kafaakBlog – นานาสาระกับนายกาฝาก

เทคโนโลยี, รีวิวหลากหลาย, ท่องเที่ยว, การตลาด, จิตวิทยา แล้วแต่จะเขียนจริงๆ

07

แหม่! อยากบอกว่าคนให้ความสนใจอ่านซีรี่ส์ กฎหมายแรงงานน่ารู้ ของผมเยอะเอาการทีเดียว แล้วจะรอช้าอยู่ไย รีบเขียนตอนที่ 2 โดยไวในทันที

เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะประสบปัญหาแบบเดียวกับทั้งน้องหวาน และน้องพิกกี้บัฟ ที่ผมพูดถึงไปในตอนแรกไม่มากก็น้อยละสินะ มีคุยกับผมหลายคนเลยครับว่าที่ผ่านมาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านายจ้างเอาเปรียบได้ซะขนาดนี้ … ขอออกตัวก่อนว่า ตอนที่ 2 นี้อาจจะไม่ยาวเท่าตอนแรก เพราะว่าผมมีเวลาเขียนค่อนข้างน้อยครับ (ณ ตอนนี้ 4 ทุ่มแล้ว) แต่จะพยายามให้ได้เนื้อหามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!

———————————————————-

 

Q: ช่วงนี้งานเร่ง ต้องบังคับทำ OT กันทุกคนนะ

overtimeA: มาตรา 24 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ระบุไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราวๆ ไป” ดังนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว เจ้านายไม่มีสิทธิที่จะมาบังคับเราทำ OT ครับ … ที่ผมบอกว่า โดยส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าใน วรรค 2 ของมาตรา 24 ยังระบุเพิ่มไว้ว่า “ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น” เช่น ในกรณีของโรงงานหลอมแก้ว ที่หากหยุดทำงานแล้วเกิดเตาไฟดับ แก้วที่หลอมแข็งตัวเสียหายเป็นสิบล้านบาท แบบนี้ก็ถือว่าให้ทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น เป็นต้น

เคยมีกรณีของโรงงาน ที่พยายามบังคับให้พนักงานมาทำงานในช่วงวันหยุดยาวๆ อย่าง สงกรานต์หรือปีใหม่ ที่พนักงานมักจะหยุดเพื่อกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด แบบนี้ก็ทำไม่ได้นะครับ เพราะ มาตรา 25 เขาก็ “ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด” แต่ก็เช่นเคย เขา “เว้นแต่ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น”

มีกรณีหนึ่งค่อนข้าง Sensitive มากๆ คือ กรณีที่จะทำ OT ต้องเขียนใบขออนุมัติจากหัวหน้า แล้วเผอิญมีงานที่ทำในชั่วโมงทำงานปกติไม่เสร็จเรียบร้อย ก็เลยต้องอยู่ต่อทำให้เสร็จ และไม่ได้ OT ด้วย เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของพนักงาน … มองในแง่หนึ่ง หากพนักงานแกล้งอู้เพื่อจะได้ทำ OT เอาค่าแรง 1.5 เท่า แบบนี้บริษัทก็ลำบาก แต่หากมองอีกแง่ หากบริษัทจงใจให้งานทำเยอะๆ จนเสร็จไม่ทันในเวลาปกติ แล้วมาให้ทำ OT กันฟรีๆ (หรือที่ผมเรียกว่า โอฟรี) แบบนี้ก็ไม่ไหวเช่นกัน … แต่การพิจารณาประเด็นนี้ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป

Q: ถ้าเงินเดือนไม่ถึง 20,000 คิด OT 1.5 เท่าของค่าแรง แต่ถ้าเกิน 20,000 คิดที่ 130 บาท/ชั่วโมง

paymentA: กฎหมายระบุชัดแล้วในมาตรา 61 ว่าค่าล่วงเวลานั้นอัตราต้องไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ … ดังนั้น หากจะให้ OT ที่ 130 บาท/ชั่วโมง ในกรณีเงินเดือนเกิน 20,000 บาท มันจะยังถูกกฎหมายตราบเท่าที่พนักงานเงินเดือนไม่เกิน 20,800 บาท ครับ แต่ถ้ามากกว่านั้น ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเลย

กรณีแบบนี้ผมเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะในงานที่จะต้องมี OT เยอะๆ เช่น งานโรงงาน ผมเคยเจอโรงงานที่กำหนดค่าล่วงเวลาตายตัว 50 บาท/ชั่วโมง โดยไม่สนจเลยว่าเป็นตำแหน่งงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ โดยอาศัยว่า หากยอมรับที่ค่าล่วงเวลาเท่านี้ได้ จะให้ทำ OT ได้ไม่จำกัด จากที่ปกติกำหนดไว้ที่ 3 ชั่วโมง/วัน ซึ่งตรงนี้จริงๆ ก็ส่อเค้าว่าจะมีปัญหาอีก เพราะว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2541) ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (รวมชั่วโมงทำงานในวันหยุด) ต้องไม่เกินสัปดาห์ละ 36 ชั่วโมง ดังนั้น หากให้ทำเกินกว่านั้น ก็จะกลายเป็นผิดกฎหมายครับ

 

Q: หัวหน้างาน และผู้จัดการ ไม่มีสิทธิได้ OT

A: คำถามนี้เด็ดมาก แต่คำตอบนี่อาจทำให้สับสนได้ … จริงๆ แล้วกฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาแก่ลูกจ้าง แต่ทว่า มาตรา 65 (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) กลับมีการยกเว้นไว้อยู่ดังนี้

มาตรา 65 ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่หรือซึ่งนายจ้างให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 แต่ลูกจ้างซึ่ง นายจ้างให้ทำงานตาม (3) (4) (5) (6) (7) (8) หรือ (9) มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับ อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
(1) ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือ
การเลิกจ้าง
(2) งานเร่ขายหรือชักชวนซื้อสินค้าซึ่งนายจ้างได้จ่ายค่านายหน้าจากการขายสินค้าให้แก่
ลูกจ้าง
(3) งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบนขบวนรถและงานอำนวยความสะดวก
แก่การเดินรถ
(4) งานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ
(5) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
(6) งานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
(7) งานที่มีลักษณะหรือสภาพต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และโดยลักษณะหรือสภาพ
ของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้
(๘) งานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง
(๙) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง

Keyword ของกรณีนี้อยู่ที่ข้อ (1) ครับ คือ หากลูกจ้างมีอำนาจหน้าที่ในการทำแทนนายจ้างในกรณีการให้บำเหน็จ ลดค่าจ้าง หรือ เลิกจ้าง ก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 (พูดง่ายๆ อด OT) ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว พวกผู้จัดการระดับกลางมักจะเข้าข่ายนี้ เพราะพวกนี้สามารถแจ้งไปยังฝ่ายบุคคลให้เลิกจ้างลูกน้องได้ หรือเวลาปรับเงินเดือน ก็เป็นคนกำหนด (นั่นคือ กระทำการแทนนายจ้างนั่นเอง) แต่สำหรับหัวหน้างานนั้น ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีอำนาจในระดับนั้นครับ ฉะนั้นหากดูๆ แล้ว เราไม่ได้มีอำนาจอะไรขนาดนั้น นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาครับ

แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าเกิดนายจ้างใจดี ให้ OT แบบไม่สนใจว่าตำแหน่งอะไร มีอำนาจแค่ไหน แบบนี้กฎหมายก็เห็นชอบด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง

ผมเคยอ่านเจอในเว็บไซต์หลายแห่ง สรุปมาตรา 65 (1) ไว้เป็น “ลูกจ้างที่มีตำแหน่งผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หัวหน้า” ซึ่งมองในมุมหนึ่งถือว่าพอใช้แทนกันได้ เพราะบริษัทส่วนใหญ่ คนที่อยู่ในตำแหน่งระดับนี้มักจะมีอำนาจในการกระทำแทนนายจ้างในกรณีที่กฎหมายระบุไว้ แต่เกิดมีบางบริษัทไม่ได้ให้อำนาจเหล่านี้ในตำแหน่งหัวหน้า หรือ ผู้จัดการล่ะ?!? มันก็จะมิชอบด้วยกฎหมายทันทีเช่นกันนะครับ … ดังนั้นยึดกฎหมายเป็นหลักครับ อย่าไปยึดที่เว็บเขาตีความแล้วเปลี่ยนเนื้อหากฎหมายแบบนี้

 

ในตอนหน้า เดี๋ยวจะขอพูดถึงเรื่องการเลิกจ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่น้องพิกกี้บัฟโดนมาเต็มๆ … ประเด็นเลิกจ้างนี่เด็ดครับ ไว้อดใจรออ่านกันนะครับ

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

Related posts:

41 Responses to “กฎหมายแรงงานน่ารู้ อย่าให้นายจ้างเอาเปรียบ ตอนที่ 2”

  1. sanako says:

    สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าถูกนายจ้างเอาเปรียบ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันทำงานกับบริษัทต่างชาติค่ะ ดิฉันทำงานได้9เดือนแล้ว ตอนเข้ามาทำงานแรกๆ สวัสดิการทุกอย่างดีหมด ถึงแม้เงินเดือนจะน้อยถ้าเทียบกับอายุงานและสายงานที่ทำ ดิฉันทำงานออกแบบ computer graphic design ค่ะ แต่มาช่วงหลังๆนี้ บริษัทได้ปรับลดค่างานที่ทำลงไปเกือบครึ่ง ไม่มีค่า starndat งานให้จากที่แต่ก่อนมีให้เดือนละ 2000 ต่อเดือนแต่ทุกวันนี้ไม่มี ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีงานเข้ามา พวกพนักงานก็จะไม่ได้ค่างานเลยได้แต่เงินเดือนไป ซึ่งเงินเดือนที่นี่ต่ำมาก และแต่ก่อนทำโอที มีค่าแรงโอที แต่ทุกวันนี้เป็นทำโอทีไม่จ่ายเงินแต่จ่ายเป็นชั่วโมงฟรีที่จะได้ (ชม.ฟรีก็คือถ้าทำสะสม ชม.แล้วก็ให้พนักงานเลิกหยุดได้ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีงาน)ฟังดูเหมือนจะดีแต่ความรู้สึกของดิฉันคือมันไม่ยุติธรรมกับพนักงานเลยค่ะ และทุกคนที่นั่นก็รู้สึกเหมือนกันแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะทางบริษัทยื่นนโยบายว่าต้องการลดพนักงานในช่วงนี้ ประมาณว่าถ้าใครไม่พอใจกับนโยบายนี้ของบริษัทก็ให้ลาออก โดยที่ทางบริษัทจะได้ไม่ต้องมาเสียเงินจ้างพวกเราออก การทำโอทีก็ต้องถามความสมัครใจของพนักงานก่อนใช่ไหมคะ แต่ที่นี่ไม่ถามความสมัครใจเลยค่ะ เดินมาบอกว่าวันนี้ต้องทำโอทีต่ออีก 3ชม.นะ พอเราปฏิเสธบอกว่าติดธุระเขาก็จะไม่พอใจหาว่าเราไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งปกติแล้วโอทีได้ค่าแรงก็ไม่มีคนอยากทำอยู่แล้ว แต่นี่เหมือนทำโอทีฟรี เงินก็ไม่ได้เหนื่อยก็เหนื่อย วันนึงๆเราต้องนั่งทำงานให้เขา11-12ชม.ต่อวันรวมกับการทำโอที ตอนที่เขาออกนโยบายใหม่นี้มา ไม่มีใครพอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทางบริษัทหาว่าทางพนักงานยื้องานไว้ทำโอที โดยที่เขาไม่มาดูเลยว่างานที่ทำมันยากมาก ไม่มีใครอยากยื้องานไว้ทำโอทีเลยค่ะ เพราะเลิกงานเขาก็อยากกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวกัน และถ้างานไม่เสร็จใน ชม.งานก็ต้องทำให้เสร็จโดยไม่มีค่าโอที เราก็ต้องทำให้จนเสร็จทั้งที่นอกเหนือจากเวลางานแล้ว และทางบริษัทเองก็ไม่ค่อยปล่อยให้ทำโอที นานๆจะให้ทำที เดือนนึงๆ แค่2-3ครั้งต่อเดือน แต่ทุกวันนี้พอเป็นโอฟรีทางบริษัทไม่ต้องจ่ายค่าโอที เขาบังคับให้เราทำโอที วันเว้นวันวันละ3ชม.ซึ่งไม่ถามความสมัครใจทุกคนต้องทำโอถ้ามีคำสั่งให้ทำ ดิฉันรับไม่ได้มากๆกับนโยบายนี้ ทุกคนมาทำงานหางาน ไม่ได้มาทำงานเอาวันหยุด ถ้าจะรักสบายกันขนานดนั้น เขาคงไม่มานั่งทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลังกันหรอกใช่ไหมค่ะ แล้วที่บอกว่าทำโอทีสะสม ชม.ครบ 7ชม.จะได้หยุด1วันแต่พอทำจริงๆแล้วไม่เป็นแบบนั้น พอวันไหนไม่มีงานอย่างถ้าพรุ่งนี้ไม่มีงานช่วงเช่า เขาเดินมาบอกเราว่าให้เข้าทำงานช่วงบ่ายแทน ซึ่งมันก็เท่ากับว่าเราได้ตื่นสายแค่1-2ชม.แค่นั้นเอง มันไม่มีความหมายเลยกับการทำงานแลกกับโอทีฟรี ตอนนี้ดิฉันเครียดมาก ไม่อยากทำงานเลยค่ะ รู้สึกเบื่อกับความไม่ยุติธรรมของที่นี่ ดิฉันจะทำยังไงดีคะ จากที่ดิฉันเล่ามามีทางที่จะช่วยพนักงานได้รึป่าวคะ ยังจะพอมีทางออกทางกฎหมายแรงงานที่พอจะช่วยพวกเราได้บ้างไหมคะ
    +++ยังรอคำตอบนะคะ+++
    ด้วยความเคารพ

    • kafaak says:

      ต้องขอแยกเป็นประเด็นนะครับ

      1. เรื่องค่า Standard 2,000 บาท/เดือน เป็นสวัสดิการ ซึ่งบริษัทจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ … แต่ถ้าเกิดว่ามีกำหนดไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน (ที่เราเซ็นกันตอนเข้าทำงาน) ละก็ อยู่ๆ จะมาไม่จ่ายไม่ได้ครับ
      2. กรณีของค่างานที่ถูกปรับลดก็เช่นกัน ถ้าเกิดเรากลับไปเช็คสัญญาจ้างแรงงานของเรา แล้วมันถูกระบุเอาไว้ละก็ บริษัทก็ไม่มีสิทธิปรับลดเช่นกัน … ดูดีๆ แล้วกันนะครับ
      3. การทำโอที จะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินเท่านั้น จะมาคืนเป็นชั่วโมงให้หยุดแทนไม่ได้ครับ (แน่นอนว่าหลายๆ บริษัทใช้วิธีแลกเปลี่ยนแบบนี้ ซึ่งหากลูกจ้างเห็นว่าเป็นประโยชน์กว่าได้เงิน ก็อาจตกลงกันได้) … ที่คุณรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมนั้นแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะว่าค่าโอทีมันต้องได้ 1.5 เท่าของค่าแรงอ่ะ แต่หยุดฟรีน่ะ บริษัทจ่ายแค่ค่าแรงปกติ (ในฐานะพนักงานรายเดือน หยุดงานก็ยังได้ค่าแรง)
      4. คุณเข้าใจถูกแล้วที่ว่าโอทีต้องได้รับความสมัครใจจากพนักงานครับ จะมาบังคับทำไม่ได้ (แต่กฎหมายมีข้อยกเว้น กรณีที่หากไม่ทำแล้วจะเกิดผลกระทบร้ายแรง เสียหายมากๆ ต่อบริษัท) แต่แน่นอน เป็นสิทธิ์ของบริษัทที่อาจพิจารณาว่าคุณไม่ทำโอทีเท่ากับไม่ทุ่มเทให้บริษัท และปรับเงินน้อยลงหรือไม่ปรับ หรือไม่ให้โบนัส เพราะนั่นอยู่ในดุลพินิจของบริษัทครับ
      5. เป็นเรื่องปกติ (และเป็นสันดานเสียของนายจ้างบางคน) ที่พยายามจะกดดันให้พนักงานลาออกไปเอง เพราะทำแบบนั้นก็จะไม่ต้องเสียเงินชดเชยและค่าต๊กใจ

      กรณีแบบนี้ สามารถรายงานให้แรงงานจังหวัดทราบได้ ฟ้องนายจ้างได้ (แต่ต้องเก็บหลักฐานให้เยอะๆ ก่อน จะอัดภาพ อัดเสียง การที่นายจ้างบังคับทำโอทีก็ได้) และที่สำคัญควรมีพยานเยอะๆ … แต่ปัญหาใหญ่อีกอย่างก็คือ ส่วนใหญ่ลูกจ้างเสียเปรียบ เพราะว่าถ้าฟ้องร้องแล้วยังทำงานกับนายจ้างเดิม ก็อาจเป็นปัญหาอีก (จริงๆ กฎหมายสามารถคุ้มครองเราได้ แต่ก็แค่ในระดับหนึ่ง) ส่วนใหญ่สุดท้ายเลยทำได้แค่ลาออกไป

      แต่อยากให้ลองไปปรึกษากับทางแรงงานจังหวัด เรื่องการตั้งสหภาพแรงงานครับ (ถ้าบริษัทมีพนักงานเยอะ และทุกคนเหลืออดกับเรื่องนี้) จะได้มีอำนาจต่อรองกับนายจ้างบ้าง แต่การตั้งสหภาพแรงงานนี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะ เพราะว่ามันก็มีรายละเอียดยิบย่อยอีกเยอะเลยแหละครับ

  2. อตินุช says:

    ตออนี้ดิฉันรู้สึกสับสนมากอยากลาออกก็อยากแต่ก็จะทนดูว่าพวกเขาจะกดดันอะไรเราอีก
    เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเดือนก่อนดิฉันได้ไปผ่าตัดมดลูกและต้องหยุดพักฟื้นเป็นเวลา 1 เดือน พอกลับมาทำงานทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเขาให้ภรรยาของเขามาทำงานแทนฉันและให้ควบคุมฉันทุกอย่างออกคำสั่งให้ฉันทำฉันก็ทำตามไม่มีข้อโต้แย้งแต่คำสั่งที่สังมาให้ฉันทำกลับทำให้กรรมการบริษัทอีก 2 คน ไม่พอใจในการทำงานของดิฉันเพิ่มงานเพิ่มหน้าที่ในการทำงานแต่ดิฉันก็ทนนะค่ะเพราะไม่อยากตกงานแต่ทุกวันนี้แทบจะทนไม่ไหวแล้วถ้าวันไหนดิฉันหยุดไปหาหมอเขาจะมารื้อค้นเอกสารและอีเมล์บริษัทและโทรตามเรื่องการเบิกจ่ายของทุกคนที่มาเบิกกับดิฉันทำเหมือนกับว่าดิฉันไม่ซ่ือไปยักยอกเงินเขามาดิฉันทำงานโดยซื่อตรงมาตลอดเอกสารมีให้ตรวจสอบไม่มีตกหล่นอย่างนี้มีกฎหมายอะไรไหมค่ะที่ดิฉันจะลาออกไปโดยได้ค่าชดเชยหรือค่าปลอบขวัญบ้างทำงานให้ใจเขาไปเต็มๆแต่ผลตอบรับกลับมาเป็นความไม่ไว้วางใจค่ะ

    • kafaak says:

      ย้ำก่อนครับว่าถ้าคิดอยากจะได้ค่าชดเชยหรือค่าปลอบขวัญ ห้ามลาออกเด็ดขาดครับ เพราะถ้าทำแบบนั้น ไม่มีกฎหมายข้อใดที่จะไปบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชยใดๆ ให้คุณเลยครับ … ต้องให้เขาเลิกจ้างเอง (และต้องไม่ใช่ไล่ออกด้วย … แต่ถ้าจะไล่ออก ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เพราะการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยนั้น กฎหมายระบุไว้ชัดว่ากรณีใดบ้างที่นายจ้างทำได้)

      การที่นายจ้างมักกดดันเพื่อหาเรื่องให้พนักงานลาออกไปเอง เป็นทุกที่ครับ อันนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ เพราะลูกจ้างไม่มีอะไรช่วยเลยครับ กฎหมายก็ไม่ได้ช่วยอะไรตรงนี้เท่าไหร่

  3. ลูกจ้าง 12 says:

    สวัสดีครับคุณกาฝาก
    ผมมีเรื่องอยากปรึกษา คือผมทำสัญญากับบริษัทไทยไว้ว่าให้ยืมตัวเรา (seconment) ไปทำงานให้กับบริษัทในต่างประเทศ (ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน) โดยบริษัทไทยจะเป็นผู้จ่ายส่วนต่าง ของเงินเดือนบวกค่าเบี้ยเลี้ยง หักด้วยส่วนที่เราได้รับจากบริษัทในต่างประเทศ แต่ในสัญญาระบุไว้ว่าเมื่อครบกำหนดผมต้องกลับมาทำงานให้กับบริษัทไทยอย่างน้อยอีก 2 ปี ถ้าลาออกก่อนกำหนด ต้องจ่ายคืนส่วนที่บริษัทไทยจ่ายให้ทั้งหมดในระหว่างที่ผมทำงานอยู่ในต่างประเทศ ขอทราบว่าสัญญานี้เป็นธรรมหรือไม่ครับ และหากผมต้องการจะลาออกควรทำอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ

    ขอบพระคุณอย่างสูง

  4. Gigs says:

    สวัสดีคะ

    มีเรื่องสอบถาม มีการเซ็นสัญญากับบริษัทหนึ่งว่าถ้าจะลาออกจะต้องแจ้ล่วงหน้า 2 เดือนตอนนี้ได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวแล้ว แต่แจ้งล่วงหน้าแค่ 1 เดือน แต่จะมีครึ่งเดือนที่ยังไม่ได้รับเงินเดือน(แจ้งลาออก วันที่ 15 ของเดือน)
    เมื่อวันก่อนทางบริษัทเก่าแจ้งว่าจะไม่จ่ายเงินเดือนอีกครึ่งเดือนให้ จะมีทางเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ

    • kafaak says:

      ขออภัยที่ตอบช้านะครับ
      ปัญหางวดนี้ซับซ้อนครับ ต้องแยกออกเป็น 2 คำถามย่อยก่อน คือ
      1. คุณทำสัญญากับบริษัทไว้ว่าถ้าจะลาออก ต้องแจ้งล่วงหน้า 2 เดือน แต่คุณแจ้งล่วงหน้าแค่เดือนเดียว … แบบนี้ทำได้ไหม?
      2. คุณแจ้งล่วงหน้าแค่เดือนเดียว บริษัทจึงไม่จ่ายเงินเดือนอีกครึ่งเดือน (ที่ผมเข้าใจว่าคุณได้ทำงานในครึ่งเดือนนั้น) ให้ … แบบนี้ทำได้ไหม?

      คำตอบของผมเป็นแบบนี้ครับ
      1. ถ้ากำหนดในสัญญาว่าแจ้งล่วงหน้า 2 เดือน ก็คือต้องแจ้งล่วงหน้าสองเดือน (กฎหมายแค่แนะนำว่า หากไม่ระบุเป็นอื่น ก็ให้ถือว่าอย่างน้อย 1 รอบการจ่ายเงินเดือนก็น่าจะพอ) ดังนั้นหากคุณไม่แจ้งล่วงหน้าตามที่สัญญา บริษัทก็มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการที่คุณแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าในสัญญาได้
      2. อย่างไรก็ดี บริษัทไม่มีสิทธิ์ไม่จ่ายเงินเดือน หากคุณได้ไปทำงานจริง … เมื่อทำงานต้องได้เงินครับ … ดังนั้นถ้าจะฟ้องร้องเอาก็น่าจะทำได้อยู่ แต่ขอให้ระลึกไว้ว่า หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่าการที่คุณบอกล่วงหน้าน้อยกว่า 2 เดือน ทำให้บริษัทเสียหาย เขาก็สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายคุณตามจริงได้เช่นกัน (ซึ่งอาจจะเยอะกว่าเงินเดือน) เช่น ค่าเสียหายจากการที่ขาดบุคลากรทำงาน ค่าเสียหายจากการที่ผลผลิตต่ำกว่ากำหนดเพราะบุคลากรไม่พอ ฯลฯ

  5. oats says:

    อยากรบกวนสอบถามค่ะ คือทางบริษัทคิดค่าจ้างให้ทุกวุฒิเป็นรายวัน ๆ ละ 345 บาท คิดโอที ชม.ละ 35 บาท ซึ่งอยากทราบว่าผิดกฏหมายการคิดโอทีหรือไม่ สวัสดิการก็ไม่มีให้แม้แต่ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่มีเลยค่ะ รบกวนตอบกลับที่เมลล์ด้วย

    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      ไม่ขอตอบกลับทางเมล์นะครับ … คนอื่นๆ ที่เขาอ่านจะได้อ่านคำตอบด้วย … และ ผมจะได้ไม่ต้องทำงาน 2 รอบ
      กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนแล้วครับ OT ในการทำงานปกติต้องคิดที่ 1.5 เท่าของค่าแรงปกติ ดังนั้นค่าแรง 345 บาทต่อวัน ถ้าเกิดทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เท่ากับมีค่าแรงชั่วโมงละ 43.125 บาท ดังนั้น คิดโอทีให้ชั่วโมงละ 35 บาท ย่อมผิดกฎหมายแรงงาน (ไม่มีกฎหมายการคิดโอทีนะครับ มีแต่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน) ถ้าจะคิดให้ถูกต้อง ต้องคิดที่ 1.5 x 43.125 = 64.69 บาทครับ

      ส่วนเรื่องสวัสดิการ ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ค่ารักษาพยาบาล อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายเข้าไปควบคุมครับ

  6. Chumpen says:

    ที่ทำงานผมมีการทำงานเป็นกะแต่ก่อนมี 3 กะ (ก่อนที่ผมจะเข้างานซะอีก)แต่ตอนนี้มี 2 กะ กะกลางวันและกลางคืน กะกลางวันทำงาน 8 ชม.(8.00น.-17.00น.) กะกลางคืนทำงาน 15 ชม.(17.00น.-8.00น.)โดยให้ค่าแรง 300 บาท/วัน และ ให้เป็นเงินค่าทำกลางคืน 1600 บาท/เดือน(ไม่คิดเป็น OT ครับ) และเป็นอย่างนี้มานานมากแล้วครับ คนที่ทำงานมาก่อนเขาไม่มีใครว่าอะไรกันเพราะ(มีแต่บ่นกันภายในกลุ่มเท่านั้น)1.กลัวต้องตกงาน 2.เพราะได้ทิปจากลูกค้า(จึงพออยู่ได้ แต่ตอนนี้ได้น้อยไม่เหมือนแต่ก่อน)และแถมยังหักเงินมาสาย 50 บาท/ตรั้งอีก โดยไม่ถามเหตุผลเลย
    ผมจะทำอย่างไรได้บ้างครับ ช้วยแนะนำหน่อยครับ
    ขอบคุณมากครับ

    • kafaak says:

      ก่อนอื่น ต้องบอกแบบนี้ก่อน … เวลาทำงานปกติคือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เกินกว่านั้นคือล่วงเวลาสถานเดียว (กฎหมายกำหนด) และวันนึงทำงาน 8 ชั่วโมง เกินกว่านั้นก็คือล่วงเวลาเช่นกัน

      ดังนั้น ทำงานค่าแรง 300 บาท/วัน เท่ากับ OT คือที่เหลืออีก 7 ชั่วโมง ก็ต้องคิด 393.75 บาท/วัน ดังนั้น เดือนนึง สมมติทำงาน 20 วัน ต้องได้ค่าล่วงเวลา 7875 บาท/เดือน จะจ่ายแค่ 1600 บาท ไม่ได้ ไม่คิด OT ไม่ได้ ผิดกฎหมายแรงงานครับ

      เรื่องหักเงินกรณีมากสาย … ปกติไม่ค่อยเจอบริษัทไหนเขาทำ เพราะกฎหมายง่ายๆ ชัดเจน มาทำงานก็ได้เงิน ไม่มาก็ไม่ได้เงิน (ในกรณีของลูกจ้างรายวัน) ถ้ามาสาย 5-10 นาที ก็หักค่าจ้างได้ตามเวลา 5-10 นาทีที่มาสาย จะมาคิดเรตเดียว 50 บาทไม่ได้ (แต่ถ้าสายเป็น 2 ชั่วโมง ซึ่งค่าแรงเราเยอะกว่า แต่เขาหักเราแค่ 50 บาท แบบนี้ ถือว่าเขาใจดี)

      แต่ในภาพรวม คงต้องฟ้องเจ้าหน้าที่แรงงานในเขตที่คุณอยู่ให้เข้ามาตรวจสอบ … ทุกคนต้องพร้อมใจกันแสดงหลักฐานครับ (กรณีนี้ถ้าผิดจริง นายจ้างจ่ายอานมาก เพราะถ้าเขาให้แค่เดือนละ 1600 บาท เท่ากับติดค่าล่วงเวลาพนักงานเดือนนึงๆ ร่วม 6000 บาท มีลูกจ้างซัก 10 คน ก็เหมือนติดค่าล่วงเวลาเดือนละ 6 หมื่น ทำแบบนี้มาซัก 5 ปี ก็คูณไปครับ หลายล้านอยู่ และสามารถคิดดอกเบี้ย (ถ้าจำไม่ผิด ร้อยละ 7 นับจากวันที่ไม่จ่าย) ได้อีก … แต่ต้องฟ้องร้องนะครับ … เกรงแต่ทุกคนจะไม่กล้าน่ะสิครับ

  7. phon says:

    ขอสอบถามค่ะ

    ในกรณีที่เรายังทำงานอยู่แต่ทางบริษัทได้รับสมัครงานในตำแหน่งของเราออกทางเวปไซด์ไปแล้ว โดยไม่ได้แจ้งอะไรให้เราทราบเลย เราจะตอบโต้หรือป้องกันตัวเองยังไงได้บ้าง มันเหมือนกับว่า เค้าพยายามจะบีบเราออกค่ะ

  8. kpts says:

    บริษัทจากเดิมหยุดวันอาทิตย์ 1 วัน/ สัปดาห์
    ต่อมาประกาศหยุดเสาร์ – อาทิตย์ดดยจ่ายค่าแรง 50 % ของค่าจ่างต่อวัน

    • kafaak says:

      คำถามคือ?!? ทำได้ไหมเหรอครับ?

      • Dispirited says:

        โดนเอาเปรียบค่ะบริษัทเป็นบริษัทของต่างชาติค่ะมาเปิดที่เมืองใน
        ดิฉันทำงานได้ยังไม่ถึงเดือนเลยค่ะที่นี้มีคนเข้าออกบ่อยมากเพราะ
        นายจ้างหน้าเลือดมากให้เงินเดือน 12000 มีค่าข้าวให้ 900 ทำงาน
        ทำงานตั้งแต่ 08:00 ถึงห้าโมงแล้วไม่ยอมให้กลับอยากให้อยู่ต่อถึง
        19:00น แต่ไม่ให้โอทีนะค่ะทำทุกเสาร์หยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว สวัดิการอะไรก็ไม่มีวันอย่างวันมาฆบูชาที่ผ่านมาก็ไม่ได้หยุดมาทำงานปกติแต่ไม่ได้สองแรงนะ ชื่อ บ.ดรีมวิวค่ะ อยู่ที่40/1ตำบลหนองไม้แดง อ.เมือง จ. ชลบุรี
        อยากให้ช่วยมาตรวจสอบหน่อย

        • kafaak says:

          1. ผมไม่ใช่หน่วยงานที่รับแจ้งเรื่องพวกนี้ครับ … แนะนำว่าให้ไปแจ้งสำนักงานแรงงานจังหวัดครับผม … โพสต์ในนี้ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ
          2. เรื่องเงินเดือน + ค่าข้าว ผมว่านั่นก็เป็นสวัสดิการระดับหนึ่งแล้วนะครับ
          3. เรื่องอยู่ต่อ แต่ไม่ให้โอที แบบนี้ไม่ได้ครับ อันนี้ฟ้องได้ (แต่ก็ต้องฟ้องสำนักงานแรงงานจังหวัดไปนะครับ ไม่ใช่ฟ้องผม)
          4. เรื่องหยุดวันอาทิตย์วันเดียว กฎหมายไม่ห้าม เพราะกฎหมายระบุว่าทำงานสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 48 ชั่วโมง (วันละ 8 ชั่วโมง 6 วัน ก็ 48 ชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด) ของแบบนี้ มันต้องระบุไว้ในสัญญาจ้างแรงงานอยู่แล้ว หากคุณไม่ชอบ ก็ไม่ควรมาทำงานแต่แรกครับ (ผมเคยอยู่ในโรงงานมาก่อน ผมก็เคยทำงาน จันทร์-เสาร์ อยู่แล้ว)
          5. วันหยุดประจำปีของบริษัท กฎหมายกำหนด 13 วัน ครับ นายจ้างกำหนดได้ … ซึ่งการกำหนดอาจจะไม่มีวันมาฆบูชาก็ได้ครับ กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามอะไร ถ้าเกิดนายจ้างของคุณไม่ได้กำหนดวันมาฆบูชาเป็นวันหยุด ก็ต้องมาทำงานปกติครับ และได้เงินตามปกติ ไม่มีค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่อย่างใด เพราะมันไม่ใช่วันหยุดของบริษัทของคุณ

          อยากให้ทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายแรงงาน และสิทธิของลูกจ้างให้ดีๆ ด้วยนะครับ

  9. laem says:

    เงินเดือน 15000 บาท มีเบี้ยต่างจังหวัด 2000 บาท ต่อมาบริษัทรวม 2 ตัวนี้เป็นฐานเงินเดือน 17000 บาท
    ผ่านไป 1 ปี พนักงานอยากจะให้มีเบี้ยต่างจังหวัด 2000 บาท เหมือนเดิม (แต่ไม่ยอมลดเงินเดือน 17000 บาท)
    พนักงานจะฟ้องร้องบริษัทได้หรือไม่

    • kafaak says:

      เบี้ยต่างจังหวัด เป็นสิทธิ์ของนายจ้าง จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ครับ เป็นสวัสดิการที่กฎหมายไม่ได้กำหนด ดังนั้น จะฟ้องร้องได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ว่า ในสัญญาจ้างงานมีการระบุไว้ชัดไหมว่าจะมีเบี้ยนี้อยู่ด้วยไหม (เป็นส่วนหนึ่งในเงื่อนไขการจ้างงาน) ถ้ามีก็ฟ้องร้องได้ (แต่ก็ในกรณีที่ตอนที่รวมสองตัวนี้เป็นฐานเงินเดือน เขาไม่ได้มีการไปปรับสัญญาจ้างงานแล้วให้เราเซ็นนะครับ)

  10. K . NOO says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนปรึกษาคุณ Kafaak

    เนื่องจากเป็นดิฉัน เป็น หัวหน้างาน เวลาเข้างานปกติของบริษัท 09.00-18.00น
    ซึ่งในแผนกดิฉัน ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ พนักงานจะมีการทำ O.T ถึง 20.00 น ทุกวัน
    โดย ดิฉันที่เป็นหัว หน้า จะต้องทำหน้าที่ปิดประตูบริษัทด้วย เพราะ หัวหน้าเท่านั้นที่จะถือกุญแจบริษัทได้
    และ บริษัท ก็แจ้งว่า มีแต่ แผนก ดิฉัน ที่กลับ บ้าน ดึก เพราะต้องให้พนักงาน ทำ OT.กัน

    จึงมอบหมายหน้าที่ปิดประตู บริษัท ให้ กับ ทางดิฉัน
    ดังนั้น เท่ากับ ว่า เกือบทุกวัน ดิฉัน ต้องกลับบ้าน เวลา 20.00 น โดยไม่มี OT.แต่อย่างใด
    ซึ่ง บริษัทใช้ เหตุ ผลที่ว่า เป็นหน้าที่ ที่ ดิฉัน ต้องควบคุม การ ทำ งาน ของพนักงานถึง20.00น อยู่แล้ว
    แค่ รบกวน ให้ ปิดประตูแค่ นั้น

    ไม่ทราบว่า บริษัททำถูก กฏหมาย แรงงาน ไหม ค่ะ แล้ว ดิฉัน มีสิทธิ์เรียกร้อง อะไรได้บ้างไหม
    เนื่องจาก ดิฉัน ต้อง กลับบ้าน ดึก โดย ไม่มีค่าชดเชย อะไร ให้ เลย มา 3-4 ปีแล้ว รบกวนปรึกษา ด้วยค่ะ

    • kafaak says:

      การจะให้เราอยู่ OT บริษัทต้องขอให้เราทำ เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าเราทำ เราก็ต้องได้ OT ครับ
      ปัญหาคือ … กฎหมายมีข้อยกเว้นเรื่องการจ่าย OT ว่าหากเป็นผู้ที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย OT ซึ่งปกติบริษัททั่วไป จะเหมาเอาว่าตำแหน่งผู้จัดการขึ้นไป ไม่มีการจ่าย OT แต่จะได้สิทธิอื่นแทน เช่น จำนวนวันพักร้อนไม่จำกัด แต่ต้องให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณา …​ (แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด คือ ต้องไม่น้อยกว่า 6 วันต่อปีนะครับ)

      ทีนี้ คุณบอกว่าคุณเป็นหัวหน้างาน …​ถ้าไม่มีสิทธิกระทำการแทนนายจ้าง เช่น การพิจารณาปรับเงินเดือน การพิจารณารับคน การพิจารณาไล่ออก … แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้าง จะมาอ้างว่าเป็น “หน้าที่” ไม่ได้ครับ OT ก็คือ OT อยู่วันยังค่ำ ปัญหามันจะอยู่ตรงนี้ครับ … หากคุณต้องอยู่ถึง 2 ทุ่ม เพราะแค่ว่าต้องอยู่ปิดประตู แบบนี้ควรจะต้องพิจารณาเรื่องระเบียบการถือกุญแจบริษัทซะใหม่ (อาจต้องให้แม่บ้าน หรือ รปภ รับผิดชอบแทน … แบบที่หลายๆ บริษัททำกัน) แต่หากคุณอยู่ถึง 2 ทุ่ม เพราะต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้างาน ต้องอยู่ดูแลการทำงานของลูกน้อง และก็ถือโอกาสอยู่ปิดประตูด้วยเลย แบบนี้ต้องได้ OT ครับ ถ้าไม่ให้ ก็จะถือว่าผิดกฎหมายแรงงานครับ ฟ้องร้องบริษัทได้เลย

      แต่ก่อนจะฟ้องร้อง อยากแนะนำว่าให้ปรึกษาแผนกทรัพยากรบุคคล คุยกับผู้จัดการ เพื่ออธิบายเหตุผลด้านกฎหมายก่อน หากเรื่องถึงการฟ้องร้อง ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า มันอาจจะมีผลกระทบด้านความรู้สึกได้ ทั้งตัวเรา และตัวนายจ้าง … ส่วนใหญ่ ถ้าเรื่องไปถึงขั้นนั้นแล้ว อาจต้องเตรียมใจว่า ฟ้องชนะ (หากมีหลักฐาน สามารถบังคับให้จ่ายย้อนหลังได้ด้วย และคิดดอกเบี้ยได้อัตราร้อยละ 7 ต่อปี) หรือ แพ้ ก็อาจจะต้องเตรียมหางานใหม่ (ถ้าบริษัทดี ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าบริษัทสันดานไม่ดี ก็อาจจะหาเรื่องกลั่นแกล้งเรา เราอาจจะอยู่ไม่ได้)

  11. mon says:

    ดิฉันเป็นพนักงานฝ่าบุคคลของบริษัท ค่ะ บริษัทเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย เปิดใหม่ค่ะ พอดีว่าเทคโอเวอร์มาจากบริษัทเก่าค่ะ มีคำถามว่าพนักงานของเราต้องทำงาน รักษาความปลอดภัยสถานที่ ตลอด 24 ชม.ค่ะ แต่พนักงานจะต้องทำงาน 2 กะค่ะ กะกลางวันและกลางคืนค่ะ ให้ค่าแรง 300 บาท/วัน โอทีวันละ 3 ชม เท่ากับ 150 บาท รวมแล้ว 1 กะจะได้ 450 บาทค่ะ แต่เนื่องจากพนักงานย้ายมาจากบริษัทเก่าหักประกันสังคม จากยอด 300 บาทค่ะ ต่อมามีพนักงานมาทักว่าบริษัทเราเป็นงานรักษาความปลอดภัยค่าจ้างที่จ่ายถือเป็นอัตราเหมารายวันดังนั้นต้องคิดจาก 450 บาทค่ะ ตอนนี้งงค่ะไม่รู้จะคิดจากอะไร และไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหาอย่างเพราะพนักงานเคยชินกับระบบเดิมค่ะ

    รบกวนตอบคำถามด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      คิดแบบนี้ครับ

      1. ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง + OT 3 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมง (รวมเป็นกะละ 12 ชั่วโมง)
      2. ระหว่างเวลาทำงานปกติ ก่อนเข้า OT ควรกำหนดเวลาพักให้พนักงาน 20 นาที … (พรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 27 วรรค 4)
      3. ค่าแรง 8 ชั่วโมง 300 บาท ฉะนั้นชั่วโมงละ 37.5 บาท โอทีต้องคิดจาก 1.5 เท่าของค่าแรง ฉะนั้นคือ 56.25 บาท … การที่คุณให้ 3 ชั่วโมง 150 บาท ถือว่าผิดกฎหมายนะครับ
      4. เวลาหักประกันสังคม จะต้องหักจากเงินค่าตอบแทนการทำงานในวันเวลาปกติ ดังนั้น พวกเงินค่าตำแหน่ง เงินสวัสดิการต่างๆ รวมถึง OT ไม่เอามาคำนวณหักประกันสังคมครับ

  12. Auto says:

    ผมอยากทราบว่า พนักงานpart-time สามารถทำงานสองที่ได้ไหมครับ คือร้านหนึ่งเป็นร้านเสื้อผ้า อีกร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารครับ

    • kafaak says:

      กฎหมายไม่มีข้อใดห้ามคนทำงานมากกว่า 1 ที่ครับ เพียงแต่ต้องบริหารเวลาให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปทับซ้อนกันครับ หากการทำงานอีกแห่งไปขัดต่อสัญญา (บางบริษัทจะมีระบุไว้เลยว่า ห้ามทำงานในธุรกิจเดียวกัน อะไรแบบนี้) ก็ทำไม่ได้

  13. donat says:

    สวัสดีคร่ะ คุณกาฝาก
    อยากสอบถามการคิดโอที่คร่ะ
    – คือเรื่องมีอยู่ว่า เมือปีที่ผ่านมาดิฉัน มีฐานเงินเดือน 10000 บาท/เดือน ได้ทำงานล่วงเวลาวันละ
    4 ช.ม ตลอด ทางบริษัทก็คิด เงินเดือน/30 *1.5 เป็น เป็นปกติดีคร่ะ
    – แต่ในช่วงปีใหม่ทีผ่านมามีการปรับเงินเดือนเป็น 12000 บาท/เดือน แต่ทางบริษัทกลับคิดโอทีเป็น
    เงินเดือน/30*1ก็จะได้ชั่วโมงโอทีที่ทำ เวลาทำงานช่วงวันจันทร์-ศุกร์และเสาร์-อาทิตย์
    ทำงานตั้งแต่(08.00-20.00)ของทุกวัน พักตอนเที่ยง+เย็นครึ่งชั่วโมง
    ทางบริษัทอ้างว่าเหตุที่ต้อง*1% เพราะฐานเงินเดือนเกิน 12000/เดือน อย่างงี้ถือว่าเราถูกเอาเปรียบไหมคร่ะ แล้วควรทำอย่างไรต่อไปดีคร่ะ ช่วยแนะทำหน่อยคร่ะ ขอบคุณคร่ะ

    • kafaak says:

      คำตอบง่ายๆ นะครับ เงินค่าทำงานล่วงเวลาจะต้องคิดที่ 1.5 เท่าของเงินเดือนเท่านั้น อันนี้กฎหมายกำหนดไว้ครับ ใช้สูตรอื่นได้ถ้าเกิดคำนวณแล้วได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
      จะมาอ้างว่าฐานเงินเดือนเกินเท่านั้นเท่านี้ ถึงได้แค่คูณ 1 เฉยๆ ไม่ได้ครับ ผิดกฎหมายทันที (กรณีเดียวที่กฎหมายบอกว่าไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาคือ ลูกจ้างมีตำแหน่งระดับสามารถกระทำการแทนนายจ้างได้ เช่น ปรับเงินเดือน ปรับโบนัส รับคน ไล่ออก … ส่วนใหญ่ก็ระดับผู้จัดการนู่น)

      ที่นี้ถามว่าทำอะไรได้ … ก่อนอื่น เตรียมใจหางานใหม่ หากจะทำ เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะทำ นายจ้างคุณอาจจะไม่ชอบแน่นอน …

      - คุณควรไปร้องเรียนผู้จัดการก่อน และควรเป็นฝ่ายบุคคล ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดกฎหมาย ยกมาตรา 61 พรบ.คุ้มครองแรงงานให้ทราบเลยครับ เชื่อว่าฝ่ายบุคคลทุกคนในประเทศนี้ต้องรู้จัก … ถ้าต้องการเอกสาร ดาวน์โหลด พรบ.คุ้มครองแรงงาน พิมพ์ไปเลย พิมพ์หน้า 14 พอ
      - ถ้าไม่คืบหน้า (และโดยเฉพาะ หากเริ่มโดนกลั่นแกล้ง …​ อย่างที่บอก นายจ้างคุณอาจจะไม่ชอบ) ต้องฟ้องร้องครับ ร้องเรียนไปยังสำนักงานแรงงานเขต/จังหวัด ที่บริษัทคุณตั้งอยู่
      - สามารถบังคับคดี ให้จากนี้ไป นายจ้างต้องจ่ายเงินค่าล่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ และสามารถบังคับจ่ายย้อนหลังให้การทำงานล่วงเวลาของคุณได้ด้วย และฟ้องเผื่อคนอื่นๆ ในบริษัทไปเลย (ที่แนะนำให้ฟ้องเผื่อไปเลย เพราะตัวเลขจะได้หนักๆ นายจ้างจะได้เข็ดหลาบ … แบบนี้เขาเรียก Class Suit Action ครับ คุณเป็นตัวแทนฟ้องแทนคนอื่นๆ ในบริษัทที่โดนนายจ้างกระทำอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนๆ กัน)
      - ต้องจบ ต้องเผื่อฟ้องศาล ห้ามนายจ้างกระทำการใดๆ ที่เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อบีบให้คุณออก เช่น ห้ามไล่คุณออกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมาย และต้องระวังเรื่องนายจ้างแกล้งด้วยการไม่เพิ่มเงินเดือน หรือ ให้โบนัส (พวกนี้หากไม่เป็นธรรม ก็ฟ้องร้องกันได้) แต่ที่ต้องระวังที่สุดคือ การมองหน้ากันไม่ติดครับ … ฉะนั้น ถึงเป็นสาเหตุที่ผมแนะนำให้มองหาที่ทำงานใหม่เอาไว้ด้วย

  14. gapom says:

    ผมยังงงอยู่นะครับ ผมมีปัญหาไม่รู้จะคิดโอทีอย่างไร คือทำงานวันหยุดมากกว่า 24 ชม จะต้องคิดโอทีอย่างไรครับ
    00.00น-08.00น ได้ 2 เท่าใช่หรือเปล่า?
    08.00น-17.00น ได้ 3 เท่าใช่หรือเปล่า?
    17.00น-24.00น ได้ 3 เทาหรือกลับมาได้ 2 เท่า หรือได้แค่ 1.5 ครับ

    จะคิดโอทีอย่างไรครับ ถ้าคนๆๆนั้นเริ่มงานตั้งแต่ เวลา 00.00 น และไปเสร็จสิ้นที่ 24.00 น ครับ และเป็นวันหยุดด้วยครับ รบกวนด้วยครับผม

    • kafaak says:

      เอิ่ม … จริงๆ แล้ว ไม่ควรเกิดการควบกะขนาดนี้เกิดขึ้นนะครับ เพราะถ้าทำงานเสี่ยงกับอันตราย มันจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้นะครับ

      อย่าไปนับเป็นเท่าครับ ทำเอางง … ให้คิดแบบนี้

      ค่าทำงานในวันหยุด (รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์)
      - พนักงานรายเดือน ได้ 1 แรง (หากปกติวันหยุดก็ยังได้เงิน)
      - พนักงานรายวัน ได้ 2 แรง (เพราะปกติวันหยุดจะไม่ได้เงิน)

      ค่าทำงานล่วงเวลา
      - จะพนักงานรายวันหรือรายเดือน ก็คือ 1.5 เท่าของค่าแรงในวันนั้น (ฉะนั้น หากเป็นวันหยุด พนักงานรายวันจึงได้ 2 x 1.5 เป็น 3 เท่า อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกัน … แต่จริงๆ โอทีวันหยุดไม่ใช่ 3 เท่านะครับ ก็คือ 1.5 เท่าเหมือนเดิม เพียงแต่ค่าแรงวันนั้นมัน 2 เท่าของปกติ เนื่องจากเป็นพนักงานรายวัน)

      ทีนี้เมื่อไหร่จะคิดเป็น OT? เมื่อมันอยู่นอกเวลาทำงานปกติ … ฉะนั้น คุณต้องพิจารณาต่อว่า ปกติบริษัทของคุณทำงานกี่โมงถึงกี่โมง เช่น 08:00 – 17:00 แสดงว่า นอกเหนือจากนี้ ถือเป็น OT ครับ … (แต่หากไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ากี่โมงถึงกี่โมง แต่กำหนดไว้ว่า วันนึงทำงาน 8 ชั่วโมง แบบนี้ OT จะนับตั้งแต่หลังจาก 8 ชั่วโมงไป)

      ผมไม่สามารถตอบคำถามคุณได้ เพราะคุณไม่ให้รายละเอียดผม … ต้องบอกผมก่อนว่า บริษัทคุณ ทำงานกี่โมงถึงกี่โมง เป็นชั่วโมงทำงานตามปกติครับ

  15. Rutfarnyo says:

    สวัสดีครับ ผมอยากจะปรึกษาเรื่องของ OT ครับผม เรื่องมีอยู่ว่าผมทำงานในตำแหน่ง programmer ซึ่งบางครั้งการทำงานไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในเวลางานได้ อันเนื่องจากปัจจัยหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรืองานที่เร่งด่วน จึงมีการทำงานล่วงเวลา แต่มันติดอยู่ที่ว่า บริษัท…….. บอกว่า คนที่เงินเดือนเกิน 20,000 บาทไม่สามารถรับเเงิน OT ได้ แต่ในสัญญาจ้างไม่ได้ระบุข้อนี้ เพียงออกมาเป็นการแจ้งออกมาตามหลัง อย่างนี้เราสามารถฟ้องร้องได้ไหมครับ เพราะว่าผมทำงานเกินเวลาค่อนค่างเยอะ เลยคิดว่ามันไม่แฟร์กับผมครับ ยังไงขอคำแนะนำด้วยครับ

    • kafaak says:

      การที่จ่ายหรือไม่จ่าย OT อยู่ที่ 2 ปัจจัยครับ

      ปัจจัยแรก … พรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 65 บอกว่า

      ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่หรือซึ่งนายจ้างให้ ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตาม มาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตาม มาตรา 63 แต่ลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างให้ทำงานตาม (2) (3) (4) (5) (6) (7) หรือ (8) มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงใน วันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
      (1) ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับ กรณีการจ้าง การให้บำเหน็จการลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง
      (2) งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบน ขบวนรถและงานอำนวยความสะดวกแก่การเดินรถ
      (3) งานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ
      (4) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
      (5) งานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
      (6) งานที่มีลักษณะหรือสภาพที่ต้องออกไปทำงานนอกสถาน ที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่ แน่นอนได้
      (7) งานอยู่เวรเฝ้ายามดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้า ที่การทำงานตามปกติของลูกจ้าง
      (8) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

      งานโปรแกรมเมอร์ไม่อยู่ในขอบข่ายยกเว้นตามมาตรา 65 นี้ และกติกาที่ว่า เงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท ก็ไม่เกี่ยวเช่นกัน (ตามมาตร 65 นี้ หากตำแหน่งงานของคุณไม่เข้าข่าย ต่อให้เงินเดือนสามล้าน ก็ต้องจ่าย OT ครับ) ดังนั้น นายจ้างคุณทำผิดกฎหมายแรงงานครับ ฟ้องร้องได้เลย

      ปัจจัยที่สอง … ระเบียบข้อบังคับเรื่อง OT ของบริษัทคุณเป็นอย่างไร … ถ้านายจ้างไม่ได้ขอให้คุณทำ OT แต่คุณมาทำเอง อันนี้นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่าย OT ครับ แต่ถ้านายจ้างขอให้เราอยู่ทำ OT (ซึ่งเราจะอยู่ทำหรือไม่ทำก็ได้) นายจ้างต้องจ่าย OT ครับ

      ทีนี้เผื่อมีคำถามว่า แล้วหากนายจ้างไม่ขอ แต่แกมบังคับว่าให้ทำโอฟรี เพราะไม่งั้นจะมีผลต่อการปรับเงินเดือน การปรับโบนัส หรือโดนลงโทษอื่นๆ จะทำยังไง? คำตอบผมมี 2 แบบ
      1. ถ้าโดนกระทำไม่เป็นธรรม โดนกลั่นแกล้ง ร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน ฟ้องร้องว่าโดนกระทำไม่เป็นธรรมได้
      2. ถ้าคุณโดนกระทำขนาดนั้น แสดงว่านายจ้างสันดานเสียครับ อย่าไปอยู่ทำงานกับเขาเพื่อให้เขารวยเลย ลาออกไปหาที่อื่นทำดีกว่า

  16. Kakashi says:

    ขอปรึกษาครับ ผมเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง
    แต่หัวหน้ามาสร้างกฎเกณฑ์ว่าถ้าทำอะไรผิดจะหักเงินครั้งละ 100 บาท
    เขามีสิทธิ์ที่จะทำรึเปล่าครับ

    • kafaak says:

      กฎหมายไม่อนุญาตให้นายจ้างหักค่าจ้างพนักงานครับ … สามารถทำได้แค่กรณียกเว้น ซึ่งไม่ใช่การลงโทษแน่ๆ

      • Kakashi says:

        อันนี้รวมถึงว่าต่อให้ไม่หักจากเงินเดือน ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บภายนอกใช่ไหมครับ

        • kafaak says:

          บางบริษัทอาจเล่นแง่ … หักเงินเดือนไม่ได้ ก็เรียกเก็บต่างหากเลย
          แต่กรณีนั้นก็ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานครับ ถ้าเกิดเจอแบบนี้ ก็คือปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับลูกจ้าง ก็ร้องเรียนที่สำนักงานแรงงาน หรือจะฟ้องต่อศาลแรงงานก็ได้ครับ

  17. kei says:

    ดิฉันเป็นพนักงานพาสทามมีสิทธ์ได้2แรงในวันหยุดตามประเพณีไหมค่ะ

    • kafaak says:

      แม้จะเป็นลูกจ้างพาร์ทไทม์ ก็ยังถือว่าได้การคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานนะครับ เพียงแต่เพราะเป็นพาร์ทไทม์ เวลาทำงานจึงอาจจะแตกต่างไปจากลูกค้าประจำ นั่นคือ พวกจำนวนวันหยุดอาจจะไม่เท่ากับพวกลูกจ้างประจำ แต่ว่าในวันที่เป็นวันหยุดของคุณ แน่นอนว่านายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดตามที่กฎหมายกำหนดครับ (2 แรง หากปกติวันหยุดคุณไม่ได้เงินค่าจ้าง หรือ 1 แรง หากปกติวันหยุดคุณก็ยังคงได้เงินค่าจ้าง)

      เผื่อมีคำถามเพิ่มเติม เอกสารต่อไปนี้น่าจะช่วยให้ข้อมูลได้อีกเยอะ
      http://sumasen.com/manual_th/pdf/7-7.pdf

      ขอบคุณ: @tanaiwirat ที่ช่วยให้คำปรึกษา

  18. วิลเลี่ยม says:

    สวัสดีครับ คือผมอยากขอปรึกษาหน่อยน่ะครับ คือ เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้เข้าไปทำงานที่ บริษัท(ร้านห้างหุ้นส่วนจำกัดเเห่งหนึ่ง) ตอนที่ผมได้เข้าไปสมัครงานนั้น (พอดีมีคนรู้จักเเละเเนะนำให้) ผมเข้าไปทำงานที่นั่น โดยที่ไม่ต้องกรอกใบสมัครงาน ไม่ได้ให้เอกสาร ไม่ต้องทำสัญญาว่าจ้าง เเละ นายจ้างก็ไม่ได้ขอมา(ซึ่งเปรียบเสมือน ผมไม่มีตัวตนในร้านเเห่งนั้น มีก็เเค่คำพูดว่า ทำงานกี่ชั่วโมง …11 ช.ม ครึ่งต่อวัน 8.00 ถึง 19.20 พัก 2 ชั่วโมง เเละให้เงินเดือนเท่าไหร่ … เงินเดือนเป็นรายวัน วันล่ะ 250 ตอนนี้ขึ้นเเล้ว 300 บาท ต่อวัน ไม่มีวันหยุดราชการ ร้านเปิดทุกวัน หยุด 4 วัน/เดือน เเต่วันที่หยุดก็ไม่ได้เงิน ตั้งเเต่ช่วงสมัครงานเข้าไปใหม่ ทดลองงาน 3 เดือน ได้ค่าจ้าง 250/วัน หยุดไม่ได้เงิน พอผ่านช่วงทดลองงาน ก็ได้เหมือนเดิม จนทำถึงเดือนที่ 7 เเละ 8 ขึ้นให้ 300/วัน หยุดไม่ได้เงิน เเต่ปัญหามันมีอยู่ว่า ในช่วงเดือนที่ 9 นั้น ผมเกิดมีปัญหาเร่งด่วนเเละจำเป็นมากๆ ซึ่งผมต้องไปต่างจังหวัด หรือว่าไปอยู่เลย (ผมไม่คิดที่จะออกงานกลางคันเเต่อย่างไร เเต่มันเป็นปัญหาที่ถ้าผมไปทำงาน ผมจะต้องไม่สบายใจเเละก็ต้องต้องทำให้ทางร้านเดือดร้อนเเน่นอน ซึ่งการลาออกเป็นวิธีที่ดีที่สุด ผมได้คุยผ่้านโทรศัพท์กับนายจ้าง เเละบอกเหตุผลที่ต้องออกออกไป ที่ต้องบอกผ่านโทรศัพท์(ซึ่งจริงเป็นเรื่องไม่สมควร)เพราะผมมาไกลมากเเล้ว เเละอยากที่จะให้นายจ้างรับรู้ เเต่นายจ้าง ได้ตอบกลับมาว่า ให้เราต้องยื่นเอกสาร ต่างเกี่ยวกับการทำงาน เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน วุฒิการศึกษา นายจ้างบอกมาว่า ได้นำชื่อผมเเจ้งเข้าไปกับกรมเเรงงานเเล้ว ถ้าผมไม่ยื่นเอกสารที่เค้าร้องขอ ถือว่ามีความผิดกฏหมายทางอาญา ตำรวจสามารถจับผมเข้าคุกได้ (มันคือเรื่องอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยทำให้ร้านเดือดร้อน ไม่เคยเป็นหนี้กับร้าน ทำงานมาตลอด ทำได้หยุดไม่ได้ ) ผมคนไทยเเละสัญชาติไทย ทางร้านรู้เเละเห็นมาก่อนเเต่ทำไมผมขอลาออกด้วยเรื่องที่จำเป็นทางนายจ้างถึงใช้อำนาจสิทธิ์อย่างนี้ เพราะอะไร…ครับ ผมจึงมีข้อสงสัยรบกวนช่วยให้ผมได้เข้าใจกระจ่าง ด้วยน่ะครับ

    1.การทำงานของผมที่กล่าวมาตามเเรงงานกฏหมาย ถูกต้องหรือผิดอย่างไรครับ

    2.ในการเเจ้งชื่อเข้าไปกับกรมเเรงงาน โดยนายจ้าง บอกว่ายื่นไปเเล้ว เเละถ้าไม่ยื่นเอกสารต่างๆให้กับนายจ้าง ผมในฐานะลูกจ้าง ถือว่ามีความผิดกฏหมายอาญา ถูกหรือผิด อย่างไรครับ

    ช่วยให้ผมได้เข้าใจด้วยน่ะครับ ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    • kafaak says:

      เรื่องนี้ใหญ่เลย ผมเลยต้องขอปรึกษาทนายครับ (@tanaiwirat) ได้คำตอบมาฝากแบบนี้ครับ

      1. การทำงานที่ผ่านมา ถือว่าถูกต้องแล้ว … เพราะมีทั้งการแสดงเจตนา และมีพฤติกรรมแล้วด้วย หลักฐานคือเงินเดือนที่จ่ายทุกๆ เดือน และงานที่คุณได้ทำลงไปนั่นแหละ
      2. ในการเเจ้งชื่อเข้าไปกับกรมเเรงงาน โดยนายจ้าง บอกว่ายื่นไปเเล้ว เเละถ้าไม่ยื่นเอกสารต่างๆ ให้กับนายจ้าง ผมในฐานะลูกจ้าง ถือว่ามีความผิด แต่นายจ้างไม่ได้มีหน้าที่ยื่นชื่อไปที่กรมแรงงานแต่อย่างใด กรณีนี้จึงอาจจะมั่ว

  19. ลูกจ้างเหมา says:

    สวัสดีค่ะ ขอสอบถามในเรื่องการได้รับเงินเดือน
    ดิฉันเป็นลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการ แห่งหนึ่ง เกี่ยวกับการได้รับเงินเดือน ได้ช้าทุกเดือน บางเดือนก็ไม่ได้ ต้องล่วงไปหาเดือนที่ 3 ที่ 4 จึงจะได้ก็มี
    ดิฉันขอถามว่า เป็นอย่างนี้ เราจะสามารถทำอะไรได้หรือไม่คะ

    • kafaak says:

      กรณีของลูกจ้างรัฐ หรือ ลูกจ้างเหมาบริการของรัฐ (ก็คือหน่วยราชการนั่นแหละ) พรบ.คุ้มครองแรงงาน จะไม่ครอบคลุมครับ ดังนั้นต้องพิจารณาจากข้อกำหนดในสัญญาเป็นหลัก แต่หากได้เงินช้ากว่าที่ระบุในสัญญา ก็สามารถฟ้องศาลได้ครับ (เพราะถือว่าคู่สัญญาทำผิดข้อกำหนดในสัญญา) แต่การจะไปถึงจุดนั้น ก็พึงตระหนักหน่อยนะครับ ว่าเรื่องมันแรง อาจต้องพิจารณาเตรียมหางานใหม่ด้วย

Leave a Reply

    • Jobs by Adecco Thailand

    • บล็อกตอนเก่าๆ แยกตามเดือน

    Free Google Page Rank

    show
     
    close