ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว กาฝากขอรีรันการรีวิว iPhone 4s กันต่ออีกหน่อย

image

ก่อนที่มันจะจากผมไป ก็ขอเก็บรีวิว iPhone 4s อีกซักหน่อยดีกว่าแฮะ เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังอยากรู้อีกซักนิดว่า แล้วถ้าเทียบกับ iPhone 4 แล้วมันคุ้มค่าต่อการอัพเกรดมากน้อยแค่ไหนน่ะครับ … เพราะอย่างที่ผมบอกไปในตอนก่อนหน้าแล้วว่า ถ้าไม่ติดเรื่องการเล่นเกม หรือการถ่ายรูปด้วยกล้อง 8 ล้านพิกเซลแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกนี่แทบไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย จะซื้อมาใช้โก้ๆ ว่าตูใช้ iPhone 4s แล้วนะ มันก็คงไม่ใช่อ่ะ

——————— พื้นที่โฆษณา ———————

แต่ก่อนที่จะไปอ่านรีวิวกัน ผมว่าสำหรับท่านผู้อ่านในวัยทำงานหรือใกล้จะวัยทำงาน น่าจะอยากรู้ว่าฐานเงินเดือนโดยเฉลี่ยของตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่ในตลาดแรงงานตอนนี้ เลยอยากแนะนำให้ไปดาวน์โหลด Adecco Thailand Salary Guide 2012 ไปดูครับ เป็นข้อมูลจากทาง @AdeccoThailand ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านทรัพยากรบุคคลชั้นแนวหน้าของประเทศไทย … ที่สำคัญคือ ฟรีครับ

———————————————————-

 

สิริ (Siri) : อับดุลย์ในเวอร์ชันฝรั่ง

photo-12-11-2554-9-31-05photo-12-11-2554-9-24-56คุณสมบัติที่เป็นที่พูดถึงกันใน iPhone 4s ก็คือ เจ้า Siri นี่แหละครับ ดูเผินๆ แล้วเหมือนมันจะเป็นคุณสมบัติด้านซอฟต์แวร์ แต่เอาเข้าจริงๆ น่าแปลกที่ iPhone 4 จะไม่มีให้ใช้ คาดเดากันไปต่างๆ นาๆ ว่าอาจเป็นเพราะฮาร์ดแวร์ที่แตกต่าง (อาจเพราะ Siri ต้องใช้พลังในการประมวลผลมากถึงระดับ Dual-core CPU?!?)

เจ้า Siri นี่ก็เหมือนอับดุลย์เราดีๆ นี่เองแหละครับ แต่ว่าแม้มันจะเป็นเหมือน Killing Feature ของ iPhone 4s มันก็ไม่ได้ถูกเปิดใช้เป็น Default นะครับ เราต้องไปที่ Settings > General > Siri แล้วเปิดใช้งานมันเองครับ โดยเมื่อเปิดใช้แล้ว วิธีการเรียก Siri ขึ้นมาก็คือการกดปุ่ม Home ค้างเอาไว้แป๊บนึง หรืออีกวิธีคือเปิดใช้งานคุณสมบัติ Raise to Speak แล้วเราแค่ยก iPhone ขึ้นมาแนบหูซักพัก เดี๋ยว Siri ก็พร้อมจะใช้งานครับ … ข้อจำกัดของ Siri ณ ขณะนี้ก็คือ มันรองรับแค่ภาษาอังกฤษ (สำเนียงออสเตรเลีย, อังกฤษ และ อเมริกัน), ฝรั่งเศส และ เยอรมัน … ถ้าถามผมว่าจะมีรองรับภาษาไทยไหม? ผมว่า Apple คงไม่ทำ เพราะจำนวนผู้ใช้งานที่พูดภาษาไทยมันยังน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆ

photo-12-11-2554-9-25-15photo-12-11-2554-9-39-01เท่าที่ผมลองเล่น Siri ดูแล้ว มันเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำงานโดยอาศัยการตรวจจับคำสำคัญ (Keyword) เช่น คำที่เป็นคำขึ้นต้นของคำถาม อย่าง Do/What/Where/When อะไรทำนองนี้ หรือคำกริยาต่างๆ เช่น Call/Mail/Send/Go/Search เป็นต้น … ตัว Siri เองมีความสามารถในการคาดเดาสิ่งที่เราต้องการ จากพวกคำสำคัญพวกนี้แหละครับ

ผมเองยังไม่ได้ลองอย่างลึกซึ้งแบบสุดๆ แต่เท่าที่ดูแล้ว Siri มันมีความสามารถขั้นพื้นฐานคือ การโต้ตอบกับผู้ใช้งาน, การส่งอีเมล์, การส่งข้อความสั้น (SMS), การโทรออก, การนำทาง (น่าเสียดายที่ยังรองรับแค่ในสหรัฐอเมริกา และบางประเทศเท่านั้น ยังไม่รองรับประเทศไทย), การค้นหาข้อมูลมานำเสนอ, การสั่งค้นหาผ่าน Search Engine, การสั่งเล่นไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ (ด้วยการสั่งว่า Play) … แต่อาจจะมีความสามารถอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกนะ … ดูตัวอย่างการใช้ Siri ในการหาข้อมูลต่างๆ จากด้านล่างนี่ได้ครับ … ข้อสังเกตของผมคือ มันใช้ฐานข้อมูลอะไรบางอย่างในการเอาข้อมูลกลับมาให้เรา แต่ไม่น่าจะเป็นผ่าน Google แน่ๆ

 

photo-12-11-2554-9-25-33photo-12-11-2554-9-25-54photo-12-11-2554-9-26-12photo-12-11-2554-9-27-05

 

กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล เจ๋งแค่ไหน?

ตอนเปิดตัว iPhone 4 นั้น กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซลของมันน่าฮือฮาพอดูเลย เพราะใช้ Image Sensor ที่ค่อนข้างใหญ่มาก ทำให้คุณภาพของภาพถ่ายทำออกมาได้ดี และที่สำคัญคือ มันถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยๆ ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว … คุณภาพของภาพถ่ายก็ดูจากรูปด้านล่างนี่ได้ครับ

 

photo-10-11-2554-12-03-25photo-10-11-2554-17-12-39photo-10-11-2554-17-13-17

photo-11-11-2554-6-01-27photo-11-11-2554-11-36-45

 

จุดที่ผมชอบคือ แม้จะเป็นสภาพแสงค่อนข้างน้อยอย่างริมถนนเวลา 6:00 น. ก็ยังสามารถถ่ายภาพได้ออกมาค่อนข้างดี แน่นอนว่ามี Noise บ้าง แต่ไม่ได้ออกมาชัดเจนมากมายครับ และกล้องแบบเลนส์ฟิกส์ F2.4 ของ iPhone 4s นี่ ทำให้สามารถถ่ายภาพแบบ “ชัดตื้น” ได้ดีกว่าเดิมด้วย ใครชอบถ่ายแบบ Portrait ก็คงจะชอบครับ

จากซ้ายไปขวา: ไม่เปิด HDR แล้วโฟกัสไปที่จุดสว่าง (มืดไป), ไม่เปิด HDR แล้วโฟกัสไปที่จุดมืด (สว่างไป), เปิด HDR (ได้รายละเอียดครบ)

 

photo-12-11-2554-9-53-17photo-12-11-2554-9-53-22photo-12-11-2554-9-53-24-hdr

 

อีกคุณสมบัตินึงที่มีมาตั้งแต่ iPhone 4 และแน่นอนว่า iPhone 4s ก็ยังมีอยู่ ก็คือ HDR (High Dynamic Range) ครับ คือปกติแล้ว iPhone จะมีคุณสมบัติ Tap-to-Focus ที่ดี สามารถปรับแสงได้ตามตำแหน่งที่เราต้องการจะโฟกัส ถ้าเราคิดว่าตรงที่แสงสว่างมันจ้าไป ก็ไปแตะตรงนั้น iPhone ก็จะไปปรับให้มันพอดี แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่จุดที่มืดก็จะมืดกว่าเดิมจนอาจมองไม่เห็นรายละเอียด (รูปซ้ายมือ) … แต่ถ้าเราต้องการได้รายละเอียดในมุมที่มืด มันก็ต้องแลกมาด้วยจุดที่สว่างก็จะสว่างจ้าเกินไปจนรายละเอียดหายไปเช่นกัน (รูปขวา) … การมีโหมด HDR นั้นจะเหมือนกับเป็นการพบกันตรงกลางครับ คือ จะถ่ายภาพมืดและสว่างมาอย่างละภาพ แล้วทำการประมวลผลเพื่อผสมผสานทั้งสองภาพนี้เขามาให้ได้ทั้งรายละเอียดในมุมที่มืดและสว่างพร้อมๆ กัน (รูปกลาง) … อย่างไรก็ดี มันเหมาะกับการถ่ายภาพวัตถุที่ไม่เคลื่อนไหวนะครับ เพราะมันต้องถ่าย 2 ภาพติดกัน หากวัตถุมีการเคลื่อนไหว อาจได้ภาพเบลอครับ

ตอนนี้ยังไม่ได้มีโอกาสถ่ายวิดีโอ 1080p ของ iPhone 4s มาให้ดู แต่เดี๋ยวถ้าได้ทำ จะเอามาอัพเดตในบล็อกตอนนี้ให้ครับ

 

เกมบน iPhone 4s

เฉกเช่นเดียวกับตอนที่เป็น iPad 1 อัพเกรดมาเป็น iPad 2 ครับ เกมใดก็ตามที่มีการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากพลังในการประมวลผลที่มากขึ้นของ iPhone 4s ก็จะได้กราฟิกที่ดูสวยงามด้วย ตอนนี้เท่าที่ทราบมี Infinity Blade, Galaxy on Fire 2 HD, Modern Combat 3: Fallen Nation, Real Racing 2 และ Siege Craft ครับ

พอดีผมซื้อไว้เกมนึง ก็เลยถือโอกาสเอามาลองเปรียบเทียบระหว่างกราฟิกของ iPhone 4 (ซ้าย) กับ iPhone 4s (ขวา) ซะหน่อย จะเห็นว่าใน iPhone 4s นั้น จะมีการใส่ Lighting ที่สมจริงมากขึ้น เกราะแต่ละชิ้นนี่มีแสงเงาที่สมจริงสมจังเลยทีเดียว แต่ผมสังเกตว่าไม่มีการทำการลบรอยหยัก (Anti-aliasing) เลยครับ ผิดกับ iPad … ถ้าให้เดา ก็น่าจะเป็นเพราะขนาดของหน้าจอครับ ถ้าเป็น iPad เนี่ย จะเห็นรอยหยักชัด เพราะจอมีขนาดใหญ่ เลยทำให้ต้องทำมี Anti-aliasing แต่กับ iPhone 4s จอมันแค่ 3.5 นิ้ว และความละเอียดระดับ Retina Display ก็เลยทำให้แม้จะมีรอยหยัก ก็จะไม่เห็นชัดเจนด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว (แต่ถ้าเกิด Capture หน้าจอมาแล้วเอามาเปิดบนคอมฯ เราก็จะเห็นรอยหยักชัดเจนเลย)

 

iphone-4iphone-4s

 

ลองเล่นเกมดู ก็ได้ตามคลิปนี่แหละครับ

 

 

imageคุณสมบัติ AirPlay ทำให้เราสามารถใช้ iPhone 4s (และ iPad 2) เป็นคอนโทรลเลอร์เกม แล้วต่อออกไปยังจอแสดงผลใหญ่ๆ อย่าง LCD/LED TV ได้ด้วย ที่สำคัญคือ หากใช้อุปกรณ์กลางอย่าง Apple TV ก็เท่ากับเป็น คอนโทรลเลอร์ไร้สายเลยทีเดียว

เกมอย่าง Real Racing 2 นี่ให้เราสามารถต่อทั้ง iPad 2 กับ iPhone ได้พร้อมๆ กัน 4 เครื่องผ่านเครือข่ายไร้สาย เพื่อออกมาแสดงผลบนจอใหญ่เป็นแบบ Slit Screen 4 จอย่อย เพื่อขับรถแข่งกันได้เลยทีเดียว

 

กาฝากขอฟันธง ซื้อดีไม่ซื้อดี?

สำหรับคนที่มี iPhone 4 อยู่แล้ว และไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากการคุณสมบัติใหม่ๆ ในการเล่นเกม เช่น AirPlay หรือกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล ผมก็ว่ายังไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดครับ มันเหมือนตอนที่อัพเกรดจาก iPhone 3Gs มาเป็น iPhone 4 น่ะ … โดยส่วนตัวผมมองว่า iPhone เนี่ย เป็นอะไรที่ซื้อรุ่นเว้นรุ่น (พูดง่ายๆ คืออัพเกรดทุกๆ 2 ปี) จะคุ้มค่ามากกว่าครับ ดังนั้น ผู้ใช้ iPhone 4 อยู่แล้ว จงไปรอ iPhone 5 ซะ

แต่ใครที่มี iPhone 3Gs อยู่ตอนนี้ แล้วอยากอัพเกรด iPhone ของตัวเองซะที ผมแนะนำว่าถ้าเปลี่ยนมาเป็น iPhone 4s แล้ว คุณจะได้เห็นความแตกต่างมากกว่าการเปลี่ยนมาเป็น iPhone 4 เฉยๆ อีกครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. Zaint says:

    Hdr แจ๋วแฮะ เหมือน android จะไม่มีป่าวอะครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: