รู้ไว้ใช่ว่า QR Code ตอนที่ 1

01เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ คน แม้จะไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยินคำว่า QR Code มาก่อน แต่น่าจะเคยได้เห็นไอ้รูปภาพสี่เหลี่ยมๆ มีจุดแปลกๆ แบบรูปขวามือนี่มาบ้างแหละ เพราะเดี๋ยวนี้ฮิตกันซะเหลือเกินครับ

ลองได้เดินไปมาตามท้องถนน ตามสถานีรถไฟฟ้าจะบนดินหรือใต้ดิน บนรถไฟฟ้าเอง หรือแม้แต่ใบปลิวและแม็กกาซีนต่างๆ เราก็จะได้เห็นเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมลายจุดแปลกๆ นี่อย่างน้อยๆ 1 อัน ใน 1 วันล่ะน่า

ไอ้นี่แหละ ที่เขาเรียกกันว่า QR Code ซึ่งหลังๆ ผมว่าใช้กันเกลื่อนไปหน่อยรึเปล่า เลยต้องมาเขียนขอบ่นกันหน่อยครับ

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!

———————————————————-

 

barcodeQR Code คืออะไร

ผมไม่อยากเข้าเรื่องเทคนิคมาก เพราะอยากเขียนบ่นพวกนักโฆษณา และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่สักแต่ว่าใช้ QR Code มากกว่า แต่เพื่อให้ท่านผู้อ่านบางคนที่ยังงงๆ อยู่ว่ามันคืออะไร และเอาไว้ทำอะไร เลยขออธิบายสั้นๆ แทน

QR Code มีเชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Quick Response Code จริงๆ แล้วมันก็คือบาร์โค้ดประเภทนึง (นึกถึงรูปขีดๆ ข้างๆ กล่องสินค้าที่พนักงาน 7-Eleven สแกนตู้ดๆ ตอนคิดเงินได้) เพียงแต่ QR Code มันเป็นบาร์โค้ดแบบ 2 มิติ ซึ่งทำให้มันสามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ได้มากกว่า นอกจากนี้ ยังถูกออกแบบมาให้สามารถถูกถอดรหัสข้อมูลได้เร็วกว่าบาร์โค้ดแบบ 2 มิทั่วๆ ไป มันก็เลยเป็นที่มาของชื่อ Quick Response Code หรือที่แปลว่า โค้ดที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

 

ทำไมคนถึงแห่กันใช้ QR Code?

แรกๆ เลยอยากยกความดีความอบให้กับการถือกำเนิดของ Smartphone ครับ เพราะคุณสมบัติ 3 ประการสำคัญของ Smartphone ที่ทำให้การใช้ QR Code นั้นมีประสิทธิภาพมากๆ คือ

clip_image0041. Smartphone มาพร้อมกับกล้องดิจิตอล โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง เลยทำให้การสแกน QR Code สามารถทำได้สะดวก และผู้คนทั่วไปก็สามารถใช้งาน QR Code ได้ ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน ไปหาซื้อเครื่องอ่าน

2. Smartphone สามารถติดตั้ง App ต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถได้ ดังนั้น ใครอยากสแกน QR Code ก็สามารถไปดาวน์โหลด App มาได้ เช่น Android ที่ผมแนะนำก็คือ QuickMark Barcode Scanner แต่ถ้าเป็น iOS ก็มี App ชื่อ Scan หรือ Qrafter – QR Code Reader and Generator ให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ แถมรองรับทั้ง iPod Touch/ iPhone/iPad เลยด้วย โดยเฉพาะ Qrafter นี่ สามารถสร้าง QR Code ให้ได้ด้วยนะ

023. Smartphone สมัยนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการท่องอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้สามารถลิกแพลงการใช้ QR Code ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ต่างๆ หรือการแจก Contact (ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ)

นอกจากนี้ การสร้าง QR Code มาใช้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร โปรแกรมแจกฟรีก็มีให้ใช้ แหม่ แบบนี้ก็เลยใช้กันเกร่อ … และนั่นคือผู้ที่ควรได้ความดีความชอบจริงๆ ที่ทำให้ QR Code แพร่หลายครับ … คือ พอมีคนเห็นคนอื่นเขาใช้ QR Code แล้วประสบความสำเร็จ เลยเอาอย่างกันใหญ่ ใช้กันเกลื่อน

จนสุดท้าย ก็เหมือนๆ จะลืมไปแล้วว่าวัตถุประสงค์ของการนำ QR Code มาใช้คืออะไรกันแน่ การมี QR Code มาแปะในโฆษณาเลยเหมือนเป็นเครื่องบอกว่า แบรนด์กรูทันสมัยนะ ไม่น้อยหน้าคนอื่นๆ มีใช้ QR Code ด้วย แต่ประโยชน์ในการใช้งานจริงๆ กลับไม่มีเลย

 

มาดูตัวอย่าง QR Code ที่ล้มเหลวกัน

อย่างที่ผมบอก แบรนด์จำนวนไม่น้อยที่เอา QR Code ไปใช้แบบไม่ไยดีว่าจริงๆ แล้วศักยภาพของมันคืออะไร เลยส่งผลให้การนำไปใช้มันล้มเหลว … ทีนี้ผมเลยขอรวบรวมเอา QR Code แบบ Fail Fail มาให้ได้ดูกันครับ

 

03

 

แบบที่ 1: เยอะเกิ๊น

บางครั้งเรามัวแต่ไปจมปลักกับความคิดว่าต้องเอา QR Code มาใช้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากจนเกินไป จนทำให้อะไรๆ ก็ต้องเป็น QR Code ไปหมด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่ได้จำเป็นกับเขาเลย หรือบางทีมันเป็นอะไรที่เราต้องการให้คนเขารู้ แต่เพราะสมองมีแต่ QR Codeๆๆๆๆๆๆๆ ก็เลยดันเอาไปทำเป็น QR Code ซะงั้น อย่างเช่นตัวอย่างในรูป เป็นการอธิบายข้อห้ามต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งทุกคนควรได้่านได้ทำความเข้าใจ แต่พอเอาไปใส่เป็น QR Code ก็ดูไฮเทคดีนะ แต่คนที่ไม่มี Smartphone เขาจะได้อ่านทำความเข้าใจได้ยังไง(วะ)ครับ

 

03

 

แบบที่ 2: วางตำแหน่งชวนเสียว

แบบนี้ยังไม่เคยเห็นในเมืองไทย และไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่ถ้ามีจริงๆ ก็คิดว่าคนคงไปสแกนกันเยอะน่าดู ลองนึกถึงงานไหนมีพริตตี้ใส่ชุดรัดๆ มี QR Code แปะตรงบั้นท้ายนิด นมหน่อย ตรงนั้น (ตรงที่คุณๆ ก็รู้ว่าที่ไหน) อีกนิดนึง มือสแกนคงไปส่องทั้งวัน แต่คำถามคือ เขาไปสแกนเพราะอยากรู้ข้อมูลที่แบรนด์ต้องการนำเสนอจริงๆ น่ะเหรอ แถมสุ่มเสี่ยงโดนเจ๊ระเบียบรัตน์ออกมาโวยวายอีกนะพี่น้อง

บางแบรนด์คิดใหม่ทำใหม่ เปลี่ยนจากผู้หญิงไปเป็นผู้ชายซะ เอิ่ม มันก็ดูแหวกแนวดีนะ แต่อุจาดตาว่ะ

 

05

แบบที่ 3: สปีดเร็วกว่านรก

คือ … เข้าใจนะว่าอยากเอา QR Code แปะไว้ในโฆษณา และเดี๋ยวนี้พวกรถเมล์เขาก็ให้เช่าพื้นที่ในการสกรีนโฆษณาแปะข้างตัวรถกันแล้ว แต่พี่ไม่ต้องเอา QR Code ไปแปะไว้ในโฆษณาข้างรถก็ได้ครับ พี่คิดว่าจะมีใครอยากรู้อยากเห็น พยายามซิ่งรถไปจ่อตูดรถเมล์ แล้วพยาามยื่น Smartphone ออกมาสแกน QR Code ของพี่เหรอครับ?

 

06แบบที่ 4: No pain, No gain

ไม่ใช่แค่แบรนด์นะครับที่จะลงทุนทำแคมเปญอะไรแล้วก็ต้องคิดถึง ROI (Return On Investment) คนธรรมดาสามัญอย่างนายกาฝากไอทีต๊อกต๋อย หรือท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน จะทำอะไรแล้วสมองก็จะคำนวณหา ROI แบบคร่าวๆ โดยอัตโนมัติทุกครั้งไป … ประเด็นคือ หากคุณไปติด QR Code ไว้ให้สแกนในแบบที่คงมีแต่เฉินหลง ไม่ก็เจ็ทลี ถึงจะกล้าไปสแกนแบบนี้ ถ้าไม่ใช่สแกนแล้วได้รหัสลับเอาไปเบิกเงินเป็นสิบล้านได้ ใครมันไปเสี่ยงตายสแกน(วะ)ครับ

 

07แบบที่ 5: Mission Impossible ภาค 1

ภาคแรก ภารกิจของ Mission Impossible ยังไม่ยากหรอก แต่พี่ครับ QR Code เนี่ย เขาอุตส่าห์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ตอบสนองได้ไว ทำไมพี่ต้องทำอะไรให้ชีวิต(ของคนที่จะมาสแกน)ให้ยุ่งยากด้วย เอาไปแปะเป็นโมบาย ห้อยซะสูงแทบต้องปีนกะไดสแกน แถมยังเจือกหมุนไปมาได้อีกตามแรงลม ตกลงพี่ไม่อยากให้ผมสแกน อยากให้ผมเห็นแค่ว่าแบรนด์พี่แม่งเจ๋งว่ะ ใช้ QR Code ด้วย ใช่ไหมครับ

08

 

แบบที่ 6: Mission Impossible ภาค 2

อันนี้ถ่ายแถวแยกอโศกเพชรบุรี หลายๆ คนที่เคยผ่านไปแถวนั้นอาจจะนึกออก แต่ตอนนี้เขาแกะออกไปแล้ว … พวกเล่นแปะ QR Code เอาไปซะตรงนั้น ผมพยายามสแกนอยู่หลายทีจากภาคพื้นดินแล้ว ไม่ประสบความสำเร็จ คงต้องปฏิบัติภารกิจ Mission Impossible หาคอปเตอร์มาบินในเพดานบินต่ำ ห่างจากตึกพอประมาณ แล้ว แชะ! สแกนดูวมันมีอะไรวะ (ขอเดาว่าเป็นลิงก์ไปเว็บไซต์)

 

09แบบที่ 7: Mission Impossible ภาค 3

คือ คงคิดว่าการแปะไว้บนตึกยังสแกนไม่ยากพอ คงยังมีคนพยายามหาทางสแกนมาจนได้ อย่ากระนั้นเลย ทำให้มันสแกนยากกว่านี้ดีกว่าไหม จับมันผูกกะเครื่องบินแล้วส่งขึ้นฟ้าไปเลยดีกว่า

ถ้าจะให้ยากกว่านี้ มีภาค 4 ก็คงต้องไปอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติแล้วละครับพี่น้อง

 

ได้ดูตัวอย่างการใช้งานแบบ Fail Fail ไปแล้ว เดี๋ยวตอนหน้าขอมาสรุปกันว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรทำ และจะเก็บเอาภาพการใช้ QR Code ที่เหมาะๆ มาฝากกันด้วยครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

12 Responses

  1. moonba pro says:

    share for you thank

  2. krabongtan says:

    เนื้อหาชวนฮาๆนะครับ ขอบคุณที่เอาเนื้อหาดีๆมาลงนะครับ

  3. @oreojune says:

    ขออนุญาต แชร์จ้า

  4. Parch_leaf says:

    มีสาระ และโดนใจ ดีครับ ผมก็ไอที ต๊อกต๋อย ของจริงคนนึงครับ
    ชอบหาความรู้อ่าน ที่ ไม่ fake นัก
    ขอบคุณสำหรับบทความเนื้อหาดีดีครับ คงเข้ามาติดตามบ่อยๆๆ
    ขอบคุณครับ

  5. pasathaioum5 says:

    “….แต่พอเอาไปใส่เป็น QR Code ก็ดูไฮเทคดีนะ แต่คนที่ไม่มี Smartphone เขาจะได้อ่านทำความเข้าใจได้ยังไง(วะ)ครับ”
    กับ
    “ถ้าไม่ใช่สแกนแล้วได้รหัสลับเอาไปเบิกเงินเป็นสิบล้านได้ ใครมันจะเสี่ยงตายสแกน(วะ)ครับ”
    ชอบ2อันนี้มากนี้มาก เจอบ่อยเลยครับ

    • pasathaioum5 says:

      ปล.ตรงนี้พิมพ์ผิดนะครับ “ใครมันไเสี่ยงตายสแกน(วะ)ครับ”

  6. kungx says:

    บนแอนดรอยใช้ QR Droid ก็ดีนะครับ
    สร้าง QR ได้ เปลี่ยนสี ใส่ LOGO อะไรก็ได้ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: