน) ส่วนอเมริกาง่าย+คุ้มสุดแล้ว 🙂

        • kafaak says:

          ไม่มีให้กรอกว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอะไรครับ อยู่ที่สถานการณ์จริงๆ เกิดพี่กงสุลแกนึกว่าเราน่าจะเก่ง พี่แกจะชวนคุยอังกฤษเลย (ผมทำหน้าโง่อังกฤษไว้ สบายแฮ อิอิ)
          ใช่ฮะ ขอวีซ่าอเมริกาคุ้มมาก อยู่ได้ 10 ปี เลย ได้แล้วคุ้ม ขอใหม่ก็สะดวก เพราะประวัติเราโชว์หราแล้วว่าเคยได้ อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น (แต่ถ้าประวัติโชว์ว่าเคยโดนปฏิเสธก็งานเข้า)

          บล็อกของผมตอนนี้เพื่อให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว การขอวีซ่าเข้าสหรัฐมันง่าย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หลายๆ สื่อ หลายๆ บล็อก มันเขียนมาซะจนเหมือนกับขอยาก ทำให้เกิดบริการบ้าบออย่างช่วยแนะนำในการทำวีซ่าเข้าสหรัฐ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างทำด้วยตัวเองได้สบายๆ ขอแค่เข้าใจขั้นตอน และรู้ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเท่านั้นเอง

          ว่าแต่ เชงเก้น มันที่ไหนอ่ะ

          • bananacider says:

            เชงเก้นคือวีซ่าสำหรับประเทศแถบยุโรปอ่ะ

          • kafaak says:

            อ้อ… ขอได้ทีเดียวเองเหรอ? แล้วจะไปใหม่ต้องขออีก?!? โห เที่ยวยุโรปทีแพงน่าดู มิน่าต้องไปทีหลายๆ ประเทศ

          • Premsak says:

            วีซ่าเชงเก้นมี2แบบครับ1.single use ใช้ได้ครั้งเดียวเข้าออกได้แค่ครังเดียว 2.mutiple useเราสามารถเข้าออกประเทศใน สหภาพยุโรบได้หลายครั้งตามอายุวีซ่า
            ประสบการณ์จากการขอวีซ่าไปGermayครับถ้าขอก็ขอประเทศที่เราไปtake off และTake onครับ

  3. iNNOCENT says:

    Visa แบบ B1 จำเป็นหรือเปล่าค่ะที่ต้องนำสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนหรือ statement จากธนาคารไปด้วย

    • kafaak says:

      ถ้าเอาที่ผมเจอเป็นเกณฑ์ … ขอแค่มีเอกสารชัดเจนว่ามีการมีงานทำที่นี่มั่นคง และไปธุระเรื่องงานแล้วกลับมาแน่ (มีกำหนดการไปกลับชัดเจน) ไม่จำเป็นต้องมี Statement ครับ อันนั้นไว้ให้พวกที่ขอ B2 (ไปเที่ยว) เพราะอเมริกาเขากลัวเราจะไปเป็นโรบินฮู้ด

      • KaE says:

        ขอบคุณมากนะคะ เป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวและเตรียมเอกสารมากๆเลยค่ะ เก๋กำลังจะนัดสัมภาษณ์เหมือนกัน ตื่นเต้นๆ ^^

        • kafaak says:

          ถ้าไปในฐานะนักท่องเที่ยว (ขอ B2) คำแนะนำของผมคือ ทำยังไงก็ได้ ให้เขามั่นใจว่าเราไปแล้วกลับมาไทยแน่ๆ แสดงให้เห็นเลยว่ามีทั้งหน้าที่การงานรอเราอยู่ มีครอบครัวที่เรารักอยู่เมืองไทยแน่นอน อะไรแบบนี้ … พยายามอย่าให้เอกสารมันเยอะเกิน (เตรียมไปเยอะน่ะดี แต่อย่าโชว์หมดกึ๋น)

          ผมเจอกรณีที่ขอวีซ่า โดยว่าจะไปเข้าร่วมงาน BlackBerry World (เกี่ยวกับมือถือนั่นแหละ) แต่เตรียมเอกสารว่าบริษัทที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านไอทีหรือมือถือเลยส่งไป … มันกลับกลายเป็นการสร้างความสงสัยให้กังกงสุลมากขึ้นครับ สุดท้ายกรณีนั้นเลยไม่ได้รับอนุมัติวีซ่า ต้องปวดหัวกันและลุ้นตัวโก่ง เพราะต้องขอกันอีกรอบ เหอๆ

  4. Gwangy says:

    โทดทีค่ะ พอดีอยากถามว่าไปสีฟ้าที่เค้าให้เราไปซื้อซองไปรษณีย์ให้ใส่พาสปอร์ตเรากลับอ่ะค่ะ พอดีเรามัวแต่ดีใจเลยลืมเอาไปแลกซื้อซองอ่ะค่ะ อย่างงี้จะเป็นไรหรือป่าวค่ะ แต่เราส่งเมลไปถามทางสถานทูตเค้าแล้วอ่ะค่ะ แต่ไม่แน่ใจเลยอยากขอคำแนะนำหน่อยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      อ่า … ถ้าไม่ได้ไปซื้อซอง เขาก็ไม่รู้จะไปส่งที่ไหน … มันอาจเป็นไปได้ 2 ที่ คือ 1) ยังอยู่ที่สถานทูต หรือ 2) ไปอยู่ที่ไปรษณีย์รองเมืองครับ
      ไม่ทราบว่าส่งเมล์ไปถามสถานทูตที่ Email Address อะไรอ่ะครับ? ปกติเมล์สถานทูตเขาตอบกลับมาไวมากทีเดียว

      เอางี้ เดี๋ยวผมลองถามทาง Twitter ให้อีกทาง แล้วถ้าได้คำตอบจะมาบอกให้นะครับ

      • Gwangy says:

        ทางสถานทูตเค้าส่งกลับมบว่าจะติดต่อกลับอีก 3 วันทำการอ่ะค่ะเพราะมันติดวันหยุดด้วยอ่ะค่ะ แล้วถ้าไม่ได้ส่งมาเราไปเอาเองได้ที่ไหนหรอค่ะ

        • kafaak says:

          มิน่า ไม่มีใครตอบผมจาก Twitter ของสถานทูตเหมือนกัน เพราะหยุดนี่เอง

  5. Gwangy says:

    ขอบคุณคุณ kafaak มากนะค่ะ ^^

  6. Gwangy says:

    คุณ kafaak ขอบคุณมากนะค่ะ ตอนนี้กวางกำลังจะไปซื้อซองที่สถานทูตอ่ะค่ะ พอดีกวางส่ง E-mail ไปเมื่อคืนเล้วเจ้าหน้าที่เค้าโทรมาตอนเช้าเมื่อกี้พอดีว่าให้รีบไปซื้อซองก่อนบ่ายสาม

    ขอบคุณมากๆ นะค่ะที่ช่วยเหลือ ^__^

    • kafaak says:

      ดีใจด้วยฮะ รีบด่วนๆ อิอิ
      ปกติเจ้าหน้าที่สถานทูตรับโทรศัพท์ 24 ชม ครับ แต่ถ้าเรื่อง VISA จะแค่เฉพาะตอนเช้า และต้องติดต่อผ่านเมล์ (เมื่อก่อนโทรได้นะ) ปกติเขาก็จะติดต่อมาตอนเช้า (กรณีที่ผมเคยเจอก็เหมือนกัน)

  7. ปราย says:

    สอบถามหน่อยค่ะว่าจะไปร่วมสัมมนากับบริษัทขายตรงเป็นอาชีพเสริม แต่ตัวเราเองมีงานประจำอยู่ด้วย. ต้องนำเอกสารงานประจำยื่นไปด้วยมั้ยค่ั

    • kafaak says:

      ควรเอาไปแสดง เพื่อให้เห็นว่ามีหน้าที่การงานเป็นหลักแหล่ง แต่ว่าไปงานนี้เพื่อเป็นอาชีพเสริม (ในประเทศไทย)​…​อย่างที่พยายามย้ำครับ จุดสำคัญคือ ต้องทำให้กงสุลเชื่อว่า เราไปแล้วกลับแน่นอน ดังนั้น มีหลักฐานการทำงาน มีตารางสัมมนาที่ชัดเจน จะช่วยได้ครับ

  8. AnnDearain says:

    รบกวนถามอะไรหน่อยค่ะ ถ้าเราจะไปTrainingงานที่อเมริกา ตัวเอกสารที่รับรองจากออฟฟิสอเมริกาว่าเราจะไป แล้วขอวีซ่ากับทาง US embassy ต้องเปนฉบับจริง หรือว่า ตัวcopy ที่ปริ้นออกมาได้รึป่าวค่ะ พอดีออฟฟิสที่อเมริกาเค้าส่งมาเปน pdf ไฟล์ทางเมล แล้วทางออฟฟิสที่กรุงเทพไม่แน่ใจว่าใช้ตัวcopyนี้ยื่นขอวีซ่า b1/b2 ได้รึป่าว คุณ kafaak พอจะทราบไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      สามารถ Print ตัว PDF ไปได้ครับ แต่ทำเอกสารจากทางออฟฟิศของเราที่ กทม. ว่าเราจะไป Training ที่สหรัฐ แล้วใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ มีกำหนดการชัดเจนไหม … เวลายื่นขอให้ยื่นเป็น B1/B2 ครับ … กรณีของผมก็แบบเดียวกันเลยครับ ผมเองก็ไปร่วม User Conference ที่สหรัฐ ก็ Print ตัว Invitation กับหมายกำหนดการที่เป็น PDF กับ หน้าเว็บ ส่งให้กงสุลพิจารณาเหมือนกัน

      จุดสำคัญคือ
      1. สิ่งที่ไป Training กับธุรกิจของออฟฟิศ สอดคล้องกัน (อธิบายเพิ่มได้จะดีมาก เผื่อเขาถาม)
      2. เอกสารที่ระบุชัดเจนว่าเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ … ถ้าเราจะอยู่เที่ยวต่อ มีกำหนดการคร่าวๆ ไหม (ไม่ต้องเป๊ะก็ได้ ตอนผมไป ผมไม่รู้เลยด้วยว่าตั๋วเครื่องบินผมไฟล์ทไหน และจะอยู่ถึงซักเมื่อไหร่ … บอกคร่าวๆ ได้ก็พอแล้ว)
      3. สำคัญเรื่องค่าใช้จ่าย ใครเป็นคนออกให้ ออกให้เท่าไหร่ (โดยประมาณ โดยประเมิน) ถ้าบริษัทจ่าย ก็เตรียมไปด้วย (ไม่จำเป็นต้องยื่น Statement การเงินของเรา เว้นแต่เขาจะขอ เตรียมไปเผื่อก็ได้ … แต่ตอนผมไป ผมไม่เตรียมไป)
      4. หนังสือรับรองการทำงานของออฟฟิศ มีไว้จะดีมาก และยิ่งหากมีเอกสารสัญญาประเภทว่า ไป Training แล้ว ต้องกลับมาชดใช้กรรม เอ้ย! ค่า Training (พวกบริษัทหลายๆ แห่ง มักมีสัญญาแบบนี้ ประมาณว่าส่งไปอบรมเสียเงินเท่านั้นเท่านี้ ก็จะห้ามลาออกจากงานก่อนกำหนด ไม่งั้นต้องชดเชยเป็นเงิน บลาบลาบลา)

      ถ้าครบประมาณนี้ก็น่าจะ OK

  9. น้อง says:

    อยากทราบว่าใบสีฟ้า มีข้อความอะไรที่ต้องกรอกบ้างค่ะ

    • kafaak says:

      ไม่มีอะไรมากครับ ข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย … ไม่ได้มีอะไรที่เราถึงขนาดต้องเตรียมตัวหรือระวังตัว ผมเลยไม่ได้ระบุรายละเอียดครับ (ตอนนี้ก็จำไม่ได้แล้ว เหอๆ)

      • น้อง says:

        ขอบคุณค่ะ นาน ๆ จะได้พบกับคนที่มีน้ำใจงดงาม ถึงแม้จะไม่รู้จักกัน แต่พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทันที เห็นได้จากการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆรวมทั้งการตอบข้อซักถามอย่างรวดเร็ว จะไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาในวันจันทร์นี้ กังวลมาก เพราะแก่แล้ว ภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรง (จะไปดูงาน)

        • kafaak says:

          ไม่ต้องกังวลครับ อย่างที่ผมระบุในบล็อก … มันไม่ได้ยากขนาดนั้น และท่านทูตสหรัฐเองก็บอกแล้วว่า % ได้สูง … ขอย้ำอีกครั้งว่าความสำคัญคือการแสดงให้กงสุลเห็นว่าเรามีความผูกพันกับประเทศไทยขนาดไหน ให้เขามั่นใจว่าเราไปแล้วเรากลับมาแน่นอน (ดังนั้นการมีเป้าหมายการไปชัดเจน สามารถบอกกำหนดการคร่าวๆ ได้ และใครเป็นคนให้การสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางเป็นเรื่องที่สำคัญมาก)

          กงสุลทุกคนที่สัมภาษณ์เรา สามารถพูดภาษาไทยได้ดี (แต่ติดสำเนียงฝรั่งอ่ะนะ) ดังนั้นหากเราไม่เข้มแข็งเรื่องภาษาอังกฤษ ก็คุยภาษาไทยครับ ตรงนี้อาจต้องอธิบายหน่อยว่า ไปดูงาน มีคนพาไป มีล่าม อะไรทำนองนี้

          ถ้าเขาไม่อนุมัติ เราสามารถกลับมาทบทวนได้ว่าเราขาดอะไรไป เขาไม่อนุมัติเพราะอะไร แล้วยื่นเรื่องขอวีซ่าใหม่ได้ครับ (แต่ก็เสียเงินใหม่อีกรอบ อันนี้เสียดายตังค์)

          ปล. ลองอ่าน http://www.kafaak.com/tag/usa-tour ครับ ตอนที่ 2 จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวเข้าประเทศสหรัฐด้วย (ตอนที่ผมตอบคุณอยู่นี้ ผมอยู่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว)

  10. น้อง says:

    สัมภาษณ์ผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ไม่ยากอย่างที่คุณบอกจริง ๆ ก็เหลือตอนเข้าอเมริกา ไม่รู้ว่าจะยุ่งยาก
    ขนาดไหน ดิฉันต้องทานยาประจำ (ความดัน) ต้องแจ้งหรือไม่ อย่างไร จะเดินทางปลาย ก.ค.นี้
    ขอให้สนุกและเดินทางปลอดภัยนะค่ะ

    • kafaak says:

      ขอบคุณครับ พรุ่งนี้ผมก็เดินทางกลับไทยแล้ว … ขอให้เดินทางมาสหรัฐอย่างราบรื่นนะครับ
      ลองอ่านทริปมาอเมริกาของผมได้ที่ http://www.kafaak.com/tag/usa-tour ครับ ตอนที่ 3 จะมีเรื่องการเตรียมตัวเข้าประเทศอยู่ (จากประสบการณ์ตรงของผม)

  11. Gus says:

    คือจะนัดสัมภาษณ์เดือนนี้แต่คิวเต็มเอี๊ยดถึงกันยาเลยอะคะ แต่ว่าพอมีญาติ(ป้า)ที่จะไปด้วยกันเค้านัดได้เร็วกว่าเราจะสามารถไป add รวมได้ไหมคะ คืออยากสัมภาษณ์พร้อมกันคะแต่ว่าเราซื้อพินแยก แล้วป้าเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้(ป้าเคยได้วีซ่า 10 ปีแล้วหมดอายุค่ะ) แต่ดิฉันพูดได้เพราะเคยได้วีซ่ามาสองครั้งแล้ว (J1)ไปอยู่มาสองปีค่ะ ครั้งนี้จะไปเที่ยวค่ะ ถ้าดิฉ้นอยากสัมภาษณ์พร้อมกันป้าควรจะสัมภาษณ์ภาษาไทยหรืออังกฤษดี หรือควรแยกสัมภาษณ์คะ ตอนนี้กำลังสับสนมากๆ รบกวนช่วยหน่อยนะคะ

    • kafaak says:

      แน่นอนว่าต้องซื้อพินแยกอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ หากไม่ใช่ญาติโดยตรง​ (เช่น พ่อแม่ ลูก หรือสามีภรรยา) … แต่เรื่องการนัดสัมภาษณ์ให้ได้พร้อมกัน ทางเลือกมีสองทาง คือ นัดสัมภาษณ์ของคุณป้าใหม่ ให้ตรงกับของเรา หรือไม่ก็ต้องลองส่งอีเมล์ไปขอทางสถานทูต (แต่ตัวเลือกหลังนี่บอกได้เลยว่าเป็นไปได้ยาก เพราะเขาพิจาณาเหตุผลที่ขอด้วย)

      เรื่องสัมภาษณ์จริงๆ แล้วไม่ยากครับ ถ้าคุณป้าพูดอังกฤษไม่ได้ ก็พูดไทยไปเลย เพราะกงสุลพูดภาษาไทยคล่องครับ

      • Gus says:

        หมายถึงตอนจองวันสัมภาษณ์ไม่สามารถ add รวมกันได้เพราะไม่ใช่สายเลือดโดยตรง ดังนั้น ต้องจองวันเดียวกันแล้วขอเค้าสัมภาษณ์พร้อมกันใช่ไหมค่ะ

        • kafaak says:

          เพราะไม่ใช่ญาติสายตรง จึงไม่สามารถใช้ PIN ร่วมกันได้
          ส้่งที่ทำได้คือ นัดจองสัมภาษณ์ในวันเวลาเดียวกันครับ

          • Gus says:

            ค่ะ ดิฉันได้ซื้อพินแยกแล้วค่ะ แต่ว่าตอนสัมภาษณ์แค่อยากสัมภาษณ์พร้อมกันเพราะว่าเดินทางด้วยกันค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับข้อมูล :)ขอมาสามรอบแล้วก็ยังไม่วายตื่นเต้น ก็มันลุ้นทุกรอบจริงๆๆๆๆ

          • kafaak says:

            ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นเลยฮะ ชิลๆ

  12. Charll says:

    รบกวนสอบถามนะครับ พอดีผมเพิ่งสัมภาษณ์วีซ่ามาเมื่อวันที่ 14/08/2012 คือ สัมภาษณ์ไม่กี่คำถาม แล้วเจ้าหน้าที่ ก็ยื่น ใบสีฟ้าให้ ไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ คือแบบนี้ แสดงว่าวีซ่าเราผ่านแล้วใช่มั้ยครับ พอดีผมสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ประโยคสุดท้ายที่เค้าพูดก่อนยื่น ใบสีฟ้าให้ ผมลืมฟังอะครับ

    • kafaak says:

      ขอแสดงความยินดีด้วยครับ คุณได้รับการอนุมัติวีซ่าเข้าสหรัฐเรียบร้อย (ที่เหลือก็อยู่ที่ว่า ตม. ที่โน่นให้เข้าไหมอ่ะนะ)

      การได้ใบสีฟ้าและต้องไปจ่ายค่าซองจดหมาย แสดงว่าได้รับการอนุมัติครับ

  13. Pong says:

    ถ้าจะยื่นขอวีซ่าให้ลูกสาวครับ ปีนี้ลูกสาวเรียนอยู่ปีสี่ มีเงินฝากสองแสนครับ เคยยืนขอวีซ่าเมื่อสิบปีที่แล้ว และโดนปฎิเสธ และตอนนี้ภรรยาผมก็โดดวีซ่าเป็นโรบินฮูดอยู่อเมริกาด้วยครับ แต่ผมกับภรรยาหย่าขาดจากกันได้สี่ปีแล้วครับ มีโอกาสจะได้หรือป่าวครับ

    • kafaak says:

      ประการแรก เรื่องการโดนปฏิเสธวีซ่าไม่ค่อยมีผลกับการขอครั้งใหม่มากนัก น้องที่รู้จักคนนึงโดนปฏิเสธแล้วทำเรื่องขอนัดใหม่ด่วนเลย ก็ขอได้ … ปัจจัยจริงๆ คือ เหตุผลของการโดนปฏิเสธนั้นคืออะไร แล้วเหตุผลนั้นยังคงมีอิทธิพลอยู่ไหม(ถ้ามีก็ลำบาก)

      เรื่องอดีตภรรยา ถ้าหย่าขาดชัดเจน แสดงสิทธิการเลี้ยงดูไว้ชัดเจน ก็อาจจะรอดตัวได้ แต่ต้องพิสูจน์ได้ (หากเขาถาม) ว่าจะไม่มีทางแอบไปหนีอยู่กับทางโน้นแน่ๆ (แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของคุณกับลูกสาวให้ชัดๆ)

      ประเด็นน่าหนักใจสุดน่าจะเป็นเรื่องเงินในธนาคาร ผมว่าสองแสนไม่พอที่จะแสดงให้เห็นว่าน้องเขาจะไม่ไปเป็นโรบินฮู้ด … มันต้องมีเครื่องพิสูจน์ว่าน้องเขาจะมีเงินพอใช้พอจ่ายตอนอยู่ที่นั่นอย่างไม่เดือดร้อน ตรงนี้สำคัญมากครับ ปกติต้องระดมเงินมารอในบัญชีเลยแหละ

      • Pong says:

        หย่าขาดชัดเจนครับ ในใบหย่ามีเงื่อนไขว่าลูกสาวอยู่กับผม แต่ที่ให้ไปเป็นช่วงปิดเทอมที่จะถึงครับ และจะต้องกลับมาเรียนอีกหนึ่งเทอมถึงจะจบปริญญาตรีครับ ผมรบกวนสอบถามต่อครับว่า เงินฝากต้องกี่แสนครับ ครั้งแรกเหตุผลที่โดนปฎิเสธตอนนั้นผมยังไม่ได้หย่ากับภรรยาครับ แต่ตอนนี้หย่ากันแล้วครับ ขอขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ

  14. Pong says:

    ผมได้ดูเอกสารที่ต้องกรอก มันมีอยู่ข้อหนึ่งเรือง มารดา แบบนี้สถานทูตจะไม่มีข้อมูลเมมไว้หรอครับว่า แม่โดดวีซ่า ไม่ติดแบล็กลิสหรอครับ เพราะ ผมกลัวว่า สถานทูตต้องคิดแน่ว่า ลูกสาวไปก็ต้องไปเจอกับแม่แน่นอน เหตุผลนี้เป็นไปได้มั้ยครับ ที่จะโดนปฎิเสธวีซ่าครับ

    • Pong says:

      ผมได้ยินลูกสาวบอกมาว่า แม่ของเขาที่อยู่ทางโน้นได้กรีนการ์ดแล้ว แต่ผมก็ไม่ไดวางใจครับ บอกตรงๆๆเครียดมาก เลยอยากจะขอคำปรึกษาครับ ว่าควรจะขอวีซ่าให้ลูกหรือไม่ หรือว่า ให้เขาเรียนจบดีกว่า ทำงานก่อนแล้วค่อยขอใหม่ เพราะผมกลัวว่าถ้าโดนปฎิเสธอีกครั้งนี้คงจะยากถ้าหากจะขอครั้งต่อไปครับ ผมขอบคุณนะครับที่กรุณาให้คำปรึกษา

      • kafaak says:

        ขอวีซ่าเพื่ออะไรอ่ะครับ (ลืมถาม) ถ้าเพื่อเรียนต่อ ต้องมีเอกสาร i-20 (ถ้าจำไม่ผิด ถ้าผิดขออภัย) ก่อน

        ถ้าเพื่อไปเที่ยวตอนช่วงปิดเทอม ให้ระบุแผนเที่ยวทั้งวันไปวันกลับคร่าวๆ ให้ได้ การมีพันธะง่ายังเรียนไม่จบ ต้องกลับมาเรียนต่อเพื่อให้จบ ป.ตรี เป็นเหตุผลที่ยกได้ เพื่อให้เขาเชื่อว่าเรากลับมาไทยแน่ ไม่อยู่ต่อ (ถ้าเขาสงสัยและถามมา) เรื่องเงิน ตอนแรกที่ทัก เพราะผมนึกว่าจะไปเรียนต่อ … ถ้าไปเที่ยว แค่มีให้มากพอที่คิดว่าอยู่ได้สบายๆ ตลอดเวลาที่เที่ยวก็ OK ครับ เช่น ไปสัปดาห์นึง อาจต้องมีซักแสน เป็นต้น (ตอนผมไป 12 วัน ผมใช้แบบประหยัดสุดๆ พัก Guest House เอา กินแบบเขียมๆ ยังหมดไปครึ่งแสน เหอๆ … พักโรงแรม แพงขึ้นอีกเยอะมาก … แต่อยู่ที่ว่าไปรัฐไหนด้วยอ่ะนะ)

        เรื่องภรรยา อย่างที่บอกครับ กรอกข้อมูลไปตามตรงก่อน (ดีกว่าให้เขามาเจอเอง แล้วจะอดวีซ่า) ถ้าเขาสงสัยเรื่องลูกสาวคุณไปอยู่กับภรรยา ก็มีประเด็นเรื่องต้องเรียนให้จบมายันได้ (ว่าแต่ลงทะเบียนเรียนเทอมใหม่หรือยังครับ?)

        • Pong says:

          ต้องลงทะเบียนเรียนเทอมสุดท้ายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ครับ ผมตั้งใจว่าให้ลูกสาวไปช่วงปิดเทอมนี้ครับ (ผมไม่โกหกคุณเหมือนกันครับว่า ที่จริงลูกสาวเขาอยากไปเจอแม่เขาแต่ยังไงก้อต้องกลับมาเรียนให้จบอย่างแน่นอนครับ) แต่ที่กังวล เกรงว่าสถานทูตน่าจะไม่ให้ผ่านเพราะแม่เขาเป็นโรบินฮู้ดอยู่ที่นั่น

          • kafaak says:

            คำแนะนำของผม ก็เหมือนก่อนหน้าครับ … เรื่องเอกสาร เรื่องเงิน เรื่องที่ว่าต้องกลับมาเรียนต่อนั้นสำคัญ

            เรื่องภรรยา ไม่ใช่ปัญหา ถ้าไม่เจอเรื่องเป็นโรบินฮู้ดนี่ สามารถบอกได้ด้วยซ้ำว่าไปเยี่ยม … แต่กรณีของคุณ แนะนำว่าให้ยอมรับว่ามีคุณแม่อยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้จะไปเยี่ยม น่าจะเป็นประโยชน์กับการยื่นขอวีซ่ามากกว่า (ถ้าพูดให้ถูกๆ คือ ถ้ากงสุลไม่ถาม ก็อย่าไปตอบ หรือชักนำให้กลายมาเป็นคำถาม)

            ระบุเหตุผลของการไปครั้งนี้ให้ชัดเจน (เที่ยว หรือไปดูสถานที่จะเรียนต่อก็ว่าไป) แต่อย่าบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่ จะดีกว่า

  15. Pong says:

    ขอบคุณมากครับที่กรุณาให้คำปรึกษา แล้วจะแจ้งผลให้ทราบนะครับ

  16. gip says:

    ขอถามหน่อยนะคะ คือที่ขอ visa เพราะจะไปหาน้องชายที่เรียนอยู่ที่อเมริกาแล้วก็จะไปเที่ยวค่ะ คือจริงๆแล้วต้องของ visa เป็นแบบประเภท B2 แต่บังเอิญว่าตอนกรอกฟอร์ม DS-160 ดันไปเลือก visa type ผิดคือแทนที่จะเลือกเป็น B2 เฉยๆแต่ดันไปคลิกเลือกเป็นแบบ B1/B2 แล้ว submit ไปเสร็จเรียบร้อย แล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทีนี้ก็เลยอยากจะทราบว่าความตั้งใจเราคือไปเที่ยวคือควรเป็น B2 แต่เราเลือกผิดคือเลือกเป็น B1/B2 ไปแล้ว แล้วมันจะมีผลต่อการสัมภาษณ์ visa หรือป่าวคะ เพราะจะไปสัมภาษณ์ visa พร้อมกับแม่ที่เดินทางไปพร้อมกัน แต่ของแม่เลือกประเภท visa เป็นแบบ B2 เฉยๆอ่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    • kafaak says:

      ผมไม่แน่ใจเรื่องนี้ แต่จะลองเลียบๆ เคียงๆ ถามทางเจ้าหน้าที่สถานทูตดูให้ แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะตอบในส่วนนี้ไหม

      แต่โดยความเห็นส่วนตัว B1/B2 มันคือวีซ่าธุรกิจ + ท่องเที่ยว ถ้าสัมภาษณ์กับกงสุลดีๆ อาจจะรอดก็ได้นะครับ

      • gip says:

        ขอบคุณล่วงหน้านะคะ เพราะกลัวว่าทางสถานฑูตเค้าจะคิดว่าเรามีเจตนาหลอกลวงหรือปกปิดเจตนาที่เราจะเดินทางไปอเมริกา

        แล้วยังงี้ตอนสัมภาษณ์เราควรตอบแบบไหนอะคะ ควรบอกว่า
        1. ตั้งใจจะไปเที่ยวแต่เลือกประเภท visa ผิด หรือ
        2. ควรบอกว่าเห็นว่า B1/B2 ก็เป็น visa ธุรกิจ + ท่องเที่ยว แล้วตั้งใจจะไปท่องเที่ยวก็เลยคิดว่าสมัคร visa ประเภทนี้ก็ได้เหมือนกัน หรือ
        3. ควรบอกว่าอาจจะไปดูที่เรียนต่อ + ไปเที่ยวด้วย เลยเลือกประเภท visa เป็นแบบ B1/B2
        รบกวนให้คำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

        • kafaak says:

          คำแนะนำผม ก็คงจะเป็นเรื่องการไปดูที่เรียนด้วย แล้วก็ขออยู่เที่ยวต่อด้วย น่าจะโอเคครับ แต่ประเด็นก็คือ การหาสิ่งที่จะมาโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า เราตั้งใจจะไปหาที่เรียนต่อจริงๆ หลักๆ เลยคือ เรามีสถานที่ในใจหรือยัง เพราะปัจจุบันนี้ เราสามารถหาข้อมูลพวกนั้นได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วด้วยน่ะครับ ดังนั้น อย่างน้อยๆ เราน่าจะบอกเขาได้ว่า เราตั้งใจจะไปที่มหาวิทยาลัยอะไรบ้าง อะไรทำนองนี้

          แต่หลักๆ เลย เราไม่จำเป็นต้องไปบอกกงสุลหรอกครับว่าเราเลือกผิดแบบ หากเขาไม่ได้ถามเรื่องนี้ ก็อย่าไปชูให้มันเป็นประเด็นเปล่าๆ ครับ … จุดสำคัญคือ คำถามที่เขาจะถามมากกว่า (เช่นในกรณีที่คุณเจอที่กาตาร์​ ซึ่งไม่แปลกที่จะถูกถามแบบนั้น เพราะว่าสามีของคุณเป็นชาวอเมริกันน่ะ)

  17. siriporn says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนขอคำปรึกษาหน่อยนะคะ ดิฉันเพิ่งโดนปฏิเสธวีซ่า B2 เมื่อวันที่ ๑๐ กันยา ที่ผ่านมานี้เอง แต่ไม่ได้ยื่นขอที่เมืองไทยนะคะ ยื่นขอที่สถานทูตอเมริกาในกาตาร์ วางแผนว่าจะพยายามอีกครั้งอย่างเร่งด่วนเพราะจะเดินทางวันที่๑๒พฤศจิกายนนี้ มีสองคำถามที่อยากรบกวนสอบถามนะคะ

    ๑.ไม่ทราบว่าถ้ากรอกใบสมัครและเดินเรื่องตอนนี้จะจองวัดนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาในกรุงเทพได้ทันเวลาก่อนเดินทางไหมคะ ปกติแล้วต้องจองล่องหน้ากันนานเท่าไหร่คะ

    ๒.ในเคสของดิฉันการยื่นขอใหม่ที่เมืองไทยน่าจะทำให้มีสิทธิ์ได้วีซ่ามากขึ้นไหม
    ขอเล่าต่ออย่างยืดยาวถ้าไม่รังเกียจนะคะ ก็ยังไม่แน่ใจสำหรับเหตุผลในการปฏิเสธของท่านกงสุลอยู่นะคะ ซึ่งท่านก็ได้พูดว่า “I can’t give you the visa because you are not living in Doha” แล้วก็แนะนำให้สามีสมัครCitizenship (สามีเป็นอเมริกันค่ะ ตอนนี้ทำงานที่กาตาร์)ให้ดิฉันซึ่งไม่ตรงกับจุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้เลยค่ะ จะไปเยี่ยมญาติสามีแค่สองอาทิตย์เอง ก็เขียนเหตุผลใน DS160แล้วนะคะเตรียมตอบคำถามเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้เกี่ยวกับครอบครัวไปเต็มที่แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับการเดินทางเลย ไปทำอะไร ไปที่ไหร่ วันไหน ไม่มีเลยค่ะ คำถามที่เจอคือ ถามว่าเจอสามีได้ยังไง แต่งงานกันนานเท่าไหร่ ทำงานที่นี่ไหม แล้วก็สามีเคยเดินเรื่องสมัครCitizenshipให้ไหม การสัมภาษณ์จบลงในเวลาน้อยกว่าห้านาที คำถามสุดท้ายคือเรากับสามีเคยเดินเรื่อง ขอวีซ่าชนิดอื่นไหม ซึ่งบอกไปว่าจริงๆแล้วปีที่แล้วเคยคิดจะขอวีซ่าอย่างอื่นถ้าเขาได้งานที่อเมริกาแต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้งานนั้นก็เลยไม่ได้ขอ จบเลยค่ะท่านกงสุลปฏิเสธวิซ่าตอนนั้นเลย แล้วก็แนะนำให้สามีขอcitizenให้ อย่างนี้หมายความว่าเราทำให้เขาสงสัยแล้วว่าเราจะไปอยู่เลยไม่กลับ รึเปล่าคะ ตอนนี้ทั้งเราและสามีมองในมุมของท่านกงสุลไม่ออกค่ะ ไม่รู้ว่าเหตุผลที่โดนปฏิเสธคืออะไรกันแน่ แล้วทำยังไงที่จะทำให้เราได้วีซ่าในการยื่นขอครั้งต่อไป

    ขอโทษนะคะถ้าเขียนยืดยาวไม่รวบรัด ขอบคุณที่อ่านค่ะ และจะเป็นพระคุณอย่างสูงถ้าหากมีข้อเสนอแนะ
    ศิริพร

    • kafaak says:

      คุณศิริพร
      ผมขอตอบเป็นข้อๆ นะครับ

      1. การจองวันนัดสัมภาษณ์ใน กทม ผมไม่อาจฟันธงให้ได้ว่าทันไหม แต่ถ้าต้องการด่วน จะต้องติดต่อไปยัง visasbkk@state.gov ด้วยหัวข้อว่า Emergency หรือ Urgent แล้วอธิบายว่า เพราะเหตุใดเราจึงต้องขอจองนัดสัมภาษณ์อย่างเร็วครับ

      2. อ่านภาพรวมที่คุณเล่าให้ฟัง ผมเดาว่าเขาคงเกรงอย่างที่คุณคิดนั่นแหละครับ คุณมีสามีเป็นชาวอเมริกัน แล้วจะเดินทางไปที่สหรัฐ เขากลัวว่าคุณจะไปอยู่ยาวครับ (เหตุผล และ หลักฐานต่างๆ ที่คุณใช้ประกอบการยื่นของวีซ่าไม่แน่นหนาพอที่จะให้เขาเชื่อว่าคุณจะกลับ) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาแนะนำให้สามีของคุณยื่นเรื่องขอให้เป็น Citizen ไปเลย … คำแนะนำของผมคือ ถ้ากะว่าจะไปอยู่แค่ 2 สัปดาห์ ต้องมาพิจารณาหลักฐานของเราครับ ว่าควรจะเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้เขาเชื่อว่าเรามีพันธะผูกพันอยู่ในเมืองไทยจริงๆ และเราไปแล้วกลับแน่นอน

  18. Noi says:

    สวัสดีค่ะ
    ดิฉันมีปัญหาอยากเรียนปรึกษาค่ะ ตอนนี้ดิฉันอยู่ที่อเมริกา และอยากเดินเรื่องขอวีซ่าให้ลูกชายมาอยู่ด้วยที่นี่ ลูกชายอายุ 14 ปี ตอนนี้ดิฉันได้กรีนการ์ดเรียบร้อยแล้ว แต่ดิฉันมีปัญหาตรงที่ว่า ไม่สามารถติดต่อพ่อของลูกชายได้ ซึ่งสามี (ฝรั่ง)ได้ติดต่อให้บริษัทยื่นเรื่องขอวีซ่าให้ ซึ่งเขาบอกว่าจะต้องทำเรื่องยื่นศาล และต้องจ่ายค่าทนาย เป็นเงิน 100,000 บาท ยังไม่รวมค่าดำเนินการอื่นๆ อีก ซึ่งดิฉันเห็นว่ามันมากเกินไป จึงอยากจะเรียนถามรายละเอียดในการทำเรื่องยื่นวีซ่าของลูกชายค่ะ

    • kafaak says:

      สอบถามไปยังสถานทูตให้แล้ว เขาขอให้ติดต่อไปที่แผนกวีซ่าถาวร โดยส่งอีเมล์ไปที่ visasbkk@state.gov แล้วใช้ชื่อหัวข้ออีเมล์ว่า IV Inquiry ครับ

  19. sriapha says:

    ขอรบกวนถามนะค่ะ ตั้งใจจะไปขอวีซ่าอเมริกาไปเที่ยว ช่วงสงกรานต์ 10 วัน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ไปกับทัวร์ หรือจะไปกันเองดีค่ะ มีเพื่อนร่วมทริปประมาณ 3-4 คน ดิฉันไม่เคยไปต่างประเทศเลย ทำงานอายุงาน 2 ปี ยังเป็นพนักงานสัญญาจ้างทมีผลต่อการขอวีซ่าไหม รบกวนแนะนำหน่อยนะคะขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      จะไปกับทัวร์ หรือ ไปกันเอง แล้วแต่ได้เลยครับ … ไม่ใช่ประเด็น
      ขอวีซ่าแบบ B2 (ไปเที่ยว) กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ตามจริง (ตามที่ผมแนะนำในเว็บ) ดูคลิปที่ผมเอามาให้ดู ว่ากรอกอย่างไร … ที่สำคัญคือ หลักฐานทางการเงินเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีทุนทรัพย์มากพอที่จะไปที่นั่น แล้วกลับมาได้อย่างไม่มีปัญหา (อย่างที่ผมย้ำๆๆๆ ตลอด เขากลัวที่สุดคือคนจะแอบไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่น) การเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ถ้าอายุสัญญายังเหลืออยู่พอสมควร อย่างน้อยๆ ก็เลยวันเวลาที่เราจะไปเที่ยวครับ

      กำหนดการเที่ยว ถ้าสามารถระบุได้ชัดเจน ไปไหนบ้าง พักที่ไหน ก็ช่วยได้เยอะครับ

      • sriapha says:

        ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค่ะ จะไปขอ ช่วง เดือน ม.ค 56 ค่ะ หวังว่าจะโชคดี ไม่โดนรีเจค เคยอ่านที่คนอื่นโพสต์ใว้เยอะ กลัวมากๆเลยค่ะ เลยกังวล เป็นพิเศษ กลัวเสียเงินฟรี กับการขอวีซ่า เสียดาย และเสียความรู้สึก T_T

        • kafaak says:

          สถิติที่สถานทูตสหรัฐในไทยบอก คือ ขอได้ราวๆ 80% ครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุครับ
          ที่สำคัญคือ แม้จะโดน Reject ก็ใช่ว่าจะอดไปเลย … สามารถรีบใช้ PIN เดิมมาขอนัดใหม่ได้ครับ (แต่แน่นอน เสียเงินค่าธรรมเนียมอีกรอบ) … อาจเสียเงิน เสียความรู้สึกบ้าง แต่อย่าเพิ่งท้อครับ

          • sriapha says:

            ขอบคุณนะคะ ใกล้วันไปขอจะเข้ามาขอกำลังใจอีกรอบ *-*

          • kafaak says:

            จะรอฟังข่าวดีนะครับ

          • Sriapha says:

            คุณกาฝาก. วันที่ 11 มีนา 56 นี้ จะไปสัมภาษณ์แล้วนะคะ แอบกลัวววว. มาก.

          • kafaak says:

            ไม่ยากๆ อย่ากลัว
            จ้องหน้ากงสุล อย่าหลุกหลิก ถามอะไรมาก็ตอบไป … พูดอังกฤษไม่เก่ง ก็ภาษาไทยบ้าง

          • Sriapha says:

            คุณ กาฝาก.ขอสอบถามนะคะ วันที่ 11-03-13 คือวันที่ ปลาจะไปสอบสัมภาษณ์ แต่ ปลาบัญชีบุ๊คแบงค์ ของปลา อัพเดทใว้ถึง แค่วันที่ 5 มีนา ได้หรือไม่ เพราะจำเป็นต้อง เอาเงินก้อน ออกมาใช้ จึงอัพเดทใว้ แค่วันนั้น จะมีปัญหาอะไรไหมค่ะ?

          • kafaak says:

            แบบนี้เรียก ใช้ทริก (ฮา)
            เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะครับ อัพเดต 5 มีนาคม ก็ถือว่าใกล้เคียง … ลองดูได้ครับ ไม่น่าติดปัญหาอะไร
            ลำพังแค่สมุดบัญชีธนาคารก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่เขาพิจารณาอยู่แล้วครับ

          • Sriapha says:

            ขอบคุณมากคะ ตอบไวมาก เลย. 😉

          • kafaak says:

            มันแล้วแต่จังหวะครับผม 🙂

          • sriapha says:

            วีซ่าผ่านแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี และกำลังใจ

            เอกสารอื่นๆไม่ขอดูเลย :0 รอบ 7 โมงเช้า แปปเดียว

            รอไม่นานเลย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

          • kafaak says:

            ยินดีด้วยครับ บอกแล้วไม่ยาก … เอกสารเตรียมไว้เผื่อเขาถาม เขาไม่ถามก็ไม่ต้องยื่น 555

  20. หมูอ้วน says:

    ทำวีซ่าถาวรของคุณแม่. ไปสัมภาษณ์มาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นั้นมา ต้นเดือนสิงหา. วันไอกสารไม่พอ เค้าต้องการรูปถ่ายเพิ่มและใบเสียภาษีของฝ่ายญาติทางอเมริกา. เค้าบอกว่าถ้าได้ครบแล้วให้ส่งไปรษณี ไป เค้าก็ให้ที่อยู่มา. พอได้เอกสารครบก็ส่งไปพร้อมกับพาสปอท ของคุณแม่. จนวันนี้ผ่านไป1เดือนแล้ว ยังไม่มีอะไรติดต่อกลับมาเลย. ทำยังไงดีค่ะ

    • kafaak says:

      ให้ส่งอีเมล์ไปที่ visasbkk@state.gov แล้วใช้ชื่อหัวข้ออีเมล์ว่า IV Inquiry ครับ เป็นการถามไปยังหน่วยงาน VISA ของสถานทูตสหรัฐ เพื่อสอบถามเรื่อง Immigration Visa ครับ (ผมเดาว่าวีซ่าถาวรที่ว่า คือ จะย้ายไปอยู่ที่นั่นใช่ไหมครับ)

  21. หมูอ้วน says:

    ใช่ค่ะ. คุณแม่จะไปอยู่กับพี่. แล้วต้องเมล์เป็นภาษาไทยหรือว่าภาษาอังกฤษ
    ขอบุคณค่ะที่ช่วยตอบ

    • kafaak says:

      ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ครับ ให้แน่ใจว่าสื่อสารได้ถูกต้องสำคัญที่สุด

  22. Nut says:

    สวัสดีคะ
    รบกวนขอถามคำถามเกี่ยวกับการขอวีซ่าอเมริกาหน่อยนะคะ
    1.พอดีว่าจะไปสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา(ท่องเที่ยว)ช่วง เดือนตุลาคม 2012 พอจะทราบมั้ยคะว่าช่วงวันที่เท่าไหร่ และเวลาไหนจะเวิกมากที่สุด?
    2.พอดีว่าให้บริษัททัวร์ดำเนินเรื่องขอวีซ่าให้แล้วเขาบอกว่าจะต้องมีเงินในบัญชีประมาณ 1 แสน – 2 แสนบาทอันนี้จำเป็นต้องมีเยอะประมาณนี้หรือเปล่าคะ
    3.ขอวีซ่าไปคนเดียว ไม่มีญาติอยู่ที่ไหน จะไปเที่ยวกับทัวว์ช่วงเดือน เมษายน 2013พอจะมีหวังมั้ยคะ
    อีกอย่างยังไม่ได้แต่งงาน แล้วเป็นผู้หญิง จะมีสิทธิได้วีซ่ามั้ยคะ
    แต่ว่ามีงานทำเป็นหลักแหล่งมีใบรับรองการทำงานที่แน่นอนอายุงานก็ 2ปี 3 เดือน
    แต่ว่ามีเรื่องหนักใจตรงที่
    เงินในบัญชีมีไม่มาก แต่ว่ามีเงินเดือนหมุนเวียนตลอด(บัญชีเงินเดือนที่ทำงานเขาให้เปิด)
    เป็นผู้หญิงไปเที่ยวคนเดียว อายุ27ปี โสด อันนี้แหละที่หนักใจเขาจะอนุมัติวีซ่าให้เราหรือเปล่า กังวลมากเลย
    รบกวนตอบคำถามของดิฉันด้วยนะคะ
    ขอบคุณคะ

    • kafaak says:

      ขอตอบเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ
      1. การยื่นของวีซ่าไม่มีคำว่าช่วงไหนเวิร์กสุดหรอกครับ
      2. เรื่องเงินในบัญชี ที่บริษัททัวร์บอกมาเป็นเรื่องจริงครับ ทางสถานทูตต้องมั่นใจว่าคุณจะมีเงินมากเพียงพอที่จะใช้ในการท่องเที่ยวที่นั่น … กรณีเดียวที่คุณจะไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่องเงินในบัญชีคือ มีคนออกค่าใช้จ่ายให้หมด โดยมีหลักฐานชัดเจน เช่น บริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้หมด และมีหนังสือรับรอง เป็นต้น
      3. ความหวังในการขอวีซ่า คือ คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณจะไม่ไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่นแน่นอน ซึ่งวิธีพิสูจน์ที่ง่ายๆ ก็เช่น
      3.1. มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งชัดเจน
      3.2. แสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับประเทศที่อยู่ (เช่น อาจจะมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ที่นี่ และเราก็อยู่กับพวกท่าน)
      3.3. มีเงินสดในบัญชีมากเพียงพอที่จะจับจ่ายใช้สอยตลอดระยะเวลาที่ท่องเที่ยว (เงินหมุนเวียนไม่เกี่ยว ต้องเป็นเงินสดติดบัญชีจริงๆ)

  23. มีนา says:

    สวัสดีคะ
    หนูได้ยินประสบการณ์การจากพี่คนหนึ่งเขาขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกาเขาบอกว่าเขามีเงินในบุคแบงประมาณพันกว่าบาทแล้วเขาไปคนเดียวแล้วเขาผ่านอันนี้เขาทำไมถึงผ่านคะ
    1.ตอนนี้หนูไม่ค่อยมีเงินเก็บเยอะเท่าไหร่แต่ว่าจะทำขอวีซ่าก่อนได้มั้ยคะเผื่อว่าปีหน้าเก็บตังได้เยอะพอควรแล้วเราจะไปได้ทันท่วงที
    2.แล้วถ้าไม่มีเงินเก็บแล้วเราจะขอทำวีซ่าสักประมาณเดือน พ.ย.55 จะได้มั้ยคะแต่ว่ายังไม่ไปทันที่หรอกนะคะ
    รบกวนตอบคำถามสาวน้อยตาดำๆด้วยนะคะ
    ขอบคุณล่วงหน้าคะ

    • kafaak says:

      หลักๆ จริงๆ คือการพยายามพิสูจน์ให้ได้ว่า เราจะไม่ไปอยู่ประเทศเขาแบบโรบินฮู้ดครับ … ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาทำอีท่าไหนถึงขอวีซ่าผ่าน อันนี้ไม่กล้าเดา
      โดยส่วนตัวผม ผมเองขอผ่าน เพราะออฟฟิศออกค่าเดินทางให้หมด เลยไม่ต้องไปยุ่งกับบัญชีธนาคารเลย และมีหลักฐานว่าผมเซ็นสัญญาว่าต้องกลับมาทำงานต่อด้วยอีก 6 เดือน

      เรื่องเงินในบัญชี เป็นแค่หนึ่งในหลักฐานช่วยยืนยันเราได้ว่า เราจะไม่ไปเป็นโรบินฮู้ดแน่ๆ เพราะเรามีเงินพอ … ถ้าเงินในบัญชีเราไม่พอ เราต้องทำให้เขาแน่ใจได้ว่าเรามีเงินไปเที่ยวพอแน่ เช่น เราไม่มีในบัญชีเพราะเราใช้จ่ายเงินในการซื้อตั๋วและจ่ายค่าที่พักไปหมดแล้ว (มีหลักฐานการชำระเงิน) เป็นต้น แต่ก็อีกนั่นแหละ ปกติแล้วเขาพยายามให้เราทำวีซ่าให้ผ่านก่อน ค่อยจองที่พักหรือตั๋วนะ เพราะเกิดไม่ผ่านขึ้นมา จะได้ไม่ต้องลนลานมาก

      แน่นอนว่าเรื่องทำวีซ่าก่อน ก็น่าจะพอลองดูได้ครับ … จริงๆ สมควรว่าจะต้องทำวีซ่าก่อนอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องทำล่วงหน้าขนาด 6 เดือนอะไรแบบนี้หรอก ซัก 1-2 เดือนก็พอแล้ว (ความเห็นผมนะ)

      น่าจะประมาณนี้นะครับ

      • มีนา says:

        อ้อเข้าใจแล้วคะ
        ขอบคุณมากนะคะ
        ถ้ามีอะไรสงสัยจะขอรบกวนใหม่นะคะ

  24. มีนา says:

    สวัสดีคะ
    รบกวนสอบถามอีกอย่างหนึ่งนะคะ
    1.ถ้าเรากรอกข้อมูลDS160ในข้อที่ไปกับกับใครแล้วเราตอบว่าไปคนเดียว
    แต่ว่าจริงๆแล้วเราไปกับพี่ชายสายเลือดเดียวกันแต่ว่าเขากำลังทำเรื่องขอพาสปอตน์อยู่
    แล้วเวลาเราสัมภาษณ์เราจะตอบว่าไปกับพี่ชายจะเป็นไรไหม ถ้าเป็น !เราสามารถแก้ไขข้อมูลในDS160ได้ไหมคะ
    2.เรากรอกข้อมูลเรื่องผู้ให้การสนับสนุนเราด้านการเงินคือคุณพ่อ(เฉพาะออกตั๋วเครื่องบินไป-กลับ)ส่วนโรงแรม การใช้จ่ายต่างเราออกเอง พอดีว่ากรอกในDS160ไปว่าออกเองจะเป็นไรไหม เราจะแก้ข้อมูลDS160ได้ไหมคะ
    3.แล้วผู้ให้การสนับสนุนคือต้องเตรียมเอกสารอะไรSupportอะไรให้เราหรือเปล่าคะ
    เราไม่ต้องการไปเป็นโรบินฮู๊ดที่นั้นอย่างแน่นอน
    ช่วยตอบคำถามของมีนาด้วยนะคะ
    ขอบคุณล่วงหน้าคะ

    • kafaak says:

      ก่อนอื่นต้องบอกว่า ถ้าผมจำไม่ผิด พอบันทึก DS160 ครั้งสุดท้าย (สุดๆ) แล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้ครับ ดังนั้น ผมแนะนำแบบนี้

      1. กรณีของพี่ชาย ไม่ต้องไปพยายามแก้ แต่บอกท่านกงสุลไปว่าตอนกรอก DS160 นั้น พี่ชายยังไม่ได้ตัดสินใจไปด้วย แต่กรอกเสร็จก็เพิ่งรู้ว่าพี่ชายจะไปด้วย
      2. กรณีเรื่องค่าใช้จ่าย จะเป็นเราหรือคุณพ่อออก ก็คือ ออกเองนั่นแหละครับ … การที่จะบอกว่าคนอื่นออกให้ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง บริษัทออกให้ ได้ทุนการศึกษา ได้รางวัลชิงโชคมา ซะมากกว่าครับ … ดังนั้นไม่เป็นไร บอกท่านกงสุลไปตรงๆ ว่าค่าตั๋วมีแล้ว คุณพ่อจ่ายให้ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราก็มีนะ ดูบัญชีได้
      3. ดังนั้นที่ต้องเตรียมจริงๆ คือ เอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินซะมากกว่าครับ

  25. มีนา says:

    อ้อขอบคุณมากนะคะ
    ที่สละเวลาตอบคำถามของมีนา

  26. มีนา says:

    สวัสดีคะ
    คุณกาฝากคะรบกวนตอบคำถามมีนาหน่อยนะคะ
    คือว่ามีนาไปถ่ายรูปที่ร้านถ่ายรูปมาแต่ว่าพื้นหลังสีออกเป็นสีเทาควันบุหรี่คะ
    แต่ว่าอัพโหลดได้แล้วนะคะจองวันสัมภาษณ์เรียบร้อย
    แต่กังวลว่าพอไปสัมภาษณ์จริงๆแล้วกลัวว่าจะไม่ผ่าน
    เราต้องไปถ่ายใหม่หรือเปล่าคะเพื่อความชัว
    รบกวนตอบคำถามมีนาด้วยนะคะ
    ขอบคุณคะ

    • kafaak says:

      ตอนแรกผมก็นึกว่า DS-160 นี่แค่อัพไปเฉยๆ แต่จริงๆ แล้ว เขาใช้รูปจาก DS-160 ในการออกวีซ่าเลยครับ
      ดังนั้นถามว่าจริงๆ แล้ว ต้องกังวลไหม บอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องกังวล แต่หากต้องการสบายใจ เตรียมไว้ก็ได้นะครับ

  27. มีนา says:

    อ้อ
    ขอบคุณมากนะคะ คุณกาฝาก

  28. ธนาพร says:

    ได้ซื้อซอง แสดงว่าผ่านจริงเหรอครับ

    • kafaak says:

      ครับ เพราะซองเอาไว้ส่งพาสปอร์ตกลับบ้านในกรณีที่ได้วีซ่า
      ถ้าไม่ได้วีซ่า เขาคืนพาสปอร์ตให้เราวันนั้นเลย

  29. สุ says:

    ดิฉันจะไปเยี่ยมลูกสาว ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างของลูกสาวกรุณาแนะนำหน่อยคะ เวลาเขียนแบบฟอร์มต้องเขียนวีซ่า B1 หรือ B2

    • kafaak says:

      เยี่ยมลูกสาว ใช้ B2 ครับ วีซ่าท่องเที่ยวอย่างเดียวก็พอ
      เอกสารที่ควรมี ก็คือการระบุให้ชัดเจนว่าจะไปทำอะไร มีแผนการบินไปกลับชัดเจนหรือยัง เอกสารทางการเงิน พวก Bank Statement ที่จะต้องแสดงให้เห็นว่ามีจำนวนเงินมากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง (หรือหากลูกสาวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ก็ต้องระบุครับ)

  30. Claire says:

    คืออยากทราบว่าถ้าเคยได้วีซ่าท่องเที่ยวมาแล้ว และได้เดินทางเข้าออกตามที่ ตม กำหนด พอวีซ่าหมดอายุแล้วจะไปอีกแล้วไปขอใหม่ เค้าจะพิจารณามีส่วนทำให้ของ่ายขึ้นรึเปล่าคะ

    • kafaak says:

      การพิจารณาแต่ละครั้ง เขาจะทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันครับ
      แต่โดยส่วนตัว ผมมองว่ามันช่วยได้บ้างครับ

  31. นุช says:

    สวัสดีค่ะ คุณ Kafaak ขอเรียนถาม และกรุณาตอบทาง email ได้หรือเปล่าคะ เรื่อง ยาวหน่อย ขอเล่ารายละเอียดให้ทราบ และอยากขอคำปรึกษา และ แนะนำควรทำอย่างไรดี

    นุชได้ืวีซ่าอเมริกามา ครั้งแรก ปี 2552 ระยะเวลา 3 เดือน เป็นวีซ่าท่องเที่ยว แต่ไม่ได้เดินทาง แม่ป่วย

    ครั้งที่ สอง ได้ 2 เดือน ช่วงกลางเดือน สิงหาคม ถึง กลาง ตุลาคม และ นุชไป และ กลับมา แล้ว ระยะ
    เวลา 3 สัปดาห์ เกือบไม่ได้แนะค่ะ บังเอิญ นุชซื้อ ตั๋วเครืื่องบิน ไป กลับ ไว้แล้ว เจ้าหน้าคงเห็นใจเลยให้

    วิธีการของนุช คือเพื่อนแนะนำให้ไปทำ กับ น้องคนหนึ่ง ซึ่งทำงานที่ บริษัท ทัวร์ เขาดำเนินการทั้งหมดให้
    นุชจัดเตรียมเอกสาร ตามที่แจ้ง

    นุชมีจดหมายเชิญ จาก คุณหมอ ชาวอเมริกา และ พัก ที่บ้าน รวมทั้งออกค่าใช้จ่าย ให้ทั้งหมด เรารู้จักกันทาง Net ตั้งแต่ปี 2008 นุชอาจผิด ที่เขาถามว่ารู้จักกันอย่างไร นุชตอบว่า เพือ่นแนะนำ อันนี้ เพื่อนแนะนำให้เล่น และ สมัคร ให้ จริงๆ นุช เล่นอยู่ ประมาณ สอง เดือน ก็ยกเลิกทั้งหมด

    ปัญหาคือ หลังจาก นุชได้ไป เยี่ยม และ ไป เที่ยว แล้ว เรารักกันจริง (นุช อายุ 54 คุณหมอ 71) เราแก่แล้ว คุณหมอ ป่วยเป็นมะเร็ง เพิ่งหายได้ ประมาณ หก เดือน

    คุณหมอต้องการให้นุช กลับไปเยี่ยมอีก นุช กลับมา และทำเรื่อง ขอวีซ่า ใหม่ และนัดสัมภาษณ์แล้ว เมื่อ
    วันที่ 5 พย. ที่ผ่านมา ไม่ผ่านค่ะ ครั้งนี้ นุชลงมือกรองทุกอย่างเองกับลูก เพราะให้น้องทำจะให้เวลาจองนานมาก แต่นุชทำเอง เพียง สอง สัปดาห์

    ข้อมูลครั้งแรก นุชว่างงาน (ลาออกจาก บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ปี 2543 มาดูลูก)
    ครั้งที่สอง นุช ได้ทำง่านใหม่ ที่ศาลา เป็นอพาร์ทเม้นท์ เล็กๆ
    ครั้งทีืท สาม นุช ยื่น เป็น หุ้นส่วนกับน้อง เปิด บรษัทฯ รับเหมา และตกแต่งภายใน บริษัทฯ เปิดดำเนินการ
    มาได้ สองปี กว่า แต่จดทะเบียน เต็มรูปแบบ กลางปี 2554

    เจ้าหน้าที่ให้เอกสารมาว่า เหตุผล ไม่หนักแน่นพอเกี่ยวกับ สถาน ฯลฯ
    เขาถามนุช สอง คำถาม คือ เกี่ยวกับคุณหมอ นุช ก็ตอบเหมือนเดิม เป็นเพื่อนสนิท
    และ ถามจะไปนาน เท่าไร นุช ตอบว่า ไป 6 เดือน เขา ดูจดหมายเชิญ ดูเอกสาร จดทะเบียนห้างฯ
    สงสัย นุชตอบต้องการไปนาน มั้ง แต่ ด้วยความสัตย์ การโดด ไม่มีในสมอง หมอคุยไว้จะพากันเที่ยว
    อเมริการให้ทั่ว คือ ไป เที่ยว แล้วกลับมาพักก่อนแล้วไปหม่ คุณหมอ อายุมาก และ ยังเปิดคลีนิค

    ขอเรียนถามว่า นุชยื่นใหม่อีก มีโอกาส หรือเปล่า หรือ ต้อง เว้นวรรค สักระยะหนึ่ง
    กรุณา แนะนำด้วยค่ะ และ กรุณาแนะนำบรษัทฯ ที่พอมั่นใจได้ให้ด้วยได้หรือเปล่าคะ

    ขอบคุณมากนะคะ

    นุช

    • kafaak says:

      จากประสบการณ์ทางอ้อม (น้องที่รู้จัก) การเว้นวรรคไม่ได้จำเป็นครับ เพราะน้องเขาก็ขอ VISA รอบแรกไม่ผ่าน แต่ยื่นขอใหม่สัปดาห์ถัดมาก็ผ่านครับ
      ประเด็นสำคัญจริงๆ อยู่ที่เหตุผลมากกว่าครับ … คำแนะนำของผม คงเป็นเรื่องการวางแผนท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนให้ชัดเจน ให้เคลียร์มากๆ เพื่อให้เห็นชัดๆ ว่าจบ 6 เดือนแล้ว กลับชัวร์ๆ มากกว่าครับ

      ลองมาไล่เอกสารดู ตอนนี้คุณมี

      1. จดหมายเชิญจากเพื่อน
      2. เอกสารจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด

      ไม่แน่ใจว่าเตรียมเอกสารเรื่องเงินไปด้วยไหมครับ? (อันนี้ก็สำคัญอยู่นะ เพราะคุณไปนานมาก) แล้วที่เจ้าหน้าที่บอกว่า เหตุผลน้ำหนักไม่เพียงพอเกี่ยวกับ “สถาน” ผมไม่แน่ใจว่าคุณหมายถึง “สถานะ”?? อาจจะพิมพ์ตกไหมครับ ถ้ายังไง อธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อย แล้วเดี๋ยวค่อยดูกันต่อ

      แต่ผมบอกได้เลยว่า การให้บริษัททัวร์ขอให้ หรือ ขอเอง % ความสำเร็จไม่ได้แตกต่างกันหรอกครับ … มันก็แค่บริษัททัวร์เขาชำนาญกว่า รู้เรื่องการตอบคำถามบางคำถามมากกว่าน่ะครับ … เคยถามท่านทูตคนปัจจุบัน ท่านบอกว่า % ที่อนุมัติ Visa นี่ สูงถึงแปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เลยนะ

      • นุช says:

        ขอบคุณมากนะคะ ถาม และอธิบายต่อค่ะ

        หมายความว่า นุชไม่มีสถานะทุกอย่างที่ให้ความมั่นคง มั่นใจ ว่านุชต้องกลับมา
        ประเทศไทย

        เอกสารทุกอย่างครบ การหมุนเวียนเงิน ของ ห้างฯ ที่น้องชายเป็นหุ้น และมีอำนาจประกอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูอะไร นอกจากจดหมายเชิญ และ หนังสือจดทะเบียนห้้างฯ และคำถาม สั้นๆ ว่าใครจะดูแลธุรกิจ ถ้าไปหลายเดือน

        ทุกครั้งจะถามเรื่อง ลูก แต่ครั้งนี้ไม่ถามเลยค่ะ แต่ครั้งนี้ คุณหมอ วางแผนไปเที่ยว
        2-3 รัฐ อย่างนี้ต้องมี รายละเอียดจาก คุณหมอ หรือเปล่าคะ ต้องมีเอกสาร สถานะทางการเงินคุณหมอด้วย หรือเปล่า และ ต้องเปลี่ยนเวลา เป็น สัก เดือน หรือ เดือน กว่าๆ จะมีโอกาส หรือ เปล่า อีกอย่างนุชก็กลัว ตม.ของ อเมริกา
        ไม่ให้เข้าเหมือนกัน ครั้งที่ผ่านมา ดุมาก เขาก็โทรเช็ค ก่อนว่าไปจริงหรือเปล่า
        นุชก็ไม่ได้เหมือนคนจะโดดนะ แต่พูดภาษาไม่แข็งแรงเท่านั้น

        รอ และมีความหวังว่าคงจะไดรับคำแนะนำที่ง่ายขึ้น นะคะ

        ขอบคุณมากนะคะ

        นุช

        • kafaak says:

          จริงๆ การเปลี่ยนกงสุลที่สัมภาษณ์เรา ก็ทำให้การสัมภาษณ์ง่ายหรือยากแตกต่างกันได้เลยนะครับ (ตอนผมไปสัมภาษณ์ เจอกงสุลที่มีลูกเรียนที่โรงเรียนเดียวกับที่ผมทำงาน เรื่องเลยง่ายมากมาย เพราะเขารู้เลยว่าเราน่าจะโอเค)

          ตอนที่ตอบเขาว่า แล้วใครดูแลธุรกิจ คุณนุชตอบไปว่ายังไงครับ? ผมก็มองว่าตรงนั้นสำคัญเหมือนกันครับ เลยอยากทราบว่าตอนตอบ ตอบไปแบบไหน

          เข้าใจว่าแต่ละรัฐค่อนข้างใหญ่ แต่ 6 เดือน เที่ยว 2-3 รัฐ นี่อาจจะแอบน้อยไปนิดหรือเปล่าครับ? (ตอนผมไปมา 10 วัน ผมก็ไปมาน่าจะ 4-5 รัฐเห็นได้ ไปอย่างละนิดละหน่อย) ผมเข้าใจว่าคุณหมอท่านคงอยากพาไปเที่ยวแบบละเอียด เลยอาจจะใช้เวลานาน แต่เน้นครอบคลุมทั้งรัฐ

          ผมมองว่าแบบนี้ดีกว่าครับ

          1. เรื่องเอกสารการเงินที่ผมว่า หมายถึง เงินที่จะใช้ในระหว่างการไปท่องเที่ยว (ไปตั้ง 6 เดือน คงต้องมีเงินไว้ไม่น้อย)
          2. รายละเอียดของคุณหมอ เป็นใคร พักอยู่ที่ไหน อะไรแบบนี้ ก็มีเผื่อไว้จะดีมาก … หากเราจะบอกว่าคุณหมอช่วยออกค่าใช้จ่าย เขาอาจพิจารณาเรื่องสถานะทางการเงินของคุณหมอด้วย
          3. ระยะเวลาถ้าสั้นลง อาจทำให้พิจารณาวีซ่าได้ง่ายขึ้น (ความเห็นผมนะครับ เพราะเขาก็จะมองว่าเราไม่ได้ไปอยู่ยาว … ยิ่งอยู่ยาว โอกาสอยู่นานกว่าที่ขอจะมี) แต่ผมไม่รับรองว่าผมเข้าใจถูกต้อง 100%
          4. อย่างที่ผมบอกครับ แผนการท่องเที่ยวชัดเจนมาก หากคุณหมอจะพาเที่ยว เราต้องพร้อมตอบได้ จะไปรัฐไหนบ้าง ไปประมาณกี่วัน (ไม่ต้องถึงกับเป๊ะ แต่ขอให้มีแผนที่ดูเป็นรูปเป็นร่าง) วันกลับที่ชัดเจน (ประมาณช่วงเวลาภายใน 3-5 วัน เช่น กลับช่วง 21-25 มีนาคมปีหน้า เป็นต้น) ก็สำคัญครับ

          • นุช says:

            – ขอบคุณนะคะ นุชตอบเรื่องที่ถามว่าไปเที่ยว 6 เดือน ใครดูธุรกิจให้ นุชตอบว่าน้องชาย ดูและเพราะเราลงหุ้นเงินไป คิดว่าคงเป็นคำตอบที่แย่มาก

            – สรุป นุชให้คุณหมอ ทำจดหมายเชิญใหม่, เอกสารการเงินของคุณหมอ , แผนการเที่ยว และ สุดท้าย เปลี่ยนระยะเวลา
            การเดินทางให้ สั้นลง คิดว่าน่าจะมีโอกาสสำเร็จ จริงไหมคะ

            ขอบคุณมากค่ะ

            นุช

          • kafaak says:

            คำตอบว่าเราเป็นคนลงหุ้นเงินไป เป็นคำตอบที่ไม่ดีเอามากๆ ครับ เพราะเท่ากับว่าเราแค่ลงเงิน เราไม่ได้มีส่วนผูกพันอะไรกับบริษัทนั้นเลย นั่นตีความได้ว่า เราอาจจะไม่เหลือความผูกพันใดๆ กับประเทศไทยแล้ว และไปตั้ง 6 เดือน เราอาจจะชิ่งไปอยู่ที่อเมริกาก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีคนรู้จักที่ทางโน้นแล้วด้วย

            ดังนั้น ตามที่บอกครับ จดหมายเชิญ, เอกสารการเงินคุณหมอ (เฉพาะกรณีที่เขาช่วยเหลือเราเรื่องค่าใช้จ่ายตอนที่เราอยู่ที่นั่น), เอกสารการเงินฝั่งเรา (บัญชีธนาคาร และตัวเลขเยอะๆ หน่อย … คิดซะว่าไปอยู่ที่นั่น 6 เดือน ควรจะต้องใช้จ่ายเงินเท่าไหร่), แผนการเที่ยว (ไปที่ไหนบ้าง และ อยู่ประมาณกี่วัน หากบอกได้ละเอียดถึงขั้นพักที่ไหน อย่างไร จะดีมาก) และกำหนดการกลับที่ชัดเจน

            และใช่ครับ ถ้ากำหนดการสั้นลง น่าจะสำเร็จได้มากขึ้น ในกรณีของคุณนุชครับ
            เอาใจช่วยครับ

  32. jan says:

    สวัสดีค่ะ
    คือมีปัญหาในการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ตรง part work/education/training ค่ะ
    ทำไมม่มีส่วนของการศึกษากับประเทศที่เคยไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาค่ะ แพอกรอกช่วงทำงานเสร็จก็ต่อไปหน้า security /background เลยค่ะ จะมีปัญหาในวันสัมภาษณ์ไม๊ค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ
    jan

    • kafaak says:

      แปลกจัง ปกติมันต้องมีนะครับ
      กรณีนี้ ผมแนะนำว่า สอบถามไปยังหน่วยงานวีซ่าของสถานทูตดีกว่า ติดต่อที่ visasbkk@state.gov ครับ เขียนเมล์เป็นภาษาไทยก็ได้ครับ

  33. warinee says:

    สวัสดีค่ะ คุณ Kafaak ขอสอบถามเรื่องสัมภาษณ์วีซ๋าค่ะ
    พอดีว่าซัมเมอร์นี้พ่ออยากให้ไปเที่ยวอเมริกาค่ะ(พ่ออยู่อเมริกาประมาณยี่สิบปีแล้ว)
    พ่ออยากให้ทำวีซ่าท่องเที่ยวไป
    นี่เป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรกค่ะอยากถามว่ามีโอกาสจะสัมภาษณ์ผ่านมั้ยคะ
    แล้วเราต้องตอบว่าเราไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมพ่อดีค่ะ อยากไปประมาณสามเดือนค่ะ
    ต้องกลับมาเรียนปีสี่ต่อ(ตอนนี้อยู่ปีสามค่ะ) แล้วถ้าจะไปอยุ่กับพ่อ พ่อออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้
    เราต้องมีเงินในบัญชีด้วยไหมคะ ถ้ามีต้องประมาณเท่าไหร่คะ
    รบกวนตอบด้วยนะคะ

    • kafaak says:

      โอกาสมีครับ แต่ต้องบอกไปเลยว่าคุณพ่ออยู่ที่นั่น และเราจะไปเยี่ยมคุณพ่อ บวกกับท่องเที่ยวต่อ … ระยะเวลา 3 เดือน ไปเมื่อไหร่กลับเมื่อไหร่ เราเป็นนักศึกษา เรายังต้องกลับมาเรียนต่อ มันก็เป็นเหตุผลที่พอใช้ได้ที่จะบอกว่าเรากลับไทยแน่ๆ

      เรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าคุณพ่อออกให้หมดก็ดีไปครับ แต่ควรมีเงินติดบัญชีไว้ซักหน่อยก็ดีนะครับ ซักแสนนึง (ผมประมาณเอาจากที่ผมเคยใช้จ่ายตอนไปที่อเมริกา ตกสัปดาห์ละประมาณเฉียดหมื่น)

      • warinee says:

        ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ มีกำลังใจในการสัมภาษณ์แล้ว

        • kafaak says:

          ยินดีฮะ
          อย่าลืมมาบอกผลสัมภาษณ์ด้วยนะ

          • warinee says:

            ขอถามเพิ่มเติมนะคะ
            ถ้าพ่อเป็นคนเขียนจดหมายชวนให้ไปเที่ยว
            พ่ออยุ่นี่นู้นค่ะ
            เวลาไปสัมภาษณ์ต้องใช้ passport ของพ่อมั้ยคะ

          • kafaak says:

            ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตของคุณพ่อครับ แต่ควรเขียนระบุว่าไปเที่ยวเพื่อเยี่ยมคุณพ่อ และมีญาติอยู่ที่โน่นคือคุณพ่อ
            (แต่เท่ากับ ต้องพยายามโน้มน้าวให้ได้ ว่าเรากลับมาไทยแน่ๆ ไม่ใช่ไปอยู่กับคุณพ่อ)

  34. สวัสดีค่ะ พอดีมาอ่านข้อมูลแล้วเป็นประโยชมาก อยากรบกวนถามว่าถ้าจะไปเที่ยวสักสองสัปดาห์ วีซ่าท่องเที่ยว จะไป เดือนกุมภาพันธ์ ต้องเริ่มเดินเรื่องก่อนนานแค่ไหน วีซ่าระบุวันไปกลับเหมือนแช็งเก้นไหม?หรือมี สามเดือน หกเดือน

    ขอบคุณค่ะ

    พี่เอมี่

    • kafaak says:

      ทำได้ไวก็ดีครับ (ของผมทำล่วงหน้า 2 เดือน) เพราะเผื่อไม่ผ่านรอบนึง จะได้รีบมาทำเรื่องขอใหม่ได้ (ในกรณีไม่ผ่านเพราะเอกสารไม่แน่นหนาพอที่จะทำให้เขาเชื่อว่าเราไปแล้วกลับแน่นอน) อายุวีซ่าคือ 10 ปี ในระหว่างนี้จะเข้าออกกี่ทีก็ได้ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน อยู่ที่ ตม ที่นั่นปั๊มให้แค่ไหน ปกติก็ 3-6 เดือนครับ น่าจะเหลือเฟือน่า (ไป 6 เดือนนี่หมดเงินหลายแสนเลยนะนั่น)

      วีซ่าอเมริกา ของ่ายกว่าเชงเก้นเยอะมาก เพื่อนผมยืนยันกันทุกคน แถมค่าธรรมเนียมขอถูกกว่ามากเช่นกัน

  35. now says:

    กำลังจะไปขอวีซ่าเหมือนกันค่ะ ตัวเราทำงานมั่นคง รายได้ 50000+ แต่ไม่มีเงินเก็บ มีใบรับรองการทำงาน วันลา เรียบร้อยค่ะ

    แต่เพื่อนเราอีกคนเค้าเรียน ป.โท ค่ะ แล้วเค้าทำพาร์ททามเป็นพยาบาลค่ะ แบบนี้กรอกใน DS-160 ว่าเป็นนักศึกษา ส่วน คชจ ออกเอง ดีไหมคะ
    ในส่วนของเพื่อนขอใบรับรองนักศึกษาจากมหาลัยมาเรียบร้อยน่ะค่ะ และมีเงินเข้าออก บ/ช ทุกเดือน

    แล้วถ้าเค้าถามค่อยบอกว่าทำงานเป็นพยาบาล เพราะกรอกไปว่า คชจ ออกเอง อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ กลัวของเพื่อนไม่ผ่านน่ะค่ะ

    • kafaak says:

      ก็น่าจะพอได้ครับ กรอกเป็นนักศึกษา มีหลักฐานว่าเป็นนักศึกษาจริง​ และยังเรียนไม่จบ ต้องไปทำต่อให้จบๆ ก็เป็นเหตุผลที่ดีที่จะบอกว่าเรายังต้องกลับไทย
      การมีเงินเข้าออกบัญชีทุกเดือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่การมีเงินในบัญชีเพื่อแสดงให้เห็นว่า ทั้งคุณและเพื่อนของคุณ ออกค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเองทุกอย่างต่างหากที่สำคัญครับ

  36. Kan says:

    สวัสดีค่ะคุณ กาฝาก
    กำลังจะได้ไป train งานที่อเมกา 1 อาทิตย์ค่ะ ประมาณเดือน พ.ค. 56 บริษัทที่ train งานให้ออกค่าใช้จ่ายให้ค่ะ เลยเข้ามาหาข้อมูลการทำวีซ่าดู ขออนุญาตสอบถามข้อมูลนะค่ะ ต้องขอออกตัวก่อนว่าเพิ่งหาข้อมูลเป็นวันแรกจริงๆ อาจมีคำถามแบบเด็กน้อยบ้าง เท่าที่อ่านมาคาดว่าต้องขอวีซ่าเป็นแบบ B1 business ใช่ไหมค่ะ? แต่ตัวเองวางแผนว่าหลังจาก train งานเสร็จจะอยู่เที่ยวอเมกาซัก 2-3 วัน แล้วก็ไปเที่ยวแคนาดาด้วยประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ (ไหนๆก็ไปแล้วจะได้เที่ยวแถวนั้นด้วยเลย)ตอนกรอกข้อมูลก็บอกเค้าไปตามแผนนี้เลยตรงๆใช่ไหมค่ะ training + travel?
    แล้วถ้าตัวเองแต่งงานแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะกรอกในแบบฟอร์มเป็น Single รึป่าวค่ะ? เพราะถ้ากรอก married ก็ไม่มีใบทะเบียนสมรสไปยื่นเป็นหลักฐานอยู่ดี
    วันนี้ขอรบกวนสอบถามแค่นี้ก่อนนะค่ะ

    • kafaak says:

      วีซ่าที่จะขอ คือ B1 ถูกต้องครับ เป็น Business/Travel ครับ (ตอนผมไปอเมริกา ผมก็ไปด้วย B1 ไปเรื่องงาน 4 วัน เที่ยวต่ออีกสัปดาห์) เอกสารที่จะต้องเตรียมไปคือ หลักฐานการเป็นพนักงานบริษัท เอกสารรับรองการออกค่าใช้จ่ายของบริษัท และหากมีสัญญาว่าถ้าไป Train แล้วจะต้องอยู่กับบริษัทต่ออีกอย่างน้อยกี่เดือนกี่ปี แนบไปด้วยก็ดีมากครับ มันจะเป็นเครื่องยืนยันว่าไปแล้วกลับมาแน่นอน

      แผนการเที่ยว ก็ระบุให้หมดเลยครับ ไปอเมริกาส่วนไหนกี่วัน เสร็จแล้วจะไปแคนาดาต่อ บอกไปให้หมดเลย (แต่ถ้าไปแคนาดาต่อ เช็คเรื่องวีซ่าหน่อยนะครับ ว่าต้องขอเพิ่มไหม อันนี้ผมไม่ทราบแฮะ) ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็คือไม่ได้แต่งงานครับ กรอกเป็น Single ก็ได้ครับ อย่างที่คุณบอก มันไม่มีทะเบียนสมรสเป็นหลักฐาน (แล้วก็ดันไม่มีแบบว่า มีสามีแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนให้ระบุด้วยสิ)

      • Kan says:

        ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณกาฝาก ตอบเร็วมากเลยค่ะ นึกว่า block จะไม่ active ซะแล้ว ขอสอบถามเรื่องวีซ่า B1 เพิ่มเติมอีกนิดนะค่ะ มันรวม business และ ท่องเที่ยว อยู่ด้วยกันแล้วหรือค่ะ แสดงว่าถ้าไปทำงานและมีแผนเที่ยวอย่างเรา ไม่ต้องขอแบบ B1+B2 ใช่ไหมค่ะ ขอแบบ B1 อย่างเดียว?
        อีกคำถามนะค่ะ ในกรณีที่ได้ไปเที่ยวแคนาดาตามแผน ตอนขากลับไทยคงต้องบินกลับมาฝั่งอเมกาก่อนเพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย เพราะบริษัทออกค่าตั๋วไป-กลับให้ เค้าคงระบุตั๋วจากไหนไปไหนไว้ แต่เวลากลับอาจขอยืดเวลาออกไปได้ คำถามคือ การออกนอกอเมริกาไปแคนาดาและกลับเข้ามาใหม่ในอีก 1 อาทิตย์แบบนั้นน่าจะไม่มีปัญหาหรือยุ่งยากอะไร ใช่ไหมค่ะ?
        อเมกากับแคนาดาต้องขอวีซ่า ไม่ว่าฝั่งไหนไปฝั่งไหนค่ะ ก็ไม่เข้าใจว่าบ้านใกล้เรือนเคียงกันทำไมไม่ญาติดีกัน ตามแผนของตนเอง จะขอวีซ่าอเมกาก่อน แล้วค่อยขอของแคนาดาทีหลังค่ะ ของแคนาดาก็จะขอเป็นแบบท่องเที่ยวค่ะ

        • kafaak says:

          การขอของอเมริกา ขอเป็น B1+B2 ครับ (ผมก็ขอแบบนั้น)
          ลองเช็คกับทางบริษัทไว้ ว่าแผนการบินจะไปจากไหนไปไหน ยังไง และมีแผนคร่าวๆ ไว้ด้วย ว่าจะไปที่ไหนนานแค่ไหน จะกลับเมื่อไหร่ ตรงนี้จะแสดงให้กงสุลเห็นว่าเราไม่ได้คิดจะไปอยู่ถาวร (การไม่แน่ใจในแผนการ จะทำให้เขาคิดว่า เราอาจจะแอบไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่น)

          พวกอเมริกามีศัตรูทั่วโลกครับ ไม่ระวังไว้ก่อนไม่ได้ครับ (ฮา)

  37. BiBi says:

    สวัสดีค่ะคุณกาฝาก

    ขอสอบถามเกี่ยวกับวีซ่าหน่อยนะคะ พอดีเพื่อนของดิฉัน(ผู้ชาย) เค้าไปสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนที่อเมริกาแล้วโดนปฎิเสธเนื่องจาก “คุณไม่แสดงให้เห็นว่ามีคุณสมบัติและแผนด้านการศึกษาที่มีความเหมาะสมต่อการอนุมัติวีซ่าชั่วคราวประเภทที่ท่านสมัครไว้”

    เค้าคนนี้ลงเรียนภาษาไว้ที่สถาบันแห่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน ที่นิวยอร์กค่ะ โดยมีพี่สาวเป็นกรีนการ์ดอยู่ที่นั่นและจะไปพักอยู่กับพี่สาวเพื่อประหยัดค่าที่พักค่ะ ในข้อมูลก็บอกเค้าไปตามตรง พอเค้าถามว่ากลับมาจะทำอะไรก็ตอบไปว่า จะมาหางานทำที่ดีกว่า เพื่อให้ได้เงินเดือนที่ดีกว่า คำถามสุดท้ายจบลงที่เค้าถามว่า พี่สาวทำงานอะไร เราก็บอกเค้าไปว่า เป็น manager at restaurant เค้าถามกลับมาว่า thai restaurant? เราก็ตอบว่าใช่ เท่านั้นแหละค่ะ เค้าก็ให้ไม่ผ่านเลย พอเราถามกลับไปว่าทำไม? ทำไม? เค้าก็ไม่ตอบอะไรกลับมาค่ะ

    ข้อมูลส่วนตัวคือเรียนจบตรีแล้ว ทำงานได้ 1ปีครึ่ง ไปโดยมีพี่สาวเป็นสปอนเซอร์ (แต่ครั้งนี้เค้าไม่ได้ถามถึงสแอนเซอร์เลยด้วยซ้ำ) ลาออกจากงานมา3เดือนก่อนไปสัมภาษณ์ แบบนี้ถ้าจะไปขออีกโดยเอกสารที่คิดว่าจะเตรียมเพิ่มคือ

    1. ข้อมูลของพี่น้องของเราทั้งหมด จะบอกเค้าว่า พี่คนโตย้ายออกไปอยู่กับแฟนแล้ว, คนที่สองอยู่อเมริกา, คนที่ 3 แต่งงานมีครอบครัวแล้ว, คนที่4เป็นนักบินไม่ค่อยอยู่บ้าน เหลือเค้าคนเดียวที่ต้องอยู่ดูแลพ่อแม่ เพราะฉะนั้นจะกลับมาแน่นอน

    2. จะลองเขียน essay บอกทางกงศุลไปว่า เราจบบริหารมา เราเก่งเลข แต่ภาษาอ่อนมาก เลยอยากจะไปเรียนเพื่อให้พูดได้ สื่อสารได้ จะไปถ่ายรูปหน้าร้านกาแฟที่เราเคยทำงานอยู่ให้เค้าดู บอกเค้าว่ามันอยู่ในโรงแรม มีลูกค้าต่างชาติเยอะ เวลาลูกค้ามาซื้อเราก็พูดและฟังไม่รู้เรื่อง ให้เราตระหนักว่าเราควรจะเรียนภาษาอังกฤษแบบจริงๆจังๆสักที

    3. จะบอกเค้าว่าเราตั้งใจไปเรียนจริงๆ และไม่คิดจะโดดหรือเป็นโรบินฮู้ดเหมือนที่พี่สาวเคยทำ เพราะเราอยากอยู่เมืองไทยดูแลพ่อแม่มากกว่า ไม่คิดที่จะเอาอนาคตไปทิ้งไว้กับการโดดวีซ่า

    4. ขอ i-20 ใหม่ เป็นคอร์สเรียนจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือนค่ะ

    แบบนี้จะยังพอมีทางอยู่มั๊ยคะ หรือจะเปลี่ยนไปเรียนประเทศอื่นเลยดี T^T

    ขอบคุณล่วงหน้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยนะคะ ตอนนี้กลุ้มใจจนไม่รู้จะทำอะไรดีแล้วค่ะ

    • kafaak says:

      โอเค ต้องบอกแบบนี้ก่อน … เพื่อนของคุณตอบได้แย่มากเวลาเขาถาม … การตอบว่า “กลับมาทำงานที่ดีกว่า เงินเดือนดีกว่า” มันไม่ใช่แผนการครับ มันเลื่อนลอยมาก แถมสถานที่จะไป ก็เป็นร้านอาหารไทยอีก ซึ่งพวกนี้เขาก็รู้ๆ กันอยู่ว่าให้ความช่วยเหลือโรบินฮู้ดอยู่ไม่น้อย ดังนั้น กงสุลจะไม่ให้ผ่านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ

      มองความผิดพลาดของเพื่อนคุณแล้วกลับมาเตรียมตัวเอง … ข้อ 1 ผมเห็นด้วยที่คุณจะทำ แต่ข้อ 2 ผมว่าไม่จำเป็นถึงกับขั้นต้องเขียน Essay แต่บอกได้ว่าเราต้องการไปฝึกภาษาเพื่อจะมาใช้ในงานที่ทำ อาจจะบอกว่าจะทำงานในโรงแรม ซึ่งต้องมีพื้นฐานด้านภาษาที่ดี แต่การไปเรียนคอร์สแค่ 3-6 เดือน ผมว่ามันดูส่อว่าจะแอบไปเป็นโรบินฮู้ดซะมากกว่า การเรียนภาษานี่ใช้เวลาครับ โดยเฉพาะถ้าพื้นฐานไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าจะเรียนเพื่อไปใช้ทำงานเพราะภาษาเราไม่ดี แต่จะไปแค่ 3-6 เดือน มันดูแปลกๆ ครับ

      อีกวิธีนึง ผมว่า ทำไมไม่ลองไปดูบ้านใกล้เรือนเคียงบ้างล่ะ? ออสเตรเลีย หรือ ประเทศที่ไม่ใช่พวกฝรั่งมังค่าแต่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการแบบมาเลเซียก็ได้นะครับ พวกนี้หลักสูตรดีๆ ก็เยอะ

      • BiBi says:

        ขอบคุณคุณกาฝากมากนะคะ ตอบเร็วมากๆ เก็บไปนั่งคิดอยู่หลายวันก็คิดว่ายังพอมีหวังอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนประเทศเป็นตัวเลือกสุดท้ายนะคะ

        ตอนนี้คิดว่าจะเปลี่ยนเป็นไปเรียนแถบ L.A. พร้อมกับหลักฐานที่แน่นกว่าเดิม และระยะเวลาเรียนเพิ่มขึ้น ได้ไม่ได้ก็ทำใจไว้แล้วล่ะค่ะ

        ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^

        • kafaak says:

          สู้ๆ ครับ
          ผมเคยคุยกับท่านทูตคริสตี้ เคนนีย์ ทางทวิตเตอร์ ตอนที่ผมกำลังกรอก DS-160 (เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี Social Media มันดีนะครับ เราเข้าถึงคนระดับนี้ได้ง่ายๆ ไม่ยากเลย และหลายๆ ท่านก็พร้อมที่จะพูดคุย ลงมาสัมผัสกับเราด้วย เช่นท่านทูตสหรัฐท่านนี้เป็นต้น) ท่านบอกว่า % อนุมัติวีซ่าปีก่อนนี้อยู่ที่แปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ

  38. ole says:

    คุณ kafaak รบกวนสอบถามบ้างนะค่ะ พอดีจะเดินทางไปอเมริกาเหมือนกันเคยไปสัมภาษณ์แบบไปท่องเที่ยวแล้วแต่ไม่ผ่านนะค่ะ แต่จะยื่นอีกรอบแต่จะทำแบบไปเยี่ยมญาติ หรือ ไปส่งญาติ ได้รึป่าวค่ะรบกวนหน่อยค่ะ

    • kafaak says:

      น้องที่ผมรู้จักคนนึง เคยสัมภาษณ์ไม่ผ่าน แล้วรีบยื่นเรื่องของใหม่ ด้วยวัตถุประสงค์เดิม แต่เตรียมเอกสารให้พร้อมมากขึ้น และสมเหตุสมผลมากขึ้น ครั้งต่อมาก็สัมภาษณ์ผ่านครับ
      ดังนั้น ไม่เกี่ยวกับว่าจะไปแบบไหนครับ ผมแนะนำว่า ตอบไปตามจริงดีที่สุด แต่เตรียมเอกสารที่เหมาะสมครับ เช่น ถ้าจะไปเที่ยว ก็ต้องมีแผนการเที่ยว จะไปรัฐไหน กี่วัน พักประมาณแถวไหน จะกลับเมื่อไหร่ มีเอกสารรับรองเงินเพื่อให้มั่นใจว่ามีตังค์จับจ่ายใช้สอย เอาตัวรอดได้ตามระยะเวลาที่เราจะไปครับ

  39. lin says:

    เรียน สอบถามค่ะ
    พอดีจะไปสัมนา ได้รับหนังสือเชิญมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาจะไปด้วยกัน 6 คนค่ะ สอบถามว่า
    1. เรากรอก ds 160 เพียงชุดเดียวใช่ไหมค่ะ เราจะtick ผู้ร่วมเดินทางและadd ชื่อเข้าไปใช่ไหมค่ะ
    2. ส่วนการไปนัดสัมภาษณ์เราจะซื้อpin คนละpin แล้วก้อนัดสัมภาษณ์เป็นคนๆไป หรือสัมภาษณ์เป็นกลุ่มได้ เวลาเข้าไปขอusername ใช้ id ds60 เลขเดียวกันหมดทุกคนใช่ไหม
    3. เราจ่ายค่าทำวีซ่าแค่ชุดเดียวใช่ไหมค่ะ
    4.กรณ๊ต้องการสัมภาษณ์ด่วน ใช้ Request to Expedite a Non-Immigrant Visa Appointment ต้องทำจดหมายชุดเดียวใช่ไหมค่ะหรือว่าต้องแยกเป็นคนๆไป
    ขอบคุณค่ะ ช่วยกรุณาตอบให้ด่วนด้วยค่ะ

    • kafaak says:

      ขอตอบเป็นข้อๆ แบบนี้นะครับ

      1. ผู้ยื่นขอวีซ่าแต่ละคน ต้องกรอก DS-160 ของตัวเองครับ (เพราะมีเรื่องต้องอัพโหลดรูปด้วย) มันจะมีช่วงที่ขอข้อมูลการเดินทาง ซึ่งเราจะระบุว่าเดินทางไปเป็นกลุ่มขององค์กร แล้วเราก็ระบุไปว่าไปกับใครบ้าง แต่มันจะไม่เกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าแต่อย่างใด

      2. การนัดสัมภาษณ์ ถ้าเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นญาติโดยตรง (สามี-ภรรยา-พ่อ-แม่-ลูก) สามารถใช้ PIN เดียวเพื่อขอนัดพร้อมๆ กันได้ แต่ว่าถ้าเป็นกรณีของคุณ ก็ต้อง PIN ใครก็ PIN ใครครับ แต่ไปเปิดเว็บเพื่อนัดเวลาสัมภาษณ์ใกล้ๆ กัน หรือเวลาเดียวกันได้

      3. ค่าทำวีซ่า คนละ 4 พันกว่าบาท ตามที่ผมบอกนั่นแหละครับ … ไม่ใช่ชุดเดียว (ไปกี่คน คูณเลยครับ)

      4. ถ้าต้องการสัมภาษณ์ด่วน … อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าต้องทำแยกเป็นคนๆ ไป หรือเป็นชุดเดียว แต่ความเห็นของผม ทำเป็นคนๆ ไปดีกว่าครับ

  40. lin says:

    สอบถามอีกครั้งค่ะ
    พอดีเข้าไปดูในเวปสถานทูต
    “ฉันจะเดินทางพร้อมครอบครัวหรือเดินทางเป็นหมู่คณะ ฉันสามารถสร้างแบบฟอร์มการสมัครสำหรับครอบครัวหรือแบบฟอร์มการสมัครเป็นกลุ่มได้หรือไม่”

    ได้ บนหน้า “ขอบคุณ” (“Thank you” page) ท่านจะเห็นตัวเลือก (option) ในการสร้างแบบฟอร์มการสมัครสำหรับครอบครัวหรือสำหรับกลุ่ม (create a family or group application) เมื่อท่านกดเลือกตัวเลือกนี้แล้ว ข้อมูลบางประการบนแบบฟอร์มการสมัครของท่าน เช่น จุดหมายการเดินทาง จะถูกส่งไปที่แบบฟอร์มใหม่โดยอัตโนมัติ โปรดทราบว่าหากท่านใช้ตัวเลือกนี้ท่านจะต้องสร้างแบบฟอร์มการสมัครให้แก่สมาชิกในครอบครัวทุกคนที่จะเดินทางพร้อมกับท่านหรือสร้างแบบฟอร์มการสมัครให้แก่บุคคลที่จะเดินทางเป็นหมู่คณะร่วมกับท่าน”
    จากที่ถามไปเมื่อวานนี้ ถ้าดูตามแบบฟอร์ม หน้า thank you page อยู่ตรงpart ไหนค่ะ

    • kafaak says:

      น่าจะเป็นตอนจบครับ มันไม่ใช่การทำใบสมัครใบเดียวเพื่อทุกคน แต่เป็นการสร้างใบสมัครใหม่ แต่เอาข้อมูลบางอย่างที่หากเป็นการไปเป็นหมู่คณะแล้วจะตอบเหมือนๆ กัน มากรอกให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากรอกให้วุ่นวายตามที่เขาบอกครับ

  41. Thidakaew says:

    ขอบคุณ คุณkafaak มากนะค่ะเขียนดีมากและละเอียดจริง-จริง มีเรื่องรบกวนถามว่า
    เอกสารทุกอย่างที่เตรียมเช่น ทะเบียนสมรส ใบสูติบัตรลูก ทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนการค้า statement ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วให้กงสุลที่ถนนแจ้งวัฒนะรับรองก่อนหรือเปล่าค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • kafaak says:

      ไม่จำเป็นนะครับ เพราะผมก็ส่งเอกสารภาษาไทยไป เพราะต้องสแกนตัวจริง สำเนาตัวจริงครับ (ที่สถานทูตเขาก็มีคนไทยเยอะอยู่แล้ว กงสุลก็พูดไทยได้นะครับ) แต่พวกเอกสารรับรองจากบริษัทอะไรพวกนี้ หรือ Statement ก็เป็นอังกฤษได้ก็จะดีครับ

  42. หยก ค่ะ says:

    สวัสดีค่ะ ดิฉันจะสัมภาษณ์ ในวันที่ 2 มกราคม 2556 นี้ ค่ะ ดิฉันได้สมัครครั้งแรกเป็น วีซ่าท่องเที่ยว ค่ะ แต่ไม่ผ่านค่ะ เขาบอกว่า ดิฉัน ยื่นวีซ่า ผิดประเภท ค่ะ เขาแนะนำให้ไป ยื่นวีซ่า คู่สมรส ค่ะ เพราะว่า ดิฉันได้แต่งงาน ในวันที่ 25 ธันวาคม 2554 แต่ไปยื่นวีซ่า ท่องเที่ยว เพื่อที่จะไป เยี่ยม บ้าน และ ลูกๆ ของสามี ก่อน ถึงจะยื่นวีซ่าคู่สมรส แต่ กลับถูกปฎิเสธ ค่ะ อยากทราบว่าจะมีผล กับการ สัมภาษณ์ ครั้งที่ 2 ไหมค่ะ ?? เพราะดิฉันกับสามี มีเจนตนา อยากจะไปอยู่ใกล้ชิดกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไป อยู่เป็นเพื่อนสามี ไปทำอาหารให้สามีทานทุกวัน เราสองคนอยากใช้ชีวิต อยู่ด้วยกันมากค่ะ สามีเขาอยู่คนเดียวค่ะ เขาบอกว่า เขาเหงามาก อยากให้ดิฉันไปอยู่ด้วย สามีของดิฉัน เขาอายุ 73 ปี แล้วค่ะ แต่ตอนนี้ ยังดูแข็งแรงดีอยู่ค่ะ ดิฉันอายุ 41 ปี อยากจะถามว่า จะมีปัญหา ทำให้ไม่ผ่านไหม ค่ะ ?? แต่ดิฉัน รัก และ จริงใจ ต่อเขามากค่ะ เขาเป็นคนนิสัยดีมากค่ะ อยู่ใกล้แล้วอบอุ่นใจ มีความสุขมากค่ะ ดิฉันอยากจะถามว่า ส่วนใหญ่เขาจะถามเกี่ยวกับอะไรบ้างค่ะ และ ดิฉันจะต้องเตรียมเอกสารอะไรไปบ้าง ??? การแต่งกายจะต้องเป็นแบบไหนค่ะ ??? ปัจุจบันนี้ ดิฉันไม่ได้ทำงานค่ะ เป็นแม่บ้าน และ เป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดนาป่าพง อยู่ พอแต่งงาน ก็ไปช่วยงานวัดน้อยลงค่ะ ดิฉันอยู่กับพ่อแม่ และครอบครัวพี่ชาย ค่ะ ประวัติส่วนตัวเคยเป็นดารา นักแสดงค่ะตอนอายุ 19 ปี ค่ะ แต่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากค่ะ เพื่อนๆมีชื่อเสียงหลายคนแล้วค่ะ ขอโทษนะค่ะ ที่เล่าประวัติให้ฟัง เพราะว่า อาจจะมีผลต่อการแนะนำที่ ดิฉันจะต้องไปสัมภาษณ์ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ โปรดเมตตาด้วยค่ะ จะรอคำตอบนะค่ะ ขอขอบพระคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะค่ะ ขอให้โชดดี และมีความสุข มากๆ นะค่ะ

  43. หยก ค่ะ says:

    สวัสดีค่ะ ดิฉันจะไปสัมภาษณ์ ใน วันที่ 2 มกราคม 2556 นี้ อยากจะ ถามว่า จะ ต้อง เตรียมตอบคำถามอะไรบ้าง ค่ะ ??
    ดิฉัน ยื่นวีซ่าคู่สมรส ค่ะ โปรดกรุณาตอบดิฉันด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัว ผมไม่มีประสบการณ์เรื่องวีซ่าคู่สมรสครับ อาจจะไม่สามารถตอบคำถามได้ถูกต้องนัก … แต่ผมจะขอตอบคำถามบางข้อที่คุณถามก่อน และขอถามอะไรบางอย่างเพื่อความแน่ใจ

      ที่คุณถามว่าการสัมภาษณ์ไม่ผ่านคราวก่อนจะมีผลกับครั้งที่สองไหม คำตอบของผมคือ “ไม่” ครับ เพื่อนของผมก็เจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว และครั้งที่สองก็สามารถขอผ่านได้ในที่สุด (ครั้งแรกเพราะเอกสารที่ยื่นมันไม่สอดคล้องกับเหตุผล)

      ทีนี้มาถึงกรณีของคุณบ้าง … วีซ่าที่คุณยื่น ในกรณีที่คุณแต่งงานกับชาวอเมริกันนั้น คุณต้องไปยื่นของ Immigrant Visa for a Spouse of US Citizen ครับ เป็นประเภท IR1 หรือ CR1 ซึ่งจะมีกระบวนการยุ่งยากกว่าวีซ่าท่องเที่ยว เพราะต้องกรอกใบคำร้อง I-130 (Immigrant Petition for Alien Relative) ด้วย และใช้แบบฟอร์ม DS-230 (ไม่ใช่ออนไลน์ … แต่หาก I-130 ได้รับการอนุมัติในสหรัฐ จะต้องกรอก DS-260 แบบออนไลน์แทน)

      รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร และสิ่งที่คุณต้องเตรียม (ซึ่งมากกว่าแบบท่องเที่ยว) ให้อ่านจากเว็บต่อไปนี้ดูครับ

      http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_1315.html
      http://travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_5164.html
      http://travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_5164.html

      • หยก ค่ะ says:

        ดิฉันขอบพระคุณมากนะค่ะ ตอบมาเร็วมากค่ะ

        ขอถามอีกนะค่ะ ดิฉันจะตอบคำถามเจ้าหน้าที่เป็นภาษาไทยดีไหมค่ะ หรือ ต้อง ตอบเป็นภาษาอังกฤษ ค่ะ ตอนนี้ พยายามฝึกทุกวันเลยค่ะ แต่ ตอนนี้ พอพูดได้ นิดหน่อย ค่ะ เกรงว่าถ้าตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ จะ สื่อสารไม่ดีพอค่ะ ถ้าเป็นภาษาไทย จะ ตอบได้เข้าใจมากกว่าค่ะ
        จะมีผลกับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ไหมค่ะ ถ้าดิฉันเลือกที่จะพูดไทย
        ขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ ขอให้โชดดี และ มี ความสุขมากๆนะค่ะ

        • kafaak says:

          สามีของคุณพูดไทยได้เก่งไหมครับ? ถ้าเก่ง ก็ไม่น่ามีปัญหา (อ้างได้ว่าคุยกับสามี ที่แม้จะเป็นคนอเมริกัน แต่ก็พูดไทยได้คล่อง)
          กงสุลพูดไทยได้อยู่แล้ว การตอบเป็นภาษาไทยไม่ใช่ปัญหามากครับ … ถ้าได้กงสุลผู้หญิงน่าจะโชคดี (ตอนผมไปสัมภาษณ์ กงสุลหญิงอารมณ์ดีทุกคน ใจดีมาก)

          • หยก ค่ะ says:

            สวัสดีค่ะ สามีดิฉัน พูดภาษาไทยไม่ได้ค่ะ เราสองคนติดต่อกันทางอีเมล์ และ พูดกันทางโทรศัพท์ ค่ะ ส่งอีเมล์ ทุกวัน ค่ะ
            โทรศัพท์ เป็นประจำ ค่ะ แต่ ฟังศัพท์ เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างค่ะ แต่พอรู้เรื่องค่ะ ส่วนอีเมล์ ก็ใช้ Google Translate ช่วยทุกครั้ง ค่ะ ภาษาอังกฤษก็ไปเรียนของบิชติช อเมริกัน ก็ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ แต่ ก็ต้องฝึกอีก บ่อยๆ เลยค่ะ บางที ก็ลืมค่ะ
            คำถามก็คือ ดิฉันต้องตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ ใช่ไหมค่ะ ???? จะดูน่าเชื่อถือกว่าใช่ไหม เกี่ยวกันไหมค่ะ
            สามีดิฉันเขาจะจ้าง คนมาฝึกให้ฉันตอบคำถามเกี่ยวกับคำถามการสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษ ค่ะ ใช้เงินจำนวนมาก แต่ไม่รับประกันว่าฉันจะผ่านหรือไม่ผ่านค่ะ ดิฉันได้ตอบสามีไปว่า ไม่จำเป็นต้องไปจ้าง เสียดายเงินแทนสามีค่ะ เรียน 15 ชั่วโมง เพราะดิฉันก็ฝึกการตอบสัมภาษณ์มา จะ 1 ปี แล้วค่ะ เป็นคำถามเกี่ยวกับสามี และ ตัวเอง ค่ะ จำได้ดีค่ะ แต่ ถ้าตอบเป็นภาษาอังกฤษก็จะ ช้า และ บางทีก็ลืมค่ะ5555! ขอคำแนะนำนะค่ะ ดิฉันควรจะ ไปเรียนตามคำขอของสามีไหมค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกว่า ไปเรียนก็มีแต่คำถามเดิมที่เกี่ยวกับสามี เพียงแค่ดิฉันต้องขยันท่อง ฝึกจำคำถาม และคำตอบ ให้ดี จะได้ตอบได้ และคล่องมากขึ้น คุณกาฝาก มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างค่ะ กรุณาช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ขอบพระคุณมากๆๆนะค่ะ รอคำตอบอยู่นะค่ะ

          • kafaak says:

            อย่างที่บอกว่า ผมไม่มีประสบการณ์เรื่องการขอวีซ่าคู่สมรส ผมก็เลยอาจจะตอบคำถามไม่ได้ครบนะฮะ
            แต่ในกรณีแบบนี้ ผมเดาว่า การตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วบ้าง น่าจะช่วยได้เยอะมาก (โดยส่วนตัว ผมดูแล้วมันจะแปลกๆ หากเป็นสามีภรรยากัน แต่สื่อสารกันไม่ได้) และที่สำคัญที่สุด คือเรื่องข้อมูลของสามีคงต้องปึ้กมากๆ เพราะทางโน้นก็จะกลัวการแต่งงานกันหลอกๆ เพื่อแลกกับวีซ่าครับ

  44. Moofamily says:

    ไปสัมมาที่อเมริกาคะ เดินทางไปด้วยกัน 3 คน โดย 1 ในนั้นคือคุณสามี. เราแต่งงานกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส. ควรเลือกสถานะเป็น Single หรือ Common Law Marriage ดีคะ (ทะเบียนบ้าน อยู่บ้านเดียวกัน)

    • kafaak says:

      แต่งงานโดยไม่จดทะเบียน ต้องเลือกเป็น Common Law Marriage ครับ (บางรัฐของสหรัฐอเมริกา ถือว่าการแต่งงานแบบนี้ก็ถูกกฎหมาย)

      • moofamily says:

        กำลังงงกับการกรอกแบบฟอร์ม online คือ
        – กรอกให้ตัวเองก่อน แต่คำถามเรื่อง travel plan ถามแค่วันเดินทางไปถึง จำนวนวันที่จะอยู่ รายละเอียดอื่นๆ ไม่มีถาม
        – education ไม่มีให้กรอก ข้ามไปเลย
        – ประวัติการทำงาน ก็ไม่มีให้กรอก มีให้กรอกแต่งานปัจจุบัน

        พอกรอกขอตัวเองเสร็จ ก็ไปกรอกให้คุณสามี ทุกข้อที่เราไม่ได้กรอก ของคุณสามีถามหมดเลย เลยกลับไป recheck ของตัวเองอีกที ก็ยังไม่มีให้กรอก อย่างนี้ควรทำอย่างไรคะ

        • moofamily says:

          เพิ่มเติม ประเทศที่เคยไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีให้กรอกเช่นกัน

          • kafaak says:

            ตรงส่วนของประเทศที่เคยไปในช่วง 5 ปี ก็มีให้กรอกเช่นกันนะครับ ผมยืนยันเลย

        • kafaak says:

          ขออภัยที่ตอบช้านะครับ ผมไปอยู่ที่น้ำหนาวมา 2 วัน แหะ แหะ … ขอตอบคำถามดังนี้

          – เรื่อง Travel Plan นั้น ถ้าเรามีแผนการเดินทางที่แน่ชัด แล้วเราระบุไป เราก็จะกรอกได้ว่าจะไปเมื่อไหร่ กลับวันไหน จะไปลงที่เมืองไหน แล้วเวลากลับจะเดินทางกลับจากเมืองไหน และจะแวะไปเมืองไหนบ้าง มันมีให้กรอกแค่นั้นจริงๆ ครับ
          – เรื่อง Working/Education/Training มี section นี้ให้กรอกนะครับ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบอกว่าไม่มี (ถ้าจะกรอกประวัติการศึกษาในคำถามส่วนของ Work/Education/Training > Present คุณต้องเลือก Primary Occupation เป็น STUDENT นะครับ)
          – ในส่วนประวัติการทำงาน ในหัวข้อ Work/Education/Training จะให้กรอ Primary Occupation ซึ่งเป็นอาชีพปัจจุบัน (เลือกสายอาชีพให้เหมาะสมด้วย) พอกรอกเสร็จ คลิก Next แล้ว จะมีคำถามว่า Were you previously employed? ถ้าเราตอบว่า Yes มันถึงจะขึ้นให้กรอก

          แน่ใจไหมครับ ว่าเลือกกรอกได้ถูกต้องทั้งหมด?!?

  45. พระจันทร์ says:

    สวัสดิ์ดีค่ะ คุณKafaak
    คุณแม่อยากให้ไปอยู่กับป้า(ถือกรีนการ์ด)ที่อเมริกา จะไปหลังเรียนจบค่ะ ไปประมาณ 5-6ปี (จะไปแบบรวดเดียวเลย5-6ปีเลยเพราะเป็นช่วงที่รอน้องชายเรียนจบมหาลัยแล้วหนูจะกลับมาช่วยงานที่บ้านต่อ)

    ไปส่วนหนึ่งก็เพื่อภาษาส่วนเรียนโทต่อที่อเมริกาก้ยังไม่พร้อมด้านภาษาและหามหาลัย แต่ถ้าสามารถปรับตัวด้านภาษาได้ไว้ก็จะเรียนต่อ(กลัวมากเวลาอ่านหนังสือทำรายงาน)

    ถ้าจะไปอยู่นานก้อยากขอวีซ่าแบบที่สามารถหางานพาร์ทไทม์หรือสมัครงานเพื่อเป็นค่าขนมใช้จ่ายส่วนตัว ไม่อยากพลานเงินแม่ :[ เพราะเท่าที่ทราบถือวีซ่าท่องเที่ยวไปสมัครงานถือว่าผิดกฎหมาย

    ถ้าไปสัมภาษณ์แล้วบอกเหตุผลแบบนี้จะผ่านไหมค่ะ เป็นความจริงนะจะกลับมาจริงแต่แค่ไปนานT^T

    อยากทราบว่าต้องขอวีซ่าแบบไหนค่ะ B1 B2?
    สามารถขอไปแบบรวดเดียว 5-6 ปีเลยได้มั้ยค่ะ (ไปๆกลับๆเปลือง)
    ไม่อยากไปtrainingกับเอเจ้นเท่าไหร่เพราะก้ไม่ต่างจากไปอยู่คนเดียวที่อเมริกาดีหน่อยแค่ช่วยติดต่อสมัครงานให้
    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • พระจันทร์ says:

      ไม่ใช่trainning >< เป็น internship คล้ายๆ work and travel

    • kafaak says:

      ไป 5-6 ปี ผมว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ยกเว้นจะขอ VISA แบบทำงาน (เต็มเวลา) แล้วมี Work Permit จากนายจ้าง (พูดง่ายๆ ต้องได้รับการจ้างงานก่อน แล้วให้ทางโน้นทำเรื่องให้)
      ผมแนะนำว่าไปลองหาดูว่ามี VISA สำหรับคนทำงานแบบไหน ที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณบ้าง ดูที่เว็บนี่ (คลิก) (แต่ผมลองดูแล้วไม่เห็นจะมีแนว Internship นะ … ถ้าจะมีจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็น Intra-company transferees แบบว่า Intern เฉพาะในบริษัท)

      ที่คนไทยทำกันจริงๆ ส่วนใหญ่ (ก็รู้ๆ กันอยู่) คือ ขอเป็น VISA นักเรียน (แบบนี้อยู่ได้นานหน่อย) แล้วแอบทำงานไปด้วย (เลือกทำได้ไม่กี่อย่าง) … ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ผมว่าพวก Agency น่าจะคล่องเรื่องแบบนี้มากกว่าผมครับ

      • พระจันทร์ says:

        ขอบคุณมากค่ะ
        internship ขอวีซ่านักเรียนแรกเปลี่ยนค่ะ J1 ประมาณนี้ สำหรับนศ อยากฝึกงาน เน้นเป็นทำงาน โรงแรม โชคดีเรียนการโรงแรม ก้คงต้องวิธีนี้แล้วค่ะ ไปช่วงสั้นก้ยังดีกว่าไม่ได้ไป ><

        • kafaak says:

          ถูกครับ ถ้าไปยาวๆ เขาจะมองว่าคุณจะไปอยู่ที่นั่นเลย คงหมดโอกาสแน่นอน ปกติคนไทยจะเน้นใช้วีซ่านักเรียน แล้วหาเรื่องเรียนต่อไปเรื่อยๆ ครับ

  46. เบิ้ม says:

    สวัสดีครับ
    มีเรื่องรบกวน เกี่ยวกับความสนใจไปทำงานในอเมริกาครับ แต่ขอให้ข้อมูลก่อนครับ
    1.ผมต้องการสมัครงานด้าน IT ที่ New York City และต้องการ Apply ทั้งครอบครัว (พ่อ แม่ ลูกชายเป็นเด็กเล็ก 2 คน)
    2.พ่อ แม่ ของแฟนเขาอยู่ที่ New York อยู่แล้ว แต่ไปแบบ Robin hood ตอนนี้กำลังรอใช้สิทธิอยู่เพราะเขาไปคลอดน้องแฟนที่โน่น (ตอนนี้ยังไม่ได้)

    ผมต้องขอ Visa แบบนี้ดีครับ หรือถ้าบริษัทที่สมัครไปตอบกลับ เขาจะ Apply ครอบครัวหรือเปล่า หรือแต่ละคนในครอบครัวต้องขอ Visa type ที่ต่างกันครับ รบกวนครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าอีกครั้งครับ

    • kafaak says:

      ไปทั้งครอบครัว เกรงว่าจะขอ Visa ไม่ผ่านเอานะครับ กรณีของไปทำงานที่ NYC นั้น ถ้ามีบริษัทรับคุณแล้ว ให้เขาทำเรื่องเพื่อด้วยฟอร์ม I-129 กับ USCIS ก่อนครับ เพื่อจะได้ขอ Non-immigrant Visa สำหรับ Workers ให้กับคุณ ตรงนั้นเขาน่าจะแนะนำคุณได้ว่าจะต้องขอ Visa แบบไหน

      ทีนี้พอบริษัทเขารับทำงานแล้ว และแนะนำ Visa Type ให้คุณแล้ว ครอบครัวของคุณ (ภรรยาและลูกๆ เท่านั้น พ่อแม่ไม่เกี่ยวนะ) จะต้องยื่นขอ Visa แบบเดียวกันด้วย แต่คุณต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าคุณจะสามารถเลี้ยงดูภรรยาและลูกๆ ได้ (เพราะเขาจะไม่ให้ภรรยาและลูกๆ ของคุณทำงาน) ซึ่งนั่นหมายความว่า เงินเดือนของคุณต้องมากเอาเรื่องละครับ

      • เบิ้ม says:

        ขอบพระคุณมากครับ อาจต้องลองสอบถามเขาดู แต่หากไปเฉพาะครอบครัว มีผม แฟน และลูก 2 คน (ช่วงแรกอาศัยพ่อ แม่แฟนอยู่ไปก่อน) ไม่แน่ใจว่าจะได้หรือเปล่า อาจต้องลองดู อย่างไรขอบพระคุณอีกครั้งที่ให้คำแนะนำครับ

        • kafaak says:

          ต้องลองดูครับ แต่ที่สหรัฐเขาเปิดโอกาสให้ … ปัญหาอยู่ที่ คุณจะมีรายได้มากพอที่ทางกงสุลจะเชื่อว่าคุณจะเลี้ยงดูภรรยาและลูก 2 คนได้หรือไม่มากกว่าครับ

  47. namisnuzs says:

    คุณ kafaak ค่ะอยากจะถามว่าถ้าแบบจะไปเรียนภาษาที่ las vegas 2 คนเป็นพี่น้องกัน 1 คนเรียน 3 เดือนอีก 1 คนเรียน 6 เดือนอะค่ะ ไม่ทราบว่า statement นี่ถ้าให้คุณน้าที่มีฐานะทางการงานที่มั่นคงและเป็นญาติที่เป็นสายเลือดเดียวกันเป็น sponser ได้ไหมค่ะ? แล้ว statement นี่ดูยังไไงอะค่ะ? ที่ว่าดูย้อนหลัง1 ปีนี่คือรายรายจ่ายตลอด 1 ปีต้องมีรายการเข้าออกประมาน 1 ล้าน? หรือว่า ตอนนี้ต้องมีประมาน 1ล้าน? คืองงมากเลยอะค่ะ

    • kafaak says:

      ใครจะเป็นสปอนเซอร์ไม่ใช่ปัญหาครับ แต่แนะนำว่า Statement ควรจะอยู่ในชื่อของคนที่จะไป (ถ้าไปหลายคน อาจจะอยู่ในชื่อคนเดียวกันก็ได้ ถ้าเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน)
      ส่วนเรื่องการดู … ให้ดูยอดเงินที่เหลือเลยครับ ไม่เกี่ยวกับการหมุนเวียน เพราะเขาต้องการดูว่า “คุณมีเงินพอที่จะส่งเสียเรื่องค่าเรียนค่ากินอยู่ไหม?” น่ะครับ

  48. Nongaey says:

    สวัสดีค่ะคุณ kafaak ค่ะ รบกวนปรึกษาคือ ต้องการไปเที่ยวหาพี่ชายที่ชิคาโก้ โดยพี่ชายจะทำหนังสือรับรองมาให้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคุณแม่/คุณพ่อออกค่าตั๋วเดินทางให้ ส่วนที่พักกับค่าใช้จ่ายที่อเมริกาพี่ชายดูแล สำหรับคุณแม่ไม่ได้ฝากเงินเข้าแบงค์ก็เลยจะไม่มีบัญชีแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู แต่มีแหล่งที่มาของรายได้คือมีห้องพักรายเดือนให้เช่า ส่วนคุณพ่อเป็นข้าราชการบำนาญ มีบัญชีแสดงให้ดูได้ และต้วดิฉันเอง เมื่อประมาณปี 47-54 เป็นพนักงานบริษัทฯ มีหนังสือรับรองการผ่านงาน ช่วงปี 55 ลาออกมาดูแลแม่ที่พักฟื้นหลังผ่าตัด ตอนนี้คือเริ่มทำงานที่บ.อีกแห่งหนึ่ง โดยบ.สามารถออกหนังรับรองการทำงานให้ได้ และมีบัญชีแสดงเงินออมหกหลัก(แต่เพิ่งเปิดบัญชีเมื่อต้นปีนี้เอง) และเป็นเจ้าของห้องเช่าที่ต่างจังหวัด มีหลักฐานทางอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อตัวเองเจ้าของ เป็นเจ้าบ้าน(ที่ต้องผ่อน) หากไปยื่นขอวีซ่าจะติดปัญหาอะไรเปล่าค่ะ คือวางแผนจะไปช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ค่ะ ประมาณ 10 วันเองอ่ะ กังวลใจเรื่องการขอวีซ่ามากๆๆๆค่ะ

    • kafaak says:

      ก่อนอื่น คุณมีบัญชีเงินออมที่มีเงินอยู่ในนั้น 6 หลักแล้ว ใช้อันนั้นก็ได้ครับ (อาจจะต้องอธิบายหน่อยเรื่องการเปิดบัญชีต้นปี … ซึ่งก็เท่ากับเพิ่ม 5 วันเอง) บัญชีเงินคนอื่นไม่มีผลอะไรกับการขอวีซ่าครับ … เรื่องตั๋วเขาจะไม่ถามอยู่แล้วว่าใครออกให้ เพราะตั๋วมันต้องจ่ายก่อนอยู่แล้ว สิ่งที่เขามองคือ คุณมีเงินพอที่จะไปใช้จ่ายตอนอยู่ที่นั่นหรือไม่มากกว่า … ตอบไปในวีซ่าว่าไปเยี่ยมพี่ชาย และให้พี่ชายช่วยทำหนังสือรับรองเรื่องการให้ที่พักกับค่าใช้จ่ายระหว่างเที่ยวให้ … มีแผนกำหนดการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ระบุที่อยู่ของพี่ชายให้ชัดเจน (เขาจะได้มั่นใจว่าจะตามตัวได้ง่าย หากพบว่าคุณยังไม่กลับออกจากประเทศ) ก็น่าจะ OK ครับ

      ใจเย็นๆ การขอวีซ่าสหรัฐแม้จะเข้มงวด แต่ไม่ได้ขอยากเย็นอะไรครับ

      ปล. ลองคิดเพิ่มหน่อยว่ามีอะไรที่ช่วยยืนยันเขาได้มากกว่านี้ไหม ว่าเรากลับมาไทยแน่ๆ … จะช่วยได้อีกเยอะ

      • Nongaey says:

        ขอบคุณมากค่ะคุณกาฝากที่ช่วยตอบให้ หลักฐานที่คิดว่าจะเพิ่มเติมให้เขามั่นใจว่าเราจะกลับมาแน่นอนคิดว่า น่าจะมี 1.ทะเบียนสมรส (จดทะเบียนมาได้ประมาณ2ป๊) 2.โฉนดที่ดินที่มีชื่อเราเป็นเจ้าของที่ประมาณ 10 ไร่ 3.ภาพห้องพักที่เราเป็นเจ้าของซึ่งเปิดใช้เช่ารายเดือน พร้อมทะเบียนบ้านห้องเช่า 4.ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องรับผิดชอบที่เมืองไทย (บ้าน,รถ,บัตรเครดิต)
        รายละเอียด เพิ่มเติมประมาณนี้น่าจะพอได้รึเปล่าค่ะ ส่วนรายละเอียดที่พักและแผนการท่องเที่ยวพี่ชายจะส่งมาให้ค่ะ (พี่ชายทำงานสถานทูตไทยที่โน้น) ดิฉันขอวีซ่าที่เชียงใหม่ น่าจะดำเนินการช่วงเดือน ก.พ. นี้ หากจะไป เม.ย.56 คุณกาฝากคิดว่าจะทันการหรือไม่ค่ะ เพราะไปกับเพื่อนต้องรอดำเนินการพร้อมกัน เรื่องตั๋วหากเรารอวีซ่าผ่านก่อนแล้วค่อยซื้อได้รึเปล่าค่ะ เพราะอ่านจากคำตอบคุณกาฝากแล้วเหมือนจะต้องซื้อตั๋วก่อนเลยค่ะ ขอบคุณ คุณกาฝากมากค่ะที่ช่วยตอบคำถาม 🙂

        • kafaak says:

          แบบนี้น่าจะโอเคครับ โดยเฉพาะหากมีหลักฐานด้วยว่าพี่ชายทำงานที่สถานทูตไทยที่โน่น น่าจะ OK เลย
          ผมแนะนำว่ารีบทำดีที่สุดครับ ตอนผมไป ผมสัมภาษณ์กลางเดือนเมษายน ไปกลางเดือนมิถุนายน … แต่ของแบบนี้ มันต้องดูฤดูกาลท่องเที่ยวด้วย ช่วงที่คนไปเที่ยวอเมริกากันเยอะ (ผมก็ไม่แน่ใจว่าช่วงไหน) มันจะจองเวลาสัมภาษณ์ยากมาก

          ตั๋วนี่ให้รอได้วีซ่าก่อนนะครับ ผมขออภัยหากคำตอบของผมทำให้เข้าใจผิด … แต่สิ่งที่คุณต้องมีคือ แผนการท่องเที่ยวครับ ดูกำหนดการบินก่อนเลย ว่าสายการบินนี้ วันที่เท่านั้นถึงเท่านี้ กี่โมง … แล้วนำมาเป็นแผนการคร่าวๆ ระบุตอนกรอก DS-160 เลย จะไปวันไหน ไปลงเมืองไหน พักที่ไหน แล้วเวลากลับ กลับจากเมืองไหน วันไหน อะไรแบบนี้

          ผลการขอวีซ่าเป็นยังไง รบกวนมาแชร์ด้วยนะครับ 🙂

          • Nongaey says:

            ขอบคุณคุณกาฝากมากค่ะ แบบว่าตอบได้รวดเร็วทันใจจริงๆ ผลวีซ่าเป็นยังไง เดือนหน้าป่ะกั๋นเน้อเจ้า ขอบคุณเจ้า 🙂

          • kafaak says:

            ป๊ะกั๋นเดือนหน้าๆ

  49. livelysunshine says:

    สวัสดีค่ะ ดิฉันมีคำถามเกี่ยวกับวีซ่าแต่งงานค่ะ ไม่ทราบว่าถามทางคุณ kafaak ได้ไหมคะ

    • kafaak says:

      แบบไหนครับ? ขอทราบรายละเอียด หากตอบไม่ได้ จะพยายามหาคำตอบมาให้

      • livelysunshine says:

        ดิฉันเริ่มรู้จักกับแฟนทางเวบไซต์หาคู่เวบหนึ่งค่ะ เมื่อเดือน ธ.ค. 55 หลังจากพูดคุยกันไม่กี่ครั้ง เราก็ยกเลิกจากเวบนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นอีเมล์ประมาณ 3 เดือน แล้วเริ่มใช้ั สไคพ์ทักทาย พูดคุยกันตลอดจนเราตัดสินใจคบหากันผ่านทางอินเตอร์เน็ท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และพูดคุยกัน 5-7 วันต่อสัปดาห์ ระหว่างนั้นเขาขอให้ไปร่วมงานรับปริญญา (เอก) ที่มหาวิทยาลัยที่เขากำลังจะจบในเดือน ม.ค. 56 (วันที่ 20 นี้ก็ควรจะเป็นวันรับปริญญา แต่ตอนนี้เขาเลื่อนไปเป็นกันยา เพื่อให้ดิฉันไปร่วมงานให้ได้) ดิฉันก็เตรียมสมัครวีซ่าท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายนเขามาเยี่ยมที่เมืองไทยและพบตัวจริงครั้งแรก และก่อนกลับเขาก็ไปเป็นเพื่อนในวันที่สัมภาษณ์วีซ่า แต่ปรากฎว่าวีซ่าไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่ถามข้อมูลฝ่ายชายอย่างเดียวแต่ดิฉันไม่ีได้เตรียมอะไรไปเลย เพราะคิดว่าเงินในบัญชีน่าจะพอ เพราะจะไปแค่ 14 วัน ดิฉันทำงานสอนพิเศษ เปิดสอนเองที่บ้าน รายได้ดีพอสมควร แต่ไม่ได้เตรียมเอกสารใดๆ เลย ไม่ได้จดทะเบียนสถานที่สอนด้วย แต่ไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องฝ่ายชายซะเยอะ คำถามแรกจากเจ้าหน้าที่กรองเอกสาร คือ ฝา่ยชายได้ทำ เค 1 ให้หรือยัง ดิฉันก็งงเลยค่ะ แต่ก็ส่ายหัวไป บอกว่าแค่จะไปงานรับปริญญาเท่านั้นเอง ตอนนั้นเราทั้งคู่ไม่ได้คิดมากมายว่าจะทำวีซ่าอะไรเป็นพิเศษ แต่ฝ่ายชายก็เคยบอกให้ทำวีซ๋าคู่หมั้นเลย แต่ดิฉันเองก็อยากให้เรารู้จักกันกว่านี้จึงขอทำวีซ่าท่องเที่ยว จนเราทำวีซ่าท่องเที่ยวแล้่วก็พลาดนี่แหละค่ะ วันนั้นเขาก็ขอให้จดทะเบียนกับเขาเลย (ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็บอกมาตลอดว่าเขาตัดสินใจมานานแล้วตั้งแต่ที่คุยกันใหม่ๆ ว่าเขาเลือกดิฉันเป็นคู่ชีวิต ) แต่เอกสารไม่ครบ ก็เลยไม่ได้จด เวลาเหลือไม่มากเราก็เลยไปเปิดบัญชีร่่วมไว้่ที่กรุงเทพ ก่อนเขากลับ เขากลับไปได้ 4 วันก็บอกดิฉันว่าเขาต้องการแต่งงานกับดิฉันจริงๆ ดิฉ้ันก็เริ่มหาข้อมูล ในเมื่อเขาจากไปแล้วแต่ยังยืนยันว่าเขายังรักดิฉันจริงจัง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเท่าที่ดิฉันทราบว่าเขาไม่มีก็คือ W -2 เพราะต้องย้อนหลัง 3 ปี แต่ที่ผ่านมานั้นเขามีรายได้ไม่พอที่จะจ่ายภาษี คือเขาเรียนปริญญาเอก ดิฉันก็เลยขอให้เขาไปหาเอกสารแสดงสิทธิ์รับมรดกจากพ่อเป็นบ้าน และที่ดินมา แต่มีบางส่วนที่ยังคงยังมีชื่อในพินัยกรรมรับที่ดินร่วมกับแม่เลี้ยง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจัดเตรียมเอกสารได้แค่ไหน ส่วนเรื่องงาน เขาก็ให้เพื่อนซึ่งเป็นว่าที่เจ้านายเขียนรายได้ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ รวมถึงงานที่จะได้รับมาทำระหว่างที่จะมาอยู่เมืองไทย เราทั้งคุ่ตัดสินใจว่าเดือนหน้าที่เขากลับมาเราจะจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วค่อยทำพิธีเล็กๆ แต่ค่อยแต่งแบบสมบูรณ์ในปีถัดไปขอเก็บเงินก่อน เราจะได้นำเอกสารสมรสมาขอ spouse visa… เราคิดว่าเราจะอยู่เมืองไทยด้วยกันจนกว่าดิฉันจะได้วีซ่า เท่าที่ดิฉันให้ข้อมูลมาทั้งหมดข้างต้น เรารู้จักตัวได้ 9 วัน แต่คุยกันทางสไคพ์ตลอดเกือบทุกวันเป็นเวลา 1 ปีกับ 1 เืดือนพอดีค่ะ การที่เราจะใช้วีซ่าแต่งงาน มีน้ำหนักพอหรือเปล่าคะทั้งด้านเอกสารและระยะเวลาที่คบกัน เราทั้งสองคนเข้ากันได้ดี และรักกันจริง โดยที่ไม่รู้สึกว่าเราต้องเหนื่อยใจใดๆ เลย แต่กำลังจะเหนื่อยกับเรื่องเอกสารนี่แหละค่ะ แล้วถ้าแต่งแล้วก็กะว่าจะมีลูกเลย ถ้าวีซ่ายังไม่ผ่านเราก็ต้องให้ลูกเกิดที่ไทย ฝ่ายชายเกรงว่าจะยุ่งยากเรื่องเอกสารลูกจึงอยากให้มีลูกที่ประเ่ทศอเมริกาบ้านเิกิดเขา พวกเราควรตัดสินใจอย่างไรดีคะ และอย่างที่กล่าวไ้ว้ว่าเขาอยากให้ดิฉันไปร่วมงานรับปริญญาเอกของเขาในเดือนกันยายนนี้ และถ้าเราอยู่ในช่วงยื่นวีซ่าแต่งงาน ดิฉันจะไปที่อเมริกาได้อย่างไร เขาให้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวซ้อนเข้าไปได้หรือเปล่าคะ ขอโทษนะคะที่ต้องอ่านเรื่องซะยาว แต่ดิฉันข้องใจจริงๆ ค่ะ และเราควรจะแสดงสิ่งใดเพิ่มเติมคะเพื่อพิสูจน์ว่าเราจริงจังกับการแต่งงานและคิดสร้างครอบครัวกัน เรารักกันค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂

        • kafaak says:

          กรณีของคุณ ปัญหาที่ไม่ผ่านรอบแรก น่าจะมาจากเรื่องวิธีการที่พวกคุณรู้จักกัน และการที่คุณไม่สามารถตอบข้อมูลใดๆ ของฝ่ายชายได้เลย … ประเด็นมันเป็นงี้ครับ รู้จักกันไม่นาน รู้จักกันผ่านเส้นทางแบบนั้น แล้วไม่รู้ข้อมูลฝ่ายชายเลย แต่จะไปอเมริกาหาเขาซะงั้น

          กรณีนี้ผมว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วนครับ

          1. ถ้าคิดว่าแค่จะไปเยี่ยมเขาในงานรับปริญญา จงมุ่งมั่นที่จะทำวีซ่าประเภทเดิม คือ วีซ่าท่องเที่ยว มีหลักฐานเรื่องเงินให้เรียบร้อย … อย่าเพิ่งรีบแต่งงาน (ไม่งั้นเดี๋ยวจะวุ่น) ทำความรู้จักกับฝ่ายชายให้มากกว่านี้อีกมากๆๆๆๆๆ จะได้ตอบกงสุลได้ว่า เขาเป็นใคร ทำไมเราถึงไปเยี่ยมเขา … เขารับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอะไร จบด้านไหน อะไรแบบนี้ รู้เกี่ยวกับฝ่ายชายให้มากที่สุด … ในขณะเดียวกัน ทำให้กงสุลเชื่อด้วยว่าไปแล้วจะกลับมา

          2. จากนั้นค่อยมาวางแผน … เขาเรียนจบแล้ว จะมาอยู่กับคุณที่ กทม จะแต่งงาน หรืออะไรก็ตามแต่ จดทะเบียนเรียบร้อย ค่อยไปทำเรื่องของ Immigrant Visa อีกที (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บของสถานทูตสหรัฐด้วย)

          • livelysunshine says:

            ขอบคุณค่ะ คุณ kafaak สำหรับคำแนะนำ เขาเรียนจบแล้วค่ะ แล้วกำลังจะกลับมาสิ้นเดือนนี้ เพื่อมาแต่งงานค่ะ ขอให้คุณโชคดีมีความสุขค่ะ

  50. JIbby says:

    สวัสดีค่ะ

    รบกวนถามนิดหนึ่งค่ะ ดิแนได้วัซ่าทำงาน 10 ปี ถ้าเราจะไปเที่ยวอเมริกา จะต้องยืนขอใหม่เป็นวีซ่าท่องเที่ยวไหมค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • kafaak says:

      ต้องดูว่า Type ไหนครับ … บางทีเขาให้แบบ B1/B2 เลย (ทำงาน + ท่องเที่ยว) ถ้าแบบนั้น ก็ใช้ได้เลย

  51. Narong says:

    ขอสอบถามครับ คือว่าน้องสาวผมได้ไปขอวีซ่าไปอเมกาและก็ได้มาแล้ว 3 เดือนครับตั้งแต่ 9ม.ค-9เม.ย แต่พอดีหมาลัยยังไม่ปิดจึงอยากจะขอเลื่อนเป็น 1มี.ค ถึง 30พค จะต้องทำอย่างไรครับ รบกวนด่วนหน่อยครับร้อนใจมากครับ

    • kafaak says:

      กรณีนี้ ต้องทำเรื่องขอวีซ่าใหม่ และต้องระบุเหตุผลไปครับว่าเพราะอะไร … แล้วถ้ามหาวิทยาลัยยังไม่เปิด จะรีบไปขอวีซ่าทำไมอ่ะครับ?

  52. bowlove says:

    สวัสดีค่ะดิฉันมีปัญหารบกวนถามคือว่าตอนนี้กำลังขอวีซ่าคู่หมั้นค่ะ แล้วคือดิฉันกรอกประวัติส่วนตัวแล้วใส่อาชีพเป็นรับจ้าง ส่วนแฟนของดิฉันเค้ากรอกรายละเอียดของดิฉันเป็นเจ้าของธุรกิจ อาชีพก็เลยไม่ตรงกันไม่ทราบว่าจะมีปัญหาในการสัมภาษณ์มั๊ยค่ะ รบกวนคุณkafaak ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    • kafaak says:

      อาจเป็นปัญหาได้ครับ กงสุลอาจจะถาม คุณต้องเตรียมคำตอบไว้ให้ดีๆ ครับ ว่าทำไมคู่หมั้นของคุณถึงมองว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ (รับจ้าง กับ เจ้าของธุรกิจ มันต่างกันมากเลยนะ)

  53. TER says:

    พี่ครับผมขอถามให้ชัดเจนว่าถ้าสมมติว่าที่ทำงานส่งผมไปอบรมที่อเมริกาเนี่ยต้องขอ เป็น B1 หรือ B2 ครับ?

    • kafaak says:

      ไปทำงานต้องขอ B1 ครับ แต่ถ้ากะว่าจะเที่ยวต่อด้วยเลย ก็ขอเป็น B1/B2 ไปเลยครับ บอกกำหนดการไปเลยว่าไปทำงานกี่วัน และจะอยู่ท่องเที่ยวกี่วัน ที่ไหน อย่างไร กลับประมาณวันที่เท่าไหร่
      เอกสารที่ควรมี (และคุณควรเข้าใจอย่างถ่องแท้)
      1. ใบเชิญอบรม กำหนดการอบรม
      2. เอกสารรับรองจากที่ทำงาน โดยเฉพาะหากที่ทำงานออกทุนให้ (คุณจะได้ไม่ต้องไปวุ่นหา statement เรื่องเงิน)
      อื่นๆ ตามสมควร (ลองอ่านบล็อกของผม แล้วทำตามเลย เพราะกรณีของคุณ เหมือนกรณีของผม)

  54. ภา says:

    ขอรบกวนถามเอกสารวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาPacket3ที่ต้องส่งกลับไปยังสถานทูตอเมริกามีอะไรบ้างค่ะ
    และค่าธรรมเนียมวีซ่าจ่ายที่ไปรษณีย์เสร็จต้องเอาตัวจริงส่งไปพร้อมกับเอกสารPacket3หรือไม่
    ตรวจร่างกายควรรอPacket4ก่อนหรือไม่ขอรบกวนแค่นี้ก่อน
    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัว ไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรงหรือทางอ้อมครับ แต่คำแนะนำของผมคือ แวะไปดูจากเว็บไซต์ของหน่วยงานเขาเลยที่ http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_2994.html ได้ครับ
      ผมไม่แน่ใจเรื่องคำว่า Packet 3 หรืออะไร เพราะในเว็บเขาก็ไม่ได้เรียกเป็น Packet อะไรทั้งนั้น

      เท่าที่ลองอ่านคร่าวๆ เหมือนคุณต้องทำแค่ 2 อย่างหลักๆ เองนะครับ คือ

      1. ให้คู่หมั้นของคุณทำเรื่อง (Pettition) ก่อน พอ USCIS เขาอนุมัติแล้ว คุณถึงทำขั้นตอนที่ 2 ได้ คือ
      2. ยื่นเรื่องขอวีซ่า (ซึ่งต้องอาศัยข้อมูล Pettition ประกอบ) และคุณมีเอกสารที่ต้องเตรียมเยอะมากๆๆๆๆๆ โดยยื่นเรื่องของวีซ่าประเภท K-1 (รายละเอียดเรื่องเอกสาร ดูในลิงก์ด้านบนที่ผมให้) โดยในจำนวนนั้น มีเรื่องการตรวจสุขภาพ หลักฐานเรื่องการเงิน และความสัมพันธ์กับคู่หมั้น … ซึ่งเอกสารพวกนี้ ไปยื่นที่สถานทูตสหรัฐตอนที่ไปสัมภาษณ์วีซ่าเลย

  55. Pui says:

    สวัสดีค่ะ
    สอบถามเรื่องการกรอก DS160 ค่ะ
    อายุ 24 จะเดินทางคนเดียว ออกค่าใช้จ่ายเอง ทำงานสถาบันการเงินมีใบรับรองค่ะ
    จะไปพบแฟนที่นู้ ควรใส่ข้อมูลไหมค่ะว่า มีคนรู้จัก(ต่างชาติ)
    แต่จะใส่ความสัมพันธ์เป็นเพื่อน หรือ ใส่ไม่รู้จักใครเลย

    • kafaak says:

      ใส่ความสัมพันธ์เป็นเพื่อนจะดีกว่ามากครับ แต่คุณต้องมั่นใจด้วยนะครับว่าคุณสามารถตอบคำถามหลายๆ อย่างที่เกี่ยวกับเพื่อนของคุณคนนี้ได้ กงสุลน่าจะยิงคำถามมาเพียบเลยล่ะครับ
      ใส่ว่าไม่รู้จักใครเลย หากคุณคิดว่ามีเหตุผลที่ดีพอ มีกำหนดการเที่ยวที่ดูน่าเชื่อถือพอว่าเราไปคนเดียว ไปเที่ยวจริงๆ ก็พอไหว

      • Pui says:

        ถ้าอย่างนั้น คงไม่ใส่จะดีกว่าเนอะ
        ขอบคุณมากค่ะ ตอบเร็วมากๆ ซึ้งใจ ^^

  56. ภา says:

    ขอรบกวนถามเอกสารคู่หมั้นอเมริกาที่ส่งไปสถานทูตเพื่อรอสัมภาษณ์ตอนนี้ภาเตรียมโหลดแบบฟอร์มมีทั้งหมดคือ ds-230,ds-156,ds-156k,ds-157และของแฟนusaคือ i-134ภากำลังเขียนและเตรียมส่งกลับยังสถานทูตและมีเอกสารของภาอีกมากมายที่ต้องเตรียมส่งพร้อมกันไม่แน่ใจว่าถูกต้องหือไม
    ขอบคุณค่ะ

  57. May says:

    สอบถามข้อมูลหน่อยค่ะ
    ดิฉันมีพี่ที่จะไปเดินทางไปอเมริกา แต่เขาไม่มีบัญชีเงินฝากเลย ลาออกจากงานมาอยู่บ้านประมาณ 6 เดือนแล้ว หากไปขอวีซ่าร์ สามารถใช้บัญชีรวมกับแม่ได้หรือเปล่า ค่ะ เขาอายุจะ 40 แล้วค่ะ และมีโอกาสได้วีซาร์กี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ

    • kafaak says:

      บัญชีร่วมที่ว่า หมายถึงที่มีชื่อคุณแม่ของคุณกับพี่ของคุณเหรอครับ? แนะนำว่า แยกบัญชีออกมาดีกว่านะครับ
      กรณีที่ลาออกจากงานมาอยู่บ้าน (เฉยๆ) ความยากจะอยู่ที่ คุณจะทำยังไงให้กงสุลเชื่อว่า คุณจะกลับมาประเทศไทยครับ ถ้ายังหาวิธีไม่ได้ โอกาสก็ค่อนข้างน้อยครับ
      ว่าแต่ จะไปด้วยเหตุผลอะไรครับ? ท่องเที่ยว?

  58. Tan says:

    สวัสดีคะ
    สอบถามเรื่องการกรอก DS-160 ที่เดินทางพร้อมกันทั้งครอบครัว(4คน)
    พอกรอกคนแรกเสร็จจนถึงขั้นตอน sign & summitแล้ว จนถึงหน้า Thank you page
    กด optionเพื่อจะสร้างเพื่มให้ครอบครัว แต่โชคร้าย internet หลุดซะก่อน ทำให้หน้านี้หายไป
    พยายามจะหาทางไปที่หน้า Thank you page อีกครั้งก็ไม่ได้ จะทำอย่างไรดี
    อีก 3คนเลยยังไม่ได้กรอกคะ
    ได้e-mailไปที่สอบถามที่สถานฑูต ก็ได้รับ Auto reply ให้ไปดูตามlink สำหรับคำถาม FAQ
    ก็ไม่พบปัญหาแบบนี้เลย
    ใครทราบช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยนะคะ
    ขอบคุณคะ

    • kafaak says:

      ที่ FAQ มีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วนะครับ (http://travel.state.gov/visa/forms/forms_4401.html)

      Q: What if I lose my internet connection, the application “times out,” or I receive an error? Will my application be lost?
      A: All information is automatically saved when each page is completed, so your application will not be lost. You will need to enter the application ID number, and answer other questions as prompted, to retrieve your application. Once your application has been retrieved, it will begin at the last page you completed. You will be able to edit previous pages, if needed.

      แปลเป็นไทยก็คือ ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเซฟไว้ทุกครั้งเมื่อคุณกรอกข้อมูลแต่ละหน้าเรียบร้อย ดังนั้นใบสมัครจะไม่สูญหายแน่นอน คุณแค่ต้องกลับไปที่หน้าจอกรอก DS-160 อีกครั้ง แล้วเลือกว่าจะกรอกข้อมูลต่อ จากนั้นก็ใส่ Application ID เข้าไป และตอบคำถาม (จำได้ไหมครับ เขาจะให้คุณตั้งคำถามเอาไว้ ตอนที่คุณจะเริ่มกรอก DS-160) จากนั้นคุณก็สามารถดำเนินการต่อได้เลย

      • Tan says:

        ลองทำแล้วคะ แต่มันกลายเป็นการกรอก new application เนื่องจากว่าคนแรกที่กรอกเสร็จแล้วได้ summitแล้วและได้ confirmation id แล้วคะ
        มันไม่สามารถย้อนเข้าไปที่หน้า Thank you pageเดิม เพื่อ creat ให้ครอบครัว
        แบบนี้ทำอย่างไรต่อไปดีคะ

        ขอบคุณล่วงหน้าคะ

        • kafaak says:

          เคสแบบนี้คงต้องเมล์ไปที่ visasbkkiv@state.gov เพื่อถามแล้วครับ

          • Tan says:

            ส่งไปแล้วเช่นกัน และได้รับ auto reply ตามที่ได้เขียนในcommentแรกนะคะ (ส่งไปตอนเย็นแล้ว แต่ไม่ได้เขียนหัวข้อ urgent)
            ก็หวังว่าจะได้รับคำตอบอีกทีตอนเช้า

            หรือไม่เราต้องกรอกให้สมาชิกที่เหลือทีละคน??
            นามสกุลเดียวกันหมด แต่3คนอยู่บ้านเลขที่เดียวกัน อีกคนอยู่อีกบ้าน
            คุณkafaak คิดว่าทำได้ไหมคะ จะมีปัญหาตอนจองวันสัมภาษณ์พร้อมกันได้หรือไม่

            อย่างไรต้องขอขอคุณสำหรับคำแนะนำคะ

          • kafaak says:

            เรื่องการจองวันสัมภาษณ์พร้อมกัน เขาไม่ได้ดูว่าอยู่บ้านเดียวกันไหม แต่เขาดูว่าเป็น ญาติสายตรงหรือเปล่า ครับ ไม่เกี่ยวกับนามสกุลเดียวกันหรือไม่นะครับ เขาดูความสัมพันธ์น่ะครับ

            เรื่องเมล์ … auto reply เขาตั้งเพื่อให้รู้ว่าเขาได้รับเรื่องแล้ว แต่หากคุณส่งไปหลังเวลาทำการ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากเขายังไม่ตอบ … ใจเย็นๆ ครับ (ผมเคยส่งไปตอนเที่ยงคืนด้วยซ้ำ … ตามที่ได้เล่าประสบการณ์ไว้ในบล็อกนี่แหละครับ)

  59. pigrabbit says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะคะ
    1.ดิฉันเป็นพนักงานบริษัท เงินเดือน 20,000 และเปิดบริษัททำธุรกิจส่วนตัว ควรแจ้งทั้งสองอย่างเลยหรือ
    2. มีคุณย่า กับคุณอา อยู่ที่อเมริกาค่ะ ท่านอยากให้ไปเที่ยวโดยท่านจะออกค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ให้ทั้งหมด เรามีหน้าที่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว แต่ประเด็นคือ คุณย่ากับคุณอา ไม่ใช่สายเลือดทางตรงของดิฉันค่ะ คุณย่าท่านนี้เป็น น้องสาวของย่าิดิฉันอีกที แบบนี้ควรให้ใครเป็นคนออกหนังสือเชิญและรับรองเราแล้วกรณีแบบนี้มีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะผ่านมากแค่ไหน รบกวนด้วยนะคะ

    • kafaak says:

      ตอบตามนี้นะครับ
      1. แจ้งทั้ง 2 อย่างเลยครับ … ข้อดีคือ ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวแล้วมีรายได้ดีพอ ก็จะเป็นหลักฐานได้ชัดเจนว่าเรามีเงินค่าใช้จ่ายแน่นอน (แม้ว่าจริงๆ แล้ว ญาติของคุณจะเป็นคนช่วยออกค่าใช้จ่ายให้) และเป็นสิ่งที่จะช่วยย้ำว่า เราไปแล้วกลับมาแน่นอน เพราะเรามีธุรกิจที่เราต้องดูแล
      2. ไม่ใช่ญาติโดยตรงไม่ใช่ปัญหา แต่คุณต้องมีหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับคุณย่าและคุณอาให้ครบถ้วนครับ ทำงานอะไร อยู่ที่ไหน รายได้เป็นอย่างไร เพื่อเป็นหลักฐานให้กับกงสุลพิจารณาว่าพวกเขามีรายได้มากพอที่จะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้คุณได้ครับ

  60. Lalinn says:

    ขอคำแนะนำเรื่องการเตรียมเอกสารขอวีซ่าอเมริกา B2 ค่ะ

    – ยังเป็นนักศึกษาปีสองค่ะ เดือนทางกับเพื่อนอีกคน(สัมภาษณ์ไม่พร้อมกัน)
    – คุณพ่อเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด , คุณแม่อยู่บ้านเฉยๆ
    – พอดีเรากรอกไปว่าจะไปพักที่บ้านเพื่อนพ่อที่มิสซูรีค่ะ ต้องมีเอกสารรับรองอะไรไหมคะ?
    – ประมาณวันถ้าจะไปเที่ยว 1 เดือน เราต้องมีแพลนไปในวันสัมภาษณ์แค่คร่าวๆพอไหมคะ คือเรากะว่าจะบินตรงไปตั้งหลักที่บ้านอา(เพื่อนพ่อ)สักพักก่อนค่ะ

    • kafaak says:

      ผมขอข้ามส่วนของเอกสารต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานสำหรับการสมัครเพื่อขอวีซ่านะครับ พวกนั้นมีระบุไว้อยู่แล้วว่าน้องต้องเตรียมอะไรไปบ้าง
      แต่ที่น้องควรต้องมีเพิ่ม คือ แผนการเที่ยวที่ค่อนข้างชัดเจน ยิ่งตอบได้ชัดเจน มากกว่าแค่ ไปถึงค่อยว่ากัน จะยิ่งทำให้กงสุลเชื่อว่า ไปแล้วกลับแน่ … การตอบแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่มีแผนที่ชัดเจน เขาจะกลัวว่าน้องจะไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่น … จะไปเที่ยวเดือนนึง แต่ไม่มีแผนคร่าวๆ ว่าสัปดาห์ไหนจะไปไหนบ้าง มันจะลำบาก (ลองเมกๆ ขึ้นมาคร่าวๆ ก่อน แล้วจะไปเปลี่ยนแปลงตอนไปอยู่ที่โน่นก็ไม่ใช่ปัญหานี่นา)

      ค่าใช้จ่าย แม้ว่าคุณพ่อจะออกให้ทั้งหมด แต่ต้องมีหลักฐานด้านการเงินซะหน่อยครับ ว่าเท่าไหร่ น้องจะไปตั้งเดือน คงต้องมีหลายล่ะ (ผมคำนวณคร่าวๆ ตอนไปที่นิวยอร์ก วันนึงใช้ราวๆ 2,000 บาท ถ้าเอาแบบกินเที่ยวชิลๆ น้องคูณเลขเอาเลยครับ อันนี้ไม่รวมพวกค่าเครื่องบิน ค่าที่พักด้วยนะเออ) ไปทั้งเดือน มีซักแสนห้ากำลังดี

      ไปพักบ้านเพื่อนพี่ที่มิสซูรี่ ถ้าจะให้ดี ต้องมีที่อยู่ชัดเจน (แบบบ้านเลขที่กันเลยทีเดียว) และน้องควรต้องตอบคำถามให้ได้หมดหากกงสุลจะถามเกี่ยวกับเพื่อนของพ่อ … ทำงานที่ไหน ทำอะไร อะไรแบบเนี้ย ข้อมูลส่วนตัวของเพื่อนพ่อ ต้องรู้ละเอียดนะครับ (คุณกำลังจะไปอยู่กับเขาเป็นเดือน ถ้าไม่รู้จักเขา คุณจะไปอยู่ได้ยังไง … นี่คือตรรกะ)

  61. ทราย says:

    สวัสดีค่ะ

    มีเรื่องสงสัยอยากจะถามค่ะ คือว่าเมื่อวาน (30/1/2013)ทรายไปสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนของอเมริกา
    แล้วก็สัมภาษณ์ผ่าน แต่ปัญหาก็คือว่า transcript ตัวจริง ทรายลืมขอกลับ เลยมีคำถามค่ะ
    1. เมื่อวีซ่าอนุมัติ ทางเจ้าหน้าจะส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้เรา มันมีเอกสารอะไรบ้างคะ นอกจากวีซ่ากับ passport
    2. ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ส่งให้แค่วีซ่ากับ passport สองอย่างนี้ ทรายต้องทำอย่างไรคะ ถ้าทรายอยากขอ transcript ตัวจริงคืน

    รบกวนด้วยนะคะ
    ทราย

    • kafaak says:

      น่าจะคืนมาหมดครับ … แต่อันนี้ผมไม่แน่ใจจริงๆ
      อย่างไรก็ดี เรื่อง transcript เนี่ย เราไปขอตัวจริงจากมหาวิทยาลัย (หรือโรงเรียน) ได้นะครับ อันนี้ผมว่าไม่น่าห่วง

  62. น้องอ๋อย says:

    กำลังจะทำเรื่องไปเมกาค่ะอยากทราบว่า. ขอแบบท่องเที่ยจ่ายเงินเองกับ มีเพื่อนชายที่เมกาออกค่าใช้จ่ายให้ (มีใบเชิญ)
    อันไหนมีสิทธิ์จะผ่านมากกว่าค่ะพี่

    • kafaak says:

      ตอบยากฮะ ไปทัวร์สะดวกหน่อยตรงที่เขาแนะนำเราเรื่องการขอได้อย่างเป็นมืออาชีพ (ต้องเลือกทัวร์ดีๆ นะ) … หลักๆ เหตุผลเราคือท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะแบบไหน สุดท้ายก็เน้นแค่ 1) กำหนดการเที่ยวชัดเจน 2) มีเงินพอใช้จ่ายตลอดทริป (โชว์ด้วย Statement ธนาคาร) และ 3) ทำให้กงสุุลมั่นใจว่าเราไปแล้วกลับมาแน่

      เรื่องพิมพ์ประวัตินี่ผมไม่แน่ใจว่าคุณหมายถึึงอะไร

  63. น้องหนึ่งน้องสอง says:

    คำถามดังนี้ค่ะคือจะขอวีซ่าให้ลูกชายสามขวบกะห้าขวบ ซึ่งแม่ของเด็กและน้องสาวได้วีซ่าแล้ว. และมีแผนจะไปเยี่ยมน้องสาวคนเล็กที่แต่งงานไปคนอเมริกันไปแค่สองอาทิตย์ 1 ในใบที่เราได้confirm purpose of travel ของน้องหนึ่งขึ้นว่า b2 tourism / medical treatment. ส่วนของน้องสองขึ้นว่าb1/b2 business personal. ไม่เหมือนกันมาพลาดตรงนี้ เลยสงสัยตอนกรอกds160ต้องผิดพลาดอะไร แต่ดิฉันไม่ได้มีกดที่medical treatmentเลยสักหน่อย. ไม่รู้โผล่มาได้ไง ขนาดrestartเครื่องใหม่อู่สองรอบ. งงจิงๆ แล้วตอนนัดวันสัมภาษณ์ก็เห็นมีถามอีก แต่อันนี้ชัดเจนว่าเราขอไปเยี่ยมญาติ ไปเที่ยว คือb2 แน่นอน จะเป็นไรไหม เข้าไปแก้ไม่ได้แล้วด้วย รบกวนตอบหน่อยค่ะขอบคุณค่ะ

  64. Pat says:

    สวัสดีคะ
    มีเรื่องรบกวนสอบถามคะ
    1.พอดีวันนี้เข้าไปนัดวันสัมภาษณ์แต่ไม่ได้วันเดียวกันกับเพื่อนและ ระบบมันขึ้น error บ่อยครั้ง ก็เลย Submit และ confirm ไปสามครั้งคือ ได้วันมาแล้วแต่ cancel ไปสองครั้ง ภายในวันและเวลาใกล้เคียงกัน (สาเหตุที่เปลี่ยนเพราะต้องการวันนัดสัมาษณ์วันเดียวกันกับเพื่อน ) จากวันที่ 20 กพ ยกเลิกเป็น
    21 กพ และ ยกเลิก สรุปได้วันเดียวกันเป็นวันที่ 6 มีนาคม แล้วพอ print ใบนัดออกมามันเลย เป็น
    confirm cancel confirm cancel confirm อย่างนี้จะมีผลต่อการสัมภาษณ์มั้ยค่ะ ( แอบกังวล )
    2.กำหนดเดินทางวันที่ 17 เมษายน 56 ได้สัมภาษณ์วันที่ 6 มีนาคม 56 ระยะเวลาไม่ทราบว่ากระชั้นชิดไปมั้ยค่ะ
    รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ ^^

    • kafaak says:

      1. เรื่องแบบนั้นไม่มีปัญหาครับ ถ้าโดนถามก็อธิบายได้ … เขาเข้าใจเราอยู่แล้ว การทำระบบออนไลน์มันอาจจะมีติดขัดบ้าง
      2. เดินทาง 17 เมษายน 56 สัมภาษณ์ 6 มีนาคม 56 กระชั้นไปมาก ถ้าเกิดพลาดไม่ได้ขึ้นมา เตรียมส่งอีเมล์แจ้งขอนัดสัมภาษณ์ด่วนรอบสองได้เลยครับ

      • Pat says:

        ขอบคุณมากนะคะ

        • Kan says:

          เอ่อคือ ถ้าสัมภาษณ์ก่อนเดินทางเป็นเดือนแล้วยังกระชั้นชิดไป ดิฉันเดินทาง 5 พ.ค. นัดสัมภาษณ์ 17 เม.ย. นี้ ค่ะ เอ่อ แถมอยู่บ้านนอกไกล กทม. อีกด้วย แง

          • kafaak says:

            กรณีนี้ ต้องเมล์แจ้ง visasbkk@state.gov ครับว่าเป็นกรณีเร่งด่วน แต่เขาจะไม่เร่งให้ทุกกรณีหรอกนะครับ ต้องพิจารณาเหตุผลด้วย
            คุณต้องไม่ลืมว่าคนอยากเข้าสหรัฐมากขนาดไหน จำนวนคนที่ขอวีซ่าเพียบครับ ถ้าคุณคิดว่า ยื่นขอทีเดียวผ่านแน่นอน ระยะเวลาของคุณก็ OK อยู่ แต่หากขอแล้วไม่ผ่าน หมดสิทธิ์แก้ตัวเลยทีเดียวนะครับ ขอบอก

          • Kan says:

            คือนัดวันเรียบร้อยแล้วค่ะเป็น 17 เม.ย. ทางระบบ ขอแบบธุรกิจ เนื่องจากไป training หลักฐานน่าว่าจะครบค่ะ เท่าที่รีวิวของคุณกาฝาก ก็มัวแต่รอหลักฐานนู่นนี่นั่นอยู่หนะค่ะ คนอื่นจัดการให้เลยช้าหน่อย ถึงวันนี้ต่อให้เขียนเมลล์ถึงสถานทูตขอสัมภาษณ์เร่งด่วนก็คงไม่มีผลอะไร เพราะเหลือเวลาแค่สองสามวันก็จะสงกรานต์หยุดยาว เปิดมาก็ 17 พอดี จองตั๋วเครื่องบินเดินทางไป กทม. แล้วด้วยค่ะวันที่ 16 เพื่อสัมภาษณ์แพงมหาศาลเดินทางช่วงเทศกาลเนี่ยค่ะ ก็คงต้องผ่านสถานเดียวตอนสัมภาษณ์วันที่ 17 ไม่งั้นโดนฆ่าแน่ๆ เค้าจัดการทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว รวมทั้งออกตั๋วเครื่องบินแล้วด้วย *_*!

          • kafaak says:

            สู้ๆ ครับ ถ้าขอแบบ B1 แล้วมีหลักฐานครบ ไม่ยากครับ โอกาสได้สูง … พอขอเสร็จแล้ว 3-5 วัน ก็ได้พาสปอร์ตคืนแล้วครับ

  65. Aor says:

    สวัสดีค่ะ คือดิฉันแต่งงานแล้วได้กรีนการ์ด สองปีแล้ว กลับเมกา เมย นี้ ก็จะกลับไปต่อ กรีนการ์ด สิบปี คืออยากให้แม่กับน้องสาวไปด้วย มีคำถามดังนี้ค่ะ

    1.น้องสาวยังโสด อายุ 30 ปี แต่ที่บ้านทำธุรกิจ โดยรับจ้างบรรทุกพืชผลเำกษตรกรรมทุกชนิด แล้วน้องต้องคอยทำบัญชี ดูแลเอกสาร ติดต่องาน ดังนั้นรายได้ที่เข้ามา จะไปอยู่ในบัญชีของแม่หมด
    2.ในส่วนกรอกเอกสาร DS-160 จำเป็นไม๊ว่าต้องกรอกว่าน้องสาวกับแม่จะเดินทางไปเมกากับเรา เพราะดิฉันกรอกข้อมูลให้น้องว่า น้องสาวจะเดินทางไปกับแม่ หรือ ควรจะเพิ่มชื่อเราและลูกสาว (อายุ สิบเดือน) เข้าไปด้วย
    3.ในกรณีถ้าได้วีซ่าจริงๆๆ แล้ว ตอนนั้น แม่เดินทางไปกับเราไม่ได้ เพราะเรื่องงาน จะมีผลเสียอะไรบ้างที่ ตม ที่เมกา แล้ว วีซ่า แม่จะโดนยกเลิกไม๊คะ
    4.ควรจะมีหนังสือเชิญจากแฟนดิฉัีนไม๊ เพราะเค้าออกค่าใช้จ่าย ถ้ามี ควรจะเขียนแบบไหน ช่วยบอกคร่าวๆๆ ได้ไม๊คะ (แฟนเป็นทหารค่ะ)ควรจะเขียนเชิญ
    5.กรณีน้องสาวไปกับแม่จะต้องกรอกวีซ่า B2 ใช่หรืไม่ คะ

    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      เวลากรอกข้อมูล ตอบไปตามจริงครับ บอกไปเลยว่าคุณแม่กับน้องสาวเดินทางไปกับคุณ และรวมลูกสาวของคุณด้วย … แต่ไปในฐานะไปเยี่ยมคุณที่บ้าน ไปท่องเที่ยว หรืออะไรก็ตามแต่ (มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หากคุณแม่จะไปเยี่ยมลูกสาวที่ต่างแดน น้องสาวจะไปเยี่ยมพี่สาว) โดยกรณีนี้คือการท่องเที่ยว ดังนั้นก็คือ B2 ครับ

      เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เพราะหากมันจบที่ว่าน้องสาวไปกับคุณแม่ และที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว (แสดงว่ามีพันธะอยู่ที่เมืองไทย ยังไงก็ต้องกลับมาดูแลกิจการ) ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะแฟนของคุณเป็นคนจัดการให้ ดังนั้นควรมีหนังสือเชิญจากแฟนของคุณครับ และต้องมีหลักฐานด้านการเงินเตรียมไว้พร้อม ว่าแฟนคุณมีรายได้ มีเงินมากพอที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของทุกคนตลอดทั้งทริปได้ครับ … กงสุลอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับแฟนของคุณ ซึ่งหากคุณแต่งงานมาแล้ว 2 ปี ผมเชื่อว่าคุณคงตอบคำถามได้ไม่ยาก

      • Aor says:

        กงสุลอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับแฟนของคุณ ซึ่งหากคุณแต่งงานมาแล้ว 2 ปี ผมเชื่อว่าคุณคงตอบคำถามได้ไม่ยาก <<<<<< ขอรบกวนถามคุณกาฝากอีกครั้งนะคะ คุณกาฝากหมายถึงตัวดิฉันก็เข้าไปสัมภาษณ์กับครอบครัวได้ใช่ไม๊ค่ะ ลืมบอกไปค่ะว่า ดิฉันกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ไทย แล้วจะกลับไปเมกาเดือน เมย นี้คะ

        แล้วกรณี ถ้าแม่ไปกับดิฉันไม่ได้เนื่องจากมีงานด่วน ไปแค่น้องสาว น้องสาว จะมีปัญหาที่ ต.ม.ที่อเมริกาหรือเปล่า แล้ววีซ่าแม่จะโดนยกเลิกไม๊คะ

        ขอบคุณมากๆๆนะคะ ที่ช่วยตอบคำถาม

        • kafaak says:

          การสัมภาษณ์เป็นแบบตัวต่อตัวครับ … ดังนั้นก็ไม่ต้องไปสัมภาษณ์ครับ แต่กงสุลจะมีคำถามเกี่ยวกับแฟนของคุณ คุณแม่ของคุณก็ควรรู้เอาไว้ซักหน่อยจะดี ว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง (ชื่อ อายุ ที่อยู่ หน้าที่การงาน อะไรที่คุณแม่ยายควรทราบเกี่ยวกับคุณลูกเขย)

          ถ้าได้วีซ่าแล้ว แต่ไม่ไป ไม่ใช่ปัญหาครับ … ถ้าเขาถามก็ตอบไปตรงๆ เลย ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมมาไม่ได้ วีซ่าไม่โดนยกเลิกหรอกครับ

  66. Au says:

    คุณกาฝาก ขอถามหน่อยค่ะ ตอนนี้กำลังสับสนเกี่ยวกับการกรอกวันนัดสัมภาษณ์
    ในกรณีของดิฉัน มีแม่เดินทางไปด้วย แล้วเราจะกรอก Create New Login แบบไหนคะ ยังงงในส่วน หัวข้อนี้ I’m a sponsor user and have a Group Code:

    If you are a sponsor user and have a Group Code enter your agency’s Group Code here. เราจำเป็นต้องตั้งรหัสกลุ่มใหม่ไม๊ นั่งหน้าคอมมาเป็นชัวโมงแล้ว ก็ยังไม่กล้ากด submit ซักที

    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      ผมจำหน้าจอเต็มๆ ไม่ได้ แต่ถ้าไปหลายๆ คน มันน่าจะมีตัวเลือกให้เราเลือกวันสัมภาษณ์เป็นกลุ่มได้นะครับ (อยากเห็น screenshot มากกว่า)

  67. Pat says:

    มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารที่จะนำไปวันสัมภาษณ์คะ ไม่ทราบว่าเอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ – สกุล จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยหรือป่าวคะ หรือสามารถนำเอาฉบับภาษาไทยไปได้เลย รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากคะ

  68. Winny says:

    สวัดดีค่ะ

    เดือน May นี้คุณแฟนจะกลับไปเยี่ยมบ้านที่อเมริกาค่ะ และแม่ของคุณแฟนก็อยากให้เราไปเที่ยวด้วยกันนะค่ะ เพราะว่าเมื่อเดือนมกราคม แม่เค้ามาเยี่ยมเราที่เชียงใหม่แล้วค่ะ อยากทราบว่าเราต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างค่ะ เท่าที่รู้ก็มีจดหมายเชิญจากแม่แฟนและต้องมีเอกสารอย่างอื่นจากแม่แฟนไหมค่ะ ส่วนตัวคุณแฟนเรียนภาษาอยู่ที่เชียงใหม่ค่ะ (คุณแฟนยังไม่มีงานทำค่ะ แล้วคุณแฟนก็จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้หนูด้วยค่ะ) เรารู้จักและอยู่ด้วยกันมาประมาณหนึ่งปีแล้ว และเอกสารของคุณแฟนต้องมีอะไรบ้างค่ะ ส่วนตัวหนูทำงานที่ guest house ค่ะ ทำงานได้แค่ประมาณหนึ่งปีเองค่ะ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างค่ะ และพอดีว่าหนูมีนัดหาหมอทุกหกเดือนหนูต้องเอาใบนัดหมอไปยื่นเพื่อเป็นหลังฐานการขอวีซ่าไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียม ก็ตามที่ผมเขียนไว้ในบล็อกอยู่แล้ว อันนี้ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ ที่ต้องเพิ่มแน่ๆ คือ เมื่อแฟนคุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้หมด แนะนำว่ามีจดหมายเชิญจากแฟนซักฉบับ และเอกสารที่สามารถยืนยันฐานะทางการเงินของแฟนได้ (เพื่อให้กงสุลมั่นใจว่าเขาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้เราไหว) ผมห่วงเรื่องที่คุณบอกว่าแฟนไม่มีงานทำนี่แหละ แล้วกงสุลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแฟนคุณรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไหว อันนี้สำคัญ นอกจากนี้ ตัวคุณต้องตอบคำถามเกี่ยวกับแฟนของคุณได้ พวกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ต้องทราบ และที่คุณว่าเรื่องใบนัดแพทย์ พกไปก็ดีครับ มันช่วยแบ็กอัพเรื่องที่จำเป็นต้องกลับมาไทยได้

  69. ben says:

    รบกวนสอบถามคะ คือตอนที่กรอก ชื่อ นามสกุล ในใบวันนัดสัมภาษณ์ บังเอิญว่า มาเห็นตอนหลังว่ากรอกชื่อ สลับกับช่อง ที่กรอกนามสกุล แต่สะกดตัวอักษรถูกหมด เพียลแค่เขียนสลับช่อง ตอนนี้กังวลมากเลยคะ ไม่ทราบต้องทำยังไงดีคะ ขอบคุณมากคะ

    • kafaak says:

      อย่าเครียดครับ พอตอนไปถึง แจ้งทางเจ้าหน้าที่สถานทูตครับ … น่าจะแก้ไขตอนนั้นได้ (อธิบายว่า มาสังเกตตอนหลัง ตอนที่เซฟทุกอย่างแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว)

  70. ธฯ์ฌ says:

    สวัสดีครับ มีปัญหาอยากจะถามตามนี้นะครับ
    1. ตอนนี้เรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส มีวีซ่าถูกต้อง สามารถบินในประเทศเชงเก้นได้ แต่มีความประสงค์จะไปอเมริกา ซึ่งตอนนี้กลับมาเยี่ยมบ้านที่ไทยหนึ่งเดือน โดยจะขอวีซ่าอเมริกาที่ไทย แต่จะบินออกจากฝรังเศสได้มั้ยครับ
    2. จะไปอเมริกาพร้อมกับอาจารย์คนฝรั่งเศสที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ถูกเชิญให้ไปสอนที่นั่น แต่เราจะขอไปด้วย อยากไปดูระบบการเรียนที่นั่น เผื่อเรียนต่อ ซึ่งจิงๆก็เหมือนเราไปเที่ยวอยู่ดี แต่สามารถให้อาจารย์ช่วยเขียนให้ได้ว่าต้องการให้เราไปด้วยในฐานะผู้ช่วย ควรจะขอประเภทไหนดีครับ

    ขอบพระคุณมากๆเลยนะครับ

    • kafaak says:

      ผมไม่แน่ใจเรื่องขอวีซ่าในไทยแล้วเดินทางจากฝรั่งเศสแทนได้ไหม ลองอีเมล์ไปสอบถามที่ visasbkk@state.gov ดีกว่าครับ
      ส่วนกรณีของการติดตามอาจารย์ไปด้วย โดยไปในฐานะผู้ช่วย เลือกขอเป็น Type J ครับ

      • Tong says:

        รบกวนอีกนิดนะครับ ว่าการขอ type J มันยากกว่าอันอื่นมั้ยครับ เพราะเป็นการบินตามอาจารย์ไป ไม่ได้ไปพร้อมๆกัน

        ขอบคุณครับ

        • kafaak says:

          ความยากง่าย ผมว่ามันไม่มีหรอกครับในการขอวีซ่าไปสหรัฐ
          มันอยู่ที่เอกสารมันเพียงพอสำหรับการยืนยันว่า คุณสมควรได้วีซ่าประเภทนี้หรือไม่มากกว่า
          กรณีไปเป็นผู้ช่วย ถ้ามีเอกสารจากอาจารย์ มีรายละเอียดว่าจะไปช่วยทำอะไร อย่างไร ที่ไหน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมีกำหนดการชัดเจน ผมว่าไม่น่ามีปัญหาครับ

  71. Piji says:

    สวัสดีค่ะ
    มีเรื่องรบกวนถามหน่อยนะค่ะ(เกี่ยวกับการขอวีซ่าอเมริกา)
    ดิฉันต้องไปสัมภาษณ์วันที่ 9 เมษายน 2556 พร้อมกับลูกสาวอีก 3คน ซึ่งมีอายุ16,14,และ13ปีตามลำดับ( ขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ)
    อยากทราบว่าการสัมภาษณ์นั้น. ทางสถานฑูตเค้าจะให้เราทั้ง4คน. สัมภาษณ์พร้อมกันทั้งหมดเลยหรือไม่. หรือว่าจะเรียกสัมภาษณ์
    ทีละคนค่ะ(ลูกสาวของดิฉันเค้ากลัวมากๆๆๆๆ)
    และถ้าหากว่าเราได้วีซ่าจะได้หมดเหมือนกันทุกคนหรือไม่ค่ะ
    ในกรณีที่ได้วีซ่าแล้ว. แต่ไม่สามารถเดินทางได้ตามที่แจ้งไปตามหมายกำหนดการครั้งแรก( ไปเที่ยวกับทัวร์ตามรายการ)
    จะมีปัญหาอะไรมั้ยค่ะ. แล้วเราจะเดินทางตอนไหนก็ได้ใช่มั้ยค่ะ(ถ้าลูกๆเค้าไม่ได้หยุดเรียน ตัวดิฉันเองสามารถเดินทางไปคนเดียวได้ใช่มั้ยค่ะ)

    ขอบคุณมากๆค่ะ

    • kafaak says:

      จะถามทีละคน แต่ว่าจะไปเข้ารอคิวพร้อมๆ กันได้ครับ พูดง่ายๆ ให้กำลังใจกันเองได้
      บอกลูกสาวอย่ากลัวครับ % โอกาสได้วีซ่าสูงมากกว่า 80% อยู่แล้ว ขอให้เอกสารครบ ตอบได้มั่นใจ ผ่านแน่นอน

      หากได้วีซ่าไม่ครบ ก็พิจารณาว่าคนที่อด เพราะอะไร แล้วเตรียมเอกสาร กับ คำตอบให้เหมาะสม แล้วนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ได้ครับ

      กรณีที่ได้วีซ่าไปแล้ว เกิดผิดแผน ไปไม่ได้ ก็เป็นสิทธิ์ของเราครับ อ้อยเข้าปากช้างแล้ว 🙂

    • Piji says:

      สวัสดีค่ะ
      คือว่าตอนนี้ได้วีซ่าแล้วค่ะพร้อมกับลูกๆ3คน แต่สงสัยอยากถามว่าถ้าดิฉันจะเดินทางไปอเมริกาเดือนหน้านี้เพียงคนเดียว เพราะลูกๆเค้ายังไปไม่ได้ (โรงเรียนยังไม่ปิด)
      ดิฉันอยากไปคนเดียวก่อน จะมีปัญหามั้ยค่ะ
      แล้วการที่เราได้วีซ่าแล้ว มีหรือไม่ที่เค้าไม่ให้เราเข้าประเทศของเค้าอะค่ะ (กังวลเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ)
      รบกวนถามอีกเรื่องนะค่ะ
      ตอนทีลูกสาวเค้าได้วีซ่านั้นเค้าเป็นเด็กหญิง หลังจากนั้นมาเค้าอายุครบ 15เต็ม แต่บัตรประชาชนยังเปนเด็กหญิงอยู่(เพราะบัตรยังไม่หมดอายุ ยังไม่ได้เปลี่ยน)
      กรณีอย่างนี้ต้องทำวีซ่าใหม่พรือป่าวค่ะ (วีซ่าเก่ายังไม่ได้ใช้เลย ตั้ง 10ปีแน่ะ)
      ขอบคุณค่ะ
      ครอบครัวแม่ลูกภูเก็ต

      • kafaak says:

        เมื่อได้วีซ่าแล้ว ไม่ไปก็ไม่ใช่ปัญหาครับ ในอนาคตหากถูกซักถาม (ซึ่งคงไม่มีใครถาม) ก็ตอบได้ว่าเพราะอะไร (มันต้องมีสาเหตุอยู่แล้ว)
        แต่การได้วีซ่า ไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้เข้าประเทศ เราต้องผ่าน ตม. ของเขาอีก แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด ไม่พกของที่ห้ามเข้าไป ก็ผ่านได้สบายๆ อยู่แล้วครับ
        เรื่องตอนได้วีซ่าเป็นเด็กหญิง ตอนไปเป็นนางสาว (เพราะอายุครบ 15) ไม่เกี่ยวครับ เมืองนอกเขาไม่มี เด็กชาย เด็กหญิง เหมือนบ้านเราครับ

  72. Piji says:

    รบกวนถามอีกเรื่องนะค่ะ
    สัมภาษณ์วันที่9เมษายน2556 และต้องไปฮ่องกงวันที่17เมษายน2556(ถ้าวีซ่าผ่าน จะได้รับpassport ทันมั้ยค่ะ)
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    • kafaak says:

      ปกติเวลาที่ดำเนินการจะใช้ประมาณ 3-5 วันครับ แต่ทางที่ดี ก็แจ้งกงสุลทราบ หลังรู้ผล (คือเขาจะขอพาสปอร์ตเราไป)

  73. Kan says:

    สวัสดีค่ะคุณกาฝาก เมื่อวาน 17 เม.ย. ไปสัมภาษณ์วีซ่ามาเรียบร้อยแล้ว business คงจำกันได้นะค่ะ ก็โอเคค่ะ วันนี้พยายามเช็ค ems มันยังขึ้นแค่ว่ารับเข้าระบบ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวนอกจากนั้นเลยค่ะ แบบนี้หมายถึงว่าพาสปอร์ตมันยังไม่ออกมาจากสถานฑูตใช่ไหมค่ะ แล้วมันจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะออกไปรองเมืองค่ะ เห็นอ่านในเวปบางคนแค่ 1-2 วันก็ได้รับแล้ว เริ่มกังวลกะวันเดินทางที่กระชั้นชิดซะเหลือเกินค่ะ มีอะไรแนะนำไหมค่ะ

    • kafaak says:

      ใจเย็นๆ คร้าบเขาใช้เวลาประมาณ 3-7 วันครับปกติแล้ว แต่บางทีถ้าเขาส่งเร็ว ก็อาจจะได้ใน 1-2 วัน แต่ไม่เกิน 1 สัปดาห์แน่ๆ ครับ
      และขอแสดงความยินดีด้วย ที่สัมภาษณ์ผ่านฮะ (บอกแล้ว ไม่ยาก)

      • Kan says:

        คุณกาฝากค่ะ ใส่ของลงถุง ปิดถุงแล้วค่ะ อิอิ เพิ่งเช็คอีกครั้งตะกี้ ขอบคุณนะค่ะสำหรับทุกอย่าง วีซ่าอเมกา

  74. pat1614 says:

    สวัสดีค่ะ ติดตามเรื่องขอวีซ่าอเมรกาต่อ..

  75. pat1614 says:

    ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปขอว๊ซ่าอเมริกา..เป็นบี1คิดว่าแบบนี้น่าจะง่ายสุด ทำงานหาเงินเลี้ยงลูกหนักใจตั้งแต่คิดคะ..อาชีพที่เมืองไทยก็ยังไม่มีเป็นหลักแหล่งแต่มีญาติทางโนน้เขาจะรับรองให้..ต้องเตรียมตัว..เตรียมเอกสารอะไรบ้างค่ะ..เครียดค่ะขอความกรุณาคุณกาฝากแนะนำด้วยค่ะ

    • kafaak says:

      ปัญหาคือ การขอวีซ่าแบบ B1 เอาไว้สำหรับติดต่อธุรกิจนะครับ ไม่ใช่การไปทำงานที่สหรัฐนะครับ
      และหากเป้าหมายของคุณคือการไปหางานที่นั่นละก็ การขอวีซ่าก็จะยากขึ้นไปอีกแบบครับ ถ้าคุณยังไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง แล้วให้เขาขอวีซ่าทำงานมาให้ สถานทูตปฏิเสธการออกวีซ่าของคุณแน่ๆ ครับ

      คำถามที่คุณต้องตอบผมก่อนคือ “คุณจะไปสหรัฐอเมริกาเพื่ออะไร?”

      • pat1614 says:

        ขอบคุณมากค่ะ ที่กรุณา..ขอตอบคุณกาฝากตรงๆคือต้องการไปทำงาน มีญาติเขาไปเปิดร้านอาหารที่โน่น (เช้งต่อกิจการ)พร้อมกับซื้อบ้าน และย้ายครอบครัวไปอยู่แล้วเมือ 2เดือนนี้ แล้วเขาจะรับรองเราให้ไป ทางเขาก็ต้องเตรียมเรื่องให้เรา..ส่วนเราก็ต้องเตรียมตัว เตรียมเอกสารค่ะ..อาจจะต้องใช้เวลา6-1ปี แต่ที่คิดไว้คือ ทำงานแม่ครัวในร้านอาหาร หรือแม่บ้าน.ทำตำแหน่งที่ตำ่ที่สุดเพื่อให้ง่ายขึ้น แบบนี้เรียกว่าวีช่า ทำงานหรื่อเปล่าค่ะ

        • kafaak says:

          เป็น Nonimmigrant working visa ครับ แนะนำให้ญาติของคุณอ่านเอกสารนี้ http://www.uscis.gov/USCIS/Resources/E1en.pdf แต่ผมต้องบอกก่อนว่า การจ้างงานในตำแหน่งของคุณ ไม่น่าจะขอวีซ่าได้ง่ายๆ นะครับ เพราะการขอใบอนุญาตเข้าทำงานในสหรัฐ เขาจะพิจารณาว่าตำแหน่งงานนั้นคนทำมันขาดแคลนจนต้องจ้างแรงงานต่างด้าวหรือไม่ (เขาจะพยายามผลักดันให้เกิดการจ้างแรงงานในประเทศก่อนเสมอ)

          แต่หากขออนุญาตได้จริงๆ ถ้าผมจำไม่ผิด จะต้องขอวีซ่าแบบ H-2B ครับ แต่ลองให้ญาติคุณถามอีกทีก่อนก็จะดีครับ

  76. Pam says:

    สอบถามหน่อยคะ กรอกDS160 confirm แล้ว นัดสัมภาษณ์แล้ว แต่พบว่ากรอกข้อมูลไม่ครบ เลยทำDS160ใหม่ ปริ้นใบ confirm DS160 ใหม่2รอบ แต่เลขจะไม่ตรงกับในใบนัดสัมภาษณ์ จะเป็นไรมั้ย
    search google เค้าบอกว่าให้ถือ DS160 confirmation อันที่ชัวร์สุดไปได้ ไม่มีปัญหา แต่กังวลคะ เพราะใบนัดสัมภาษณ์มันจะมีกล่าวถึงเลขคอนเฟิม DS160 ที่ไม่ตรงกัน

    • kafaak says:

      เคสนี้ผมไม่เคยเจอจริงๆ ครับ แนะนำว่าอีเมล์ไปถาม visasbkk@state.gov น่าจะได้คำตอบกว่าครับ เมล์ไปถามเป็นภาษาไทยก็ได้

  77. บิว says:

    รบกวนสอบถามขอคำแนะนำค่ะ พอดีว่ามีแผนจะไปเที่ยวอเมริกาเดือน กรฏฏาคมนี้ ไปกับเพื่อนสองคน เพื่อนเป็นซิติเซ่นอยู่แล้วแต่ว่าตัวเพื่อนและครอบครัวพักอาศัยอยู่ที่ไทย หลายปีแล้ว เพื่อนต้องการจะกลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่นู่น ประมาณ 3 อาทิตย์ ก็เลยชวนไปเที่ยวด้วยกัน พักอยู่ที่บ้านคุณตากะคุณยายของเพื่อน ยั่งงี้ต้องให้เพื่อนเขียนหนังสือเชิญหรือรับรองที่อยู่ไหมค่ะ ไปเที่ยวครั้งนี้ค่าใช้จ่ายส่วนนึงออกเองค่ะ แล้วก็มีคุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ให้ ตอนนี้เอกสารที่เตรียมแล้วก็มี
    – หนังสือรับรองการทำงาน ทำงานกับที่บ้าน ประมาณ 1ปี + พร้อมระบุวันเวลา ไป-กลับ
    – transcript
    – Statement ของตัวเองและคุณพ่อที่ยื่นเปนสปอนเซอร์
    – จมหมายรับรองผู้ออกค่าใช้จ่าย จากคุณพ่อที่จะออกค่าใช้จ่ายให้
    – จมหมายแนะนำตัวเอง พร้อมระบุเหตุผลที่ไปเที่ยว พร้อมที่อยู่ที่ของบ้ายคุณตาคุณยายของเพื่อนที่จะไปพักที่นั่น
    – รูปถ่ายตอนไปเที่ยวล่าสุดพร้อมครอบครัว
    – รูปถ่ายกิจการที่บ้านที่ทำกับครอบครัว
    – รูปถ่ายกับเพื่อนที่จะไปเที่ยวด้วยกัน
    – หน้าpassport American ของเพื่อน ที่จะไปด้วยกัน
    – หนังสือจดทะเบียนบริษัท + เอกสารการเสียภาษี
    – หนังสือจมหมายจากเพื่อนที่จะไปเที่ยวด้วยกัน ที่รับรองว่าเราจะไปพักกับบ้านคุณตาคุณยายเค้าที่นั่น
    – ทะเบียนบ้านตัวจริง + สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรอง ของสปอนเซฮร์

    นอกเหนือจากนี้ยังต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมอิกมั้ยค่ะ อยากไปเที่ยวมากเพราะเพื่อนจะกลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย ที่คนพาเที่ยว เพราะรำพังตัวเองภาษาไม่แข็งแรงค่ะ เลยตื่นมาก กลัวไม่ผ่านวีซ่า รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ

    • kafaak says:

      ผมว่าเอกสารปึ้กมากเลยนะครับเนี่ย น่าจะเพียงพอแล้วครับ … ที่เหลือก็แค่สัมภาษณ์ให้เรียบร้อย และมั่นใจว่าตอบคำถามได้ โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับเพื่อนที่ชวนเราไป (เขามักจะอยากคอนเฟิร์มว่าเพื่อนเราจริงๆ) เตรียมแผนการเที่ยวไว้ตอบด้วยครับ จะไปที่ไหน ทำอะไร กลับเมื่อไหร่ … กงสุลเนี่ยเขาพูดไทยได้ครับ ไม่ต้องห่วง ส่วนเรื่องภาษาเราไม่แข็งแรง ก็บอกว่าเพื่อนจะช่วยนำเที่ยว ก็น่าจะ OK

      ขออภัยทีตอบช้านะครับ ผมอยู่ไต้หวันตอนที่คุณถามมาน่ะ

  78. two says:

    ขอบคุณมากๆนะครับ คุณkafaak ที่ให้คำแนะนำ ผมจะกรอกตามความจริงครับว่ามีญาติอยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้จะไปเยี่ยมหรือไปหา เพราะผมตั้งใจจะไปเที่ยว ที่รัฐอื่นที่ไม่ใช่ เท็กซัส หรือแคลิฟอเนีย ที่พี่ชายและน้องสาวอยู่ ครับ อยากถามคุณkafaak 3ข้อนะครับ 1. จริงหรือป่าวครับว่า ทางกงศุล เค้าพิจารณาตัดสินได้แล้วว่าจะอนุมัติวีซ่าหรือไม่อนุมัติให้ใคร ตั้งแต่เราได้กรอกข้อมูล ลงในds 160 และส่งไปให้ทางกงศุลได้อ่าน ก่อนที่เราจะมาสัมพาทย์ อะครับ ถ้าเป็นแบบนี้การไปสัมพาทย์ก้อไม่มีความหมายนะสิครับ หรือว่า เป้นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่การจะตัดสินว่าจะอนุมัติวีซ่าว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านจริงๆนั้น คือวันที่เราจะมาสัมพาทย์ใช่หรือป่าวครับ ถ้าเรากรอกตามความจริงและตอบคำถามตามความจริงตามที่เราได้กรอกลงใน ds160 และเรามีเอกสารยืนยันหนักแน่นว่าจะกลับมาที่เมืองไทย อย่างแน่นอน. 2. แล้วส่วนการเขียนแนะนำตัวเอง เราต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษหรือป่าวครับ ถ้าเราเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ และวันสัมพาทย์เป็นภาษาไทยทางกงศุลเค้าจะสงสัยไหมครับว่าให้ใครเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษให้ แต่เรากลับสัมพาทย์เป็นภาษาไทย. 3.ถ้าเราเขียนแนำนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ว่าเราชื่ออะไรทำงานอะไรเรียนจบที่ไหนและเขียนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างไปกี่วันในใบแนะนำตัวเราแล้ว และเราจำเป็นต้องทำแผนการท่องเที่ยวแยกอีกฉบับด้วยไหมครับว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างไปกี่วัน ขอโทษนะครับที่เขียนยาว และอาจจะถามเยอะไปครับ

    • kafaak says:

      1. ผมไม่คิดแบบนั้นครับ เรื่องเอกสารมันตัดสินได้ในเบื้องต้น แต่การสัมภาษณ์ก็สำคัญ​ เพราะเอกสารมันปลอมกันได้ การสัมภาษณ์ช่วยจับโกหกได้เยอะครับ … จุดสำคัญของการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา คือ เอกสารครบ สัมภาษณ์ไม่มีพิรุธ และอย่างที่บอก ขอให้เขามั่นใจว่าเราไปแล้วกลับแน่ ก็เรียบร้อย
      2. การเขียนแนะนำตัวเอง ถ้าเขียนอังกฤษได้ก็ดีครับ จะได้สะดวก แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ภาษาไทย เขาไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องเก่งอังกฤษถึงจะเข้าสหรัฐอเมริกาได้ … ถ้าเราสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย แต่เขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ เราก็แค่บอกไปตรงๆ ว่า ให้คนอื่นช่วยเขียนให้
      3. เรื่องแผนการท่องเที่ยว จริงๆ แล้วแค่กงสุลถาม เราตอบได้ ก็โอเคแล้วครับ ไม่ต้องละเอียดเวอร์ แค่คร่าวๆ ก็พอ เพราะชีวิตนี้มันไม่มีอะไรเป๊ะๆ หรอก เอาแค่วันไหนไปเมืองอะไร ทำอะไรก็พอ

  79. Kanink says:

    นามสกุลในใบเสร็จการซื้อพินจากไปรษณีย์ สะกดผิดไป 1 ตัวไม่ตรงกับพาสปอร์ต ไม่ทราบว่าจะต้องซื้อพินใหม่หรือไม่ค่ะ หรือสามารถใช้ได้เลย ตอนนี้ กรอก แบบฟอร์ม DS-160 ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

    • kafaak says:

      จำได้ว่าเคยถามเคสนี้กับทางสถานทูตไป เขาว่าไม่เป็นไรนะครับ
      แต่เพื่อความชัวร์ ลองเมล์ไปถามด้วยตนเอง (เป็นภาษาไทยได้) ที่ visasbkk@state.gov ครับ

  80. Ale says:

    สวัสดีค่ะคุณ kafaak

    ขอรบกวนสอบถามเรื่อง visa นะค่ะ

    พี่เคยได้ visa America ออกให้ตั้งแต่ 2 มีนาคม 2004 และจะหมดอายุ 2 มีนาคม 2014 เป็น
    visa type/class
    R B1/B2

    (ในวีซ่าเขาระบุแบบนี้ค่ะ คือมี R ด้วยและมี B1/B2 พี่เลยไม่แน่ใจ)

    ในเดือน กันยายน-ตุลาคม 2013 นี้พี่จะไปดูงานในโรงพยาบาลที่อเมริกาค่ะ (ดูงานอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไรกับผู้ป่วยค่ะ)

    ที่อยากรบกวนถามคือ
    1. พี่สามารถใช้ visa อันเดิมเข้าอเมริการอบนี้ได้ไหมค่ะ ทั้งเรื่อง ชนิดของวีซ่า และ วันหมดอายุค่ะ (ที่กังวลคือ ไม่แน่ใจว่าวีซ่าของเราวันหมดอายุมันใกล้ไปไหมค่ะ แล้วมีข้อกำหนดว่า วีซ่าต้องมีอายุอีกนานเท่าไรไหมก่อนเราจะกลับประเทศค่ะ. ตัวอย่างเหมือนในpassport. ที่กำหนดว่าต้องมีอายุอย่างน้อย6เดือนนะค่ะ)
    2. วีซ่าชนิด R B1/B2 เหมือนกับ B1/B2 เฉยๆไหมค่ะ

    ขอบคุณนะค่ะคุณkafaak

    • kafaak says:

      คำตอบดังนี้นะครับ
      1. สามารถใช้วีซ่าอันเดิมเข้าได้ครับ ไม่ต้องห่วง แต่ต้องดูก่อนว่าวีซ่าที่ได้มา ตรงใต้คำว่า entries นั้นเขียนตัวเลขอะไรไว้ มันจะบอกว่าใช้เข้าสหรัฐได้กี่ครั้ง ถ้าเป็น M คือ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าจะหมดอายุครับ
      2. ไม่มีอะไรครับ … R คือ Regular ครับ คือ เป็นผู้ถือวีซ่าเข้าสหรัฐแบบบุคคลธรรมดา ไม่มีอะไร ไม่ต้องตกใจครับ

      • ale says:

        ขอบคุณมากๆนะค่ะ เป็น blog ที่ช่วยให้ความรู้ได้มากจริงๆค่ะ
        ขอบคุณค่ะ

  81. ไล says:

    อยากจะเรียนถามว่า ปริ้นใบds16ไม่ได้ค่ะ อย่างนี้จะมีโอาสได้สัมภาษณ์ รึเปล่าคะ อีกวันเดียวก็จะถึงวันสัมภาษณ์แล้วค่ะ แต่มีใบนัดสัมภาษณ์

  82. Superman says:

    คำถามเหมือนด้านบนครับ คือว่าแม่เป็นโรบินฮู้ดอยู่ที่อเมริกา แล้วผมต้องการที่จะขอวีซ่าไปเที่ยว ซึ่งไม่คิดจะหนีอยู่แล้วครับ เพราะหน้าที่การงานค่อนข้างดี แล้วในการกรอกข้อมูลเค้าจะถามว่า พ่อแม่อยู่ที่ อเมริการหรือเปล่า มันเป็นอะไรที่ตอบยากมากๆเลยครับ … รบกวนสอบถามหน่อยครับว่า ถ้าตอบว่าอยู่ แล้วเค้าถามเพิ่มเติม ผมจะบอกว่ายังไงครับ? เค้าก็จะคิดว่าผมต้องหนีไปกับแม่ หรือไม่ก็จะไปจับแม่ที่นั่น …. และ ถ้าโกหกว่าไม่มีคนในครอบครัวอยู่ที่อเมริกา แล้วเค้าจะมีประวัติข้อมูลของครอบครัวอยู่หรือไม่ครับ

    ผมรบกวนคุณ kafaak ให้คำแนะนำหน่อยครับ ค่อนข้างกังวลเรื่องนี้มากๆครับ

    ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      เป็นกรณีที่ผมไม่ค่อยอยากให้คำแนะนำแบบเปิดเผยเท่าไหร่เลย (ฮา)
      ผมขอแนะนำแบบนี้แล้วกันครับ … ถ้าคุณไปคนละเมืองกับที่คุณแม่คุณอยู่ ก็ทำเป็นว่าคุณไม่รู้ว่าคุณแม่ท่านหนีไปเป็นโรบินฮู้ดอยู่ในอเมริกาก็แล้วกัน (มันอารมณ์เดียวกับกรณีที่เรามีญาติไปอยู่ที่โน่นซัก 10 คน เวลาผมตอบ ผมก็ตอบแค่เฉพาะกรณีที่ผมจะไปอาศัยอยู่กับเขา หรือไปเยี่ยมพวกเขา … ถ้าไม่ได้มีกรณีแบบนีั้น ผมก็ตอบไปเหมือนกันว่าไม่มีญาติอยู่)

      แต่ผมก็ขอแนะนำอีกเช่นกันว่าให้คุณแม่เลิกเป็นโรบินฮู้ดดีกว่าครับ … ถ้าไม่กลับมาไทย ก็พยายามทำให้ไปอยู่ที่โน่นได้แบบถูกกฎหมาย … เพราะการที่มีกรณีแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้การขอวีซ่าเข้าประเทศมันกลายเป็นเรื่องยาก และต้องเข้มงวดครับ

  83. mamy says:

    สวัสดีคะ.
    อยากถามว่า อยู่ต่างประเทศมาเยี่ยมแม่ที่เมืองไทย จะขอวีซ่าท่องเที่ยวที่เมืองไทยได้ไหมคะ และลูกๆๆก็พูดไทยไม่ได้ด้วย ดิฉันเคยได้วีซ่า 10ปี แต่ไม่ได้เข้า อเมริกา และหมดอายุไปแล้ว ขอบคุณคะ

  84. Alice says:

    สวัสดีค่ะคุณKafaak ดิฉันเป็นแอร์ อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวอเมริกาโดยใช้discount ticket เป็นเวลาประมาณ4-5วันค่ะ แต่พ่อแม่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้อะค่ะ กลัวไม่ผ่าน ควรเตรียมเอกสารอะไรไปเพื่อให้ผ่านง่ายขึ้นอะคะ ตัวดิฉันมีวีซ่าลูกเรือ เเละวีซ่าB1/B2 10ปีค่ะ รบกวนตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

  85. Direk Lak says:

    สอบถามหน่อยครับ คือผมไปยื่นขอวีซ่าเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 56 สัมภาษณ์ผ่านแล้ว ผมไปงานที่ทำงานส่งไป พอดีผมจะให้ภรรยาไปด้วยเลยไปยื่นแนะนัดสัมภาษณ์ 9/9/56 ผมให้ภรรยาผมใช้เอกสารที่ กต.ออกให้ และหนังสือนำของที่ทำงานผม และใบตอบรับจากที่อเมริกา ได้ไหมครับ ต้องใช้เอกสารอื่นเพิ่มเติมไหมครับ รบกวนชี้แนะด้วยครับ

    • kafaak says:

      กรณีนี้ ผมคิดว่าต้องเพิ่มพวกเอกสารด้านการเงินครับ พวกสำเนาบัญชีธนาคาร … เพราะคุณไปเรื่องงาน บริษัทน่าจะเคลียร์ให้ แต่แฟนคุณไปเอง คุณต้องมีหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอกับการใช้จ่ายครับ แล้วเวลาแฟนไปสัมภาษณ์ ก็บอกว่าไปกับคุณ คุณไปทำงาน แฟนตามไปเที่ยว

  86. Pla says:

    สวัสดีค่ะ คุณกาฝาก พี่ชาย ต้องการขอวีซ่าไปอเมริกาเพื่อเลือกสถานที่ทำงานในอนาคต (พี่ชายเป็นแพทย์และมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ขอ Green Card – Track Physician National Interest Waiver จึงต้องการไปสำรวจ shortage area ซึ่งมีอยู่บาง county ตามที่ Health Resources and Services Administration (HRSA)) และจะดูโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ลูกๆ จะเรียนด้วย พี่ก็จะพาภรรยาและลูกทั้งสามคน รวมทั้งดิฉันไปด้วย รวมเป็น 6 คน เขาไม่แน่ใจว่าจะเลือกเป็น B1/B2 หรือ B1 หรือ B2 ดี พี่ยังไม่ได้ติดต่อใครที่โน่นที่จะเป็นสถานที่ทำงานใหม่หรือโรงเรียนใดๆ เลย แต่ก็จะไปสำรวจก่อนตัดสินใจร่วมกันในระดับครอบครัว ว่าทุกคนในครอบครัวชอบไหม(ตอนนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะสมัครโครงการนี้แน่ๆ แต่ไม่ทราบว่าจะเลือกที่ทำงานที่ใดเท่านั้น) รัฐที่ไปคือมิชิแกน ไม่มีทัวร์จากไทยไป เหตุผลที่เลือกรัฐนี้เพราะแฟนดิฉันอยู่ที่นั่น เพื่อจะได้มีคนรู้จักอยู่ใกล้ๆ
    คำถามคือ
    1.แต่ละคน ทั้ง 6 คนจะต้องเลือกวีซ่า ประเภทใด B1/B2 หรือ B1 หรือ B2 ดิฉันไปเที่ยวกับเขา พี่สปอนเซอร์ แต่ให้แฟนเขียนหนังสือเชิญไปพักบ้านได้
    2.ถ้าพี่ไปดูสถานที่ทำงาน ต้องให้ Health Department ของที่นั้นๆ เขียนหนังสือตอบรับหรือเชิญให้ไปเยี่ยมชมด้วยหรือไม่ หรือใช้ประกาศรับสมัครแพทย์จากหน้าเวบไซต์ได้เลย หรือใช้หนังสือเชิญจากแฟนดิฉันได้
    3.โรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ที่ลูกๆ จะไปดู จะใช้เอกสารใดประกอบ
    4.หรือควรเลือก B2 และไม่ต้องพูดถึงเรื่องไปดูสถานที่ทำงานและโรงเรียนเลยคะ

    ขอบคุณคุณกาฝากล่วงหน้านะคะ เรากะว่าจะกรอกใบสมัครให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะว่างพร้อมกันและจะไปสถานทูตได้ช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ และวางแผนจะไปอเมริกา ช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งลูกปิดเทอม เรากลัวว่าจะเลือกประเภทวีซ่าและเอกสารประกอบผิดค่ะ

    ขอบคุณอีกครั้ง

    • kafaak says:

      แนะนำตามนี้นะครับ

      1. ถ้าไม่มีเรื่องการเชิญไปดูสถานที่ทำงาน ก็เลือกเป็น B2 ท่องเที่ยวอย่างเดียวครับ แต่ถ้ามีเรื่องดูสถานที่ทำงาน ก็ B1/B2 ครับ
      2. ถ้ากะว่าจะไปดูสถานที่ทำงานด้วย ก็เอาหนังสือตอบรับ/หนังสือเชิญของเขาไปด้วย
      3. กรณีของลูกๆ นี่ ถือว่าไปท่องเที่ยวเลยครับ B2 ไปเลย ไม่ต้องวุ่นวาย ถือโอกาสไปดูโรงเรียน ไปดูสถานศึกษาด้วยเลย ไม่ต้องไปบอกเขาก็ได้ว่าเราจะไปดู ผมว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ตอนที่จะไปเรียนจริงๆ ค่อยมาทำ F1 อีกที

      หรือสรุปง่ายๆ คือ เน้นว่าไปท่องเที่ยวก่อน จากนั้นเวลาจะไปทำงานจริงๆ หรือจะไปเรียน ก็ค่อยไปทำวีซ่าที่ถูกต้อง

      • Pla says:

        ขอบคุณมากค่ะ ขอถามกรณีของดิฉัน เงินในบัญชีไม่พอ ในการกรอกวีซ่าจะให้พี่ชายสปอนเซอร์แล้วแสดงหลักฐานของพี่ชาย หรือว่าควรให้พี่ชายโอนเงินเข้าบัญชีแล้วค่อยเอาหลักฐานการโอนเงินของพี่มาประกอบ หรือคุณจะแนะนำเป็นอย่างอื่นคะ ขอบคุณค่ะ

        • kafaak says:

          สามารถระบุว่าพี่ชายสปอนเซอร์ก็ได้ครับ แล้วคุณก็มีสำเนาบัญชีของทั้งตัวคุณเองและพี่ชายของคุณ แต่ว่าก็มีจดหมายจากพี่ชายที่ระบุว่าเขาจะสปอนเซอร์ให้คุณก็ได้ครับ
          อีกวิธีนึงก็คือ ให้พี่ชายโอนเงินเข้าบัญชี แล้วไปขอหนังสือรับรองสถานะทาการเงินจากธนาคาร (ไปบอกเลยว่าจะขอวีซ่าประเทศอะไร) แต่ก็มีสำเนาบัญชีของคุณไปด้วย อันนี้ก็พอไหวเช่นกัน

          • Pla says:

            ขอบคุณมากๆ ดิฉันขอถามเพิ่มเติมค่ะ เพราะเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาแล้วเมื่อเดือนกันยาปีก่อน เนื่องจากขอไปงานรับปริญญาแฟน แต่ไม่มีสำเนาพาสพอร์ตของเขา และรูปถ่ายของเราด้วยกัน ซึ่งดิฉันนึกไม่ถึงว่าต้องเตรียมมากขนาดนนั้น
            ครั้งนี้ก็กลัวว่าจะถูกปฏิเสธอีก
            มีคำถาม 2 คำถามค่ะ
            1.เรื่องงานค่ะ ทำงานสอนพิเศษประจำแค่เสาร์อาทิตย์ช่วงเช้า มาสองปีเต็มแล้ว แต่ช่วงปิดเทอมไม่ได้สอน ได้รายได้เล็กน้อยที่หัวหน้าส่งให้เข้าบัญชี โรงเรียนนี้จดทะเบียนการเปิดถูกต้อง แต่
            รายได้หลักจริงๆ ของดิฉัน มาจากงานที่สอนพิเศษที่เปิดที่บ้าน แต่ไม่ได้จดทะเบียน
            ถ้าดิฉันแสดงให้ดูรายได้ที่บันทึกในคอมพิวเตอร์ต่อเดือนของตัวเองที่สอนที่บ้าน ประกอบกับเอกสารรับรองการทำงานมาสองปี กับโรงเรียนที่สอนแค่ตอนเช้าเสาร์อาทิตย์ จะมีน้ำหนักพอหรือไม่
            2. คำถามจากพี่ชาย เนื่องจากเขามีแค่บัญชีโอดี ที่มีเงินหมุนเวียน เพื่อการทำธุรกิจที่ต้องเบิกเงินตลอด แต่ก็มีเงินคลีนิกเข้าบัญชีตลอดเช่นกัน ถ้าไปขอหนังสือรับรองจากธนาคารแล้ว ต้องให้ตัวเลขในบัญชีอยู่นิ่งจนถึงวันสัมภาษณ์หรือไม่ หรือพี่ควรเปิดบัญชีใหม่แบบออมทรัพย์แล้วให้มีเงินคงที่จนถึงวันสัมภาษณ์ เราคาดว่าจะไปสัมภาษณ์ ช่วงสัปดาห์หน้าหรือถัดไปค่ะ

            ขอบคุณล่วงหน้าในความกรุณาตอบคำถามค่ะ บอกตรงๆ ว่าไม่อยากโดนปฏิเสธอีกค่ะ

  87. Ploy says:

    สวัสดีค่ะ กำลังจะยื่นขอวีซ่า B2 ไปท่องเที่ยวค่ะ เคยได้วีซ่าครั้งนึงตอนไปwork & travel รบกวนขอสอบถามนะคะ
    1. คุณแม่อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกันแต่คนละนามสกุล สามารถใช้PINเดียวกันได้มั้ยคะ
    2. เวลาสัมภาษณ์พร้อมคุณแม่ จะเลือกภาษาอะไรดีคะ เพราะคุณแม่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ แต่ตัวเองก็รอดอยู่ แหะๆ
    3. ใบลาจากบริษัทที่ใช้ยื่นตอนสัมภาษณ์วีซ่า กะจะลาช่วงสงกรานประมาณ10วันค่ะ แต่ตั้งใจว่าจะลาออกหลังได้วีซ่า แล้วจะไปช่วงเดือนกุมพา อยู่ประมาณ2-3เดือน จะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
    4. เรียนจบแล้ว ทำงานบริษัทมาประมาณปีครึ่ง แต่ว่าลงเรียนรามอยู่ด้วยเป็นปริญญาตรีใบที่2 อยู่ปี5แล้ว ตอนสัมภาษณ์วีซ่าควรบอกไปมั้ยคะ ว่าทำงานด้วย เรียนด้วย แล้วเอาใบรับรองจากมหาลัยมายื่นด้วย หรือต้องบอกอย่างใดอย่างหนึ่ง
    5. มีป้าเป็นซิติเซนอยู่ที่อเมริกาค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ อยู่มา40กว่าปีแล้ว แต่แกไม่ค่อยสันทัดเรื่องเอกสารแล้วก็ยุ่งๆอยู่ เลยไม่ค่อยอยากรบกวนเรื่องจดหมายเชิญค่ะ แต่ว่าจะไปพักอยู่กับป้าน่ะค่ะ อย่างนี้ควรบอกมั้ยคะว่ามีญาติอยู่ที่นู่น

    ขอบคุณค่า

  88. Jakrin says:

    เพิ่งไปมาวันนี้ 17ก.ย.2556ผ่านฉลุย อัพเดทเรื่องห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกทุกชนิดรวมทั้งแบตสำรองสายหูฟังเค้าไม่รับฝากแล้วนะครับ ยกเว้นมือถือเครื่องเดียวที่เค้ารับฝาก วันนี้เจอมากับตัว

  89. ชาริยา says:

    พี่อยู่ที่เชียงราย30ปีแล้วตั้งใจจะไปเที่ยวที่กรุงเทพคิดว่าไหนๆไปก็นัดสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเลย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่อีก กรอก DS160สัมภาษณ์ที่กรุงเทพ แต่พอนัดสัมภาษณ์ที่กรุงเทพไม่ว่าง พี่จะไปสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ พี่ต้องเริ่มต้นกรอก DS160ใหม่อีกรึเปล่าคะ

    • kafaak says:

      เคสนี้ผมไม่แน่ใจครับ ลองติดต่อ Visa Call Center ที่เบอร์ 001-800-13-202-2457 ดีกว่าครับ

  90. Kwan says:

    สวัสดีค่า
    มีเรื่องสอบถามค่ะ เผอิญsearch google มาซักพักแล้วแต่ยังไม่ได้คำตอบที่พอจะทำให้เรามั่นใจ

    คือตอนนี้เราทำงานบริษัท ก็เป็นบริษัทที่มั่นคงพอดู ทำมาซัก7ปีแล้ว
    ทีนี้ เราอยากจะขอวีซ่าF1 ไปหาอะไรเรียนเพิ่มความรู้ประมาณสองปี
    ซึ่งบริษัทให้พนักงานลาไปเรียนได้ แบบไม่ต้องลาออก

    ตอนนี้เรามีวีซ่าB1 แล้วก็เคยไปUSAมาสองครั้ง

    แต่ปัญหาของเราอยู่ที่ เราติดผ่อนบ้านอยู่อ่ะค่ะ
    ไม่ทราบว่า ถ้าผ่อนบ้านเนี่ย จะเป็นปัญหาต่อการไปเรียนต่อของเราไม๊คะ
    แล้วเราก็ควรมีเงินติดบัญชีไว้เป็นเลขหกหลักใช่ไม๊คะ

    ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะคะ

    • kafaak says:

      เรื่องการผ่อนบ้านไม่ใช่ประเด็นครับ จริงๆ ต้องบอกว่า มันคือสิ่งที่จะย้ำว่า เรากลับมาเมืองไทยแน่ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะหนีไปเป็นโรบินฮู้ดอยู่ที่อเมริกา และจะให้ดี มีเอกสารจากที่บริษัทว่า แค่ลางานไปเรียนต่อ กลับมาแล้วยังทำงานกับบริษัทนี้ตามเดิม … จากนั้น ควรมีเงินติดบัญชีไว้มากพอที่จะส่งเสียตัวเองเรียนจบได้ครับ ยกเว้นคุณจะมีเอกสารที่ยืนยันว่ามีคนให้การสนับสนุนค่าเล่าเรียน

  91. ปราง says:

    สวัสดีค่ะคุณ kafaak เท่าที่หาข้อมูลมน inernet มาคุณ kafaak ดูตอบได้กระจ่างสุดเลยค่ะ

    ขอเริ่มเรื่องเลยแล้วกันค่ะ
    ถูกปฎิเสธการทำวีซ่าท่องเที่ยวมา 2 ครั้งค่ะอยากทำครั้งที่ 3 ให้ผ่านต้องทำยังไงมั่งคะเพราะตอนนี้ทั้งงง ทั้งกลัว ทั้งสับสน?

    ครั้งแรก ที่่ไปทำวีซ่าเมื่อต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว 2555 : เราเตรียมเอกสารทั่วไปตามที่เค้าให้เตรียมกันค่ะ แต่ที่เตรียมเสริมไปเช่น เอกสารที่แสดงว่าเราทำงานกับบริษัทซึ่งทำมา 10 ปี, เอกสารเงินเดือน, เอกสารการลางานเพื่อไปเที่ยวอเมริกา 2 สัปดาห์ซึ่งทั้งหมดบริษัทออกให้เป็นภาษาอังกฤษพร้อมลายเซ็นของเจ้าของบริษัท ทางผู้สัมภาษณ์ได้ถามคำถามค่ะ เราก็ตอบไปตรงๆว่าไปเยี่ยมแฟนที่อยู่ที่นู่นมีที่อยู่แฟน พาสพอร์ด ใบขับขี่ที่พริ้นออกมา ท่านกงศุลถามว่ามีโอกาสแต่งงานมั้ย 2-3 ปีนี้เราตอบกลับไปค่ะว่าไม่แน่ใจ จากนั้นเค้าก็ดูเอกสารผ่านตาไปเร็วมากพร้อมบอกว่าไม่ผ่านค่ะ เพราะคุณมีหลักฐานในการผูกมัดกับประเทศไทยน้อยมาก ดิชั้นกลัวคุณจะไม่กลับมาเมืองไทยค่ะ ……. ตอนนั้นหน้าชาเลยค่ะงงมากทั้งๆที่เราบอกเค้าว่าเรากลับแน่เพราะเรากลับมาทำงานและไม่พร้อมจะไปอยู่ที่นั้นเลย ท่านกงศุลก็บอกว่าไม่ได้ยังไงก็ไม่ผ่านค่ะ

    ครั้งที่ 2 ไปทำต้นเดือนพย.2555 ค่ะคราวนี้เตรียมเอกสารเพิ่ม คือจดหมายเชิญจากแม่แฟนและแฟนเขียนว่าพาไปกิน-เที่ยวไหนมั่ง พักกับทางครอบครัวเค้า และเราเองจะนำข้อมูลไปเขียนในนิตยสารเกี่ยวกับอาหารที่นู่นด้วย (เราทำงานกับนิตยสารอาหารและสุขภาพค่ะ), เอกสารแสดงบัญชีในธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนมีทั้งบัญชีเงินเดือน,บัญชีเงินฝาก 2 เล่มเป็นหลักแสนค่ะ, ทะเบียนบ้าน, เอกสารแสดงว่าบริษัทที่ตัวเองทำนั้นเก่าแก่และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยแค่ไหน ( จาก website) นอกนั้นเป็นเอกสารเดิมทั้งหมดค่ะ ท่านกงศุลที่สัมภาษณืท่านถามคำถามเดิมค่ะ ว่าแฟนเราชื่ออะไรอยู่ที่ไหนจะไปไหนไปทำไม เราก็ตอบไปตามตรงค่ะว่าไปเยี่ยมเค้าไปเที่ยว จากนั้นท่านกงศุลก็ดูเอกสารคร่าวๆ (อีกแล้ว) จากนั้นถามว่า : ไหนทะเบียนบ้านเราก็ยื่นไปค่ะ, ไหนขอดูบัญชีเงินฝากย้อนหลังหน่อยเราก็ยื่นไปค่ะ, ซักพักก็มองหน้าเราค่ะว่า….ไหนมีใบผ่อนรถมั้ย-ผ่อนบ้าน-คอนโดล่ะ ทีนี้ล่ะแย่ละเราไม่ได้ซื้อรถค่ะ, ไม่ได้ผ่อนบ้านเพราะอยู่กับครอบครัวเลยไม่ได้ผ่อนคอนโดด้วย เราเลยบอกไปอีกทีแต่เราเป็นเจ้าบ้านนะคะนี่ค่ะชื่อเราก็มีว่าเป็นเจ้าบ้านซึ่งตรงกับบัตรประชาชน จากนั้นท่านกงศุลก็มองทะเบียนบ้านอีกรอบค่ะบอกว่าเข้าใจแต่ทำไมไม่มีบิลค่าน้ำ-ค่าไฟว่าจ่ายจริง อึ้งเลยค่ะเพราะไม่ได้เอาไปจริงๆ พอจบคำถามท่านกงศุลบอกว่า…ผมไม่ให้ผ่านนะเพราะคุณมีหลักฐานในการผูกมัดกับประเทศไทยน้อยมาก ผมกลัวคุณจะไม่กลับมาเมืองไทย แต่ถ้าคุณสัมภาษณืกับคนอื่นเค้าอาจจะให้คุณผ่านก็ได้นะ….หน้าชาเลยค่ะรอบสองโกรธและงงจนตัวร้อนเลย

    ประกอบกับปีนี้ตอนต้นๆปีนี้ 2556 เราได้ลาออกจากงานค่ะเพราะงานเครียดมากจนป่วยไม่สามารถทำงานได้ไหวค่ะ ประกอบกับคุณแม่ก็ป่วยด้วยเพราะท่านแก่แล้วเลยออกมาดูแลท่าน จากนั้นออกมาเป็น freelance ค่ะเกี่ยวกับงาน graphic design ทั้งหลาย, ก็มีเงินเข้ามาบ้างค่ะมากบ้างน้อยบ้างตามงานของลูกค้าที่จ้างมา เพราะต้องเอาเงินมาจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟและค่าจิปาถะที่บ้านรวมทั้งให้คุณแม่-น้องชายด้วย (น้องชายเรียนปอโท) ตอนนี้ยังอยากไปเที่ยวอเมริกาอยู่ค่ะแต่คราวนี้ความที่ห่างกับแฟนมาก (ไม่มาหาปีครึ่งกว่าๆแล้วเนื่องจากพี่ชายของแฟนเสียกระทันหันทำให้เค้าไม่สามารถมาหาที่เมืองไทยได้อีก…ต้องดูแลพ่อกับแม่ที่แก่และป่วย ทำให้เราต้องเลิกกันค่ะเศร้ามากกก เฮ่ออยากจะร้องไห้) พอดีเพื่อนสนิทมีโครงการจะเยี่ยมน้องชายของเค้าเองที่อเมริกาค่ะประมาณเดือนเมษายนเพื่อนเห็นเราเศร้าค่ะเลยอยากชวนไปเที่ยวอเมริกา โดยพักกับบ้านน้องชายของเค้าค่ะ เราเองก็อยากไปอยู่นะเพราะเคยฝันว่าอยากไปเที่ยวที่นู่นอยู่แล้ว ทีนี้อยากถามว่าเราอยากทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาอีกครั้งนึงเราจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างที่จะสนับสนุนและท่านกงศุลจะเชื่อว่าเรากลับมาแน่นอน

    เหตุผลที่เราไม่ผ่านทางสถานฑูตได้ทำการบันทึกไว้ใช่มั้ยคะ แล้วคราวนี้เหตุผลในการไปต่างกันเค้าจะว่ามั้ยคะ

    ตอนนี้เลยลองร่างคร่าวๆแล้วค่ะว่าน่าจะเตรียม :
    * พริ้นเอกสารผลงานที่ตัวเองทำส่งลูกค้างาน graphic,ออกแบบโลโก้และงานฝีมือที่ทำขายใน etsy.com ทั้งหมดให้ดูว่าเรามีงานทำจริงถึงแม้ว่าจะไม่ทำงานประจำ, นามบัตรตัวเอง (รับทำ freelance)
    * เอกสารการเสียภาษีทั้งหมดย้อนหลังไป 10 ปี
    * บิลค่าน้ำ บิลค่าไฟ (ที่ท่านกงศุลเคยถามถึงว่าทำไมเราไม่มี)
    * เอกสาร copy พาสพอร์ดของเพื่อน
    * จดหมายเชิญจากเพื่อนและน้องชายของเค้า

    รบกวนด้วยนะคะมืดแปดด้านจริงๆค่ะ อ่านแล้วขาดเหลืออะไรช่วยบอกด้วยค่ะ
    แล้วก็อยากทำวีซ่าครั้งใหม่ให้ผ่านไปด้วยดีด้วยค่ะคุณ kafaak
    ขอบคุณมากนะคะ

    ปราง

    • kafaak says:

      ครั้งแรกกับครั้งที่สอง ผมเองก็แปลกใจว่าทำไมท่านกงศุลไม่อนุมัติวีซ่า (แต่ครั้งแรกอาจเป็นเพราะคุณไม่เคลียร์เรื่องแต่งงานกับแฟนก็เป็นได้ … ส่วนครั้งที่สอง น่าจะโชคร้ายไปเจอกงศุลขาโหด)
      แต่ครั้งที่สามเนี่ย โอกาสมันจะยากนิดนึงจริงๆ เพราะคุณไม่มีงานเป็นหลักแหล่งแล้วด้วย ปัจจัยที่จะบอกเขาว่าคุณกลับมาแน่นอน ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก … แต่ดีขึ้นตรงที่ไม่มีแฟนอยู่ที่นั่นแล้วล่ะครับ
      แน่นอนว่ามันจะมีบันทึกไว้ทุกอย่าง ว่าคุณยื่นขอกี่ครั้ง ไม่ผ่านกี่หน แต่การพิจารณาแต่ละครั้งจะไม่ได้ยึดเอาข้อมูลเก่ามาอ้างอิง ไม่ต้องห่วงครับ

      งวดนี้เตรียมเอกสารเรื่องเงิน เรื่องรายได้ไปให้ดี … ไปนานแค่ไหน คำนวณไปเลยครับ (ปกติผมจะคิดคร่าวๆ ง่ายๆ แบบนี้ ไปกี่วันคูณหมื่นไปเลย) และหลักฐานที่อยู่ถาวรในประเทศไทย เพื่อยืนยันจริงๆ และการที่คุณต้องกลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ เป็นเหตุผลที่ดีครับ แต่เพื่อการนี้ คุณพ่อคุณแม่อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกับคุณไหม? ท่านอยู่บ้านเดียวกับคุณไหม แล้วระหว่างเที่ยว ใครเป็นคนดูแลพวกท่าน? แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนที่ดูแลพวกท่านเป็นหลัก ตอนช่วงเที่ยวแค่มีคนมาทำหน้าที่แทนชั่วคราว … แผนการท่องเที่ยวเตรียมให้พร้อม​ (แต่ไม่ต้องถึงขนาดซื้อตั๋ว) ต้องบอกได้ทั้งวันไป วันกลับ ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง คร่าวๆ ว่าจะไปพักแถวไหน … และเตรียมหาคำตอบให้ดีๆ ว่าจะทำยังไงให้กงศุลเชื่อว่างาน Freelance ของคุณ ก็เป็นอีกส่วนนึ่งที่ทำให้คุณผูกมัดกับประเทศไทย

      • ปราง says:

        น่าจะเป็นอย่างที่คุณว่าแน่ๆเลยค่ะเพราะตอนนั้นตอบไม่เคลียร์และใช่เลยค่ะท่านกงศุลโหดมากค่ะหน้าตาบูดบึ้งมากตั้งแต่คำถามแรกจนถึงประโยคสุดท้าย

        พูดถึงเรื่องบ้าน : ที่บ้านมีทั้งหมด 4 หลังในพื้นที่เดียวกันค่ะมีบ้านหลักหลังที่อยู่กัน 4 คนพ่อ,แม่,น้องชายซึ่งตัวเราเองมีชื่อเป็นเจ้าบ้าน อีก 3 หลังทำแบ่งเป็นห้องเช่าค่ะและครอบครัวเราดูแลเองมาตั้งแต่ห้องเช่ามาตั้งแต่สมัยคุณยายยังไม่เสีย ส่วนบ้านหลังที่เหลือมีชื่อคุณแม่, ป้า, ลุงค่ะ เป็นกองมรดกจากคุณยายค่ะว่าทุกเดือนรายได้ที่ได้ต้องหาร 6 เท่าจำนวนพี่น้องของแม่เรา

        ในกรณีนี้เราจำเป็นต้องย้ายชื่อคุณแม่เข้ามาในทะเบียนบ้านที่เราเป็นเจ้าบ้านมั้ยคะ? หรือยังไงดีที่ทำให้ท่านกงศุลเชื่อว่าเราเลี้ยงท่านและอยู่กับท่านจริงๆ ส่วนคุณพ่อมีบ้านอีกหลังที่เป็น studio งานศิลปะของท่านค่ะเพราะงานศิลปะของท่านชิ้นใหญ่ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้ท่านทำงาน พ่อจะกลับมาที่บ้านเราอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งค่ะ พอตั้งแต่ออกจากงานมาเราเลยได้ดูแลแม่เต็มตัวค่ะ (คุณแม่เข่าเสื่อม) เลยตามท่านไปทุกที่เพราะกลัวท่านไปล้มน่ะค่ะ

        ในระหว่างเที่ยวก็ว่าจะให้น้องชายดูให้ค่ะ เพราะเรียนปอโท 3 วันต่ออาทิตย์ครั้งละประมาณ 3-4 ชั่วโมงดูแลได้อยู่แล้วค่ะ เพราะผู้ชายมั้งคะดูแลได้ไม่ดีไม่ละเอียดเท่าผู้หญิงแต่ฝากได้ค่ะเพราะเคยทำมาบ้างแล้วตอนไปต่างจังหวัด 2-3 วัน

        เรื่องรายได้เดี๋ยวจะลองคำนวณเลยค่ะเพราะที่วางแผนไว้ 10 วันค่ะประมาณแสนนึง

        ส่วนแผนการท่องเที่ยวได้คุยกับเพื่อนไว้คร่าวๆแล้วค่ะว่าไปที่ไหนมั่งแต่ยังไม่ได้ระบุวันแบบเป๊ะๆ ว่าไว้ใกล้ๆจะคุยกันอีกทีค่ะว่าประมาณไหนไปไหนกี่วัน, ตอนนี้คงต้องหาเหตุผลและคำตอบดีๆสำหรับตอบท่านฑูตว่าจะทำยังไงให้กงศุลเชื่อว่างาน Freelance ของเรานั้นเป็นอีกส่วนนึ่งที่ทำให้คุณผูกมัดกับประเทศไทย

        นิดนึงค่ะเกี่ยวมั้ยว่าสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยจะดีกว่าสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเพราะภาษาไทยทำให้เราผิดพลาดน้อยกว่า? เพราะสองครั้งที่ผ่านมาสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ

        ขอบคุณที่ตอบกลับมานะคะคุณ kafaak โหยดีใจมากเลยที่ได้ยินเสียงอีเมลใหม่เข้ามาในอินบ็อกซ์

        รบกวนอีกรอบนะคะ
        ปราง

        • kafaak says:

          ผมแนะนำว่า ควรทำให้ท่านกงศุลเชื่อว่าคุณแม่อยู่บ้านเราจริงๆ การย้ายชื่อท่านมาอยู่ในทะเบียนบ้านก็น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย และจะให้ดีเตรียมเอกสารเรื่องกาารป่วยของคุณแม่ไว้ด้วยครับ ถ้าเป็นอาการเรื้อรังที่ต้องไปเข้ารับการรักษาเป็นระยะๆ ก็เตรียมเอกสารพวกนี้ไว้ด้วย

          จากประสบการณ์ที่ผมให้คำปรึกษามา ส่วนใหญ่ที่พลาดจะมีแค่ 2 เรื่องหลัก คือ 1) เอกสารไม่พร้อม ขาดความน่าเชื่อถือ และ 2) ตอบคำถามได้ไม่เคลียร์ ทำให้กงศุลรู้สึกแคลงใจครับ

          กงศุลสามารถพูดไทยและอังกฤษได้หมดดังนั้นเรื่องสัมภาษณ์ไม่น่าเป็นห่วงครับ … พยายามตอบคำถามง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษ และอันไหนยากๆ กลัวผิดพลาด ก็ขอตอบเป็นภาษาไทยครับ

  92. Golf says:

    รบกวนขอสอบถามหน่อยครับ พอดีกำลังมองว่าจะไปเที่ยวอเมริกาอ่ะครับ ก่อนหน้านี้เคยเที่ยวแถบเอเซีย ฮ่องกง มาเก๊า จีน เกาหลี ประมาณนี้อ่ะครับ พอมีโอกาสจึงอยากไปเที่ยวอเมริกา (เป็นเมืองที่อยากไปสัมผัสมาก) ปัญหา ข้อกังวลใจที่จะรบกวนถามมีดังนี้ครับ
    1.พลาสปอร์ต เล่มเดิม หายตอนน้ำท่วมครับ แล้วถ้าใช่เล่มใหม่(ขาวๆ)ไปขอวีซ่าจะได้รับการอนุมัติยากหรือป่าวครับ
    2.ผมจะไปกลับภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียน มีลูกด้วยกัน1คน ต้องจดทะเบียนก่อนเพื่อความราบรื่นหรือป่าวครับ
    3.ผมและภรรยามีงานทำที่มั่นคง (พนักงานบริษัทฯ) งบคือขายที่ดิน ที่ต่างจังหวัดได้ แล้วมีเงินก้อนนี้แหละครับอยากจะไปเที่ยวอเมริกา เป็นอุปสรรคหรือป่าว Statementไม่สวย จะเป็นอุปสรรคในการยื่นขอวีซ่าหรือป่าวครับ
    4.ผมมีบ้านเป็นของตัวเอง (เป็นเจ้าบ้าน ยังผ่อนอยู่) มีแม่ต้องดูแล และก็ลูกน้อย ข้อนี้จะเป็นการยืนยันว่าจะกลับไทยแน่นอนไม่เป็นโรบินฮูดได้หรือป่าวครับ
    ….รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ….ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      1. พาสปอร์ตใสปิ๊งไม่ใช่ปัญหา หายก็บอกไปตามตรงครับ แต่เคยไปที่ไหนมาบ้าง ก็บอกไปตามตรงเช่นกัน
      2. ไปกับภรรยาไม่ได้จดทะเบียน ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกนั่นแหละครับ แต่ถ้าคิดว่าจดทะเบียนก็ได้ไม่เป็นไร ก็จดให้ถูกต้องตามกฎหมายดีกว่า (แต่ศึกษากฎหมายซักนิดนะครับ จดทะเบียนแล้วมันมีพันธะทางกฎหมายตามมาอีกนะ)
      3. ผมบอกได้แค่ว่า เงินในบัญชีควรมีครอบคลุมค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ในการไปครับ ผมคำนวณง่ายๆ แบบว่า วันละหมื่นต่อคน ไปกี่วัน กี่คน คูณไปเลยครับ
      4. การมีบ้านเป็นของตัวเอง และหากลูกก็ไม่ได้ไปด้วย มันคือข้อยืนยันระดับนึง แต่คุณก็ควรจะมีการกำหนดแผนการเที่ยวไว้แล้ว ไปกี่วัน เที่ยวที่ไหนบ้าง อย่างไร พักที่แถวไหน เป็นต้น

      • Golf says:

        ขอบคุณครับ คุณ kafaak สำหรับคำแนะนำ กระจ่างขึ้นมากเลยทีเดียว
        ขอถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ แล้วยอดเงินที่ครอบคลุมที่คุณว่านี้ หากเราไป 2 คนแบบนี้ ยอดเงินอยู่ในบัญชีใคร บัญชีหนึ่ง จะเป็นปัญหาหรือป่าวครับ แล้วถ้าลงข้อมูลช่องผู้สนับสนุนค่าใช่จ่ายจะลงว่าอย่างไร อย่างเช่น เงินทั้งหมดอยู่ในบัญชีแฟนผมหมดเลย แล้วใบจองสัมภาษณ์ของผมจะลงชื่อแฟนผม หรือ My self อีกอย่างคือ ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน จองวันสัมภาษณ์ด้วยกันได้เลยไหมครับ….
        …รบกวนอีกครั้งนะครับ…ขอบุคณครับ

  93. Faii says:

    อยากจะสอบถามหน่อยอ่าคะ คือพอดีวันนี้พ่อกับแม่ไปขอวีซ่าไปอเมริกาแม่ คือพ่อเป็นทหารแต่ลาออกแล้วตอนนี้ก็มีเงินบำนาญ ส่วนแม่ก็ทำอาชีพค้าขายค่ะ แล้วพ่อดีหลานของพ่อซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ชายพ่อ เค้าเปิดร้านอาหารอยู่ที่ arizona แล้วเค้าเชิญให้พ่อกับแม่ไปเยี่ยมลูกชายเค้าที่เพิ่งคลอดแล้วก็ร้านอาหารไทย โดยเค้าก็ส่ง ใบอนุญาตการเปิดร้านค้าของเค้ามาให้แล้วก็ ใบยินยิมการขอให้พ่อแม่เราไปหาเค้าที่นั้น โดยเค้าบอกในจดหมายว่าเค้าจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วหรือค่ากินอยู่ ซึ่งพ่อแม่เค้า (ลุงกับป้าของเรา) ก็ไปอยู่กับเค้าที่นั่นเเล้ว 2 ปี ซึ่งพ่อเราก็เป็นทหารก็มีใบรองรับเงินเดือนที่แปลเป็นอังกฤษแล้ว ส่วนแม่ก็มีรูปถ่ายแล้วก็ใบประกอบกิจการค้าขายไปด้วย แล้วพอที่นี่เเม่บอกว่าตอนเข้าไปจะมีผู้สัมภาษณ์ซึ่งเป็นคนไทยถามนู้นนี่ แล้วก็ถามว่าแต่งงานรึยัง? มีลูกกี่คน? มีใบเกิดลูกไหม? มีเบอร์โทรติดต่อลูกไหม? ซึ่งพ่อกับแม่เราก็บอกว่าไม่ได้เอาใบเกิดมาและเบอร์โทรก็จำไม่ได้….ที่นี่เค้าก็ส่งไปสัมภาษณ๋ที่ช่องถัดไป เค้าก็ถามนิดหน่อย แล้วก็คีย์ข้อมูลดูอะไรสักอย่างแล้วก็อ่านใบเชิญจากหลานพ่อ เสร็จเเล้วเค้าก็ยื่นใบขาวแสดงความเสียใจกากในช่องแรกว่าเราไม่มีหลักฐานที่แสดงวา่าเราไปแล้วจะกลับมา….อยากรู้ว่าการตัดสินใจเป็นที่ผู้สัมภษณ์คนไทยที่พ่อกับแม่เราไม่ได้ยื่นใบเกิดเราหรือป่าวค่ะ??? รบกวนติดต่อกลับมาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • Faii says:

      แล้วคือกรณีแบบนี้ หลานเค้าต้องการให้ไปดูหน้าลูกชายแล้วท่องเที่ยวอ่ะ แล้วก็ร้านอาหารที่เค้าเปิด แบบนี้เลือกแค่ B1/B2 หรืออ B2 อย่างเดียวค่ะ

      • kafaak says:

        ขอเป็น B2 อย่างเดียวครับ
        อันแรกเป็นการขอแบบไปทำงานและเที่ยวต่อครับ

    • kafaak says:

      เท่าที่ลองอ่านมา ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ ยังไม่เห็นหลักฐานที่จะยืนยันว่าคุณพ่อคุณแม่ของคุณจะกลับไทย … กงศุลกลัวครับ
      ข้อมูลที่คุณมี เป็นแค่เครื่องยืนยันว่าไปที่โน่น มีเงินพอสามารถจับจ่ายใช้สอยได้แน่ๆ เท่านั้นเอง
      ต้องพยายามคิดครับ ว่าจะมีอะไรเป็นหลักฐานแสดงพันธะของคุณพ่อคุณแม่ของคุณกับประเทศไทยบ้าง เช่น มีธุรกิจเป็นของตนเอง มีอะไรที่จำเป็นต้องกลับมาดูแล ฯลฯ และเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เราจะไปให้ด้วย เช่น ใบเกิดของลูก หรือ เบอร์โทร หรือ ที่อยู่ของครอบครัวที่คุณจะไปพักอาศัย (อันนี้สำคัญ อารมณ์ว่า หากคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนี เขาก็จะรู้ว่าควรไปเริ่มต้นตามจากใคร)

  94. nut says:

    มีปีญหาเร่งด่วนค่ะ คือว่าตอนนี้ซื้อ pin นัดวันสัมภาษณ์แล้ว
    วันนี้คือวันที่แก้ไข ds160 ได้เป็นวันสุดท้าย เราเหลือแค่อัพรูปค่ะ
    พยายามจะคลิกอัพก็ครั้งก็ขึ้น เออเรอร์ เหมือนเป็นปัญหาจากทางเวปน่ะค่ะ
    อีกเมลติดต่อไปยังสถานทูตแล้วก็ยังไม่มีอีเมลตอบกลับมา
    พยายามอยู่ 2 วันแค่คลิกว่ากำลังจะอัพรูปก็ขึ้นเออเรอร์ ตลอด เปลี่ยนเครื่องและเบราเซอร์ก็ยังไม่ได้ค่ะ
    ควรทำอย่างไรดีคะ

    • kafaak says:

      กรณีนี้ผมเองก็จนปัญญาจริงๆ ครับ หากเป็นปัญหาที่ระบบของสถานทูต แต่ถ้ามีอีเมล์ติดต่อไปแล้ว ก็น่าจะมีหลักฐานว่าเราได้พยายามติดต่อเพื่อแก้สถานการณ์แล้ว แต่ไม่ทราบว่าคุณได้อีเมล์ไปที่ address อะไรครับ? คือ จะบอกว่า วันเสาร์อาทิตย์ อาจไม่มีคนตอบอีเมล์

  95. kookai says:

    สวัสดีค่ะพี่ รบกวนปรึกษา การขอวีช่าท่องเที่ยวอเมริกาค่ะ ตอนนี้อายุ 35 เเละเคยไปเรียนภาษาที่อเมรืกามาเเล้วรวามเวลา 4 ปีได้ใบเชอรมาเรียบร้อย เเละกลับไทยมาเกือบจะสี่ปีเเล้วค่ะ ตอนนี้อยากกลับไปเที่ยวทาง la เพราะตอนไปเรียนเรียนที่ DC
    1.ตอนนี้มีโรคประจำตัวคือ เบาหวานเราต้องเเจ้งมั้ยคะ การเเจ้งมันมีส่วนในการเเสดงว่าเราจะไม่ไปหนีทีเมกามั้ยคะ
    2 การสัมภาส เราควรบอกมั้ยคะ ว่าเรามีเพื่อนที่เมกา เพราะจริงๆๆเเล้วเคยเรียนที่นู่นมา ก้อต้องมีเพื่อนที่นู่นเป็นปกติ
    3 ต้องมีเอกสารการจองโรงเเรม ตั๋วเครื่องบินมั้ยคะ
    4 เงินในบัญชีควรมีไม่ต้ำกว่าเท่าไรค่ะ ไปประมาณสองอาทิตย์
    5 เเเล้วเราเคยไปเรียนมาเเล้วนี่ จะกลับไปเที่ยว มันเเปลกมั้ยคะ จริงๆๆไม่น่าเเปลกเพราะ อเมริกากว้างมาก
    6 เราควรจะไปเที่ยวประเทศอื่นก่อนมั้ย หรือไม่จำเป็น
    พี่มีอะไรจะเเนะนำอีกมั้ยคะ หรือเอกสารอะไรที่มันเเสดงให่เห็นว่าเราไปเที่ยวเเล้วกลับมาอย่างเเน่นอน
    ขอบคุณมากค่ะ

    • kafaak says:

      ตอบตามนี้นะครับ

      1. เรื่องโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ถ้าเขาไม่ได้ถามก็ไม่ต้องบอกครับ และมันไม่ได้มีส่วนในการยืนยันว่าคุณจะไม่หนีไปอยู่อเมริกาครับ
      2. เรื่องการมีเพื่อนที่สหรัฐ หากไม่ได้ถูกถามก็ไม่จำเป็นต้องบอกครับ เพราะส่วนใหญ่เขาจะถามเรื่องญาติหรือพ่อแม่พี่น้องมากกว่า … แต่หากคุณจะอ้างเรื่องไปเยี่ยมเพื่อน หรือไปพักอาศัยกับเพื่อน ก็ต้องมีหนังสือเชิญจากเพื่อนด้วยจะดีมาก และคุณต้องมีข้อมูลส่วนตัวของเพื่อนพอสมควร (ทำงานที่ไหน ที่อยู่แถวไหน)
      3. มีแผนการเดินทางที่ละเอียดพอ ไปวันไหน อยู่ที่ไหนบ้าง กลับเมื่อไหร่ แต่ไม่ต้องขนาดมีตั๋วเครื่องบิน
      4. ปกติผมคำนวณง่ายๆ ครับ ไปกี่วันคูณหมื่นไปเลยครับ แล้วบอกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับเข้าไปด้วยนะครับ
      5. การไปเรียนมาแล้ว อยากกลับไปเที่ยวอีกไม่แปลกหรอกครับ
      6. ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวประเทศอื่นก่อนครับ

      เอกสารที่ปกติจะแสดงว่าเราไปแล้วกลับมาแน่นอน เช่น เราเป็นลูกคนเดียว มีพ่อแม่แก่ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู, เรายังติดสัญญาอะไรบางอย่างกับบริษัทที่เราทำงานอยู่ แล้วเราต้องกลับมาทำตามสัญญา, เรามีกิจการที่ต้องดูแลอยู่ในประเทศไทย เป็นต้น

  96. me says:

    ในกรณี่ที่มีแฟนยุที่นั่น แต่แฟนมาเยี่ยมที่ไทยปีที่แล้ว พอดีปีนี้จะไปเยี่ยมครอบครัวเขา พ่อแม่และเขาเป็นสปอนเซอทุกอย่าง กรณีนี้พูดตามความจริงใช่มั้ยค่ะ? เพราะยังเรยีนปริญญาตรียังไงต้องกลับแน่นอนค่ะ

    • kafaak says:

      บอกได้ครับ แต่ให้เขาทำเป็นจดหมายเชิญมา แล้วก็แสดงรายละเอียดด้วยเลยว่าเขาจะเป็นสปอนเซอร์ให้ และเตรียมตัวตอบคำถามจากกงสุล เขาเป็นใคร ทำงานอะไร บ้านอยู่ไหน พ่อแม่พี่น้องชื่ออะไร ฯลฯ เพราะถ้าเขาออกค่าใช้จ่ายให้ขนาดนี้ แสดงว่าเราต้องคุ้นเคยมาก ถ้าเราบอกข้อมูลไม่ได้ โดนปฏิเสธวีซ่าแน่นอน

  97. prasert.m says:

    สวัสดีครีบคุณkafaak คือผมมีเพื่อนอยู่อเมริกา เพื่อนชวนไปเที่ยว แต่เขามีหนังสือรับรองและบุ้กแบงค์กะรันตีผม ถ้ายื่นขอวีซ่า B2 เพื่อไปท่องที่อเมริกา ผมเป็นสปอนเซอร์เอง จะมีโอกาศขอวีซ่าได้ไหม ซึ้งตอนนี้ก็พยายามศึกษาหาข้อมูลอยู่ ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย ยังอยู่ช่วงหาข้ออยู่ครับ ขอบคุณ..

    • kafaak says:

      ในกรณีที่คุณจะเป็นสปอนเซอร์ตัวเอง คุณต้องมีเอกสารรับรองฐานะทางการเงินของคุณจากธนาคาร และ statement ของธนาคาร ที่โชว์ว่าคุณจะมีเงินใช้จ่ายมากพอตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาครับ (ปกติผมคำนวณง่ายๆ ไปอยู่กี่วัน คูณหมื่นไปเลย)

  98. ked says:

    สวัสดีค่ะ กำลังจะทำเรื่องขอวีซ่าไปเที่ยวอเมริกา เนื่องจากลูกสาวของพี่ที่ทำงานเค้าแต่งานกับคนอเมริกาเมื่อปลายปี 55 เค้าจะกลับมาไทยกลางเดือน พ.ค.แล้วกลับไปเมกากลางเดือน มิ.ย.นี้ แม่เค้าก็จะตามไปเที่ยวด้วย 2 อาทิตย์เค้าพักอยู่ NYค่ะ เลยอยากไปเที่ยวกับพี่เค้าด้วยค่ะ ลูกสาวพี่ทำงานอายุน้อยกว่าเรา 9-10 ปี เค้าบอกจะทำจดหมายเชิญว่าเป็นเพื่อนกันให้ไปพักและเที่ยวกับเค้าด้วย ปัจจุบันทำงานบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดการ ทำที่นี้มา 13ปี เงินเดือนประมาณ 55k มีเงินในบัญชี 2-3 แสนบาท
    1. เราเคยขอวีซ่าไปเรียนภาษาคอร์ส 3 เดือน เมื่อ 8 ปีที่แล้วแต่ไม่ผ่านไม่จะเป็นเพราะมีพี่สาวโดดวีซ่าอยู่หรือป่าวค่ะ แล้วถ้าไปขอครั้งใหม่นี้จะมีโอกาสผ่านไหมค่ะ
    2. พี่สาวอยู่ DC แต่โดดวีซ่าอยู่ ควรกรอกว่ามีญาติอยู่เมกาหรือไม่มีดีกว่ากันค่ะ

    • kafaak says:

      ขอตอบแบบนี้นะครับ

      1. อาจเป็นไปได้ครับ ว่าการที่มีพี่สาวโดดวีซ่าอยู่ ส่งผลให้คุณขอวีซ่าไม่ผ่าน และหากนั่นคือสาเหตุที่เขาใช้ประเมิน การขอครั้งใหม่ ก็มีโอกาสไม่ผ่านอีกนั่นแหละครับ
      2. ครั้งนี้หากอยากวัดดวง ลองกรอกไปว่าไม่มีญาติอยู่อเมริกาครับ

  99. pichika suwannarak says:

    รบกวนสอบถามว่าถ้าดิฉันจะแต่งงานกับแฟนคนอเมริกัน และอยากเอาลูกสาวสามคน( อายู15,16.18 ปี) ไปอยู่และเรียนหนังสือที่อเมริกาด้วยกัน ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
    ดิฉันและลูกทั้งสามคนมีวีซ่าท่องเที่ยวแบบสิบปีด้วยค่ะ(ลูกสาวทั้งสามคนเป็นลูกที่มีกับสามีเก่าที่เมืองไทยซึ่งเลิกกันไปนานแล้ว) ปัจจุบันลูกๆอาศัยอยู่กับดิฉันที่ภูเก็ต และวางแผนที่จะแต่งงานกับคนอเมริกันเร็วๆนี้ แต่ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาเรื่องที่จะเอาลูกไปอยู่อเมริกาด้วยกันหรือไม่ รบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
    pichika

  100. Dream says:

    สวัสดีค่ะ อยากสอบถามว่า ระยะเวลาการทำวีซ่าแบบปกติ ใช้เวลาประมาณกี่อาทิตย์ค้ะ แล้วทำแบบเร่งด่วนนี่ใช้เวลาเท่าไหร่ค่ะ มันต้องจ่ายเพิ่มด้วยรึใช่ไหมค่ะ ? พอดีหนูต้องไปเรียนต่อค่ะ เลยอยากทราบระยะเวลา เพราะ รร.จะเปิดแล้วค่ะ.

    • kafaak says:

      ถ้าทุกอย่างราบรื่นหมด ก็เผื่อเวลาไว้ 15 วันพอครับ แต่เอาเข้าจริงๆ มันอาจจะไม่ราบรื่นนี่สิ ฉะนั้น รีบเตรียมเอกสารแล้วรีบไปทำดีที่สุดครับ … ในกรณีของสถานทูตสหรัฐ ไม่เคยทราบว่ามีบริการแบบเร่งด่วนนะครับ (ประเทศอื่นเคยเห็นอยู่)

      • Dream says:

        ถ้าไม่ได้เอารูปใส่ไปตอนกรอกข้อมูลได้ไหมค่ะ พอดีถ่ายรูปที่ร้านไปแล้วอ่ะค่ะ แล้วใส่ตุ้มหูได้รึเปล่าค่ะ?

        • kafaak says:

          ผมแนะนำว่าเอารูปใส่ตอนกรอกข้อมูลดีกว่าครับ … เพราะถ้าอัพโหลดผ่าน มันจะไม่มายุ่งกับรูปเราอีกเลย แต่หากเราเอารูปไปให้เขาเอง ผมไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาใดๆ ตามมาอีกหรือไม่ .. อัพโหลดรูปไปเลย สะดวกใจกว่าเยอะครับ เชื่อผม

          ผมไม่แนะนำให้สวมใส่เครื่องประดับใดๆ เลยนะครับ เวลาถ่ายรูป

  101. May says:

    มีเงินแสนกว่าบาท ขอวีซ่าB2 อยู่ 1 อาทิตย์ จะมีโอกาสผ่านมั้ยค่ะ ?

    • kafaak says:

      มีโอกาสครับ แต่ว่าต้องมีหลักฐานอื่นยืนยันด้วยว่า คุณจะไปแล้วกลับมานะ

  102. thida says:

    สวัสดีค่ะ คุณ kafaak ดิฉันไปสัมภาษณ์วีซ่าเรียนอเมริกา รอบแรกไม่ผ่าน ต้องกรอกใบสมัคร DS160 ใหม่ ซึ่งในการกรอกใบสมัครรอบแรกดิฉันกรอกไม่ครบ(บอกไม่หมดน่ะคะ) ในส่วนของสถานที่ทำงานและประวัติการทำงาน
    1.คือดิฉันทำงานในบริษัทที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วน แต่ไม่ได้ระบุไปว่าเป็นหุ้นส่วนบริษัทบอกแค่ว่าทำงานตำปหน่งอะไรเท่านั้น
    2.ประวัติการทำงานที่ผ่านมา ในใบสมัครให้กรอกย้อนหลัง 5 ปี ซึึ่งดิฉันกรอกตามที่หน้าเพจแนะนำ แต่ดิฉันทำงานมาทั้งหมด 9 ปีแล้ว คือไม่ได้บอกหมด แต่เวลาสัมภาษณ์ ดิฉันบอกครบทุกอย่างนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าที่ไม่ผ่านน่าจะเป็นเพราะตอบเรื่องที่ทำงาน กงสุลบอกว่าเพราะคุณไม่มีคุณสมบัติด้านภาษา แต่ท่านกงสุลสัมภาษณ์ดิฉันเป็นภาษาไทยนะคะ
    3. ดิฉันเป็นสปอนเซอร์ตัวเอง ในใบ I20 ก็ระบุเช่นนั้น แต่พี่สาวดิฉันโอนเงินเข้าบัญชีมา x00,000 บอกว่าให้เอาไว้ใช้จ่ายที่โน่น แบบนี้จะมีปัญหาหรือไม่ค่ะ แต่ในเรื่องเอกสารท่านกงสุลยังไม่ได้ดูนะคะ ท่านหยุดอยู่ที่ สถานที่ทำงานค่ะ

    ถ้าดิฉันกรอก DS 160 เพื่อยื่นสมัครครั้งที่2 เราสามารถแก้เพิ่มเติมใน ข้อ1และ 2 ได้หรือไม่คะ ทางกงสุลเค้าจะอ้างอิงจากใบ DS 160 เดิมหรือไม่คะ

    • kafaak says:

      จากความเข้าใจผม ประเด็นที่คุณไม่ผ่านไม่ใช่เรื่องของการทำงานหรอกครับ แต่เป็นเรื่อง “ความสามารถทางภาษาอังกฤษ” ที่กงสุลเขาว่านั่นแหละครับ คือ หากจะไปเรียนที่นั่นได้จริงๆ ก็ต้องมีทักษะทางภาษาอังกฤษซักหน่อย ฉะนั้น ผมแนะนำว่าให้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มเติมก่อนครับ เพื่อให้อย่างน้อยเขามั่นใจได้ว่าคุณจะไม่มีปัญหาเรื่องภาษาในระหว่างการเรียน

      ตรงนี้ผมต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะตอบอะไรได้มากกว่านี้ ว่าคุณจะไปเรียนอะไร มีการเตรียมเอกสารพร้อมหรือยัง มีสถานที่เรียนแล้วหรือยัง อะไรแบบนี้น่ะครับ

  103. สวัสดีครับ รบกวนนิดนึงครับ พอดีมีทริป ครบรอบวันเเต่งงาน มีคุณป้าเปิดร้านอาหารไทยที่เวกัส ได้สัญชาติอเมริกันแล้ว ป้าอยู่อเมริกาได้ กว่า30ปีละครับ เขาทราบว่าผมอยากไปเที่ยวเลยชวนผมกับภรรยา(จดทะเบียนเเล้วมี บุตร1 คน 3ขวบครึ่ง) ไปเที่ยวที่นู้น ซัก 1 สัปดาห์ ไม่เกินนี้ ผมกับภรรยามีหน้าที่การงานดังนี้ครับ

    -ผมทำงานเป็นพนักบริษัทขายรถยนต์เเห่งหนึ่ง อายุงานกว่า4ปีละ ออกหนังสือรับรองเงินเดือน กับการทำงานได้ ระบุวันลา วันกลับมาทำงานได้ชัดเจน (ในบัญชีเงินเดือนเป็นเงินหมุนเวียน เข้าๆออก ไม่เหลือ 555 เเต่มี เงินฝากอีก.2 บัญชี ที่เป็นชื่อผม บัญชีที่110000 บาท,อีกบัญชี 40000 บาท กะไว้เอาไว้เป็น ค่าใช้จ่ายที่นู้น สำหรับสองคน ส่วนตั๋วเครื่องบิน ผมกับภรรยา มี บัตรเครดิตอยู่ อีกจำนวนหนึ่งครับ
    -ภรรยาเป็นข้าราชการครู บรรจุได้ 4-5 ปีเเล้วครับ ออกหนังสือรับรองได้ทั้งหมด เงินเดือน20000 ต้น เเต่เหลือ ไม่กี่พันครับ ผ่อนบ้านกะผ่อนรถ ครับ 555

    คำถามที่รบกวนปรึกษาก็ คือ
    1.พอจะมีโอกาสผ่านไหมครับ?ไปด้วยกัน 2คน ส่วนลูกสาว ตา-ยาย ปู่-ย่าเเย่งกันเลี้ยงอยู่เเล้วครับ ว่าจะไป ซัก4-5 วัน พอ ไม่รวมการเดินทางนะครับ พอดีลางานได้เท่านี้ครับ
    2.ถ้าให้ป้าเมลมาเชิญ พร้อมการันตี ค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทางที่นู้น จะช่วยได้ไหมครับ? เเล้วปรินเมลเเนบไปด้วย
    3.การสัมภาษณ์ วีซ่า ไม่ค่อยเก่งภาษา ฟังได้บ้าง พูดได้บ้าง เพื่อความสบายใจ เราเลือกสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยได้ไหมครับ ?กลัวตื่นเต้นนึกศัพท์ไม่ออก. สำเนียงไม่คุ้น อ่ะ อย่างที่ทราบครับ กังวนมันไปทุกเรื่องเเหละครับ
    4ตอนนี้กำลังกรอกDS160อยู่ วางคร่าวๆว่าจะไปช่วงปลาย ก.พ.58 ไม่ก็ ต้น มี.ค.58 อ่ะครับ นัดสัมภาษณ์ ถ้าผ่าน(ซึ่งภาวนาขอให้ผ่านทีเถอะ สาธุๆ)กำหนดการตามนี้ พอจะทันไหมครับ?

    ขอบคุณ ล่วงหน้ามากๆครับผม เเละขอโทษที่พิมพ์ยาวไปนิดครับผม

    • kafaak says:

      ขอตอบตามนี้นะครับ
      1. โอกาสก็มีอยู่ แต่อาจจะให้ทางคุณป้าส่งอีเมล์เชิญมาหน่อยก็จะดี และระบุให้ชัดเลยว่าให้พัก อะไรประมาณนี้ และต้องชัดเจนที่สุดคือ คุณต้องพร้อมจะตอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณป้าของคุณ และมีที่อยู่ชัดเจนเป็นหลักแหล่ง (มันจะเป็นการทำให้มั่นใจว่าคุณจะไม่หนีไปไหน)
      2. ตามที่ผมบอกไปในข้อแรก มันก็ใช้เป็นหลักฐานยืนยัน เวลาท่านกงสุลถามได้
      3. จริงๆ อันนี้คือสิ่งที่คนไทยเข้าใจผิดเยอะ … ถ้าคุณจะไปทำงานที่นั่น หรือมีเหตุผลว่าจะไปงานสัมมนา การสัมภาษณ์ก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษ เพราะต้องยืนยันว่าคุณพร้อมไปตามวัตถุประสงค์นั้น แต่ในกรณีท่องเที่ยว ภาษาไม่แข็งแรงก็ไม่ใช่ประเด็นมาก ท่านกงสุลเองก็พูดไทยได้ครับ ลองเกริ่นๆ นำไปก่อนว่าภาษาเราไม่แข็งแรง เป็นภาษาอังกฤษไป ค่อยๆ พูด ค่อยๆ นึก
      4. ถ้าจะไป เผื่อเวลาไปซัก 2-3 เดือนจะดี เพราะหากขอครั้งแรกไม่ผ่าน เราจะได้ลองอีกได้ (บางคนไม่ผ่านเพราะเอกสารไม่ครบ หรือตอบคำถามไมเคลียร์จนทำให้น่าสงสัย)

      ข่าวดีก็คือ % ของคนที่ขอวีซ่าได้เนี่ย ค่อนข้างสูงนะครับ เคยจำได้ว่า จนท.สถานฑูตให้ข้อมูลว่าผ่านประมาณ 80% กว่าๆ … วีซ่าสหรัฐอเมริกา เรื่องน้อยกว่าเชงเก้นที่เข้ายุโรปเยอะครับ

  104. อ๊อด says:

    สวัสดีครับ คุณกาฝาก
    กระผมขอคำแนะนำ การสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา
    ข้าพเจ้าประกอบอาชีพ เป็นตัวแทนประกันภัย บริษัท เอ.ไอ.เอ. มีรายได้รวม 30,000 บาท มีเงินในบัญชี 190,000 บาท
    และ มีพี่สาว พี่เขย และหลานชาย อยู่ที่ NH U.S. ประกอบอาชีพร้านอาหารไทย 4-5 ปี
    กระผมนัดสัมภาษณ์ ได้วันที่ 21 พ.ค. 2558 ที่จะถึงอีก 2 วันนี้
    คำถาม
    ข้าพเจ้าตั้งใจเดินทางไป 6 Weeks แต่ตอบใน DS-160 เป็น 6 Months
    ในการสัมภาษณ์ ต้องให้ข้อมูลตรงกัน ส่วนนี้จะมีผลการพิจารณาไหมครับ
    ถ้าเร้าให้เหตุผล ว่ากรอกข้อมูลผิด ต้องการไปเยี่ยมเยียนและแสดงความยินดีกับหลานชายที่สอบเข้ามหาลัยได้ แค่ 6 สัปดาห์ เพราะเนื่องจากหน้าที่การงานที่ต้อง ทำงานขายประกันเพื่อรักษาสัญญาตัวแทน และต้องบริการเก็บเบี้ยประกันลูกค้ารายใหญ่ ในช่วงนี้ทุกปี
    เหตุผลตามความจริงครับ
    และอีกอย่าง การให้ข้อมูลผู้อ้างอิง (พี่สาว) เราจะให้ข้อมูลอาชีพ ทำงานร้านอาหารได้ไหมครับ จริงๆ แล้วพี่สาวเปิดร้านอาหารเองกับพี่เขย
    พี่สาว ได้กรีนการ์ด จากการที่สามีที่แต่งงานด้วย เสียชีวิต (ได้ขอให้ส่งมาและปริ้นออกมาแล้ว)
    พี่เขย (คนไทย) บิดาของหลาย เป็นพลเมือง U.S. แล้ว จากการแต่งงานกับฝรั่ง
    ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

    • kafaak says:

      จริงๆ แล้ว ควรกรอกให้ตรงกับความเป็นจริงมากกว่า ไม่น่ากรอกพลาดเลยนะครับ (หรือจริงๆ จงใจ?!?) การตอบไม่ตรงกับข้อมูล เสี่ยงที่จะถูกเพ่งเล็งว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลไหม แบบนี้มันน่าห่วง ยิ่งคุณบอกว่ามีหน้าที่การงานต้องทำในนี้ แต่กรอกว่าจะไป 6 เดือนยิ่งแปลกครับ … ถ้าถามผมว่าควรบอกไปไหมว่ากรอกผิด ผมก็เห็นว่าสมควร (แต่สุดท้ายจะอนุมัติไม่อนุมัติอยู่ที่ท่านกงสุลมองเจตนาเราว่ายังไง) แม้จะเสี่ยงกับการถูกไม่อนุมัติ แต่มันทำให้ประวัติเราดีเวลาที่จะไปขอใหม่อีกรอบ (ซึ่งก็ทำเรื่องขอต่อได้เลยนะ)

      ส่วนเรื่องญาติ และข้อมูลต่างๆ ขอให้บอกตามจริงครับ … หากเปิดร้านอาหาร เป็นพลเมืองที่นั่น จะยิ่งอุ่นใจ เพราะเขารู้เลยว่าหากคุณหนี เขาจะไปตามหาได้ที่ไหน แบบนี้ดีกว่าบอกว่าเขาไม่เป็นหลักแหล่งมากกว่าอีก

  105. aimmi says:

    สวัสดีค่ะพี่ยังอยู่ไหมค่ะ

  106. Fully says:

    รบกวนถามหน่อยค่ะ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา เรื่องอาชีพ ถ้าเป็นพนักงานออฟฟิตทั่วไปต้องติ้กอันไหนคะ ส่วนถ้าเป็นธุรกิจส่วนตัวนี่ติ้ก business ใช่มั้ยคะ

    • @kafaak says:

      ตรงนั้นหมายถึง ธุรกิจที่นายจ้างคุณทำ เป็นแบบไหนครับ ก็ไปเช็คเลยครับ นายจ้างคุณ (บริษัทของคุณ) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ตอบไปตามนั้น เพราะมันจะถามต่อเองว่านายจ้างเป็นใคร หากเป็นธุรกิจของคุณเอง ก็บอกไปเลยครับ นายจ้างคือตัวเอง

  107. naranatee says:

    สอบถามเพิ่มเติมคะ plan ไปเที่ยว เมย. 59 แต่ติดธุรสำคัญ เลื่อนไป ช่วงปีใหม่ visa b1/b2 จะมีปัญหาอะไรไมคะเมื่่อเข้า ตม

    • @kafaak says:

      ไม่มีปัญหาครับ ถ้าได้วีซ่ามาแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงครับ แผนการมันเปลี่ยนแปลงกันได้อยู่แล้ว

  108. BEN says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามเรื่องขอวีซ่าค่ะ เคยขอวีซ่านักท่องเที่ยวไปครั้งนึงเมื่อสิงหา 56 แต่ไม่ผ่านบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ครั้งนี้จะขอใหม่มีหลักฐานเช่นเดิมคือ ใบรับรองการทำงานที่เดิมกับที่เคยยื่น(ครั้งนี้ต่างที่อายุงานเพิ่มขึ้น) , สมุดบัญชี ไม่มีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีแต่ค่าบัตรเครดิตทั่วไป เลยไม่ทราบจะเอาหลักฐานอะไรไปเพิ่มเติมดีคะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะ (หนูทำงานเป็นครูเอกชนค่ะ)

    • @kafaak says:

      มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าไปด้วยหลักฐานเดิมๆ ก็อาจจะเจอคำตอบแบบเดิมๆ ครับ ต้องถามเพิ่มหน่อยว่า สมุดบัญชีพร้อม statement ย้อนหลัง 6 เดือนเนี่ย ปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ประมาณเท่าไหร่ครับ มีแนบแผนการท่องเที่ยวด้วยไหม ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน พักที่ไหนบ้าง ไปวันไหน กลับวันไหน (มันสำคัญ เพราะจะทำให้เขารู้ว่าเราควรจะอยู่วันไหนกลับวันไหน จะตามหาตัวได้ที่ไหน แบบ สร้างความเชื่อใจว่าเราไม่หนีนะเออ ไรงี้)

      จำไว้ว่า การบอกว่าไม่มีภาระผ่อนเนี่ย จะทำให้เขากังวลครับ เพราะมันไม่มี “พันธะ” ครับ เราต้องแสดงให้เขาเห็นเลย เรามีทั้งพันธะทางสังคม (ต้องกลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่) มีพันธะทางเศรษฐกิจ (มีหนี้ต้องผ่อนเยอะมากๆ) เพราะการมีพันธะเนี่ย จะทำให้เขามั่นใจว่า เราไม่อยู่ประเทศเขาแน่ เราต้องกลับมาเคลียร์พันธะต่อ

      • BEN says:

        เงินในบัญชีมีประมาณ2-3แสนค่ะ ครั้งก่อนมีแผนการท่องเที่ยวแต่ก็ไม่ได้ขอดูหรือถามถึงเลยค่ะ ไม่ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ที่สัมภาษณ์เค้าเช็คเครดิตของเราได้หรือป่าวคะ เห็นครั้งก่อนเค้าสัมภาษณ์แล้วเปิดเช็คอะไรในคอมก็ไม่ทราบค่ะอาจจะมีส่วนให้ไม่ผ่านรึป่าวคะ ขอบคุณค่ะ

        • @kafaak says:

          เขาไม่ได้ไปเช็คเครดิตนะครับ ข้อมูลพวกนี้มันเป็นข้อมูลส่วนตัว แชร์กันไม่ได้ (ยกเว้นพวกที่เข้ากับเครดิตบูโร เพื่อเช็คสถานภาพทางการเงินของเรา เพื่อใช้พิจารณาเรื่องการกู้ยืม)

          หลักการขอวีซ่าของสหรัฐจะไม่ยากครับ ขอแค่ให้เขามั่นใจว่าเราจะกลับมาไทย ไม่แอบหนีไปอยู่ที่นั่นแน่ๆ ถ้าเขาไม่ได้ขอดู ไม่ได้ถามถึง ตอนยื่นเอกสารก็เนียนๆ พูดไปก่อนเลยครับว่าเรามีเอกสารการวางแผนเที่ยวไว้แล้ว จากวันนี้ถึงวันนี้ พักที่ไหน ไปไหนบ้าง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันต่างๆ ในไทย มีอันไหน เอาไปให้หมด (พวกผ่อนทั้งหลาย พวกหนี้ทั้งหลาย)

  109. 13121977 says:

    รบกวนถามค่ะคือไปสัมภาษณ์กัน4คนเขาก้อยึดเิาพล่สปอตร์ไปค่ะ และประมาณ3-4วันก่อส่งกลับมาเหลือแต่ของดิฉัน ไม่ทราบว่าเพราะอารัยจะบินวันที่11ตุลาคมค่ะ คือถ้าเขาเอาพลาสปอตเราไปคือผ่าน100%ไหมค่ะมีโอกาศปฎิเสธไหมค่ะ

  110. ploy says:

    สวัสดีค่ะคุณกาฝาก พอจะทราบไหมคะว่า ฟรีแลนซ์เวลากรอกข้อมูลใน DS-160 เนี่ยถ้าติ๊กช่อง OTHER แล้วต้องเขียนว่าผู้ว่าจ้าง คือใคร เป็นตัวเราเอง หรือ เป็นลูกค้าคนล่าสุด หรือติ๊กช่องว่างงานค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • @kafaak says:

      กรณีของฟรีแลนซ์ ให้กรอกเป็น Self-employed แล้วใส่ชื่อที่อยู่เราเป็นข้อมูลผู้ว่าจ้างครับ

  111. Naree says:

    สวัสดีค่ะคุณกาฝาก รบกวนสอบถามเรื่องกรอกใบDS-160ค่ะสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ
    1)ดิฉันเคยได้วีซ่าอเมริกามาแล้วตอนไปเรียนปริญญาโทเมื่อ20ปีก่อน ในช่องที่ให้กรอกเขาให้กรอกวันที่เข้าอเมริกาครั้งแรกและวันที่ได้วีซ่าครั้งแรกซึ่งจำไม่ได้เลยค่ะเพราะมันนานมากแล้ว แต่มีใบรับปริญญาระบุปีที่จบ1997 ควรเอาใบนี้ไปแสดงด้วยมั้ยคะ/ส่วนtranscript หายไปตอนย้ายบ้านค่ะ
    2)สมัครไปทั้งครอบครัวพ่อแม่และลูกอีก2คน กรอกของลูกว่าพ่อเป็นสปอนเซอร์(พ่อรับราชการเงินเดือนประมาณ90,000) ส่วนตัวดิฉันกรอกว่าจ่ายให้ตัวเอง แต่กรอกอาชีพว่าเป็น homemaker หลักฐานการเงินของตัวดิฉันเองมีสมุดเงินฝากเงินในบัญชีล้านกว่าบาท,โฉนดที่ดินและบ้านที่พักอาศัยเป็นชื่อดิฉัน,ทะเบียนรถเป็นชื่อดิฉัน เงินในบัญชีเป็นเงินสะสมจากการทำงานและสามีให้ไว้ใช้จ่าย(ดิฉันเคยทำงานในกิจการครอบครัวแต่เลิกไปเมื่อสิบปีก่อนเนื่องจากเลี้ยงลูกเอง2คน และตอนนี้กิจการครอบครัวส่วนที่ดิฉันเคยทำเลิกไปแล้ว คุณแม่ยกให้น้องและน้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นจดทะเบียนเป็นชื่อน้อง)/รึว่าควรกรอกว่าสามีเป็นสปอนเซอร์ให้ดีคะ?
    3)ดิฉันมีพี่ต่างแม่เป็นUS Citizenอาศัยอยู่ที่โน่น(เขาและแม่เขาเป็นคนฮ่องกง) ความสัมพันธ์หลายๆปีเจอกันที ตรงนี้ให้กรอกว่าเป็นญาติด้วยใช่มั้ยคะ? คือเป็นพี่น้องแต่คนละแม่นับด้วยรึเปล่าคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    • @kafaak says:

      ตอบตามนี้นะครับ
      1) มันก็ไม่ถึงขนาดต้องจำเป๊ะๆ ขนาดนั้นอะครับ ถ้าผ่านไป 20 ปีแล้ว ก็อาจจะพยายามระบุเดือนกับปีไป เอกสารก็เตรียมไปเผื่อได้ครับ แต่ไม่จำเป็นต้องเอาไปยื่น
      2) สปอนเซอร์ตัวเองได้ครับ หลักฐานก็คือทรัพย์สินและสินทรัพย์ต่างๆ (โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นเงิน เพราะเรากำลังจะไปท่องเที่ยว แสดงว่าต้องมีเงิน) เพียงแต่เวลาอายุปูนนี้แล้ว ไม่มีอาชีพ เราต้องมีหลักฐานให้เขามั่นใจว่าเราไปแล้วเรากลับมาแน่ ซึ่งในที่นี้ก็เช่น บ้านพร้อมที่ดินที่เรามี รถยนต์ อะไรแบบนี้ เราไม่ทิ้งสินทรัพย์พวกนี้ไปแน่
      3) ถ้าเป็นญาติ แล้วเรามั่นใจว่ามันสืบข้อมูลได้ (เช่น นามสกุลเหมือนกัน อะไรแบบนี้) ควรบอกครับ แต่ถ้ามันห่างมากๆ จะลืมๆ ไปบ้างก็ไม่น่าติดขัดอะไร

Leave a Reply

%d bloggers like this: