กาฝากนั่งทดสอบ 4G ชิลๆ ตอนที่ 2

20แดดเริ่มร่ม ลมเริ่มตก กาฝากน้อยก็มานั่งชิลๆ ทดสอบ AIS 4G กันอีกเช่นเคยเป็นวันที่ 2 ครับ วันนี้มานั่งชิลๆ ได้เพราะว่าเดี๋ยวมีไปอีกงานที่โรงแรมใกล้ๆ นี่ … และเรามาทำตามสัญญาณเรื่องการทดสอบความเร็วต่อ คือ การดาวน์โหลดด้วย Bittorrent ครับ ซึ่งเจ้านี่แหละ ที่ทำให้เราได้รู้ความเร็วการใช้งานจริงๆ ได้ง่ายๆ เพราะว่ามันจะพยายามเขมือบแบนด์วิธเท่าที่มีเลยทีเดียว

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เรามาทำความรู้จักกับ LTE หรือ Long Term Evolution ที่เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังไอ้สิ่งที่เรียกว่า 4G นี่กันก่อนดีไหมครับ?

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

แต่ก่อนที่จะไปอ่านกันต่อ ผมว่าสำหรับท่านผู้อ่านในวัยทำงานหรือใกล้จะวัยทำงาน น่าจะอยากรู้ว่าฐานเงินเดือนโดยเฉลี่ยของตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่ในตลาดแรงงานตอนนี้ เลยอยากแนะนำให้ไปดาวน์โหลด Adecco Thailand Salary Guide 2012 ไปดูครับ เป็นข้อมูลจากทาง @AdeccoThailand ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านทรัพยากรบุคคลชั้นแนวหน้าของประเทศไทย … ที่สำคัญคือ ฟรีครับ

———————————————————-

ความเชื่อเกี่ยวกับความเร็วของ Mobile Internet

หลายๆ คนเวลานึกถึงเรื่องของ Mobile Internet ก็พาลนึกไปถึงความเร็วสูงสุดตามที่โฆษณากัน ไม่แปลกอะไร เพราะว่ามันคือการโฆษณา มันคือการตลาด มันต้องให้ดูดีที่สุดเอาไว้ก่อน ดังนั้นเราเลยได้เห็นการโม้ว่าไอ้นั่นไอ้นี่ เร็วขนาดนั้นขนาดนี้ 21Mbps บ้าง 42Mbps บ้าง ล่าสุด 4G ก็ 100Mbps แล้วก็เกิดเป็นเสียงค่อนแคะกันทีหลัง เมื่อเวลาใช้งานกันจริงๆ มันไม่ได้ความเร็วสูงสุดตามที่พูดไว้

 

ความจริงเกี่ยวกับความเร็วของ Mobile Internet ข้อจำกัดนั้นมากมาย

19

กลับมาดูที่ความเป็นจริงบ้าง … การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบเดิมมันต้องมีสาย แต่มันทำให้เกิดข้อจำกัด เราก็เลยมีเทคโนโลยีในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายขึ้นมา โดยอาศัยคลื่นความถี่ในการนำพาข้อมูลแทนที่จะเป็นสายทองแดงหรือสายไฟเบอร์ … การเชื่อมต่อแบบมีสายจะเร็วหรือช้าก็อยู่ที่ว่ามีจำนวนสายมากน้อยแค่ไหนฉันใด การเชื่อมต่อแบบไร้สายจะเร็วจะช้าก็อยู่ที่ว่ามีความถี่มากน้อยหรือไม่ฉันนั้น

ตอนนี้เราจะมี LTE ที่เด่นๆ อยู่ 2 Release (เรียกย่อๆ ในรูปว่า Rel) คือ Rel-8 หรือของปี 2008 กับ Rel-10 หรือของปี 2010 นั่นเอง ทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ เจ๋งกว่า 3G ตรงที่ความสามารถในการรับส่งข้อมูลภายได้มากกว่า ภายใต้ความถี่เท่าๆ กัน … หากมีความถี่ให้ LTE ซัก 10-20MHz ละก็ จะสามารถทำความเร็วได้ถึง DL73-150Mbps และ UL36-75Mbps กันเลยทีเดียว สำหรับ Rel-8 … ปัญหาต่อมาคือ มันทำความเร็วมากกว่านั้นไม่ค่อยได้ เพราะส่วนใหญ่ เวลาเขาจะจัดสรรคลื่นความถี่ให้ ก็มักจะอยู่ในวงประมาณนี้แหละ 10-20MHz เป็นส่วนใหญ่ … ถ้าจะทำความเร็วให้ได้ถึงระดับ 1Gbps มันต้องมีความถี่ซัก 100MHz … มันก็เลยเกิด Rel-10 ขึ้นมา ซึ่งมีความสามารถในการแบ่งข้อมูลไปวิ่งตามความถี่ย่านต่างๆ เพื่อให้รวมๆ แล้ว วิ่งได้ 1Gbps ได้

แค่ปัจจัยแรกก็หนักแล้วครับ เพราะอย่างที่บอก ส่วนใหญ่ Operator ก็ได้จัดสรรคลื่นไปกันแค่คนละเท่าที่บอกนั่นแหละ ดังนั้นความเร็วสูงสุดที่จะทำได้ ก็เลยได้แค่ไม่เกิน 100Mbps แน่ๆ สำหรับ LTE Rel-8 (และคือตัวที่ผมกำลังทดลองใช้อยู่นี่แหละ)

MimoSector-500x500ข้อจำกัดต่อมาก็คืออุปกรณ์ ถ้าเกิดไม่มี MIMO (Multiple-Input and Multiple-Output) ละก็มันก็จะทำไม่ได้เช่นกัน ประเภทของ MIMO ก็สำคัญ 2×2 หรือ 4×4 ก็มีผลอีก ให้ความเร็วต่างกันเป็นเท่าตัวเลยละครับ … พอเท่านี้ดีกว่า เนื้อหาชักหนักไปทางวิศวกรรมเกินไปแล้ว ผมเองก็ไม่ได้เก่งทางนี้ด้วย เดี๋ยวจะเล่าผิดเล่าถูก … เอาเป็นว่า อุปกรณ์ก็สำคัญ

ข้อจำกัดต่อมา ก็เรื่องของจำนวนผู้ใช้และระยะทางจากอุปกรณ์ถึงตัวเสา … คนใช้ยิ่งมาก ความเร็วก็ยิ่งตก อันนี้เป็นสัจธรรมที่โฆษณามักจะลืมพูดถึง หรือไม่ก็มักจะไปซ่อนเป็นดอกจันทน์เล็กๆ อยู่ … ระยะจากอุปกรณ์ถึงตัวเสาก็เช่นกัน ยิ่งห่างไกลก็ยิ่งช้าครับ … ไอ้ความเร็วปรี๊ดปร๊าดโคตรพ่อที่เราเห็นในโฆษณาหรือการทดสอบเชิง PR นั่นคือความเร็วเมื่อมีคนใช้เพียงแค่คนเดียว และอยู่ใกล้เสาสัญญาณแบบสุดๆ (อย่าง 1Gbps ของ LTE Advanced นี่ เขาว่าอยู่ในห้องแล็ป มีแค่ไอ้นักวิจัยใช้อยู่เครื่องเดียว แถมเสาอยู่ห่างจากอุปกรณ์ไปซักคืบเห็นจะได้ละมั้ง ฮาฮา)

ดังนั้นแม้ 4G เขาจะโฆษณาว่าแรงปรี๊ดปร๊าดยังไง ท่าน รมต. ไปกดโชว์ให้ดูว่าเฉียด 100Mbps ขนาดไหน ทำใจไว้เถิดครับ ว่าเมื่อถึงเวลามาใช้จริงๆ แล้ว มันจะไม่ได้เร็วขนาดนั้น … มันก็เหมือนกับที่ 3G 42Mbps ในปัจจุบัน แต่เอาจริงๆ วิ่งได้ 6Mbps อย่างเก่ง … เพียงแต่ LTE นี่จะใช้ความถี่คุ้มค่ากว่ารับ เช่น 42Mbps ของ 3G ใช้ความถี่ 2x10MHz ในการทำ แต่ LTE นั้น ถ้าได้ซัก 2x10MHZ ก็จะวิ่งได้ถึง 75Mbps เลยทีเดียว เป็นต้น … เมื่อวานผมก็ทดสอบให้เห็นแล้วว่ามันวิ่งได้อยู่ที่ราวๆ 14-16Mbps ครับ

เดี๋ยวตอนหน้าผมจะมาเล่าถึงแนวทางในการใช้งาน 4G กันบ้าง … แล้วคงได้ทดสอบความเร็วกันอีกรอบ เพราะทาง AIS แจ้งผมมาว่า ความเร็วที่ได้ใน 2 วันที่ผ่านมา (รวมถึงวันนี้) อาจไม่ใช่สูงสุดที่เป็นไปได้ในความเป็นจริง เพราะตัวเสากับอุกรณ์ Aircard ที่ผมได้มาลอง มันคนละยี่ห้อกันอยู่ การปรับตั้งค่า หรือที่เราเรียกว่าจูนอัพ มันยังไม่ดีที่สุด พรุ่งนี้จะมีเสาของ Nokia Siemens มาวางบ้างแล้ว อาจจะได้อะไรดีๆ ขึ้นบ้าง (หวังว่าคงจะมาตั้งที่ CTW นะ เพราะขี้เกียจถ่อไปที่อื่น)

อ้อ! ก่อนจาก ขอฝากผลการทดสอบความเร็วของการดาวน์โหลด Bittorrent ไว้ให้ดูพลางๆ ครับ

 

21

18

 

ความเร็วที่เห็นในโปรแกรม uTorrent นั้นเป็น MB/s ดังนั้นคูณ 8 ก็จะได้เป็นจำนวนบิตคร่าวๆ (1.2 + 0.657) x 8 = 14.86Mbps สำหรับ DL ซึ่งสอดคล้องกับโปรแกรมวัดพอดี ใกล้เคียงๆ และ (0.404 + 0.136) x 8 = 4.32Mbps สำหรับ UL ครับ ก็สอดคล้องกับความเร็วที่วัดได้ด้วยตัวโปรแกรมวัดของ Aircard พอดี

แต่สำหรับ UL นั้นต้องแก้ไขนิดหน่อย ขอบคุณคุณ Khonsankala ที่ท้วงมาครับ UL มันต้อง (0.0404 + 0.0136) x 8 ได้เป็น 432kbps ครับ เลยทำให้น่าแปลกใจ เพราะโปรแกรมวัดมันวัดได้ตั้ง 4.2Mbps แน่ เลยน่าแปลกใจอยู่ … แต่เดาว่ามันคงเป็นเพราะจังหวะจับ Screenshot ที่แตกต่างกันเล็กน้อย เลยทำให้ขาดาวนโหลด ซึ่งบน Bittorrent ไม่ค่อยนิ่ง มันเลยเพี้ยนไปแบบชั่ววูบ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. Khonsankala says:

    งงกับการคำนวนความเร็ว upload จาก BitTorrent อ่ะครับ
    40.4kB ควรเป็น 0.0404 ไม่ใช่เหรอครับ ไม่ใช่ 0.404

    คือ.. ผมอ่านแล้ว งงๆ

Leave a Reply

%d bloggers like this: