คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วคุณจะยังคิดว่า Facebook จะปิดตัว?

Print Friendly, PDF & Email

01

คืออยากบอกว่าข่าวลือที่เรียกว่า Hoax แบบนี้มันมีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันครับ จริงๆ แล้วผมเคยเขียนถึงเรื่องข่าวลือว่า Facebook ปิดตัวเองไปแบบนี้มาทีนึงแล้ว ลองไปอ่านดู … เขียนไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว

ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวลือกันขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่เริ่มจากพวกฝรั่งเหมือนปีก่อนครับ แต่เริ่มมาจากเมืองไทย โดยมาจาก Facebook Page ที่เรียกว่า “แฟนละครช่อง3 Pages” อ่ะ (ผมก็ไม่รู้มัน URL อะไร)

มีคนมาถามผมเรื่องการปิดตัวลงของ Facebook ทาง Twitter และ Google+ จนผมรู้สึกว่า อะไรวะเนี่ย ก็เลยถือโอกาสเขียนบล็อกซะเลย

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

ช่วงนี้ @AdeccoThailand มีตำแหน่งงานน่าสนใจมานำเสนอครับ คือ Area Sales Manager, Retail Manager และ Product Consultant ครับ แต่ด้วยข้อตกลงกับลูกค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบริษัทอะไรที่กำลังหาพนักงาน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของโลกทีเดียว ถ้าได้ไปทำงานที่นี่บอกตรงๆ ว่า เมพสุดๆ ครับ … ใครที่คิดว่าผ่าน Qualification ละก็ ลองสมัครเล๊ยยยยย!!

———————————————————-

 

02

รูปซ้ายมือคือข้อความเจ้าปัญหา ที่มีคนถามผมมาครับ … ปัญหาคือ พอผมพยายามค้นหาทวีตที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ดู เชื่อไหมว่ามีการอ้างถึงว่า “ข่าวช่อง 3” เขาว่ามาแบบนั้น … แต่เท่าที่สังเกต ผมว่าน่าจะเป็นเพราะลือกันจนเพี้ยน จากเพจ “แฟนละครช่อง3” กลายเป็น “ข่าวช่อง 3” ซะมากกว่านะครับ

ทีนี้มาดูเหตุผลที่อ้างกันว่าเป็นเหตุให้ Facebook ต้องปิดตัวเองลงบ้างนะครับ เขาว่า Mark Zuckerberg บอกว่าเครียดจากการบริหารเว็บจนทนไม่ไหว เว็บโตจนควบคุมดูแลไม่ได้ แถมมีกล่าวในงานแถลงข่าวที่ Palo Alto อีกต่างหาก

โอ้ววววว … ดูน่าเชื่อถือแมะ?!?

เอาละ อ่านจบแล้ว ทีนี้มาดูบทวิเคราะห์ของผมกันบ้าง

 

ค.ว.ย. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนที่จะเชื่อข่าวลือ

03

ขอยืมคำพูดของ คิว จากโรงเรียนนักสืบ Q มาใช้หน่อยนะครับ ว่าหากลอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้ว มันมีคำบอกใบ้ตั้ง 5 จุด เป็นอย่างน้อย ว่าเราควรจะเชื่อเรื่องข่าว Facebook ปิดตัววันที่ 15 มี.ค. 2555 นี้หรือไม่

คำใบ้แรก

ก่อนอื่นต้องบอกว่า หากมีข่าวอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ใช่จากสำนักข่าว ก็ควรจะต้องมีการอ้างอิงแหล่งข่าวก่อนนะครับ เช่น ได้ข่าวมาจาก CNN, MSNBC, Engadget, PC Magazine, Wall Street Journal หรืออะไรก็ตามแต่ ที่เป็นแหล่งข่าวต่างประเทศที่น่าเชื่อถือ โดยจะต้องมีลิงก์ไปยังต้นฉบับข่าวด้วย เพื่อที่เราจะได้เข้าไปอ่านได้ … ถ้าไม่มีอะไรแบบนี้ ขอให้อย่าเชื่อไว้ก่อนนะครับ … การมีข่าวระดับ Facebook ปิดตัวลงเนี่ย บอกได้เลยว่าพวกเว็บข่าวใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกาเนี่ย ประโคมข่าวแน่นอน และพวกข่าวบน Free TV ทั้งหลายในบ้านเรา แม้จะไม่ใช่สกู๊ปใหญ่พิเศษ ก็จะต้องมีข่าวให้ได้เห็นกันบ้างแน่ๆ หนังสือพิมพ์ไทยแบบออนไลน์ก็ไม่เว้นครับ … ไอ้ข่าวที่เป็นลิงก์โพสต์กันบน Facebook หรือพวกเว็บบอร์ดต่างๆ ไม่ใช่ข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใด

 

04คำใบ้ที่สอง

จำนวนผู้ใช้งานของ Facebook มีมากกว่า 700 ล้านคนแล้ว เรียกว่าเพียบครับ ถ้าเป็นสมัยที่ Facebook ยังอยู่ใน Harvard (ตอนแรกดันไปพิมพ์ว่า Stanford หะหะ ขออภัย … ขอบคุณ @khonsankala ที่เตือนสติครับ) อยู่ เกิด Mark Zuckerberg เบื่อๆ อยากจะปิดก็ยังพอทำได้ครับ แต่ถ้าเกิดทำตอนนี้ละก็ หมดสิทธิ์ ขืนทำละก็ ได้โดนด่ากันขรมแน่นอน

 

คำใบ้ที่สาม

นักลงทุนต่างๆ รวมไปถึงพวก Venture Capital ทั้งหลาย ก็ได้ทุ่มทุนให้กับ Facebook ไปเยอะแล้ว ตั้งแต่สมัยยังไม่โด่งดังอะไรมากมาย ดังนั้น แม้ว่า Mark Zuckerberg จะเป็นผู้ก่อตั้ง Facebook (จริงๆ ต้องบอกว่า เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ต่างหาก) ก็ไม่ได้มีอำนาจขนาดจะปิด Facebook ลงได้ตามใจขนาดนั้น (Google เอง สมัยก่อนนั้น Venture Capital ก็มีอำนาจที่จะกดดันให้ทั้ง Larry Page กับ Sergey Brin ต้องหา CEO มาบริหารด้วยนะครับ)

 

05คำใบ้ที่สี่

Facebook เองก็กำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ครับ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า IPO (Initial Public Offering) ครับ ลองมาถึงขนาดนี้แล้ว มันไม่ใช่อะไรที่อยู่ๆ ก็จะยกเลิกกันได้ง่ายๆ แล้วครับ

มูลค่าหุ้น IPO ที่จะขายกันนี่ ว่ากันว่าจะมากถึง 5 พัน – 1 หมื่น ล้านเหรียญสหรัฐกันเลยทีเดียวนะครับ … เว็บที่จะมีมูลค่าขนาดนี้ คุณคิดว่าพวก Venture Capital ที่ผมพูดถึงไปในคำใบ้ที่สี่จะยอมให้ปิด?

 

คำใบ้ที่ห้า

06ถ้าเราลองค้นด้วย Google.co.th หาคำว่า “Facebook ปิดตัว” ก็จะเห็นข่าวลือเรื่อง Facebook ปิดตัวที่โพสต์กันเมื่อปีก่อนเยอะแยะไปหมดครับ แล้วถ้าอ่านข่าวกันดีๆ ก็จะเห็นว่า ปีก่อนนี้ก็มีข่าวกันมาแล้วว่า Facebook จะปิดตัวลงในวันที่ 15 มีนาคม แต่ว่าเป็นปี 2011 เท่านั้นเอง

ไอ้ที่ลือๆ กันปีนี้ มันก็แค่ข่าวแบบเดียวกับปีก่อน ที่มีการเปลี่ยนเลขปีใหม่ก็เท่านั้นเอง

และนั่นก็เลยทำให้ผมต้องพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า แล้วไอ้ข่าวปีนี้มันโผล่มาจากไหน

imageผมพยายามหาแหล่งที่มาของข่าวนี้ ปรากฏว่าน่าจะเป็นเว็บไซต์แห่งนี้ครับ Weeklyworldnews.com ซึ่งผมฮามาก เพราะว่ามันคือเว็บเดิม ลิงก์เดิมที่เคยเป็นข่าวลือมาเมื่อปีก่อน และผมได้เขียนถึงไว้ในบล็อก ฮาไม่ออก ฝรั่งโดนหลอกว่า Facebook ปิดตัวเอง เมื่อปีก่อนครับ

ถ้าอ่านดีๆ จะเห็นว่าเนื้อหาข่าวในเว็บนี้ พอแปลเป็นไทยแล้วจะได้เนื้อหาแบบเดียวกับที่ลือกันในเว็บไทยเรานี่แหละ

สรุปคือ ฝรั่งมันเอาข่าวเดิมมาเปลี่ยนปี แล้วโพสต์ซ้ำอีกครั้ง แล้วก็หลอกพวกเราได้เป็นแผงอีกแล้วครับ

อยากให้ไปอ่าน กาฝากกับศาสตร์มืด พารู้จัก Social Engineering กันนะครับ จะได้สร้างภูมิคุ้มกันเรื่องพวกนี้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. Khonsankala says:

    FB เริ่มมาจาก Harvard นะครับ ไม่ใช่ Stanford ^^

  2. vonokees says:

    รู้อยู่แล้วครับ เลยไม่ได้รู้สึกอะไรกับข่าวลือนี้เท่าไหร่ เพระปีที่แล้วก็มีข่าวลีอแบบนี้ในเดือนเดียวกัน

Leave a Reply

%d bloggers like this: