ดู คมชัดลึก เจาะแท็บเล็ต ป.1

01

ระหว่างที่กำลังเขียนบล็อกสำหรับวันพรุ่งนี้อยู่ ก็อ่านเจอบน Timeline ของ @kcltv ซึ่งเป็น Twitter ID ของรายการ คมชัดลึก ทางช่อง Nation Channel บอกว่าจะมีรายการสดหัวข้อ “แท็บเล็ต … สื่อใหม่ปฏิรูปการศึกษาไทย?” เป็นหัวข้อที่ผมให้ความสนใจอยู่พอดีเลย ดังจะเห็นได้ว่าผมเคยเขียนบล็อกถึงประเด็นดังกล่าวมาแล้ว 2 หน คือ ตอนที่ขอออกความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยแห่งความสำเร็จ และ ตอนที่มีข่าวเรื่อง TOR ของสเปก Tablet ออกมา

ดังนั้นเมื่อคุณ @jomquan จัดมา ก็ต้องติดตามครับ

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!

———————————————————-

02นอกจากจะเอาคุณครูที่อยู่ในกลุ่มโรงเรียนนำร่องมาออกรายการแล้ว ก็ยังนำนักเรียน ป.1 และ ป.4 ที่ได้เครื่อง Tablet ไปใช้มาพูดคุยออกรายการด้วย … เท่าที่ดู น้องๆ เขาก็สามารถใช้ Tablet ได้อย่างคล่องแคล่วทีเดียว ภาพ VTR ที่ตัดแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กๆ ในกลุ่มนำร่องนั้นเขาก็ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วทีเดียว

แต่ต้องไม่ลืมที่น้องทั้ง 2 คนบอกครับ คนนึงที่บ้านมี iPad อีกคนที่บ้านก็มี iPhone 4S โดยเฉพาะ น้อง ป.4 ที่บ้านมี iPhone 4S นี่ เขาเคยเรียนในโรงเรียนที่มีสอนใช้ของพวกนี้มาตั้งแต่อนุบาล 3 แล้ว หรือพูดง่ายๆ น้องๆ เขามีพื้นฐานการใช้งานอยู่แล้วนะครับ … มองในแง่ของการบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Management ละก็ การทำเช่นนี้ถือว่าทำได้ถูกต้อง เพราะการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จ ต้องแสดงผู้คนที่จะเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงนั้นได้เห็นถึงผลดีที่เกิด เห็นความสำเร็จที่เกิด ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ การเริ่มกับกลุ่มคนที่พร้อมเปลี่ยนแปลงที่สุดก่อน

03ความพร้อมเรื่องเนื้อหา เท่าที่ผมดูจากรายการ คมชัดลึก แล้วก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด เท่าที่ดูและติดตามข่าวน่าจะออกมา 2 รูปแบบ หนึ่งคือการสแกนพวกแบบเรียนต่างๆ ให้อยู่ในรูปของ PDF แล้วติดตั้งไว้ใน Tablet (ตรงนี้ผมว่า พยายามหาทางให้มันเป็น ePub น่าจะดีกว่า) และอีกแบบคือการทำเป็นสื่อออนไลน์ (e-learning) เปิดดูได้ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่ง Tablet มาพร้อมกับ Opera Browser ครับ

05

เพียงแต่จุดที่นักวิชาการที่มาออกรายการด้วย ทั้งที่มาในรายการเลย และที่ติดต่อแบบโฟนอินเข้ามาชี้ก็คือเรื่องของความพร้อมในด้านบุคลากรทั้งในส่วนของคุณครูและในส่วนของฝ่ายสนับสนุน … คือ เห็นด้วยกับการนำมาใช้ แต่ไม่เห็นด้วยที่ใช้กับ ป.1 (นักวิชาการท่านหนึ่งบอกว่า น่าจะใช้กับเด็ก ม.ปลายมากกว่า) และยังน่าจะพร้อมที่จะเริ่มใช้เดือนพฤษภาคมนี้

โดยส่วนตัวของผมนั้น เด็ก ป.1 เดี๋ยวนี้ก็พร้อมจะใช้ของพวกนี้แล้วละครับ เพียงแต่ต้องมีคุณครูที่มีความพร้อม และมีเนื้อหาที่พร้อมเท่านั้น

โครงการนำร่องดูท่าทางจะประสบความสำเร็จดีครับ แต่ผมก็อยากให้พึงตระหนักเอาไว้ว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้อยู่บนพื้นฐานว่าน้องๆ เขาใช้เป็นอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็มีใช้อยู่ที่บ้านอยู่แล้วด้วย และโรงเรียนในกลุ่มนำร่องก็ดูจะมีทรัพยากรค่อนข้างพร้อมอยู่ ดังนั้น ผลสรุปจริงๆ ของโครงการนี้ จะต้องรอดูให้ถึงตอนที่เอาไปใช้กับนักเรียน ป.1 ครบทั้ง 9 แสนกว่าคนทั่วประเทศจริงๆ ครับ ต้องไปดูที่โรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรจริงๆ ครับ

06ผมห่วงเวลาที่นักวิจัยทำการประเมินความสำเร็จของโครงการนี้ ที่จะเน้นไปสำรวจที่โรงเรียนนำร่อง เพราะแม้จะดูสำเร็จ แต่มันเป็นความสำเร็จแบบที่ฝรั่งใช้สำนวนว่า Sugarcoated หรือ เคลือบน้ำตาลเอาไว้ มันยังไม่ใช่ความสำเร็จจริงๆ … ที่ถูกคือ เมื่อโครงการนำร่องแรกสำเร็จ ก็ได้เวลาที่จะขยายไปในส่วนที่เด็กมีความพร้อมน้อยกว่านี้ แล้วค่อยๆ ปรับปรุงโครงการไปเรื่อยๆ ครับ

ความเห็นของผม ผมเห็นต่างจากนักวิชาการคือ เราสามารถเริ่มจากเด็ก ป.1 ได้ แต่ที่ผมเห็นเหมือนกับนักวิชาการก็คือ เราควรจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่ารีบร้อนครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: