ขอเป็นวันชิลๆ ซักวัน ระลึกถึงความหลัง Theballball.com กับที่มาของชื่อ กาฝาก

google_search

วันนี้ขอเป็นวันชิลๆ เขียนระลึกความหลังบ้างดีกว่า พอดีผมเกิดครึ้มอกครึ้มใจหลังจากเขียนสคริปต์ข่าวที่จะอ่านให้กับ ThaiPBS Online Radio เสร็จแล้ว ก็เลยไปลองค้นด้วย Google ซะหน่อย ว่ายังมีเว็บไหน ที่ยังเอ่ยถึงเว็บไดอารี่เก่าสุดๆ ที่ผมเคยเขียนอยู่ไหม … นั่นคือ theballball.com (ปัจจุบันเว็บนี้ปิดไปแล้วนะครับ) ก็ปรากฏว่ามีอยู่หลายที่เหมือนกันแฮะ

ก้าวแรกสู่สังเวียน

ผมเขียนไดอารี่ครั้งแรกก็ราวๆ ปี 2544 ครับ พูดง่ายๆ 11 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยพวก Thaidiarist.com หรือ Storythai.com หรือ Diaryhub.com (เว็บหลังนี่ความหลังฝังใจเยอะ ใครอยากรู้ให้มาถามกันเป็นการส่วนตัว อิอิ) เริ่มตั้งแต่เช่าโฮสต์เป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนั้นไม่มีหรอกครับ พวก MySQL อะไรนี่ เพราะถ้าจะให้มี ค่าเช่าจะแพงไปอีกระดับนึงเลย … สมัยนั้นก็ยังเป็นไอทีต๊อกต๋อยอยู่ (สมัยนี้ก็ยังเป็น) จะมีปัญญาที่ไหนไปเช่าโฮสต์ที่มี MySQL ฟะ … เลยไปลงเอยด้วย Web Application ที่พัฒนาด้วย Perl ครับ ชื่อ Greymatter ซึ่งเมื่อเขียนไดอารี่เสร็จ 1 ตอน มันจะสร้างไฟล์ HTML ขึ้นมา 1 ไฟล์ … คนเขียนเทพมาก เพราะทำเป็นระบบฐานข้อมูลโดยไม่ต้องมีฐานข้อมูลเลย นับถือๆ

 

ทำโปรแกรมเขียนไดอารี่เองซะเลย

ต่อมา หัดเขียน PHP เอง และไอ้ความหลังฝังใจกับ Diaryhub นี่แหละ ก็เลยมาเขียนโค้ดทำไดอารี่ออนไลน์เอง โดยให้ชื่อว่า Diary Management System ครับ และไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ตอนนั้นเลยถือโอกาสแจกฟรี ภายใต้ Creative Commons

 

diary_management_system

 

ต้องเขียนถึงเวอร์ชัน 2.0 นั่นแหละ ถึงจะได้มีความสามารถระดับที่เอาไปเปิดให้บริการไดอารี่ออนไลน์กับเขาได้ … จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเห็นมีบางเว็บไซต์ที่อยากจะมีไดอารี่ออนไลน์เป็นของตัวเองยังทำค้างไว้อยู่นะ ทั้งๆ ที่น่าจะเปลี่ยนไปใช้พวก WordPress ได้แล้ว เพราะโค้ดที่เขียนสมัยหัดเขียน PHP น่ะ ไม่เวิร์คอย่างแรง (แต่มันถือว่าเจ๋งเอาการ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว)

ผมใช้ชื่อไดอารี่ของตัวเองว่า ไดอารี่หนักกบาลของไอ้บอล … เพราะตอนนั้นเนื้อหาที่เขียนมันหนักกบาลจริงๆ ครับพี่น้อง เป้าหมายของผมคือการเผยแพร่ความรู้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้ความรู้จากสิ่งที่เขียน และได้เรียนรู้การแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยด้วย เพราะผมเลือกที่จะแปลเนื้อหาจากเว็บไซต์ข่าวต่างๆ และเว็บโปรดของผมคือ www.howstuffworks.com ที่ผมแปลเป็นไทยมาซัก 3-4 ร้อยเรื่องเห็นจะได้ เพราะ 10 ปีที่แล้วผมบ้าพลังมาก เขียนไดอารี่วันละ 1 ตอน ต่อเนื่องกันตั้งแต่ปี 2002 จนถึง 2005 บางวันเขียน 2-3 ตอนด้วยซ้ำ

 

chris_and_theballball

คุณ Chris จากเว็บ chrisadas.com เขียนถึงผม สมัยที่ยังใช้ URL www.ichris.ws อยู่

 

ที่มาของชื่อ กาฝาก

imenn_and_kafaakในยุคนั้นได้รู้จักกับเทพๆ ในยุคนี้หลายคน โดยเฉพาะท่านพี่เม่น ที่คุยกันทางไดอารี่ตั้งแต่ปี 2545 ไม่รู้ยังจำกันได้ไหม อิอิ

สังเกตอะไรไหม? ใน comment นี้ผมเรียกตัวเองว่า เดอะกาฝากไดอารี่ … ทำไม? มันคือคำถามเดียวกันกับที่ทุกๆ คนถามผมตอนนี้ ว่าทำไมผมใช้นามปากกาว่า “กาฝาก” (ใช่ครับ ผมไม่ได้ชื่อเล่นว่ากาฝาก แต่มันเป็นแค่นามปากกา ที่เพื่อนๆ ในยุค Social Media ครองเมืองเรียกซะติดปาก จนกลายเป็นชื่อเล่นที่ 2 ของผมไปแล้ว … แต่ก็ดี เพราะมีคนบอกว่ามีงานวิจัยบอก ชื่อ บอล อันเป็นชื่อเล่นจริงๆ ของผม มันโหลดเป็นอันดับ 9 ของประเทศ)

เรื่องของเรื่องไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ความว่างงาน เพราะสมัยนั้นเข้างาน 8:30 แต่เพราะทำงานอยู่แถวๆ อโศก-ดินแดง (ตรงใกล้ๆ ฟอร์จูนทาวเวอร์) เลยทำให้ต้องออกจากบ้านแต่เช้า มาถึงออฟฟิศ 6:30 (กินข้าวเช้าเสร็จแล้วด้วยนะ) อยู่ว่างๆ 2 ชั่วโมง เลยถือโอกาสเขียนไดอารี่ แต่ใช้เวลาราวๆ 30 นาทีก็เสร็จแล้ว เลยไปอ่านไดอารี่ชาวบ้านเขา แล้วก็ไปโพสต์คอมเม้นต์ (สมัยนั้นฮิตมา ไอ้ “เจิม” เนี่ย ขอให้ได้โพสต์เป็นคนแรกเหอะ) แล้วผมก็เลยไปเขียนคอมเม้นต์ซะยาวเหยียด โดยบ่อยครั้ง ยาวกว่าคอมเม้นต์ของเจ้าของไดอารี่อีก เลยโดนหาว่าเป็น กาฝากไดอารี่ … ผมชอบชื่อนี้อ่ะ เลยถือว่าเป็นนามปากกาซะเลย และเรียกตัวเองว่า “เดอะกาฝากไดอารี่” เท่ห์ชะมัด

 

บล็อกนั้นอวอร์ด

blognone_awards

บล็อกนั้นอวอร์ด … ฉบับ Executive Summary

 

ไม่รู้ @markpeak กับ @lewcpe จะจำได้ไหม แต่ไดอารี่ของผมเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าประกวด บล็อกนั้นอวอร์ด กับเขาด้วยนะ อิอิ (Blognone Awards … ใครอยากรู้ว่าทำไม blognone.com ถึงได้ชื่อนี้ ก็ไปอ่าน http://www.blognone.com/node/1123 เอาเองเน้อ)

 

nomination

 

ปลื้มจริงๆ ได้รับการเสนอชื่อกับเขาด้วย … เสนอชื่อใกล้ๆ กับเว็บของ @FordAntiTrust กับ @kengdotcom เลย อิอิ … ว่าแต่ คนที่เสนอชื่อให้ผม คือ inat นี่ใช่ @inattt ป่ะเนี่ย?!?

 

ไดอารี่หนักกบาลสมัยนั้น ถูกเอาไว้ใช้อ้างอิงเพื่อการศึกษาหลายทีนะ

สมัยนั้นเขียนหนักกบาลมากจริงๆ และเพราะว่าเว็บในไทยยังไม่ใช่อะไรที่แพร่หลาย เนื้อหาข้อมูลหลายๆ อย่างหาเป็นภาษาไทยยากมาก ทำให้เว็บของผม ถูกเอาไปใช้อ้างอิงหลายๆ ครั้งโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น ที่ Pantip.com ที่เขียนถามกันเรื่องการทำงานของกล้องมองในที่มืด ซึ่งมีคนอ้างอิง Howstuffworks.com แต่เป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยมีคนไปควานหาเวอร์ชันภาษาไทยของเว็บผมมาให้ดู

 

pantip01

pantip02

 

หรืออย่างตอนที่เขียนเรื่อง Freeze Drying อันนี้ก็มีคนคัดลอกไปตอบเว็บบอร์ดทั้งดุ้นเลย

 

horapa

 

แต่ฮาสุดน่าจะเป็นอันนี้ รายงานคู่มือการใช้งานและความปลอดภัยของแสงเลเซอร์ในโครงการวิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัม มีการอ้างอิงถึงไดอารี่ของผมด้วย เหอๆ … คงเห็นได้ชัดแล้วนะครับ ว่าไดอารี่ของผมสมัยนั้นมันหนักกบาลขนาดไหน

 

quantum_cryptography

 

Avatar นี้ท่านได้แต่ใดมา

kafaak

หลายๆ คนถามผมว่ารูป Avatar ของผม เหมือนตัวผมจัง (บางคนก็บอกไม่เหมือน เพราะหัวไม่ได้สีเขียว และไม่ได้ผมชี้แบบในรูป) วาดเองรึเปล่า … อยากบอกว่าที่มาของ Avatar นี่สำหรับผมก็ฮาเหมือนกัน คือตอนแรกๆ ผมหา Avatar ไว้เล่น MSN Messenger ครับ ผมเริ่มจากการวาดเอาเอง วาดไว้หลากแบบหลายอารมณ์มากๆ ด้วย แต่ว่าสุดท้าย มันไม่โดนฮะ

อยู่มาวันนึง ผมก็ค้นหาภาพ Avatar ด้วย Google Image Search ไปเรื่อยๆ แล้วก็มาป๊ะกับ Avatar อันนี้เข้าโดยบังเอิญ ซึ่งผมก็ใช้มันมาตลอดครับ … มาตอนหลังถึงได้รู้ว่ามันมีเว็บที่ใช้ทำ Avatar แบบนี้ฟรีๆ ก็อีตอนที่ผมดันนึกสนุก เอา Google Goggle มาสแกนรูปนี้เพื่อค้นดู ปรากฏว่ามันพาผมไปยังเว็บนั้นเลย ฮาฮา (ชอบจริงๆ เลย Google เนี่ย)

 

 

แหม่ คิดถึงวันเก่าๆ

สมัยที่เขียนไดอารี่ออนไลน์ตอนนั้นมันสุดยอดจริงๆ ครับ ทำด้วยใจรักสุดๆ แต่ว่าต้องเลิกราไปเพราะว่าหน้าที่การงานที่ผมผันตัวเองไปเป็นวิศวกรฝ่ายผลิต ทำให้ไม่มีเวลามาสร้างสรร์ผลงานไดอารี่มาก เลยต้องปิดตัวเองไปโดยปริยาย ก็เสียดายเนื้อหาไดอารี่กว่า 1000 ตอนที่เขียนมาเหมือนกัน แต่ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้แล้ว และตอนนี้ก็มานึกเสียดายครับ เพราะถ้าเอามาแปะๆ ในบล็อกของผมในตอนนี้ มันคงดีไม่น้อยเลยอ่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. mk says:

    เฮ้ย ผมจำไม่ได้ว่ะ ฮา

Leave a Reply

%d bloggers like this: