ไม่อยากเห็นวงการอีบุ๊กไทยเป็นแบบ เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

6 Responses

  1. Nara says:

    ผมก็มี Kidle DX อยู่ ตั้งแต่มีเจ้า ebook เนี่ย กลายเป็นหนอนหนังสือเลย อ่านหนังสือเยอะขึ้นมาก ๆ เพราะพกง่าย ไม่หนัก อยากให้ ebook ไทยพัฒนา จริง ๆ น่าจะเอาไปอ่านใน Kindle เลยก็ได้ เพิ่ม Font ไทยลงไปจะได้อ่านได้ใน Kindle ซิ่ง App ของ Kindle เอง ก็มีแทบจะทุก Platform แล้ว และจพกลายเป็นช่องทางการจำหน่ายหนังสือทั่วโลกไปเลย

  2. มวนวน says:

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
    ก่อนนี้ผมก็สับสนกับ Ookbee เหมือนกัน
    ที่เคยซื้อก็ T3 แต่เห็นของคนอื่นก็ Ookbee อีก

    เทียบกับณเดชโดนมากครับ
    เขามีงานโฆษณามาก อาจจะถึงระกับที่มากกว่าใครในสยามประเทศ
    เห็นหน้าก็เบื่อแล้ว
    เห็นแล้วไม่รู้จะนึกถึงสินค้าตัวไหน
    ที่แปลกกว่าคือแม้ในประเภทเครื่องดื่มก็ยังมีหลายตัว ทั้งโออิชิ น้ำส้ม ไปถึงนม
    ถ้าไม่ห่วงว่าตัวเองจะช้ำก็ถือว่าพอได้ รับทรัพย์เพลืนดี
    แต่ผมกลับคิดว่าสินค้าที่จ้างได้ไม่คุ้มครับ
    เพราะภาพสินค้าทุกตัวอาจจะเบลอไปหมด จนผู้บริโภคไม่มี perception กับสินค้าตัวใดเลย
    แทบจะเรียกได้ว่า..พร้อมใจกันจ่ายแพงฟรีๆ..เลยทีเดียว
    ไม่รู้นอกเรื่องไปรึเปล่า 55

    • kafaak says:

      ในแง่นักการตลาด การว่าจ้าง ณเดช แม้จะเกร่อ ก็ยังได้เรื่อง Brand Awareness ครับ … กรณีของ Ookbee นี่ก็เหมือนกัน แบรนด์ก็ได้ชื่อว่ามี e-Book Store กับเขา … ถ้าเป้าหมายคือแค่นี้ก็ถือว่าบรรลุผลครับ เพียงแต่ในมุมมองของผม การทำแบบนี้มันทำให้การรับรู้เรื่องอีบุ๊กของผู้ใช้งานบ้านเราออกมาไม่ดีเอาได้ แล้วมันจะยิ่งโตยากขึ้น

  3. UUUU says:

    ผมใช้ Ookbee อยู่แล้ว และประทับใจดีครับ จากการที่ใช้ของ Ebooks.in.th มันก็เป็นได้แค่หน้า PDF ดาษ ๆ ธรรมดา เพราะมันไม่ใช่ EPUB ครับ

    ถ้าจะให้พูดเรื่องโหลไม่โหลทำให้ผมนึกถึงที่นึง เขาไม่ได้ใช้ FB ในการทำตลาด แต่เขาสร้าง Social ของเขาขึ้นมาเอง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ตอบโจทย์อยู่ดี ถึงแม้มันจะแปลกใหม่ แต่มันก็สู้ของที่เขามีอยู่เดิมไม่ได้

    ที่ผมอยากจะสื่อก็คือถ้าสร้างมาแล้วมันห่วย สู้ของเดิมหรือของสำเร็จรูปไม่ได้ ก็สู้ใช้แบบเดิมดีกว่าครับ เหมือนกับการทำสไลด์ ถ้าคุณสร้างเองแล้วมันสู้ Template ที่เขาแถมมากับ Software ไม่ได้ ก็อย่าสร้างเองเลยดีกว่า

    • kafaak says:

      ผมเข้าใจว่าคุณ UUUU กำลังเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อผิดไปครับ ขอชี้แจงให้เคลียร์ 2 ประเด็นนะครับ

      1. ผมไม่ได้ชมว่า ebooks.in.th นั้นดี เพราะผมก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าเป็นแค่การสแกนหน้ากระดาษเข้าไปเฉยๆ … แต่ผมชมในความกล้าที่จะมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องไปใช้หลังบ้านของคนอื่นร่วมกับชาวบ้าน ซึ่งในอนาคต การพัฒนาเพื่อให้รองรับฟอร์แมตเป็น epub มันก็สามารถทำได้ครับ
      2. ผมเองก็ไม่ได้ติว่าระบบหลังบ้านของ Ookbee ไม่ดี แต่ผมติเหล่าแบรนด์ต่างๆ ที่ขี้เกียจทำระบบของตัวเองแล้วไปใช้ระบบหลังบ้านร่วมกันโดยไม่คิดจะสร้างความแตกต่างกันเลยต่างหากครับ … คุณพูดถึงเรื่อง Template ขึ้นมาก็ดีเลย เพราะผมมองว่าคุณเปรียบเทียบไม่ถูกจุดครับ คุณต้องไม่ลืมว่าแม้เราจะทำสไลด์ด้วย Template เหมือนกัน แต่เนื้อหาของสไลด์มันต้องแตกต่างกันครับ สไลด์จะเลอเลิศแค่ไหน ถ้าเนื้อหามันไปซ้ำกับชาวบ้าน คุณค่าของมันก็จะลดลงไปในทันที ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่ใช้ระบบของ Ookbee กำลังทำอยู่ … คุณสามารถซื้อ ขายหัวเราะ, MAXIM หรือนิตยสารอื่นๆ จาก AIS Book Store หรือ B2S ก็ได้ แถมยังสามารถอ่านได้ปกติสุขดีครบถ้วน แล้วคุณจะมี App ขายหัวเราะ, MAXIM หรือนิตยสารอื่นๆ ทำไม นั่นคือประเด็นของผม ที่ผมเรียกว่า “เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง” ครับ สุดท้ายคุณมี App ที่พัฒนาโดย Ookbee บน App Store มากถึง 73 App แต่ว่าเนื้อหามันก็เหมือนกันเปี๊ยบเลย จริงๆ ต้องบอกว่า มีแค่ไม่กี่ App ที่มีเนื้อหาครบถ้วน เพราะเป็นร้านหนังสือใหญ่ ที่เหลือเป็นแค่ App ที่ดาวน์โหลดมาอ่านได้เฉพาะเล่ม กลายเป็นข้อจำกัดเสียอีก

      ผมคงเขียนไม่เคลียร์ในบล็อก แต่ผมขอเปรียบเทียบว่า Ookbee เป็น Media หรือ Channel ในการขาย จะซ้ำก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่ประการใด แต่เนื้อหา หรือ Content ที่ขายใน App ต่างหากที่ไม่ควรซ้ำซากครับ

      เรื่องการใช้ Facebook ทำการตลาดกันทุกค่าย ไม่ใช่เรื่องแปลก และผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องโหล หากแบรนด์เหล่านั้นเลือกที่จะมีกลยุทธ์การตลาด หรือวิธีการโฆษณาที่แหวกแนวไป นั่นคือ content หลักต่างหาก Facebook เป็นแค่ Media ครับ

  4. Khonsankala says:

    เข้าใจเลยครับ ขอบคุณมากครับ 🙂

Leave a Reply

Free Google Page Rank

%d bloggers like this: