สุดแรงกับ 4 แกนบน Asus Eee Pad Transformer Prime ตอนที่ 3

18

ฟีเจอร์นึงที่ทำให้ Asus Eee Pad Transformer Prime แตกต่างไปจาก Android Tablet อื่นๆ ก็คือ เจ้า Eee Station หรือ Keyboard Docking นี่แหละ … ไม่ใช่ว่ายี่ห้ออื่นๆ ไม่มีพวก Docking Station นะ แต่ว่าเจ้า Eee Station นี่มันออกแบบมาเพื่อ Eee Pad Transformer Prime ก็เลยทำให้มันแปลงร่างเจ้า Transformer Prime ให้กลายเป็นเน็ตบุ๊กได้เนียนกว่า และมีพวกลูกเล่นเยอะกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะได้อานิสงส์จากการที่มันมี Keyboard Docking ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตัว Asus Eee Pad Transformer Prime นั่นแหละครับ

มีอะไรเด่นๆ ใน Asus Eee Pad Transformer Prime กันบ้าง?

ทีนี้เรามาดูกันบ้างว่า Asus Eee Pad Transformer Prime มันมีอะไรเด่นๆ น่าสนใจกันบ้าง นอกเหนือไปจากไอ้ Eee Station ครับ

 

MyCloud

Screenshot_2012-04-06-11-29-28แม้ว่าการถ่ายโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์ไป Android Tablet จะไม่ยากเย็นอะไรนัก แต่หลายๆ คนก็ยังมองว่าไม่สะดวกอยู่ดี และหันไปพึ่งพาบริการ Cloud กันเยอะครับ ในขณะที่มีผู้ให้บริการ Cloud Storage แบบอิสระหลายราย เช่น Box.net หรือ Dropbox ให้ผู้ใช้งานเลือกใช้อยู่แล้ว แต่ เจ้า Asus Eee Pad Transformer Prime เขาก็ไม่ยอมน้อยหน้า โดยมีบริการ Cloud มาให้กับเขาด้วย แต่ MyCloud ของ Asus มันไม่ใช่แค่ Cloud Storage เฉยๆ นะ เจ้าบริการ MyCloud นี่มันเป็นเหมือน Portal ที่ช่วยให้เราเข้าถึงบริการ Cloud ต่างๆ ของ Asus ได้มากกว่า โดยประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ

  • My Content ซึ่งเชื่อมโยงกับบริการ Asus WebStorage
  • My Desktop ก็คือบริการ Remote Desktop ให้เราสามารถใช้ Transformer Prime ล็อกอินไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เพื่อใช้งานได้
  • @Vibe เป็นร้านขาย Content ของ Asus เอง สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Asus

ขอรีวิวกันทีละส่วนก่อนนะครับ โดยเริ่มจาก

 

My Content โดย Asus WebStorage

Screenshot_2012-04-06-11-49-26ตามมาตรฐานเลย แจกฟรี 2GB ครับ เหมือน Dropbox ตัว Asus Transformer Prime มาพร้อมกับ My Content อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าอยากเอาไว้ใช้โอนย้ายไฟล์กับคอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมครับ … ตัวนี้ Asus เตรียมการมาค่อนข้างดี เพราะมี Client รันได้ทั้งบน Windows, Mac, Linux, iOS, Android หรือแม้แต่ Windows Phone 7.5 ด้วย ตรงนี้ถือว่าสอบผ่าน

จุดดีของ Asus WebStorage ก็มี

  • ค่าบริการถูกกว่าร่วมครึ่ง เพราะคิดแค่ $59.89/ปี สำหรับเนื้อที่ 50GB และหากสมัคร 2 ปีก็ถูกลงไปอีก
  • สามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อนแนะนำเพื่อนได้เหมือน Dropbox เพื่อให้ได้เนื้อที่รวมสูงสุด 10GB แต่แนะนำเพื่อนคนนึงได้เนื้อที่ 512MB เลย (Dropbox ได้แค่ 256MB)

My Desktop

Asus ไม่ได้ทำเองในจุดนี้หรอกนะครับ แต่เป็นการพาร์ทเนอร์กับ Splashtop โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Splashtop er p://www.splashtop.com/streamer/download) เอาไปติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของเราก่อน จากนั้น แค่เราติดตั้งโปรแกรม Splashtop Streamer ลงไป ก็สามารถใช้ My Desktop ในการควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ได้แล้ว และด้วยหน้าจอขนาด 10.1 นิ้วของ Transformer Prime เลยทำให้ใช้งาน Transformer Prime ได้เหมือนเป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ เลย

 

Screenshot_2012-04-06-12-00-36Screenshot_2012-04-06-12-13-20

 

ตรงนี้ถามว่า แล้ว Android Tablet อื่นๆ ทำได้ไหม? คำตอบคือทำได้ แค่ไปซื้อ Splashtop Remote Desktop App มาจาก Google Play Store (ถ้าเป็น Android) หรือ Apple App Store (กรณี iPhone/iPad) ก็ได้ แต่สนนราคาเวอร์ชัน Android อยู่ที่ $4.99 ครับ แต่ Asus เขาให้มาฟรีๆ เลยไง … และที่สำคัญที่สุด ถ้ามันไม่มี Keyboard หรือ TouchPad แบบ Transformer Prime ละก็ การใช้งาน Windows … ผมลองใช้ Android Smartphone ที่มีในการพิใพ์ลล็อกนี้ดูบ้าง ปรากฏว่า ไม่เนียนเท่าไหร่ เพราะแม้จะสามารถพิมพ์บล็อกต่อได้ แต่ว่าไม่สามารถเลื่อนหน้าจอมาดูได้ว่ากำลังพิมพ์อะไรอยู่ แล้วพิมพ์ถูกไหม … ในตรงนี้ ถ้ามีจอ 10.1 นิ้ว แล้วไม่มี On-screen keyboard มาบังจอไปครึ่งนึงย่อมดีกว่า

 

@Vibe

อีกหนึ่งบริการ Alternative App Store ซึ่งให้บริการโดย Asus เอง โดยมีทั้งเพลง, เกม, หนังสือ, แม็กกาซีน, รายการวิทยุ, วิดีโอ … แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ผมไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Server ของ Asus ได้ เลยอดรีวิวครับ

 

อีก 3 App ที่น่าสนใจของ Asus Eee Pad Transformer Prime

นอกเหนือจากบริการ Cloud ทั้ง 3 ที่พูดถึงข้างต้นไปแล้ว ก็มีอีก 3 App ที่ผมว่าน่าสนใจ และผู้ใช้งาน Asus Eee Pad Transformer Prime น่าจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน ดังนี้

 

MyNet

อันนี้เป็นอะไรที่ใครๆ เขาก็มีนะ คือ App ที่ใช้แชร์ไฟล์มัลติมีเดียระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ dlna กัน สำหรับของ Asus นี่ถือว่าใช้ง่ายทีเดียวครับ … อย่างตอนที่ผมเปิดมานี่ มันก็เห็นตัว Buffalo Linkstation ของผม ซึ่งเก็บหนังเอาไว้เยอะเอาการอยู่ได้เลย และพอแตะปุ๊บก็พร้อมเล่นได้เลย

 

Screenshot_2012-04-06-12-32-09

 

App Locker

สำหรับท่านผู้ที่ลูกเล็กเด็กแดงอยู่ แล้วก็ให้ลูกๆ หลานๆ ใช้ หรือให้เพื่อนๆ ยืมใช้ Asus Eee Pad Transformer Prime ของคุณ เจ้านี่จะช่วยให้คุณกำหนดได้ว่า หากใครจะใช้ App ตัวไหน ที่จะต้องใส่รหัสผ่านก่อนที่จะใช้งานได้

 

Screenshot_2012-04-06-12-32-54

 

App Backup

เอาไว้สำหรับแบ็กอัพ App ในเครื่องของเราลงไปใน External Storage อย่าง MicroSD Card เพื่อว่าเวลาที่เราล้างเครื่องใหม่ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปดาวน์โหลดจาก Google Play อีก ก็ Restore จากที่แบ็กอัพไว้ได้เลย

 

Screenshot_2012-04-06-12-33-19

 

ตอนหน้ามาปิดท้าย ด้วยการพูดถึงประสบการณ์ด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และการถ่ายรูปเช่นเคย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: