เอาล่ะ มาถึงตอนที่ 2 ของการรีวิว The new iPad แบบชิลๆ ของผมแล้ว ในตอนนี้เราจะมาดูกันเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากจะรู้กัน เช่น เรื่องความแตกต่างของ Retina Display ของ The new iPad กับจอเดิมๆ ของ iPad 2, การเทียบกับ iPad 2 ในเรื่องของรูปร่างหน้าตา และ เรื่องความร้อน เพราะทั้งหมดนี่ก็มีส่วนช่วยในการตัดสินใจอยู่เหมือนกัน ว่าจะซื้อ The new iPad ดี หรือจะสอยแค่ iPad 2 ดี เพราะตอนนี้ก็น่าจะยังพอหา iPad 2 รุ่น 32GB และ 64GB ได้อยู่ ลองไปอ่านกันครับ
——————— พื้นที่โฆษณา ———————
ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!
———————————————————-
ประเด็นเรื่องความร้อนของ The new iPad
มันมีข่าวเรื่องผู้ใช้งาน the new iPad พบปัญหาว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ แล้วเครื่องร้อน แล้วร้ายแรงสุดนี่เขาเครื่องจะแจ้งเตือนเลยว่าต้องขอหยุดพักคลายร้อนกันก่อนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีรายงานการวัดความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรด พบว่า The new iPad ร้อนกว่า iPad 2 ประมาณ 5 องศาเซลเซียส อีกด้วย แล้วจริงๆ มันร้อนไหม?
จากที่ผมลองทดสอบดู พบว่า The new iPad ออกแนวอุ่นกว่า iPad 2 ในการใช้งานตามปกติพอสมควรครับ ตอนแรกผมเขาใจว่าเป็นเรื่องของความร้อนจาก GPU ที่เพิ่มมาเป็น Quad-core แต่เอาเข้าจริงๆ พบว่าแค่เปิดจอความสว่างสุดๆ ทิ้งเอาไว้เฉยๆ แค่ 1 ชั่วโมง มันก็เขมือบแบตเตอรี่ไปถึง 25% แถมอุณหภูมิของเครื่องก็ร้อนแบบสุดๆ เลยละครับ … ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจอแสดงผลจาก DisplayMate ที่ว่าปัญหามาจากจอแสดงผลครับ คือ ความละเอียดของหน้าจอที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้ LED จำนวนมากขึ้น และ ด้วยความละเอียดที่สูงมาก ทำให้ช่องว่างสำหรับแสง Backlight ลอดผ่านมันน้อย เลยต้องเพิ่มพลังงานให้กับ LED มากขึ้น เพื่อจะได้ส่องสว่างได้เท่าเดิม นั่นเลยทำให้ LED บน The new iPad กินพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น 2.5 เท่า จากการประมาณ … และการใช้พลังไฟฟ้าที่มากขึ้น ก็ทำให้แบตเตอรี่ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น 70% อุ่นขึ้นอีกด้วย
Retina Display นี่แจ่มแค่ไหน?
Apple นำเสนอ Retina Display มา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัย iPhone 4 ออกมาใหม่ๆ ในปี 2553 โดยในตอนนั้นเป็นการยัดความละเอียดระดับ 960×640 พิกเซลเข้าไปในหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วของ iPhone … และ 2 ปีให้หลัง ก็ได้เวลาที่ iPad จะอัพเกรดหน้าจอจากระดับ 1024×768 พิกเซล มาเป็นความละเอียดสูงบ้าง และเช่นเคย Apple ก็เพิ่มจำนวนพิกเซลเข้าไปเป็น 2048×1536 พิกเซล ทำให้จำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น 4 เท่า (ด้านละ 2 เท่า 2 ด้านไง)
รูปด้านบนเป็นคำโฆษณาจาก Apple ครับ ซึ่งก็คล้ายๆ กับตอนที่ออก iPhone 4 ใหม่ๆ นั่นแหละ แต่ผมชอบอะไรที่ลองถ่ายด้วยตัวเองมากกว่า … แรกๆ ก็กังวลอยู่ว่าเจ้า DSLR ระดับ Entry Level (Canon 1000D) ของผมมันจะถ่ายได้ไหม แต่ปรากฏว่าชัดแจ่ม แตกต่างกันชัดเจนมากๆ (แนะนำให้คลิกเพื่อดูภาพแบบเต็มๆ นะครับ)
เอาแค่ภาพที่ถูกย่ออยู่นี่ เราก็เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า iPad 2 ภาพมันจะดูไม่นวลเท่าไหร่ เวลาถ่ายภาพในระยะใกล้ๆ แบบนี้ ในขณะที่ The new iPad ที่จำนวนพิกเซลมากกว่า มันดูนวลตากว่าเยอะ แต่ถ้าลองเปิดภาพแบบเต็มๆ ดู จะเห็นชัดเจนเลยละครับว่า iPad 2 เนี่ยจะเห็นพิกเซลชัดเจนมาก ในขณะที่ The new iPad นี่ มองพิกเซลไม่ออกเลย
อย่างไรก็ดี ค่า Pixel Density หรือ จำนวนพิกเซลต่อพื้นที่เนี่ย The new iPad มีแค่ 264ppi ในขณะที่ Retina Display ของ iPhone จะเท่ากับ 326ppi นะครับ เพียงแต่ว่า Apple ชี้แจงว่า ระยะห่างระหว่างหน้าจอ The new iPad กับสายตาของคนเรามันมากกว่า ก็เลยทำให้เพียงแค่ 264ppi ก็มากพอที่จะทำให้สายตาเราแยกแยะไม่ได้แล้วว่ามีพิกเซลอยู่ … อันนี้เห็นว่าจริงเหมือนกันนะครับ
แต่ใช่ว่า Retina Display จะดีกว่าจอแบบเดิมๆ ของ iPad 2 นะครับ เพราะเท่าที่ผมสังเกต มุมมองของ The new iPad จะแคบกว่า iPad 2 พอสมควร โดยหากเรามองในมุมเอียงนิดหน่อย จะเห็นได้ชัดเลยว่าสีมันจะเพี้ยนพอสมควร … ตรงนี้หลายคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ เพราะว่ายังไงก็ดูแนวตรงๆ อยู่แล้ว … แต่เชื่อผมเถอะ เรามีจังหวะที่ต้องมองในมุมเอียงๆ ระหว่างใช้งานอยู่บ่อยเหมือนกันนะครับพี่น้องครับ … ไม่งั้นผมคงไม่ทันได้สังเกตเห็นเรื่องนี้ร้อก
เทียบหน้าตา The new iPad กับ iPad 2
อย่างที่รู้กันดี The new iPad ออกแบบมาเหมือน iPad 2 เป๊ะๆ ครับ ลองเอามาวางเทียบกันแล้วปิดหน้าจอ ดูที่ด้านหน้าตรงๆ เนี่ย แยกแยะกันออกไหมล่ะครับ บอกได้เลยว่าไม่
ดูที่ด้านหลัง ถ้าไม่ตั้งใจดูจริงๆ ก็จะไม่เห็นความแตกต่าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราดูที่ด้านหลัง ก็พอจะแยกแยะได้ว่าอันไหนเป็น The new iPad อันไหนเป็น iPad 2
อีกจุดนึงที่ The new iPad แตกต่างจาก iPad 2 ก็คือความหนาและความหนักครับ The new iPad หนากว่า iPad 2 0.6 มม. และหนักกว่าราวๆ 50 กรัม (น่าทึ่ง Apple เหมือนกันที่ใส่แบตเตอรี่จุเพิ่มได้ตั้ง 70% แต่น้ำหนักเพิ่มมาเพียงแค่นี้) แต่หากเอามาถือเทียบๆ กัน ก็จะได้ความรู้สึกว่า The new iPad มันหนักกว่าจริงๆ นะครับ … แต่ผมไม่อยากให้เอาทั้ง 2 อย่างนี้มาเป็นตัวพิสูจนว่าเป็น The new iPad หรือไม่ เพราะว่าหากไม่มี iPad 2 มาวางเทียบ หรือมาลองประมาณน้ำหนักเทียบกัน มันตอบยากครับว่าเป็น The new iPad หรือไม่ … ทางที่ดีที่สุดคือ ดูที่ขนาดของเลนส์ดีกว่าครับ
ตอนหน้าจะเป็นตอนจบแล้วนะครับ รออ่านกันได้










แค่ 264 ก็มองไม่ค่อยเห็น pixel แล้วนะเนี่ย