[Advertorial] AIS Aircard 3G Double Surf

01

คำถามที่มีคนมาถามผมเป็นประจำ แต่มันตอบยากน่าดูก็คือ “จะเลือกใช้บริการ Mobile Internet ของค่ายไหนดี” โดยเฉพาะบริการ 3G เนื่องจากพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ก็มีความแรงของสัญญาณค่ายต่างๆ แตกต่างกัน

แต่นวัตกรรมใหม่ของ AIS อาจจะช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้างไม่มากก็น้อยละครับ เมื่อมีการออก Aircard 3G รุ่นใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่เรียกว่า Double Surf อยู่ ซึ่งทำให้เราสามารถใช้บริการ 3G จาก 2 ค่ายใหญ่ คือ AIS และ TOT ได้

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!

———————————————————-

 

มันเป็นอะไรที่ต้องยอมรับนะครับว่าบางทีเราอุตส่าห์แบกทั้ง Notebook กับ Aircard กะไปนั่งทำงานชิลๆ นอกสถานที่แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ กลับไม่มีสัญญาณ 3G ให้ใช้ หรือมีแต่ว่าสัญญาณเบาซะเหลือเกินจนทำให้ต้องหงุดหงิด ไอ้ครั้นจะพก SIM Card ไปหลายๆ ค่าย มันก็ดูจะเป็นทางออกที่ดี แต่ว่ามันก็เท่ากับต้องเสียค่าบริการตั้ง 2 ค่ายด้วย … แต่ด้วย Aircard 3G Double Surf ตัวใหม่ของ AIS นี่ เราก็จะสามารถใช้บริการ 3G ของทั้ง AIS และ TOT ได้ครับ

 

02

 

ณ ตอนที่กำลังเขียนบล็อกนี้อยู่ สนนราคาค่าบริการแพ็กเกจสำหรับ AIS Aircard 3G Double Surf ก็เป็นไปตามข้างบนนั่นแหละครับ

 

การใช้งาน AIS Aircard 3G Double Surf

03

การใช้งาน AIS Aircard 3G Double Surf ไม่ยากครับ แค่เสียบเจ้า Aircard นี่เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ มันก็จะถูกมองว่าเป็น CD Drive แล้วก็จะมีไฟล์ Autorun.exe ให้รันเพื่อติดตั้งไดรเวอร์และซอฟต์แวร์ใช้งานเลย ติดตั้งเสร็จแล้ว เราจะได้โปรแกรมชื่อ Aircard Connection ซึ่งเมื่อรันโปรแกรมขึ้นมาแล้ว เราก็จะได้หน้าตาแบบในรูปด้านซ้ายมือนี่ คำแนะนำของผมก็คือ เลือกตัวเลือก Connection เป็นแบบ Manual Mode ครับ จากนั้นตรงหัวข้อ 2G/3G เราก็เลือกว่าจะใช้เครือข่ายใด แล้วคลิก Connect ครับ … ถ้าเป็น Automatic Mode เจ้า AIS Aircard 3G Double Surf ก็จะทำการตรวจจับสัญญาณ 3G ให้โดยอัตโนมัติ แล้วเลือกค่ายที่สัญญาณแรงกว่ามาให้ใช้งาน แต่ถ้าหากพื้นที่นั้นมันจุดอับจริงๆ ไม่มีสัญญาณ 3G เลย (เช่น ลึกๆ ไปภายในอาคาร) ก็จะได้สัญญาณเป็น EDGE+ ของ AIS แทน

 

สองหัวดีกว่าหัวเดียว

อย่างที่บอกครับ จุดเด่นของ AIS Aircard 3G Double Surf นี่ก็คือ การที่สามารถตรวจจับและเลือกใช้เครือข่าย AIS3G หรือ TOT3G ได้ โดยพิจารณาจากความแรงของสัญญาณ ดังนั้นก็เลยทำให้ปัญหาเรื่องหา 3G ในพื้นที่ไม่ได้ลดไปได้เยอะ เพราะ AIS เองตอนนี้ก็เร่งขยับขยายเพิ่มสถานีฐานอยู่ ล่าสุด อ้างอิงจาก @Saran2530 ก็ทราบว่าเพิ่มพื้นที่ในอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว

 

04

 

ส่วนทาง TOT3G เอง เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งเปิดให้บริการในพื้นที่ 18 จังหวัดอีก ก็เท่ากับว่าขยายไปครอบคลุมได้ค่อนข้างเยอะมากทีเดียวละครับ ใครสนใจพิจารณาพื้นที่ให้บริการของทั้ง 2 ค่าย ก็ดูได้จาก พื้นที่ให้บริการ AIS3G และ พื้นที่ให้บริการ TOT3G เลยครับ

 

ความเร็วเป็นยังไงบ้าง?

ถ้าจะหามาใช้ทั้งที ความเร็วก็คงเป็นสิ่งที่ทุกๆ ท่านคงอยากทราบว่า แล้วความเร็วในฐานะ 3G นั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง … แหม่ อันนี้ก็ตอบยากจริงๆ เพราะว่าอยู่ที่ว่าไปทดสอบความเร็วที่พื้นที่แถวไหน เวลาใดด้วยนะครับ แต่ถ้าอยากให้ผมลองทดสอบดูซักหน่อย ก็ดูจากรูปด้านล่างนี่ได้ครับ

 

05

 

เป็นการทดสอบเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2555 เวลาประมาณ 00:15 นาที ของวันเสาร์ เครือข่ายที่จับได้แถวพระราม 2 คือ TOT3G ครับ … เรียกว่าแรงพอสมควรทีเดียว … แต่ที่บอกว่าต้องดูที่สถานที่และเวลาก็เพราะว่า ช่วงเย็นๆ ผมลองทดสอบไปก่อนแล้ว ความเร็ว DL อยู่ที่ราวๆ 3Mbps ส่วน UL อยู่ที่ 0.8Mbps ครับ เห็นแมะ เวลาที่แตกต่างกัน แม้จะสถานที่เดียวกัน ก็ให้ความเร็วที่แตกต่างกันได้ครับ

 

สรุป AIS Aircard 3G Double Surf

จุดเด่นของเจ้า Aircard 3G Double Surf ตัวนี้ก็คือ ความร่วมมือกันระหว่าง AIS3G และ TOT3G ที่ให้สลับเครือข่ายใช้งานกันได้นี่แหละครับ ทำให้พื้นที่ให้บริการครบคลุมเป็นพื้นที่กว้างขึ้น และทั้ง 2 ค่าย ณ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการขยับขยายสถานีฐานเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการอยู่อีกด้วย เรียกว่าซื้อ Aircard 3G มาพร้อมกับบริการนี้ เท่ากับเราพก AIS3G และ TOT3G ไปใช้งานพร้อมๆ กันในคราวเดียว โดยไม่ต้องเสียเงิน 2 ต่อ และต้องสลับ SIM Card ใช้งาน ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะใช้เครือข่ายใด โดยเลือกเป็น Manual Mode อย่างที่ผมพูดถึงไปในตอนต้นนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดนะครับ คือว่า ความเร็วสูงสุดที่ใช้บริการได้ก็คือ 7.2Mbps เท่านั้น (แต่ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะว่าในการใช้ทำงานอย่างพวกรับส่งอีเมล์ หรือท่องเว็บทั่วไป ส่วนใหญ่แล้ว ความเร็วซัก 2Mbps ก็เหลือเฟือแล้ว)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: