อยากให้คนไทย หัดใช้ Google กันมากกว่านี้หน่อย

01

ถ้าย้อนกลับไปซักสิบกว่าปีก่อน เอ่ยชื่อ Google คงไม่มีใครรู้จัก ต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้พูดถึงชื่อ Google คงยากนักที่จะหาคนที่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์แล้วไม่รู้จัก … เพื่อนๆ ของผม คนรู้จักของผม และตัวของผมเอง เปรยประจำว่า “นึกไม่ออก ไปถามหาจากอากู๋(เกิ้ล)” บางคนให้สโลแกน Google ว่า “หาอะไรก็เจอ” … แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยชอบถามอากู๋อยู่แฮะ … แล้วไอ้ที่ผมจั่วหัวว่า อยากให้คนไทย หัดใช้ Google กันมากกว่านี้หน่อย ไม่ได้หมายความว่าคนไทยใช้ Google กันน้อย หรือผมรับจ้าง Google มาอวยอะไรกันหรอกนะครับ แต่ของแบบนี้มันมีที่มา ต้องติดตามอ่านต่อกันดูครับ

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

แต่ก่อนที่จะไปอ่านกันต่อ ผมว่าสำหรับท่านผู้อ่านในวัยทำงานหรือใกล้จะวัยทำงาน น่าจะอยากรู้ว่าฐานเงินเดือนโดยเฉลี่ยของตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่ในตลาดแรงงานตอนนี้ เลยอยากแนะนำให้ไปดาวน์โหลด Adecco Thailand Salary Guide 2012 ไปดูครับ เป็นข้อมูลจากทาง @AdeccoThailand ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านทรัพยากรบุคคลชั้นแนวหน้าของประเทศไทย … ที่สำคัญคือ ฟรีครับ

———————————————————-

บ่อยครั้งที่มีคนถามคำถามผมผ่านทางช่องทางต่างๆ เช่น Twitter, Facebook หรือ Google+ แน่นอนว่าผมยินดีตอบทุกคำถามเท่าที่อยู่ในขีดความสามารถของผม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะสามารถตอบได้ทันท่วงทีทุกครั้งไปด้วยติดอะไรหลายๆ อย่าง เช่น ทำงานอยู่ หรือ ประชุมอยู่ ไม่สะดวกตอบ ก็เลยต้องรอบ้างอะไรบ้าง ทว่าผมสังเกตว่ามีคำถามราวๆ 30% ที่ หากผู้ถามนั้นเลือกที่จะไปค้นหาคำตอบเอาเองจาก Google พวกเขาจะได้คำตอบในเวลาไม่นานเลย ก็เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจมาเป็นบล็อกตอนนี้

คือ ผมพยายามคิดๆๆๆ ว่า ทำไมคนเราถึงชอบที่จะถามเพื่อน ถามคนอื่น มากกว่าที่จะเริ่มต้นจากถาม Google? ผมพบว่ามันอาจจะเป็นเพราะสาเหตุดังต่อไปนี้ครับ

 

ไม่ค้น Google เพราะถามคนอื่นเร็วกว่า?!?

มันเป็นความจริงในบางครั้ง เช่น บังเอิญเพื่อนผู้เก่งกาจคนนั้นอยู่ใกล้ๆ และ/หรือ สะดวกที่จะตอบคำถามของเรา บางครั้งเราก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ แต่บ่อยครั้งมันก็ไม่ใช่แบบนั้น เพื่อนผู้เก่งกาจของเราคนนั้นอาจจะไม่สะดวก กำลังเที่ยวอยู่ต่างประเทศ ทำงานอยู่ ติดประชุมอยู่ หรือบางคนอาจไม่มีเพื่อนผู้เก่งกาจ เลยเลือกที่จะไปสอบถามผู้รู้ต่างๆ ตามเว็บบอร์ดยอดนิยม แล้วก็ รอ รอ รอ ผู้มีจิตศรัทธามาให้คำตอบ

 

02

 

ไม่ใช่ว่าผมมองว่าวิธีเหล่านี้ไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพนะครับ แต่ว่าก่อนที่จะไปถึงจุดนี้ และยิ่งหากคุณสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวก ผมก็อยากให้คุณลองใช้ Google ในการค้นหาคำตอบซะก่อน … ยกตัวอย่างเช่น ผมอยากรู้ว่าเมืองหลวงของประเทศซิมบับเว (บอกตรงๆ ประเทศนี้อยู่ในส่วนไหนของโลกผมเองก็ไม่ทราบ ผมอ่อนภูมิศาสตร์มากมาย) ชื่อว่าอะไร Google สามารถจัดให้ผมได้ใน 0.28 วินาทีเท่านั้นเองนะเออ

 

ไม่รู้จะพิมพ์คำค้นหายังไง

ถ้าหนังสือ Steve Jobs คือการตีแผ่เบื้องลึกเบื้องหลังของ Steve Jobs แล้ว … In the Plex ก็คือหนังสือที่ตีแผ่ความเบื้องลึกเบื้องหลังของ Google ได้ดีมากๆ เช่นกัน ซึ่งในหนังสือนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนา Search Engine ของ Google อย่างมาก เพื่อให้ได้ผลการค้นหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด ในขณะที่พยายามให้ผู้ใช้งานเหนื่อยน้อยที่สุดในการค้นหา

ดังนั้นไม่ต้องไปคิดให้เยอะครับ ว่าคุณจะใช้คำว่าอะไรในการหาสิ่งที่คุณต้องการ … ใช้ภาษาบ้านๆ ที่เราใช้ประจำนั่นแหละ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Google ไป … อย่างผมเนี่ยไม่เคยขับรถมาก่อน แต่วันนึงผมอยากรู้ว่าไส้กรองแอร์รถยนต์เนี่ยเขาเปลี่ยนกันยังไง ผมก็พิมพ์ไปเลยว่า “วิธีการเปลี่ยนไส้กรองแอร์รถยนต์” เท่านี้ผมก็ได้คำตอบเพียบเลย ภายในเวลาไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ

สรุปง่ายๆ อยากรู้อะไรก็พิมพ์ไปเลย ภาษาบ้านๆ นั่นแหละ

 

03

 

บางคนบอกว่าไอ้ที่ตัวเองหาอยู่ เรียกว่าอะไรยังไม่ค่อยรู้เลย

ผมก็เจอแบบนี้บ่อยเหมือนกันนะ แบบว่าจะหาอะไรบางอย่าง แต่นึกชื่อของมันออกแค่ลางๆ เลยไม่รู้ว่าจะค้นยังไง … มันก็ไม่แน่เสมอไปนะ เพราะหลังๆ Google ก็ฉลาดใช่ย่อยอยู่ อย่างแรกเลย Google มีข้อมูลที่เยอะมาก ที่เรียกว่า Log ซึ่งเก็บข้อมูลคำค้นที่ผู้ใช้งานคนอื่นๆ เขาใช้ค้นหา แล้วเอามาใช้ประเมินเพื่อแนะนำเราได้ ว่าเราน่าจะอยากค้นหาอะไร

เช่นในตัวอย่างข้างล่างนี้ ผมจะสมัคร Apple ID ผมแค่พิมพ์ “สมัคร Ap” แค่เนี้ย Google เดาต่อให้เลยว่าผมน่าจะอยากหาอะไร … ในกรณีนี้การสมัคร Apple ID แบบไม่มีบัตรเครดิต อาจเป็นสิ่งที่เรากำลังอยากค้นหาอยู่ แต่เราก็อาจนึกไม่ออกว่าเราต้องการหาไอ้นี่แหละ

 

04

 

ขนาดสะกดชื่อไม่ถูก … รู้แต่ว่า CEO ของ Nokia นี่ชื่ออะไร อีล็อบๆ นี่แหละ จำได้ลางๆ ว่าชื่อ สตีฟ อีล็อบ ก็ลองค้นด้วย Google ดู ก็พบเลยว่า จริงๆ ต้องเป็น สตีเฟน อีลอป (Stephen Elop) ตะหาก … แน่นอนว่าลิงก์ที่ได้มาจากผลการค้นหา มันไม่ใช่ข้อมูลที่เราต้องการ แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็สะกดชื่อ CEO Nokia ถูกแล้ว ที่เหลือก็แค่ค้นใหม่ ด้วยชื่อที่สะกดถูกต้อง

 

05

 

พิมพ์ผิดไป ถ้าเกิด Google แน่ใจว่ารู้ว่าจริงๆ แล้วเราต้องการหาอะไร ผลการค้นหาก็ยังสามารถออกมาได้ถูกต้อง แถมยังมีการถามด้วยว่าจริงๆ แล้วเราหมายถึง คำคำนี้ใช่หรือเปล่าด้วย

 

06

 

ผลการค้นหาเป็นภาษาอังกฤษ มึน

07ด้านซ้ายมือของหน้าเว็บ Google ด้านล่างสุดมีหัวข้อ More Search Tools อยู่ คลิกที่นั่นมันจะมีหัวข้อโผล่ขึ้นมาอีกเพียบ หนึ่งในนั้นคือ Translate foreign pages อยู่ คลิกที่นี่ซะ เราก็จะเห็นตัวเลือกในการแปลผลการค้นหา

เลือก My language เป็น Thai ซะ Google Translate ก็จะทำหน้าที่แปลภาษาของผลการค้นหาเป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติเลย ที่เจ๋งคือ มันจะตรวจพบเองว่าภาษาของการค้นหาเป็นภาษาอะไร แล้วแปลให้เลย

แน่นอน เป็นที่รู้กันว่า Google Translate (และจริงๆ รวมถึงซอฟต์แวร์ในการแปลภาษาอื่นๆ ด้วย) ยังไม่สามารถแปลได้ถูกต้อง 100% เป๊ะ ดูอย่างการค้นหาที่ผมยกเป็นตัวอย่างได้ Steve Jobs นั้น Google Translate รู้จักดีว่าหมายถึง สตีฟจ็อบส์ แต่ Steven Paul Jobs นั้น โดนแปลเป็น งานสตีเฟนพอล แทน ฮามาก ซับนรกสุดๆ … แต่มองอีกแง่นึง ในบางกรณี แม้จะแปลไม่ถูก 100% ก็ยังทำให้เราสามารถอ่านพอเข้าใจได้บ้าง … ย้ำนะครับว่าบางกรณี เพราะบางที แปลแบบซับนรกแบบนี้อาจทำให้งงยิ่งกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน

แต่จริงๆ สิ่งที่ผมอยากให้พวกเราหัดมากที่สุดคือ ภาษาอังกฤษนี่แหละ เพราะข้อมูลหลายๆ อย่างในโลกนี้ ถูกจัดทำเก็บเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะมันแทบจะเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยก็มีการเรียนการสอนไว้

 

ลองพยายามหัดใช้ Google ในการค้นหาคำตอบของสิ่งที่เราต้องการจะรู้ครับ แล้วเราจะรู้ว่าบางครั้ง เราสามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเองได้ง่าย ไว และเหนื่อยน้อยกว่าที่เราคิดเยอะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. Pl2iVaCY says:

    ผมว่านะถามคนรู้จริงก็ไวนะ
    แต่ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่มักจะถาม Google มากกว่าจะถามคนที่รู้จริง เพราะว่าไม่กล้าถาม
    โดยเฉพาะเด็กไทย ถาม Google จนคิดเองไม่ค่อยจะได้

    • kafaak says:

      ลองย้อนกลับอ่านอีกรอบนะครับ

      1. ผมอธิบายชัดเจนแล้วว่า บางสิ่งบางอย่าง ถามคนดีกว่าถาม Google (ยกตัวอย่างให้ด้วย)
      2. ผมพูดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ ถาม Google แล้ว ได้คำตอบและเร็วกว่าถามคน โดยเฉพาะเมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะถามใครดี เพราะบางคำถามมันเป็นเรื่องที่เราเองก็คิดว่าคนรอบตัวก็ไม่น่ารู้ (เช่น ถ้าผมจะถามว่าเมืองหลวงของประเทศโมซัมบิกคืออะไร?)
      3. ผมไม่ได้กระตุ้นให้คนเอะอะก็ถาม Google แต่ผมอยากให้ลองพิจารณา ค้นหาคำตอบด้วยตนเองผ่านทาง Google ก่อนที่จะเอะอะก็ถามคนอื่น อยากสอนให้พึ่งพาตนเอง ก่อนที่จะพึ่งพาคนอื่นครับ

      ผมไม่อยากบอกว่า ถาม Google บ่อยจนคิดเองไม่ค่อยจะได้ เพราะถ้ามันเป็น Fact หรือ ความรู้รอบตัว มันจะคิดอะไรออกอ่ะครับ ถ้าเป็นคำถามพวกคณิตศาสตร์ก็ว่าไปอย่าง (หรือถ้าคิดไปเรื่อยๆ แล้วจะคิดออกว่าเมืองหลวงของประเทศโมซัมบิกคืออะไร?)

  2. pokindra says:

    ถามใครหรืออะไรก็ได้ครับเพราะจะเป็นการจุดประกายความรู้ได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญดีกว่าไม่รู้และเก็บไว้คนเดียว “การที่เราไม่รู้อะไร นั่นแหละคือเส้นชัยของความรู้”

Leave a Reply

%d bloggers like this: